บทที่8. ผู้ที่ยังเหลือรอด
อีกด้านหนึ่งของเมืองชายแดนแคว้นซ่ง...
“ท่านแม่กินข้าวก่อนเถิดขอรับ”
“อาหลางเ้าเก็บไว้ให้ท่านพ่อกับพี่ชายเ้าเถิดแม่ยังไม่หิว” เสียงนุ่มนวลตอบบุตรชายคนรองอย่างอ่อนโยน
“ท่านแม่ท่านต้องกินบ้างนะขอรับจะได้มีแรงของท่านพ่อกับพี่ใหญ่ข้าแบ่งไว้ให้แล้วขอรับ”
“ได้ๆ”หวังหงฟางยอมรับถ้วยโจ๊กที่มีอยู่ไม่มากนักส่วนใหญ่จะมีน้ำเสียมากกว่าแต่ก็ยังพอจะมีเม็ดข้าวอยู่บ้างเล็กน้อย
เมื่อกินโจ๊กเปล่าถ้วยนั้นจนหมดแล้วหงฟางก็กลับมาเพ่งจิตเพื่อตามหาล่องลอยของภูตสายลมที่นางเคยส่งออกไปเมื่อสองปีก่อนเพื่อส่งข่าวให้พ่อสามีหรือท่านผู้เฒ่าไป๋ได้รู้ว่าพวกนางยังมีชีวิตอยู่แต่เพราะนางเองก็ได้รับาเ็ที่แก่นปราณจากการต่อสู้ในครั้งนั้นจึงทำให้พลังปราณลดลงมากจนไม่สามารถหาล่องลอยของภูตสายลมเจอพอจะเจอล่องลอยและกลิ่นอายของภูตสายลมบ้างแต่ก็เหมือนมีบางอย่างมาบังไว้และจู่ ๆล่องลอยนั้นก็จะหายไปจนกระทั้งผ่านไปได้หนึ่งชั่วยามไป๋ซ่างจวินและบุตรชายคนโตที่ไปเก็บฟื้นบนูเาก็กลับมาถึงบ้าน
“หงฟางเ้าพักเถิดหากฝืนใช้พลังปราณทั้งที่มีน้อยนิดเ้าจะได้รับาเ็ได้”ร่างสูงที่ดูผอมบางลงมากพร้อมทั้งใบหน้าหล่อเหล่ามีรอยแผลเป็ทางยาวจากหางคิ้วพาดยาวลงมาที่ข้างแก้มจนถึงคางอันเกิดจากการต่อสู้ในคืนนั้นด้วยดาบของมือสังหารที่ฟาดฟันลงมาหากไหวตัวช้าคงปลิดชีพเขาไปแล้ว แต่ก็ยังหลบไม่พ้นจึงได้แผลเป็นี้มาประดับหน้า
หงฟางเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยบอกอย่างห่วงใยจากสามีก็ทำให้นางผ่อนคลายจิตที่เพ่งพลังปราณลง
“ท่านพี่นี่ก็สองปีแล้วข้าคิดถึงบุตรสาวของเราเหลือเกินเ้าค่ะ จิ่วจิวน้อยไม่รู้ว่าจะเป็เช่นไรบ้างแล้ว"
“พี่เองก็คิดถึงลูกมากเช่นกันเชื่อว่าอีกไม่นานครอบครัวตระกูลไป๋ของเราจะต้องพ้นเคราะห์ครานี้ไปได้แน่นอนบ้านสี่ของเรายังดีที่รอดปลอดภัยกันทุกคนแม้ว่าอาหลงจะตาบอดไปข้างหนึ่งและอาหลางจะไม่มีพลังปราณปรากฏเพราะได้รับาเ็ในครั้งนั้นก็ตามแต่ก็ยังดีกว่าบ้านพี่ใหญ่บ้านพี่รองและบ้านพี่สามมากนักพวกเขาต้องสูญเสียกันมากมายจริงๆ”
“นั้นสิเ้าค่ะ”
เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พี่ใหญ่หรือก็คือพี่ชายคนโตของสามีต้องสูญเสียภรรยาและบุตรชายไปถึงสามคนดีที่ยังเหลือบุตรชายรอดปลอดภัยมาได้หนึ่งคนแต่พี่ใหญ่ก็ต้องกลายเป็คนพิการนอนป่วยติดเตียงขยับไม่ได้เพราะถูกฟันเขาเต็มๆที่กลางหลังจนาเ็ถึงแก่นปราณ แม้ชายชุดดำที่เคยให้การช่วยเหลือจะมอบยาทิ้งไว้ให้ก็ยังไม่อาจช่วยได้มากนัก ตอนนี้บ้านพี่ใหญ่จึงเหลือกันเพียงสองคนพ่อลูก
“ท่านพ่อท่านแม่รีบไปบ้านท่านลุงรองเถิดขอรับเมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงดังออกมา ดูเหมือนจะเกิดเื่นะขอรับ” ไป๋ซ่างหลงในวัน6หนาวเอ่ยบอกขึ้นหลังจากเดินเข้ามาในบ้าน
“เช่นนั้นพ่อไปดูเองอาหลง อาหลางพวกเ้าอยู่เป็เพื่อนท่านแม่ของเ้า”
“ขอรับ/ขอรับ”
ไป๋ซ่างจวินมาถึงบ้านพี่ชายที่ปลูกอยู่ติดๆกันเดินเพียงไม่กี่ก้าวย่างก็ถึงกันแล้วเมื่อมาถึงเห็นพี่ชายคนรองไป๋ซ่างเหวินที่ตอนนี้เดินข้ากะแผลกเหมือนคนขาเป๋ เป็ผลมาจากการต่อสู้ในคืนนั้น แม้ไม่หลงเหลือความเ็ปไว้ที่ร่างกายแล้วแต่ก็ไม่อาจเดินเหินได้ดังเดิมด้านข้างกันนั้นยังมีพี่สะใภ้รองก็นั่งหน้าตาบึ้งตึงบิดเบี้ยว ได้แต่คิดว่าบ้านพี่รองคงทะเลาะมีปากเสียงกันอีกแล้วเป็แน่
“อาเฟิงมีเื่อันใดหรือไม่”เขาไม่ได้เดินเข้าไปหาพี่รองและพี่สะใภ้รองแต่เอ่ยถามไป๋ซ่างเฟิงที่เป็บุตรชายของพี่รองที่เหลือรอดชีวิตมาเพียงคนเดียวตอนนี้อายุได้6หนาวแล้วเท่ากับบุตรชายฝาแฝดของเขา
“ท่านแม่ขอแยกทางกับท่านพ่อขอรับท่านอาสี่”แม้ไม่มีน้ำตาแต่น้ำเสียงที่ตอบก็เศร้าสร้อยอย่างที่สุด
ผู้เป็อาอย่างไป๋ซ่างจวินได้ฟังก็ถึงกับพูดสิ่งใดไม่ออกเื่ภายในครอบครัวของพี่รองนั้นถึงเขาที่เป็น้องชายก็ไม่อาจเอ่ยปากยุ่งได้จริงๆจึงทำได้เพียงรอดูอยู่ภายนอกพร้อมหลานชายเท่านั้นและไม่นานพี่สะใภ้รองก็เดินออกมาพร้อมห่อผ้าห่อใหญ่
“อาเฟิงแม่กับพ่อของเ้าหย่ากันแล้วเ้าจะไปกับแม่หรือไม่”เสียงและสีหน้าที่ดูบึ้งตึงบ่งบอกว่าอารมณ์ของนางไม่ได้ดีมากนักเอ่ยปากถามบุตรชายที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว
“ฮึกไม่ไปขอรับ ข้าจะอยู่กับท่านพ่อ” ไป๋ซ่างเฟิงเอ่ยตอบมารดาไปพร้อมกลั้นสะอื้น
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าหากเ้าเลือกจะอยู่กับพ่อที่พิการของเ้าต่อไป แม้ภายหน้าลำบากไม่มีจะกินก็ไม่ต้องบากหน้ามาขอร้องแม่อย่างข้า”กงหนิงจูเอ่ยเสียงสะบัดก่อนเดินจากไปอย่างไม่คิดอาลัยอาวรณ์สักนิดสองปีที่ต้องทนลำบากอยู่กับบุรุษพิการไร้ประโยชน์ก็มากเกินพอแล้วสำหรับนางสู้ไปหาชีวิตใหม่ บุรุษใหม่ที่ทำให้นางมีชีวิตที่สุขสบายย่อมดีกว่า
พี่สะใภ้รองที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็อดีตพี่สะใภ้เดินจากไปที่หน้าบ้านมีรถม้าคันใหญ่รอรับอยู่มองเพียงเท่านั้นก็เข้าใจได้ว่านางคงทิ้งพี่รองของเขาไปแต่งให้บุรุษคนใหม่เป็แน่อดีตพี่สะใภ้รองผู้นี้เดิมทีเป็สตรีรักสบายและมีนิสัยเหยาะแหยะไม่อาจทนลำบากได้ทั้งขี้อิจฉาและช่างนินทา ยิ่งตอนนี้พี่รองของเขากลายเป็คนเดินกะแผลกขาเป๋สตรีที่ไม่มีความจริงใจเช่นนั้นย่อมไม่อาจทนลำบากด้วยได้สงสารก็แต่หลานชายตัวน้อยเท่านั้น
“อาเฟิงเ้าสี่”
“พี่รอง/ท่านพ่อ”
“ข้าไม่เป็อันใดนางไปก็ดีแล้วนางไม่มีใจคิดห่วงอาทรต่อกัน อยู่ด้วยกันไปก็มีแต่ทุกข์ทั้งสองฝ่ายเ้าก็อย่าเสียใจไปเลยอาเฟิง”
“ข้าไม่เป็ไรขอรับต่อไปข้าจะดูแลท่านพ่อเองขอรับ”ตอนนี้บ้านรองของเขาไม่เหลือใครแล้วพี่น้องก็ตายหมด ท่านแม่ก็มาทิ้งไปเหลือเพียงท่านพ่อที่เขาตั้งใจจะดูแลให้ดีที่สุด
เมื่อจบเื่บ้านพี่รองแล้วไป๋ซ่างจวินก็เดินกลับไปที่บ้านของตนที่อยู่ติดๆกันและเล่าให้ภรรยาฟัง
“เฮ้อไม่คิดว่าพี่สะใภ้รองจะเป็เช่นนี้ไปได้นะเ้าคะ ร่วมลำบากด้วยกันมาได้ตั้งนาน”หงฟางเอ่ยขึ้นเมื่อได้ฟังสิ่งที่สามีเล่าให้ฟัง
“นางเป็สตรีรักสบายตอนที่แต่งให้พี่รองก็หวังสุขสบายเพราะเงินทองและอำนาจของตระกูลไป๋พอหมดสิ้นวาสนาทุกอย่างนางจึงคิดตีจาก ดีที่พี่รองมีจิตใจที่เข้มแข็งมาก”
“แล้วตอนนี้บ้านพี่สามกลับมาจากในป่าแล้วหรือยังเ้าคะ”
“ยังเลยคิดว่าปลายยามเซิน(15.00 – 16.59น.) ก็น่าจะกลับมากันแล้วล่ะ”ตอนนี้พี่สามไป๋ซ่างิเองก็ลำบากไม่แพ้กันพี่สามสูญเสียพลังปราณไปทั้งหมดจนไม่เหลือและในเหตุการณ์คืนนั้นก็สูญเสียบุตรชายไปหนึ่งคน ตอนนี้บ้านสามจึงเหลือพี่สามพี่สะใภ้สามและบุตรชายที่เหลือรอดอีกสองคนเท่านั้น
“ท่านพี่ข้าคิดว่าจะต้องหาวิธีเพิ่มพลังปราณเพื่อจะได้ตามหาล่องลอยภูตสายลมของข้านะเ้าคะหากได้เจอท่านพ่อข้าเชื่อว่าจิตใจขอพวกเราทุกคนจะต้องรู้สึกมั่นคงขึ้นเป็แน่”
“ได้พี่จะช่วยเ้าเองคงต้องเข้าไปในป่าลึกเสียหน่อยเพื่อหาพื้นที่ดูดซับพลังปราณให้ได้มากขึ้นอีกพี่จะไปชวนพี่สามกับพี่สะใภ้สามไปด้วย”
“เ้าค่ะ”