Ep 19 : ซื้อของ
“คุณลุง มีเมล็ดองุ่นขายไหมครับ”
่บ่ายๆ ของเมืองลาวี ตามถนนคนเดินก็มีเหล่าบรรดาพ่อค้าและแม่ค้ามาตั้งแผงร้านขายของกัน ซื้อส่วนใหญ่ก็จะเป็พวกผักผลไม้ซะมากกว่าพวกอาหาร คงเพราะเมืองนี้เน้นการทำเกษตรด้วยล่ะมั้ง
ซึ่งรสชาติและคุณภาพของมันก็ไม่ได้แย่มาก แต่ก็ไม่ได้ดีเช่นกัน พอมีตามสินค้าระดับแถวเมืองชายแดน
คุณลุงหน้าหนวดหันมามองผมและยิ้มออกมา จนเห็นฟันหลอหนึ่งซีก
“มีเมล็ดองุ่นม่วง องุ่นพ่วง องุ่นขาว เ้า้าอันไหนล่ะ?” ลุงถามผม
ผมคิดว่าจะซื้อองุ่นม่วงมากกว่าอันอื่น แน่นอนว่าผมจะเอามันมาทำไวน์! เพื่อเป็การเรียกผู้คนให้มาเมืองผม
ทว่าควีนก๊อดหรือราชินีแห่งป่าพงไพร กลับบอกผมว่า ซื้อองุ่นม่วงไปเพียงอย่างเดียว เพราะว่าองุ่นนี้มันมีน้ำเยอะที่สุดเหมาะสำหรับการทำไวน์
อีกอย่างเธอบอกว่า ซื้อพวกเมล็ด บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ แคนเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่ไปด้วย ขอพวกนี้สามารถนำมาหมักเป็ไวน์ชั้นดีได้เช่นกัน และยังสามารถทำเป็น้ำมิกซ์ผลไม้ ที่มีรสชาติน่าอร่อยอีกด้วย
รู้สึกว่า... ผมต้องลิสต์รายการ บาร์เทนเดอร์ลงไปซะแล้วสิ
ก็ดีนะ สำหรับโลกใบนี้ที่ยังไม่รู้จัการนำน้ำผลไม้มาผสมกัน เพื่อเกิดรสชาติใหม่ เพราะบางทีรสชาติของแต่ละตัวมันจะถูกลดรอนไป ถ้าเกิดการผสมไปแล้ว ทำให้ดูรสชาติเพี้ยนไปล่ะมั้ง
และเพราะได้เธอ ทำให้ผมต้องซื้อ ฮอปส์ มอลต์ ไปด้วย ไม่ต้องบอกเลยว่าเธอจะเอาไปทำอะไร
เบียร์ไงล่ะ!
เบียร์ ซึ่งมันก็เป็เครื่องดื่มที่เหล่านักผจญภัยชอบดื่มกัน แน่นอนว่าเธอคิดจะทำแผนระยะยาวเกี่ยวกับเื่เครื่องดื่ม อย่างวิสกี้ (ใช้มอลต์หมักอย่างเดียว) บรั่นดี (กลั่นจากไวน์องุ่นอีกรอบ) วอดก้า (ข้าวสาลีหมักกับอ้อยหรือมันสำละหลัง นำมากลั่นให้บริสุทธิ์)
เพียงแค่เธอพูดออกมา ก็ทำให้ผมอึ้งไปเลยล่ะ
(นี่เธอจะพลิกวงการเครื่องดื่มของมึนเมาทั้งหมดเลยใช่ไหมเนี่ย!!!)
แต่ก็อย่างที่เธอคิดแหละ เบียร์ที่นี่มันรสชาติไม่ค่อยอร่อยสักเท่าไร ซึ่งมันคงดีกว่าถ้าเรานำสิ่งที่อร่อยและสุดยอดมากกว่าเดิม
(เพราะแบบนี้สินะ ถึงอยากจะให้ผมซื้อเมล็ดองุ่นม่วงเพียงอย่างเดียว)
โอ้... เชื่อเขาเลย
“งั้นผมของซื้อเมล็ดองุ่นม่วง บลูเบอร์รี่ แบล็คเบอร์รี่ แคนเบอร์รี่และสตอเบอร์รี่ครับ อย่างละ ห้ากิโลฯ แต่ขอเมล็ดองุ่นม่วงสิบกิโลครับ” ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอ้าเท่านั้น แต่ผมก็จะซื้อให้มากพอ เพื่อตุนเสบียงเอาไว้
คุณลุงโก่งคิ้วเล็กน้อย ราวกับสงสัยว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะ แต่ก็ไม่ได้พูดถามอะไรผมกลับมา
ไม่นานก็ได้รับเมล็ดพวกนั้นพร้อมกับคุณลุงคิดราคา 24 เหรียญเงิน ผมให้หนึ่งเหรียญทองไป และรอคุณลุงเขาทอนคืนกลับมา
ซึ่งเมล็ดเหล่านี้พอมาคำนวณแล้วก็อยู่ที่กิโลละไม่ถึงหนึ่งเหรียญเงิน ที่มันแพงเพราะน่าจะหายากล่ะมั้ง แถมวิธีการดูแลและปลุกก็ยากด้วยเช่นกัน
ผมเลิกสนใจ และไปซื้อเมล็ดอื่นๆต่อ สิ่งที่ได้มาจากการซื้อก็ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลีอย่างละ 30 กิโลฯ เพียงแค่ 10 เหรียญเงิน แล้วก็ผักต่างๆ เช่น แครอท กะหล่ำปี ข้าวโพด ส้ม แอปเปิ้ล ผลกุรุ (ผลพีท) เมล่อนมะเขือเทศ และเชอร์รี่
อ่า... นี่มันน่าใสำหรับผมอย่างมาก
นี่เธอรู้ไหมว่า สิ่งที่ตามมาทีหลังมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนกัน!?
แถมยังซื้อดอกไม้ไปด้วย อย่างดอกลาเวอรืเดน ทิวลิป ป็อปปี้ แฟรี่โรส เมล็ดทานตะวันไปอีกด้วย
เพราะผมบอกว่าอยากได้สถานที่เหมือนฮันนีมูนด้วยล่ะมั้ง ควีนวู๊ดเลยจัดเต็มที่เลย เธออยากจะสร้างสวนดอกไม้ขึ้นมา ให้เป็ที่พักผ่อนคลายและดูเสมือนมาฮันนีมูนจริงๆ เพราะบอกว่าจะสร้างต้นไม้แห่งความรัก ที่ใครจะอธิษฐาน ก็จะสมหวังในความรักและเป็คู่ครองกัน
(อืม... เอาเลย เอาที่เธอสบายใจ)
ผมคิดเช่นนั้น เพราะการจะไปขัดความคิดของเธอก็ไม่ใช่เื่ดีเท่าไรนัก ยังไงผมก็อยากหาวิธีที่ทำให้ผู้คนมาเมืองผมเร็วๆ ล่ะนะ
และเพราะเธอ ทำให้การปลูกพืชหมุนเวียนไม่ต้องและไม่ต้องปลูกพืชตามฤดูกาลอีกด้วย สามารถปลูกพืชอะไรลงไปก็ได้ นี่มันยิ่งกว่าโกงเสียอีก
เพราะสามารถทำลายข้อจำกัดเื่ฤดูกาลได้ เลยสามารถปลูกอะไรก็ได้ แถมขึ้นอย่างแน่นอนอีกด้วย
ผมคงต้องปล่อยทุกอย่างไปล่ะนะ ปล่อยมันไปอย่างที่เป็ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดล่ะ
“รู้สึกอิจฉา น้องสาวตัวเองบ้างไหมที่มีความสามารถมากกว่า” ผมหันไปถามอิมพีเรียล สไลม์ที่เกาะอยู่บนไหล่ของผม
ทว่าเธอกลับส่ายหน้าซ้ายขวาระรัว เพราะนี่เป็ความผิดของผมส่วนนึงด้วยเช่นกัน ที่สร้างเธอออกมาแบบระบุความสามารถโดยเฉพาะ ต่างจากอิมพีเรียล สไลม์ที่ผมรับเธอมาเพราะ ไม่อยากให้เธอต้องคอยหลบซ่อนตัวเองตลอด และยังสร้างออกมา 3 จิตแห่งจอมมาร ไม่เหมือนควีนก็อดที่ใช้ 4 เหรียญ
“หนูไม่อิจฉาหรอก ปะป๊า เพราะว่าทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว หนูรู้ว่าปะป๊า้าผู้คน เพื่อต่อชีวิตปะป๊า เลยต้องสร้างอะไรที่มันสุดยอดมากๆ ออกมา น้องสาวหนูก็มีหน้าที่ของน้อง หนูก็มีหน้าที่ของหนู ก็คือปกป้องและต่อสู้เพื่อปะป๊าไงคะ”
อิมพีเรียล สไลม์กล่าวอย่างร่าเริง ซึ่งผมก็ยิ้มออกมาให้เธอและลูบหัวด้วยความเอ็นดูเบาๆ ถึงเธอจะอยู่ในร่างสไลม์ แต่ก็สามารถพูดได้เช่นกัน เพราะเธอไม่ใช่เพียวสไลม์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็อิมพีเรียล สไลม์เป็ตัวตนที่เหนือกว่าเพียวสไลม์นั้นมาก
“ฮิๆๆ”
เธอชอบใจที่ผมลูบหัว ที่ผ่านมา เธอเองก็ทำตามคำขอของผมมาตลอดเลยนี่หน่า...
เพื่อเป็การตอบแทน ผมคิดว่าซื้อเสื้อผ้าให้เธอดีกว่า เพราะเธอก็ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่ เปลือยต่อหน้าผมและคนอื่น ยังดีที่เธออยู่ในรูปร่างสไลม์ล่ะนะ
ถ้ากลับร่างเดิม ผมคงไม่พ้นข้อหาพรากผู้เยาว์หรือว่าเป็ไอ้โลลิค่อนแน่ๆ แถมจะถูกคนอื่นมองด้วยสายตาแปลกประหลาดอีก
ผมเดินไปยังร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งก็มีพนักงานต้อนรับใจดียืนคอยบริการอยู่ ผมเดินเลือกๆ ชุดให้กับพวกเธออยู่นาน อันที่จริงพวกเธอเป็คนชี้เลือกเองเสียมากกว่า ผมแค่พาเธอไปทั่วๆ แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือชุดชั้นในทั้งข้างบนและล่าง
ควีนก็อดเลือกชมพูออกหวานๆ และสีขาวออกเรียบๆ ส่วนอิมพีเรียล สไลม์เลือกสีดำ ม่วง ฟ้า ซึ่งทั้งหมดได้มาห้าตัวพร้อมกับชุดรวมกางเกงกับกระโปรงอีกสิบตัว และไปที่เคาท์เตอร์คิดเงิน
“ทั้งหมด 8 เหรียญเงินค่ะ” ผมหยิบเหรียญเงินให้เธอและเดินออกจากร้านมา
ซึ่งตอนนั้นเองก็มีรถม้าขนาดใหญ่ที่ภายในมีชายรูปร่างท่วมกำลังพ่วงกับกรงขัง ซึ่งในนั้นมีเหล่าทาสที่ถูกจับและรับซื้อมาจากที่อื่น เป็ทาสสาวทั้งหมด
ดวงตาของของพวกเธอไร้แววตาของการมีชีวิต คงอาจจะถูกทำมิดีมิร้าย ทนไม่ได้จนกลายมาเป็สภาพนี้
ผมรู้สึกไม่แปลกใจที่ตอนนี้ยังมีการค้าทาสอยู่ ผมคิดว่าแม้มันไม่ใช่เื่ที่ผิดศีลธรรมอะไร แต่ผมก็ไม่อยากให้ผู้คนต้องมาพบเจอชะตากรรมที่น่าลำบากนี้เช่นกัน
ผมไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น ไม่ได้เป็พ่อพระ ขนาดเห็นปุ๊บ ต้องเข้าไปห้ามหรือช่วยเหลือ หรือไปว่ามันเป็เื่ค้าขายผิดศีลธรรมดูไม่งาม มันเป็เื่ [ปกติ] สำหรับโลกนี้
“ทาสงั้นหรอ? ปะป๊าไปดูหน่อยไหม?”
ทว่าอิมพีเรียล สไลม์กลับเอ่ยเื่อะไรที่น่าแปลกใจออกมา ผมมองเธอด้วยใบหน้าสงสัยเล็กน้อย
“หนูอยากได้คนรับใช้อ่ะ เอามาเล่นกับพวกหนูตอนที่ปะป๊าไม่ว่างไง” อิมพีเรียล สไลม์พูดพร้อมทำหน้าออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อยมาทางผม
อึก...
อย่ามองด้วยสายตานั้นบ่อยสิ ผมจะทนไม่ได้เอาหน่า...
ผมหันไปมองควีนวู๊ด ซึ่งเธอก็ส่งสายตาบ๊องแบ๊ว น่าสงสารมาให้ผม
อึก!...
รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ออกมา
“ก็ได้ๆ แค่คนเดียวนะห้ามเกินกว่านี้”
สุดท้ายผมก็ต้องจำใจยอมพวกเธอเสียไม่ได้...
พวกเธอก็นำมือแปะกันตรงกันหน้าของผม ดูเหมือนพวกเธอสุมหัวกัน เพื่ออ้อนผมล่ะ
ทำจะให้ทำไงได้ เล่นทำสายตาน่าสงสารมาซะขนาดนี้ ผมก็ปฏิเสธไม่ลงเลย
ไม่ช้าผมก็ออกเดินไปตามทางที่จะพาผมไปยังร้านค้าทาส หวังว่าจะมีทาสอวบๆ อึ๋มๆ บ้างนะ
บอกไว้ก่อน… ผมไม่ใช่โลลิค่อนนะ!
แค่แพ้ทางเด็กเท่านั้นเอง...