
“การที่ิญญาปรากฏตัวให้เราเห็น แท้จริงผู้เขาเหล่ากำลัง้าบอกอะไรบางสิ่งบางอย่างกับเราหรือ”
ทุกสถานที่เราบางประสบพบเจอนั้น มักจะมีความเชื่อหรือตำนานหลอนๆตามสถานที่นั้นๆ บ้างก็เป็ความเชื่อ บ้างก็เป็แค่ตำนานเื่เล่ามาหลอกคนให้บุคคลต่างๆเคารพต่อสถานที่นั้นๆ แต่ทว่าไม่ใช่กับสถานที่นี้ โรงบาลจิตเวชสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการทางประสาท ว่ากันว่ามักจะมีเด็กหญิงสาวปรากฏตัวให้เห็นในยามวิกาล เธอมักจะคอยชวนเหล่าพยาบาลที่เข้าเวรยามดึกมาเล่นกับเธอ พยาบาลบางคนเห็นเธอเดินผ่านทะลุกำแพงต่อหน้าต่อตา บางคนก็ได้ยินเสียงพูดว่า “มาเล่นกันเถอะ” ทำให้พยาบาลที่ได้ยินหรือพบเจอต่างขวัญผวาไปตามๆกัน
นุช เธอเป็พยาบาลจบใหม่ที่ได้เข้ามาฝึกงาน ณ โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ เธอได้ัักับตำนานความหลอนๆของที่แห่งนี้ และมันได้นำพาเธอไปสู่ความจริงอันแสนโหดร้าย
นุชชานาฏ เป็นึกศึกษาพยาบาลที่พึ่งจบใหม่ๆเธอจึงต้องได้รับการฝึกงานพยาบาลก่อนที่จะได้รับการบรรจุเป็ข้าราชการ เธอได้เลือกที่จะไปฝึกงานที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพราะว่าหลังจากที่เธอฝึกงานเสร็จแล้วเธอจะตัดสินใจเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลใหญ่ๆในจังหวัดนั้น ด้วยความที่เป็พยาบาลฝึกหัดตารางงานของเธอมักจะเป็่ดึกๆ
ในวันแรกที่เธอได้มาเข้าทำงานวันแรกนั้นเธอได้ทำความรู้จักกับหัวหน้าแผนกอย่าง พี่ตุ เป็หัวหน้าพยาบาลาุโ และหมอประจำแผนกอย่างคุณหมอ ตั้ม ที่ใบหน้าคาตาที่หล่อเหล่า ดูอบอุ่น แต่กระนั้นนุชก็ไม่ได้ชอบหมอตั้มเป็การพิเศษแต่อย่างใด พยาบาลพี่ตุก็ได้พาไปทำความรู้จักและสอนงานเบื้องต้นให้ จนเมื่อ่พักกลางวันพี่ตุได้ให้คำแนะนำส่วนตัวว่า
“น้องนุช กฎของที่นี้นะ อย่าไปเชื่อในสิ่งได้ยินหรือเห็นแปลกๆในยามกลางคืนเชียวนะ”
“ทำไมเหรอพี่ตุ”
“ก็พี่เห็นแผนกเราคนน้อยๆแบบเพราะว่ากันว่า ในยามดึกพยาบาลที่ผ่านๆมามักได้ยินหรือเห็นเด็กมาพูดว่า มาเล่นกันเถอะ… กันทุกคนเลย”
“แล้วพี่ตุเคยเจอบ้างไหมคะ?”
“พี่ไม่เชื่อเื่พวกนี้หลอก ผีไม่มีอยู่ในโลกหลอก ก็แค่ข้ออ้างกับพวกไม่ชอบเวรดึกเท่านั้นแหละพี่อยู่มาตั้งนานแล้วยังไม่เคยเจอเลย”
หลังจากนั้นหมอตั้มก็ได้เดินผ่านมา
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับท่าทางน่าสนุกจัง”
“อ้อ เปล่าหลอกค่ะหมอแค่จะแนะนำเื่ต่างๆให้พยาบาลใหม่ฟังนะค่ะ”
“เหรอครับ งั้นผมขอตัวไปกินข้าวก่อนนะครับ”
หลังจากจบบทสนทนาทั่งคู่ก็พากันไปสอนงานต่างๆที่นุชจะต้องทำต่อ
และแล้ว...วันที่นุชได้เข้าเวรกะดึกก็มาถึง นุชก็ได้ทำหน้าที่พยาบาลดูแลผู้ป่วยไปแต่ละห้องๆไปจนเสร็จแล้วมานั่งพักตรงเคาน์เตอร์พยาบาล วันนี้เธอได้เวรตรงกับพยาบาลอีกท่านหนึ่งรุ่นๆราวคราวเดียวกับเธอที่ชื่อว่า เปิ้ล
“น้องนุชเข้าเวรครั้งแรกเหรอจ้ะ?”
“ค่ะ เอ่อ..? พี่เปิ้ลคะ? นุชมีเื่อย่างถาม ที่ว่ากันว่ามีิญญาเด็กนั้น เื่จริงเหรอคะ? แล้วพี่เคยเห็นหรือเปล่า?”
เปิ้ลเมื่อได้ยินคำถามเช่นตัวเธอถึงกับหยุดชะงักไปชั่วครู่ ตัวสั้นไปด้วยคำกลัวกับคำถามนี้ เธอได้มานั่งกระซิบเบาๆกับนุชว่า
“ใช่พี่เคยเห็น น่ากลัวสุดๆไปเลย แต่พอพี่ไปเล่าในหัวหน้าฟัง เขากลับบอกว่าเพ้อเจ้อ หูแว่วไปเอง เนี้ยตอนเช้าพี่ก็พึ่งไปทำบุญมา”
“โห จริงเหรอค่ะ”
“ใช่ ถ้าน้องนุชเจอหรือได้ยิน อย่าไปสนใจเลย”
หลังจากนั้นก็มีอ็อดเรียกความช่วยเหลือจากคนไข้ พยาบาลเปิ้ลจึงได้ไปดูแลคนผู้ป่วยต่อ ทิ้งไว้ให้นุชประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์เพียงลำพัง นุชได้เผลองีบหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า จนเมื่อเวลาล่วงเลยไปยัง ตี1.30นาที
มีเสียงอ็อดเรียกจากห้องผู้ป่วย ด้วยความสลึมสลือเธอได้ไปตามทางโถงทางเดิน เมื่อมาถึงยังห้องผู้ป่วยกลับพบว่าเตียงห้องนั้นไม่มีผู้ป่วยแต่อย่างใด ภายในใจเธอคิดอยู่สองอย่างคือ
“มีคนแกล้งเราหรือป่าว หรือแค่ไฟอ็อดลัดวงจรเื่แบบนี้มักเกิดบ่อยๆในโรงพยาบาล”
เมื่อเธอคิดได้นั้นเธอจึงไล่เดินไปตามห้องผู้ป่วยต่างๆว่ามีใครกดเรียกหรือเปล่า เมื่อเธอเดินผ่านหลายๆห้องกับไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด เธอเดินจนมาหยุดที่ห้องสุดท้ายใกล้ๆกับห้องตรวจเบอร์24 เธอได้ยินเสียงของเด็กกำลังเรียกเธอ
“อยู่ทางนี้ มาเล่นกันเถอะ”
เสียงที่ได้ยินนั้นเป็เสียงเด็กผู้หญิงที่ดังออกมาจากในห้องตรวจภายในใจเธออุทานมาว่า
เอาแล้วไงโดนหลอกแล้ว เป็เื่จริงแบบที่เขาว่าจริงๆด้วย
แต่อีกความคิดหนึ่งกลับคิดว่าถ้ามันไม่ใช่ผีจริงๆแต่มีเด็กไปเล่นในห้องตรวจเช้ามาหมอรู้เข้าว่ามีเด็กมาเล่นในห้องเธอก็จะโดนตำหนิเอาได้และอีกอย่างโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ก็มีผู้ป่วยที่เป็เด็กเยอะอยู่พอสมควร กลัวว่าเด็กจะเข้าไปเล่นทำให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้น เมื่อเธอคิดได้ดังนั้นเธอจึงเดินเข้าไปตามเสียงนั้นเข้าไปยังห้องตรวจ ภาพที่เธอเห็นนั้น
เป็เด็กกำลังหันหลังให้เธอ และเหมือนกำลังรอเธออยู่ ตัวของเด็กสวมชุดผู้ป่วยจิตเวช ผิวกายของเธอนั้นซีดขาว
ผมยาวพะลุงพะลัง มือชี้ไปยังเตียงที่ไว้ตรวจผู้ป่วย พร้อมกับพูดว่า
“มาเล่นกันเถอะ...!!!”
ทันใดนั้นนุชสะดุ้งใตื่นขึ้นมาจากความฝัน
“เอ้ะ นี่เราฝันไปหรือเนี่ยสงสัยคงเก็บเื่เล่านั้นมาฝันแน่ๆ”
นุชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อมาดูนาฬิกาว่าเป็เวลากี่โมงแล้ว ตอนนี้เป็เวลา
ตี3กว่าๆแล้วมันคือเวลาที่เธอต้องออกมาเดินตรวจคนไข้จากนั้นนุชก็ได้เดินออกไปตรวจคนไข้เกือบครบทุกห้องจนมาถึงห้องสุดท้ายที่อยู่ใกล้ๆกับห้องตรวจ24 ภายในใจเธอยังคงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความฝัน เธอจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปยังห้องตรวจ24
“เอี๊อดดดด!!!”
เมื่อเธอเปิดไปยังห้องนั้นกลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เธอกวาดสายตาไปยังรอบๆห้องกลับพบว่าโต๊ะหมอที่ตรวจห้องนี้เป็ชื่อของหมอตั้ม เธอก็ไม่ติดใจหรือสงสัยใดๆ แต่ทันทีที่เธอกำลังจะก้าวออกจากห้องนั้น
“ปุ้บ!!!”
เป็เสียงแฟ้มผู้ป่วยหล่นมาจากตู้เอกสารของหมอ ทันทีที่ก้มไปหยิบขึ้นมาดูหน้าแรกที่เธอเห็นนั้นเป็ประวัติของเด็กหญิง นิชาภร ชื่อเล่น เยลลี่ ภาพในประวัตินั้นมีรูปร่างๆคล้ายๆกับเด็กที่เธอฝันถึงเมื่อคืน ในประวัติกล่าวว่าเด็กหญิงป่วยเป็โรควิตกกังวลซึ่งได้ถูกนำมารักษาเมื่อ4ปีก่อน หมอผู้ดูแลคือ นาย ตรีภพ หรือหมอตั้ม ยังไม่ทันที่เธอจะอ่านจบกับมีภาพถ่ายหล่นออกจากแฟ้มที่เธออ่านภาพดังกล่าวเ่าั้เป็ภาพที่เด็กหญิงกำลังถูกมัดมือมัดแขนแต่ยังไม่ทันที่จะได้ดูโดยถี่ถ้วน พยาบาลเปิ้ลก็เข้ามาเรียก
“น้องนุชทำไรอยู่ จะเลิกงานแล้วนะไปตรอกบัตรเปลี่ยนเวรกัน”
นุชจึงได้ออกไปเปลี่ยนเวรกับพยาบาลคนอื่น ก่อนที่นุชจะออกไปเธอได้หยิบม้วนรูปภาพดังกล่าวออกไปด้วยโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
พอเธอกลับมายังห้องพักก็ได้สังเกตภาพถ่ายโดยละเอียดกลับพบว่า
เป็ภาพของหมอตั้มที่กำลังขมขื่นเด็กหญิง นุชสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก รู้สึกสะอิดสะเอียนไม่นึกเลยว่าภายใต้ความอบอุ่นแจะซ้อนความโรคจิต วิตถารขนาดนี้
หลังจากนั้นนุชก็ไปแจ้งความแต่ทางตำรวจกลับบอกว่าหลักฐานที่มียังไม่แ่าพอเพราะในภาพถ่ายมีแค่เพียงชุดกาวของหมอซึ่งระบุไม่ชัดเจนว่าบุคคลในภาพนั้นเป็หมอตั้มจริงๆหรือ ขืนบุกไปจับสุ่มสี่สุ่มหาจะโดนฟ้องกลับเอา แต่การที่นุชทำงานที่นั้นจึงมั่นใจว่าบุคคลที่เห็นนั้นต้องเป็หมอตั้มแน่นอน ตลอดที่ผ่านมาหมอตั้มพยายามเข้ามาจีบหรือแอบเอาตัวมาแนบชิดจนเกินไป
ในคืนเข้าเวรกะดึกคืนนั้น นุช ได้วางแผนบางอย่างให้หมอตั้มรับสารภาพโดยที่จะทำการอัดเสียงบันทึกไว้ ก่อนอื่นต้องหลอกล่อหมอให้มายังโรงพยาบาล
“หมอคะ? คือนุชมีเื่จะคุยด้วย อยากให้หมอช่วยมาหาที่ห้องตรวจหน่อยค่ะ”
นุช ได้เริ่มแผนการได้สำเร็จ เพราะทางด้านหมอตั้มก็สนใจในตัวของนุช ที่เป็พยาบาลใหม่อยู่แล้ว หมอตั้มกะจะปิดบัญชีเก็บแต้มพยาบาลหน้าตาดีทุกคน โดยความหื่นกระหายจึงโดนหลอกล่ออย่างง่ายดาย
“ว่าไงครับ นุช มีธุระอะไรกับผมเหรอ”
“นุช มีเื่สงสัย 2-3 เื่ที่จะถามหมอค่ะ”
“อยากรู้อะไรเหรอครับ ผมตอบให้ได้ทุกคำถาม”
หมอตั้มพยายามโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆตัวนุช เอาลูปไล้ไปยังหน้าอก
“แต่ก่อนอื่นที่ผมจะตอบคำถามของคุณ เรามาทำเื่อย่างว่ากันก่อนมั้ย”
“ผมชอบคุณมากเลยรู้มั้ย”
นุชเริ่มกลัวกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเธอจึงผลักตัวของหมอออก แล้วยื่นรูปถ่ายหลักฐานมา เพื่อให้หมอรับคำสารภาพเื่ทั้งหมด
“มึงพูดมาให้หมดเลยนะไอ่หมอเหี้ย กูเื่ทั้งหมดแล้ว”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ อ้อนี่คือเหตุผลที่คุณเรียกผมมาที่นี้เหรอ ผมไม่ยอมบอกอะไรหลอก ถ้าผมไม่ปริปากสักคำก็ไม่มีใครเอาผิดผมได้”
สิ้นสุดคำพูดอันสะใจของหมอโรคจิตผู้นี้ เขาจึงได้พุ่งกระโจนเข้าหานุชอย่างไว จับแขนจับขาของนุช ล็อคไว้กับเตียงผู้ป่วย แล้วเอามือปิดปากเธอไว้
“ฮ่าๆๆ อีพยาบาลร่านคิดว่าแค่นี้จะมาขู่กูได้เหรอ”
มือของหมอตั้มที่กดทับปากของนุชไม่ให้ร้องะโ ค่อยกดแรงขึ้น แรงขึ้น จนนุชหมดสติไปในที่สุด
“สิ้นฤทธิ์แล้วสินะนางแพศยา”
หลังจากนั้นหมอก็เริ่มถอดกระดุมทีละเม็ดๆ เอาหน้าไปแนบชิดเพื่อสูดกลิ่นตัวของนุช อย่างโรคจิต มือค่อยๆลูปไล้ไปตามเลือนร่าง และในขณะที่กำลังดึงกระโปรงของนุชอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงของเด็กพูดขึ้นมาว่า
“มาเล่นกันเถอะ!!!”
หมอตั้มชะโงกหน้าขึ้นมา แล้วต้องใอย่างสุดขีด เนื่องจากภาพที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่พยาบาลนุชแต่อย่างใด กลับเป็ใบหน้าของเด็กสาว เยลลี่ ที่เสียชีวิตจากการทารุณกรรมอันวิปลาสของหมอตั้ม ใบหน้าของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความแค้น ั์ตาแดงก้ำราวกับสีเื มือชี้มายังหมอแล้วพูดว่า
“มาเล่นกันเถอะๆ!!!”
เสียงพูดของผีเด็กนั้นดังซ้ำๆไปมาๆอยู่อย่างนั้น
“มาเล่นกันเถอะๆ!!!”
“อีเด็กเหี้ย อย่ามายุ่งกับกู กูไม่ได้ตั้งใจฆ่ามึง”
หมอตั้มร้องะโโวยวายเสียงดังลั่นทั้งแผนก
“อย่ามายุ่งกับกูๆ”
ย้อนกลับไปเมื่อ4ปีก่อนหมอตั้มเป็หมอที่มีความคลั่งไคล้ในตัวของผิวพรรณเด็กๆเป็โรคจิตในคราบชุดกาว เขาได้ออกกลอุบายหลอกล่อเด็กเยลลี่ ว่า .. “เดี่ยวหมอจะพาไปเล่นที่สนุกๆกันนะ”
หลังจากนั้นที่ลับตาคนเด็กหญิงก็ถูกขมขื่นมานานนับเดือนก่อนที่จะเสียชีวิตไปในที่สุด
จากนั้น รปภ และพยาบาลท่านอื่นๆมาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งเป็ภาพของหมอที่ร้องะโโวกเวกโวยวายอยู่คนเดียว และพยาบาลนุชที่กำลังหมดสติเปลือยกายถูกตึงไว้กับเตียง
นายแพทย์ ตรีภพ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศและข้อหาพรากผู้เยาว์ หลักฐานคือเสียงที่ถูกบันทึกในโทรศัพท์ของพยาบาล นุชชานาฏ และยังมีพยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกหลายคน
เมื่อเื่ทั้งหมดก็ถูกคลี่คลายลงนุชได้โทรศัพท์ที่ถูกนำไปเป็หลังฐานคืนแล้ว
เธอจึงตัดสินใจจะลบคลิปเสียงที่ะเืต่อจิตใจเธอ แต่เธอกลับสังเกตเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่คลิปเสียงเดียว อันแรกเป็เสียงที่อยู่ในคืนเกิดเหตุและอีกอันเป็ปริศนา เธอจึงได้เปิดออกมาฟัง ในไฟล์เสียงเป็พูดเบาๆว่า
“ขอบคุณนะ!!! พี่สาว!!!”