บทที่ 22: แผนที่โบราณและหุบเขาซ่อนั
หลังจากที่แยกกับเหลิ่งซินเยว่แล้ว หลินฟานก็ไม่ได้ออกล่าสมบัติต่อในทันที เขาเคลื่อนที่ออกจากบริเวณนั้นไปหลายสิบลี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครตามรอยมาได้ ก่อนจะหาถ้ำเล็กๆ ที่ปลอดภัยแห่งหนึ่งเพื่อตรวจสอบ "ของขวัญ" ที่เพิ่งได้รับมา
เขานำแหวนมิติของศิษย์สำนักเพลิงผลาญทั้งสองคนออกมาตรวจสอบ
ภายในแหวนมิติของพวกเขามีหินปราณอยู่รวมกันราวสองร้อยก้อน ยาฟื้นฟูและโอสถฝึกฝนอีกจำนวนหนึ่งซึ่งคุณภาพด้อยกว่าที่เขาได้รับจากท่านอาจารย์มาก และยังมีแก่นอสูรอีกประปราย
"ก็ไม่เลวนักสำหรับโจรป่า" หลินฟานพึมพำอย่างไม่ใส่ใจนัก ของเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้นเท่าไหร่
แต่แล้ว... ในขณะที่เขากำลังจะเก็บแหวนมิติ เขาก็สังเกตเห็นแผ่นหนังเก่าๆ แผ่นหนึ่งที่ถูกม้วนเก็บไว้อย่างดีในมุมหนึ่งของแหวน
เขาหยิบมันออกมาคลี่ดู มันคือแผนที่ที่วาดขึ้นอย่างหยาบๆ แสดงภูมิประเทศบางส่วนของแดนลับแห่งนี้ และที่สำคัญคือมีสัญลักษณ์รูปผลไม้สีทองถูกวาดไว้ที่ตำแหน่งหนึ่งอย่างชัดเจน
[ติ๊ง! ตรวจพบชิ้นส่วนแผนที่โบราณ!]
[กำลังวิเคราะห์ข้อมูล... การวิเคราะห์เสร็จสิ้น!]
[แผนที่นี้แสดงเส้นทางไปยัง 'หุบเขาซ่อนั' ซึ่งเป็สถานที่ที่ 'ผลแก่นิญญา' จะปรากฏขึ้น!]
ดวงตาของหลินฟานเบิกกว้างขึ้นทันที!
ผลแก่นิญญา!
นี่คือเป้าหมายหลักของภารกิจที่ท่านอาจารย์มอบหมายให้เขา! เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้เบาะแสสำคัญเช่นนี้มาจากการจัดการกับโจรป่าสองคน! นี่คือโชคช่วยอย่างแท้จริง!
"ยอดเยี่ยม! ด้วยสิ่งนี้ ข้าก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินสุ่มหาไปทั่วแล้ว!"
หลินฟานรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาทบทวนแผนการของตัวเองใหม่ในทันที การมัวไล่เก็บสมุนไพริญญารายทางนั้นไม่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป เป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้คือการมุ่งหน้าไปยัง "หุบเขาซ่อนั" ให้เร็วที่สุด!
เขาจดจำเส้นทางในแผนที่ไว้ในใจ ก่อนจะเผามันทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วออกเดินทางทันที
เส้นทางสู่หุบเขาซ่อนันั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย ภูมิประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงจากป่าทึบกลายเป็ที่ราบสูงสลับกับหุบเหวลึก สัตว์อสูรที่เขาพบเจอระหว่างทางก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากระดับ 7 กลายเป็ระดับ 8 และบางครั้งเขาก็ััได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรระดับ 9 ที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้เขาต้องเลือกเดินทางอ้อมอย่างระมัดระวัง
ระหว่างการเดินทาง เขายังได้เห็นร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือดของศิษย์คนอื่นๆ อีกหลายครั้ง บางครั้งก็เป็การต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูร บางครั้งก็เป็การต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองเพื่อแย่งชิงสมบัติ เขายิ่งตระหนักถึงความโหดร้ายของแดนลับแห่งนี้มากขึ้น และเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะที่ไม่จำเป็ทั้งหมด
ในวันที่สามของการเดินทาง ขณะที่เขากำลังพักอยู่บนยอดหน้าผาแห่งหนึ่ง เขาก็ััได้ถึงคลื่นพลังปราณอันรุนแรงที่ปะทะกันอยู่ห่างออกไปหลายลี้
เขาลองเพ่งจิตััไปมอง และก็ต้องใเล็กน้อย
เขาเห็นร่างของคนสองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดจนฟ้าดินสั่นะเื คนหนึ่งคือ "เว่นเฉิน" ศิษย์สายในอันดับหนึ่งของสำนักเมฆาคราม! กระบี่ในมือของเขารวดเร็วและสงบนิ่งดุจสายน้ำ แต่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถตัดูเาให้ขาดได้
ส่วนคู่ต่อสู้ของเขาคือศิษย์หญิงที่งดงามที่สุดจากหุบเขาจันทรา นางมีระดับพลังอยู่ที่ขั้นที่ 9 เช่นกัน เพลงกระบี่ของนางเย็นเยียบและงดงามราวกับระบำของเทพธิดาจันทรา แต่ทุกกระบวนท่ากลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น
ทั้งสองคนกำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง "ดอกบัวเก้าแก่น" ซึ่งเป็สมุนไพริญญาระดับสูงชนิดหนึ่ง
การต่อสู้ของพวกเขานั้นอยู่ในระดับที่แตกต่างจากที่หลินฟานเคยเจอมาโดยสิ้นเชิง มันคือการปะทะกันของเหล่าอัจฉริยะที่แท้จริง
"นั่นสินะ... พลังของขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 9" หลินฟานพึมพำกับตัวเอง เขารู้ดีว่าแม้พลังต่อสู้ของเขาจะสูงส่ง แต่หากวัดกันที่พลังปราณพื้นฐานล้วนๆ เขายังคงห่างชั้นกับคนเ่าั้อยู่พอสมควร
เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วมุ่งหน้าเดินทางต่ออย่างเงียบๆ
หลังจากเดินทางอย่างต่อเนื่องมาอีกสองวัน ในที่สุดเขาก็มาถึงตำแหน่งที่ระบุไว้ในแผนที่!
เขายืนอยู่บนขอบของหน้าผาสูงชัน มองลงไปยังเบื้องล่างซึ่งเป็หุบเขาขนาดมหึมาที่ถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวหนาทึบจนมองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง พลังปราณฟ้าดินที่นี่หนาแน่นและบริสุทธิ์อย่างไม่น่าเชื่อ และยังมีกลิ่นอายที่โบราณและลึกลับแผ่ออกมาจางๆ
"หุบเขาซ่อนั..." หลินฟานกล่าวกับตัวเอง "ผลแก่นิญญา... อยู่ข้างในนี้!"
แต่ในขณะที่เขากำลังจะหาทางลงไปในหุบเขานั้นเอง จิตััของเขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
เขาไม่ใช่คนแรกที่มาถึง!
ภายในม่านหมอกเบื้องล่าง เขาััได้ถึงกลิ่นอายที่ทรงพลังหลายสายที่แอบซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่างๆ!
และหนึ่งในนั้น... มีกลิ่นอายที่ร้อนแรง เกรี้ยวกราด และหยิ่งผยองอย่างที่เขาคุ้นเคย...
เยี่ยเฟิง!
ดูเหมือนว่าเหล่าผู้เล่นหลักของการแย่งชิงในครั้งนี้ จะเริ่มมารวมตัวกันที่เวทีสุดท้ายแห่งนี้แล้ว!