ที่บ้านปริน
เมื่อแคทกับปรินมาถึงก็เข้าไปในบ้าน แม่บอกให้ไปกินข้าวกันก่อนเพราะทุกคนรออยู่แล้วที่โต๊ะกินข้าว หลังจากกินข้าวกันแล้ว
ก็ออกมานั่งรวมกันที่ห้องรับแขก โดยมีมายด์ ชยากับเอกอยู่ด้วย เอกไปรับมายด์มาที่บ้านปรินเมื่อตอนสาย
“ที่พ่อให้ปรินพาหนูแคทมาที่บ้านก่อน เพราะพ่อมีเื่ที่ต้องถามความสมัครใจของหนูก่อน เป็เื่งานที่บริษัทน่ะให้ปรินเป็คนบอกก็แล้วกันนะลูก”พ่อปรางพูดเมื่อทุกคนนั่งลงแล้ว
“คือว่าเ้าของโรงแรมที่เวียดนามเขามาพบพี่กับพ่อเมื่อวันเสาร์ เื่ตกแต่งที่ทีมของฟ้าเป็คนดูแล เขามาบอกว่างานของเขาล่าช้ามากและงานก็ไม่เป็อย่างที่ทางเราส่งแบบไป พี่กับพ่อได้เรียกทีมของฟ้ามาถามแล้วปรากฎว่ามันเป็เื่จริง สาเหตุเกิดมาจากที่ทีมของฟ้าไม่เคยลงไปดูแลงานที่เวียดนามเลย ได้แต่จ้างคนทางนั้นดูแลแทน มันก็เลยมีการยักยอกกันหลายทางกว่าทางทีมของฟ้าจะรู้มันก็แก้ไขไม่ทันแล้ว พี่กับพ่อก็ถามทีมของฟ้าไปแล้วว่าทำไมไม่รายงาน ลูกทีมของฟ้าก็บอกว่าฟ้าไม่ให้รายงาน ตอนนี้พี่กับพ่อก็สั่งลงโทษทางทีมของฟ้าโดยการสั่งพักงาน 1เดือนและหักเงินเดือน30%”
ปรินหยุดพูดมองหน้าแคท แล้วจึงพูดต่อ
“ ส่วนทางเ้าของโรงแรมเขาเข้ามาคุยแล้ว เขา้าให้บริษัทเปลี่ยนทีมตกแต่งภายในให้เขาใหม่ พี่กับพ่อก็ตกลงว่าจะเปลี่ยนให้ใหม่แต่ปัญหาก็คือเขาเจาะจงว่าต้องเป็ทีมที่ไปตกแต่งโรงแรมที่สิงคโปร์เท่านั้น ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ยอมแล้วจะฟ้องบริษัทเรียกร้องค่าเสียหาย”
ปรินพูดจบแล้วก็ถอนหายใจยาวมากๆ
แคทที่นั่งฟังมาตลอดทำหน้างงๆแล้วมองหน้าพ่อกับปริน เธอไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับเธอตรงไหน ทีมที่ตกแต่งที่สิงคโปร์ก็เป็ทีมของพี่ปรีชา เธอแค่เข้ามาดูแลเพราะทางไมเคิลเจาะจงมา หรือว่า ไม่จริงน่า
“พี่ปรินจะบอกว่า ทางนั้น้าให้แคทกับพวกพี่ๆไปทำงานแทนทีมของพี่ฟ้างั้นหรือคะ”แคทถาม หน้าตายังแปลกใจ
“ใช่แล้ว หนูแคท ทางนั้นเจาะจงว่าต้องเป็หนูเท่านั้น แต่พ่อกับปรินยังไม่ได้ตัดสินใจ ได้แต่บอกเขาว่าต้องรอถามหนูก่อนเพราะงานมันค่อนข้างกะทันหันและชนกันกับทางสิงคโปร์”พ่อบอก
แคทเริ่มสงสัยเพราะเื่ที่เธอมารับงานนี้จริงๆก็มีแต่คนในบริษัทของปรินกับทางสิงคโปร์เท่านั้นที่รู้ แคททำคิ้วขมวดกันจนยุ่ง เธออยากรู้ถึงเหตุผลนั้น
“เขาบอกเหตุผลมั้ยคะ ว่าทำไมต้องเป็หนู”แคทถามเพราะสงสัยจริงๆ
“เขาไม่ได้บอก แต่พี่รู้ว่าทำไม แคทจำฝรั่งที่มาตีสนิทกับแคทที่สิงคโปร์ได้มั้ย”ปรินบอกแล้วมองหน้าแคท
เธอทำท่านึก
“อ้อ!จำได้ค่ะ เขาชื่อไบรอัน ทำไมหรือคะ หรือว่า”
แคทพูดแล้วทำท่าอึ้งมากๆ
“ใช่อย่างที่เรานึกนั่นแหละ เขาเป็เ้าของโรงแรมที่เวียดนาม พี่คิดว่าเขาคงจะจำพี่ได้ เพราะเขาเคยมาเซ็นสัญญาที่บริษัท เขาคงไปสืบมาว่าพี่ไปทำอะไรที่สิงคโปร์ ประจวบกับพอดีที่ทางเราเกิดการผิดพลาดเื่ตกแต่งโรงแรมของเขา ก็เลยเป็ข้ออ้างให้เขาขอเปลี่ยนทีมตกแต่งใหม่"
ปรินบอกถึงข้อสันนิษฐานของเขาให้แคทและทุกคนฟัง
แคทรีบเปิดกระเป๋าสะพายของเธอแล้วก้มลงดูเหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง หลังจากค้นได้สักพักเธอก็หยิบกระดาษที่เหมือนนามบัตรออกมาดู ทำไมเธอถึงไม่ฉุกคิดั้แ่วันนั้นนะว่าเขาพูดจาแปลกๆ
เธออ่านแล้วก็ส่งให้ปรินดู ปรินมองหน้าแคททันที
“แคทไปได้มาตอนไหน ทำไมพี่ไม่รู้ ล่ะ”ปรินถามทันที
“ก็ตอนรอเช็คเอ้าท์ที่โรงแรม เขาเดินมาคุยด้วยแล้วก็ให้นามบัตรมา ตอนนั้นก็พูดแปลกๆแต่แคทไม่ได้สนใจ นามบัตรของเขาแคทยังไม่เคยหยิบมาอ่านเลยนี่เป็ครั้งแรก นึกว่าทิ้งไปแล้วเสียอีก”แคทบอก
ส่วนปรินนั้นหน้าบึ้งทันที
“เขาพูดว่าอะไร ที่ว่าแปลก”ปรางถามบ้าง
“เขาว่าเราจะได้เจอกันอีกอย่างแน่นอน ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ได้สนใจคำพูดเขาเลยคิดว่าเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ”แคทหันไปบอกปราง
“แล้วทำไมเราไม่บอกพี่ ว่าเขาให้นามบัตรมา”
ปรินถามเสียงเรียบๆแต่สายตาที่มองมาที่แคทนั้น ดุมากๆ
“ก็ แคทบอกแล้วว่าไม่ได้สนใจ เลยไม่ได้บอกค่ะ”แคทรีบหลบสายตาของปรินที่มองมา
“พ่อคับ ผมว่าให้เขาฟ้องเรียกค่าเสียหายไปเถอะคับ ผมไม่ให้แคทไปทำงานนี้”ปรินหันไปบอกกับพ่อ
“แม่เห็นด้วยนะ เขาไม่น่าไว้ใจแล้วก็เห็นได้ชัดเลยว่า้ามาใกล้ชิดหนูแคท ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า”แม่เห็นด้วยกับปริน
“แล้วหนูแคทจะว่ายังไงล่ะลูก แม่กับปรินเขามีความคิดอย่างนี้ เื่ฟ้องร้องไม่ต้องกังวลพ่อไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ทุกอย่างแล้วแต่หนูเลย”พ่อบอก
แคทมองหน้าพ่อ แม่ และก็ปริน เธอรู้ว่าทุกคนคิดยังไงโดยเฉพาะปริน เขาไม่อยากให้เธอไปใกล้ชิดกับไบรอันหรือแม้แต่ไมเคิล เพราะเขากลัวว่าเธอจะมีความรู้สึกพิเศษกับคนทั้งคู่ แต่เธอไม่กลัวนี่นา ใจของเธอรู้อยู่แล้วว่ามีใครในใจแล้วจะกลัวทำไม
“แคทอยากทำงานนี้ค่ะ”แคทบอก
ทุกคนมองมาที่แคททันที โดยเฉพาะปริน เขาเดินเข้ามาหาแคทแล้วจับมือเธอ
“พ่อแม่คับ ผมขอคุยกับแคทสักเดี๋ยวนะคับ”ปรินจูงมือแคทเดินออกไปที่เฉลียงข้างบ้าน
หน้าของปรินบึ้งเอามากๆ เขายอมรับว่าไม่พอใจมากที่เธอบอกว่าอยากจะทำงานนี้ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าทางนั้น้าอะไร หรือเธอจะชอบไบรอัน ยิ่งคิดปรินก็ยิ่งโมโหและหงุดหงิดมาก
“ทำไมอยากทำงานให้มันมากเลยเหรอ ทั้งๆก็รู้ว่ามันคิดอะไรยังจะไปทำงานให้มันอีก”ปรินพูด
เสียงของเขาแข็งจนเหมือนจะสั่น หน้าบึ้งและตาดุมาก เขามองมาที่แคท มือที่จับมือของเธอบีบแน่นมาก
แคทถอนหายใจเธอรู้ว่าเขาโมโหมาก เพราะอย่างนั้นเธอจะต้องใจเย็น
“พี่ปริน ปล่อยมือแคทก่อนค่ะ แคทเจ็บ”แคทบอก
ปรินจึงรู้ตัวและปล่อยมือเธอ
“พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ แค่โมโห”ปรินบอกเสียงเบาลง
“พี่ปรินฟังแคทนะคะ ที่แคทอยากทำงานนี้ ไม่ใช่ว่าแคทอยากทำงานกับเขา และก็ไม่ได้อยากให้เขาเข้ามาใกล้แคทด้วย แต่ที่แคทอยากทำเพราะเป็งานที่แคทชอบ พี่ปรินก็รู้ อีกอย่างแคทรู้ว่าทุกคนไม่กังวลเื่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย แต่บริษัทจะเสียชื่อมากนะคะเพราะเท่าที่แคทอ่านนามบัตรเขาก็มีชื่อเสียงมากพอควร ถ้าเรามีคดีความกับเขาเื่ยกเลิกงานกลางคัน ต่อไปจะมีใครกล้ามาเซ็นสัญญากับบริษัทเราล่ะคะ” แคทอธิบายถึงเหตุผลให้ปรินฟัง
ปรินเงียบ ที่แคทพูดมาก็ถูกเขาไม่เถียงแต่ว่าเขาหวงและห่วงเธอมากกว่า
“พี่เข้าใจที่แคทพูด แต่ว่าพี่…..”ปรินอ้ำๆอึ้งๆ
แคทอมยิ้มเมื่อเห็นเขาไม่พูดต่อ
“แคทรู้ค่ะว่าพี่ปรินห่วงแคท แต่การไปทำงานแคทไม่ได้ไปคนเดียวนี่คะ มีพวกพี่ๆไปด้วยอีกตั้ง5คน ไม่ต้องห่วงหรอก”แคทบอกยิ้มๆ
“ไม่ใช่แค่ห่วง แต่พี่หวงด้วยเข้าใจมั้ย พี่ไม่ชอบให้ใครมาใกล้ชิดเราทั้งนั้นแหละ”ปรินโพล่งออกมาจนได้
แคทเลยเงียบแล้วหน้าก็เริ่มมีสีระเรื่อขึ้น
“เอาเป็ว่าแคทจะทำก็ได้แต่ พี่จะไปด้วยทุกครั้ง”ปรินพูดต่อ
เมื่อเขาเห็นว่าแคทก้มหน้าและแก้มมีสีออกแดงๆ
“พี่ปรินไม่มั่นใจในตัวเองหรือคะว่าจะจีบแคทได้ ถึงต้องตามไปด้วย”แคทแซวเขายิ้มๆ
“พี่ไม่ไว้ใจคนที่เข้ามาหาเราต่างหาก ไม่รู้ ล่ะถ้าเราจะทำงานนี้ก็ต้องเอาอย่างที่พี่พูด”ปรินบอก
“ก็ตามใจค่ะ ถ้ามันจะทำให้ทุกคนสบายใจ”แคทบอก
ปรินกับแคทเดินกลับเข้าไปในห้องรับแขก ทุกคนกำลังรอฟังอยู่ ปรินเป็คนพูดให้ทุกคนฟังเองว่าตกลงแคทกับทีมจะลงไปทำงานที่เวียดนามตามที่ทางนั้นเรียกร้อง แล้วเขาก็บอกถึงเหตุผลที่แคทบอกกับเขาให้ทุกคนฟัง ทุกคนก็เห็นด้วยกับเหตุผลของแคทและปรินก็บอกถึงข้อแม้ของเขาให้ทุกคนฟังเหมือนกันว่าทำไมเขายอมตกลง
แม่กับพ่อ และทุกคนพากันหัวเราะเมื่อได้ฟังข้อแม้ของเขา
“จะตามไปเฝ้าน้องก็บอก ไม่ต้องมาหาข้ออ้างหรอก”แม่แซวปริน
“หรือแม่ไม่ห่วงล่ะคับ”ปรินย้อนถามแม่
“แม่ต้องห่วงสิ ก็ลูกสาวของแม่”แม่บอกแล้วหันไปกอดแคท
“เมื่อตกลงกันได้แล้ว พรุ่งนี้ก็ให้ลินดาโทรไปบอกทางโน้นด้วยนะ จะได้รู้ว่าเราพร้อมที่จะรับผิดชอบ”พ่อบอกกับปริน
“คับพ่อ”ปรินบอก
“แคท แล้วจะไหวเหรอ สองงานชนกันเลยนะ”ปรางถาม
“นั่นสิลูก ไหวแน่เหรอ แล้วเื่เรียนอีก”พ่อหันมาถามแคท
“ไหวค่ะพ่อ ทางสิงคโปร์แคทกับพี่ๆไปจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ตอนที่ไปทำจริงๆก็คงจะให้พี่อามกับพี่โมทไปอยู่คุมที่นั่นเลย ส่วนแคทกับพี่ปรีชา พี่บีม พี่แจ๊คก็จะไปดูบ้าง ถ้ามีอะไรก็คุยกันทางบล็อคได้ ส่วนเื่เรียนก็ไม่มีอะไรมากค่ะแคทแค่ไม่ขาดเรียนจนเกินที่กำหนดก็จบแน่ๆค่ะ”แคทบอก
“ส่วนงานที่เวียดนาม พรุ่งนี้พี่จะให้ทีมของฟ้าโอนงานให้พี่ปรีชาเลย แคทจะบอกเองหรือให้พี่บอกล่ะ”ปรินถาม
“พี่ปรินบอกสิคะ เป็บอสก็สั่งงานไปเลย เดี๋ยวพี่ปรีชาก็ส่งเข้ามาในบล็อคเองแหละค่ะ”แคทบอกยิ้มๆ
“พ่อต้องขอบใจหนูแคทอีกครั้งนะที่เข้ามาช่วยบริษัทอีกครั้ง พ่อหนูจะโกรธมั้ยเนี่ยที่ให้ลูกสาวเขาทำงานมากอย่างนี้”พ่อบอก
“ไม่เป็ไรค่ะ หนูก็เป็พนักงานกินเงินเดือนของบริษัทนะคะ ส่วนพ่อหนูไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พ่อเขารู้จักหนูดี”แคทบอก
เธอยิ้มให้พ่อกับแม่
“จบเื่แล้ว หนูแคทกลับมาเหนื่อยๆนอนเล่นที่บ้านแม่ก่อนมั้ยลูก”แม่หันมาถามแคท
“หนูว่าจะขอตัวกลับบ้านเลยค่ะ พอดีพรุ่งนี้หนูมีสอบ”แคทบอก
“ยังไม่ให้กลับ อยู่ที่นี่ก่อนนะ ชั้นมีเื่เรียนที่ไม่เข้าใจจะถามเยอะมากเลย ถ้าไม่ช่วยชั้นรับรองมีF แน่ๆ”ปรางพูด
เธอเดินเข้าไปกอดแขนแคท
“จ้าๆได้ งั้นไปเอาหนังสือมาเลย”แคทเอาแขนไปกอดปรางแล้วพูด
“ยายปราง หนูแคทมาเหนื่อยๆนะจะไม่ให้พักบ้างเลยเหรอลูก”แม่หันไปบ่นปรางแต่ไม่จริงจังนัก
“ไม่เป็ไรค่ะแม่ ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย”แคทบอก
“งั้นก็พากันไปนั่งที่เฉลียงก็แล้วกัน เดี๋ยวแม่ให้เด็กๆมันยกของว่างไปให้”แม่บอก
“ขอบคุณค่ะ”แคทบอก
แคท มายด์ ปริน ชยากับเอกเดินออกไปนั่งที่เฉลียงส่วนปรางไปหยิบหนังสือ
แคทนั่งติวให้ปรางกับมายด์จนเย็น แม่เรียกให้กินข้าวนั่นแหละถึงได้หยุดติว พอกินข้าวแล้วปรินก็ขับรถไปส่งแคท ปรางไม่ไปบอกขออ่านหนังสือต่อ ส่วนมายด์เอกขับรถไปส่ง
“หลับไปก่อนก็ได้นะ ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวพี่ปลุก”ปรินบอกแคท
เขาเห็นว่าเธอน่าจะเพลียจากการเดินทาง
“ไม่เป็ไรค่ะ แคทไม่ง่วง จริงๆให้แคทมากับมายด์และพี่เอกก็ได้ พี่ปรินจะได้พักผ่อน เมื่อคืนได้นอนบ้างหรือป่าวคะ”แคทถาม
เธอสังเกตุว่าเขาหน้าตาเหมือนคนอดนอน
“นอนนะ แต่มันไม่ค่อยหลับ มัวแต่คิดเื่ของเรานั่นแหละ”ปรินบอกแล้วมองแคท
“แล้วขากลับจะขับรถคนเดียวได้หรือคะ ปรางก็ไม่ได้มาเป็เพื่อนด้วย เกิดหลับไปจะทำยังไงล่ะคะ”แคทบอกด้วยสีหน้าเป็ห่วง
“ขับกลับได้ ไหวคับ พี่ไม่ได้อดนอนขนาดนั้น แต่พี่ดีใจนะที่แคทเป็ห่วงพี่”ปรินพูดแล้วยิ้ม
“ก็พี่ปรินเป็ทั้งพี่ชายเพื่อน เป็ทั้งบอสจะไม่ให้ห่วงได้ไงล่ะคะ”แคทบอกแต่ไม่มองหน้าเขา
“เป็อย่างอื่นด้วยได้มั้ย นอกจากพี่ชายกับบอสอ่ะ”ปรินถามยิ้มๆ
“เป็แค่นั้นไปก่อนเถอะค่ะ”แคทบอกแต่หน้าออกแดง
เธอไม่หันมามองปรินด้วย
ปรินยิ้มแค่นี้เขาก็มีความสุขแล้วแต่จะสุขมากกว่านี้ถ้าเธอยอมรับให้เขาเป็แฟน
วันรุ่งขึ้นแคท ปราง มายด์ไปสอบที่มหาลัย ตอนเที่ยงปรีชาส่งงานของโรงแรมที่เวียดนามเข้ามาในบล็อค
วันนี้แคทเอาแม็คบุ๊คมาด้วยเพราะเธอรู้ว่าปรีชาจะต้องส่งงานเข้ามาให้ดู
แคทเปิดดูทั้งในส่วนของภาพ รูปแบบที่จะตกแต่ง และสัญญาทุกอย่าง เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วก็ส่งข้อความเข้าบล็อคให้ปรีชาและคนอื่นในทีมรู้ว่าจะต้องทำยังไงบ้าง
การสอบผ่านไปแล้ววันนี้เป็วันเสาร์แคทกับปรินเข้าบริษัทตามปกติ
แคทเข้าประชุมกับปรีชาและทุกคนในทีมที่ห้องของปรินเพื่อคุยเื่โรงแรมที่เวียดนาม
เมื่อประชุมแล้วก็ตกลงว่าเธอและทีมทั้งหมดจะไปเวียดนามเพื่อดูรายละเอียดและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเช้าวันเสาร์หน้า ซึ่งการไปครั้งนี้เธอบอกว่าไม่ต้องแจ้งไปบอกทางเวียดนามว่าจะไป เหตุผลคือเธออยากรู้ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้นจริงหรือป่าว
ตอนบ่ายแคทถือแม็คบุ๊คออกมานั่งทำงานที่ระเบียง เธอนั่งดูรายละเอียดของสัญญาจ้างงานที่ทีมของฟ้าได้ทำไว้กับคนงานที่นั่น และรวมถึงของที่จะใช้ตกแต่ง
“ต้องมานั่งแก้ปัญหาที่คนอื่นทำไว้ เครียดหรือป่าว”ปรินถาม
เขาเดินมายืนดูอยู่ข้างหลังเธอสักพักแล้ว
“ก็ไม่เท่าไหร่ค่ะ ต้องลงไปดูถึงจะรู้ ว่าหนักหรือป่าว”แคทแหงนหน้ามาบอก
ปรินก้มมองแล้วจ้องเธอ
แคทเห็นเขาจ้องลงมาก็เลยก้มหน้าลงมองแม็คบุ๊คต่อ โดนเขาจ้องมองทีไรทำเธอเขินทุกที
ปรินจ้องเพราะตอนที่เธอแหงนหน้ามามองเขามันทำให้เขาอยากก้มลงไปจูบเธอจริงๆ
“แล้วที่เราดูคร่าวๆคิดว่าจะทำยังไงล่ะ”ปรินถามกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเอง
เขาเดินไปนั่งข้างหน้าเธอ
“อย่างแรกก็ต้องเอางานทุกอย่างที่ให้ทางนั้นรับผิดชอบกลับมาทำเองทั้งหมด เื่คนงานก็ให้พี่บีมกับพี่อามจัดการคัดสรรต์ เื่ค่าใช้จ่ายต่างๆให้พี่โมทรับผิดชอบไป ส่วนเื่ของที่ใช้ตกแต่งพี่ปรีชากับพี่แจ๊คจะเป็คนเช็คทั้งหมด”แคทบอกถึงวิธีที่เธอกับพี่ๆตกลงกันไว้
“แล้วแคทรับผิดชอบอะไรล่ะ”ปรินถาม
“พวกพี่ๆให้แคทเป็คนตรวจดูห้องที่ตกแต่งไปแล้วแต่ไม่ตรงตามแบบว่าจะแก้ยังไงให้ได้ตามแบบแค่นั้น พี่ๆไม่ยอมให้แคทรับผิดชอบงานอย่างอื่นเลยจะช่วยเื่ไหนก็ไม่มีใครยอม”แคทบอกหน้างอๆ
“ดีแล้วล่ะ แคทต้องเรียนแล้วยังงานที่สิงคโปร์อีก แล้วนี่ต้องลงไปทำงานที่สิงคโปร์กันเมื่อไหร่ล่ะ”ปรินถาม
“ต้นเดือนหน้าค่ะ ทำสัญญาจ้างคนงานที่นั่นไว้แล้ว แต่พี่ๆบอกให้แคทมีหน้าที่แค่ลงไปตรวจความเรียบร้อยเท่านั้น แต่หลักๆเลยให้พี่อามกับพี่โมทดูแลค่ะ”แคทบอก
“แคทนี่แบ่งงานเป็ระบบดีนะ ทำให้ง่ายต่อการดูแลเป็หัวหน้าคนได้ดีนะเราน่ะ”ปรินชมอย่างจริงจัง
“ได้ทีมดีค่ะ พี่ๆเขารู้งานกันอยู่แล้ว จริงๆแล้ววันเสาร์หน้าพี่ปรินไม่ต้องไปด้วยก็ได้นะคะ เพราะว่ามันไม่ได้มีอะไร แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าแคทจะลงไปที่นั่นด้วย อีกอย่างไปค้างแค่คืนเดียวเอง”แคทพูด
เธอมองหน้าปริน
“ขอพี่คิดดูก่อนแล้วกัน แต่พี่ห่วงเรานะไม่อยากปล่อยให้ไปไกลคนเดียวเลย”ปรินบอก
“ไม่ใช่คนเดียวค่ะ มีพี่ๆไปด้วยตั้ง5คน ไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอกค่ะ ดูแต่ละคนสิคะหุ่นเป็นักกีฬาทั้งนั้น”แคทบอกยิ้มๆ
“ก็ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ และเราต้องทำเหมือนที่ไปสิงคโปร์ ห้ามลืมเด็ดขาด”ปรินกำชับ
“ได้ค่ะ จะไม่ทำให้เป็ห่วงค่ะ”แคทบอกแล้วยิ้ม
ผลการสอบออกมาแล้วแคทได้ท็อปทุกวิชาเหมือนเดิม ส่วนปรางกับมายด์ได้คะแนนดีเหมือนกัน
เช้ามืดวันเสาร์ปรินขับรถมารับแคทที่บ้านป้ามลเพื่อไปส่งที่สนามบิน ปรีชากับคนอื่นๆมารออยู่แล้ว ปรินกำชับให้ทุกคนดูแลแคทแทนเขาด้วย และบอกแคทว่าอย่าลืมทำตามที่เขาบอก ปรินยืนมองแคทจนกระทั่งเธอเดินหายไปจากสายตา
แคทแต่งตัวทะมัดทะแมงเหมือนเดิม ผมรวบสูง ปรินสังเกตุว่าเธอจะไม่ค่อยปล่อยผมถ้าเขาไม่ได้ไปด้วย เธอคงจะรู้ว่าเขาจะไม่สบายใจถ้าเธอทำแบบนั้นหลังจากส่งแคทแล้วปรินก็ไปบริษัทเพี่อทำงานต่อ
แคทกับปรีชาและพี่ๆถึงเวียดนามตอนสายๆมีรถของโรงแรมที่พักมารอรับ แคทบอกให้รถไปส่งที่โรงแรมที่เธอจะทำงานก่อน เธอไม่ลืมที่จะโทรบอกปรินว่าเธอถึงเวียดนามแล้วและกำลังจะไปที่โรงแรมที่พวกเธอต้องทำงาน แล้วแคทก็วางสาย พอดีรถก็จอดที่โรงแรมที่พวกเธอต้องมาทำงาน แต่ที่หน้าโรงแรมมีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังมุงดูอะไรกันอยู่ แล้วก็มีตำรวจมาคอยกันคนไม่ให้เข้าไปด้านใน
ปรีชากับพี่ๆบอกให้แคทรออยู่ที่รถก่อน พวกเขาจะเข้าไปดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอปรีชากับพี่ๆเดินเข้าไปได้สักแป๊บเดียว แคทก็เดินตามเข้าไปเช่นกัน เธอเดินเข้าไปอยู่อีกด้านกับที่พวกปรีชายืนอยู่ แคทมองข้ามไหล่ของตำรวจที่ยืนกันคนนอกไม่ให้เข้าไปด้านใน
แคทมองเห็นกลุ่มคนงานชายอายุประมาณ25-40ปีรวมตัวกันยืนประท้วงอยู่ประมาณ20-30คน โดยกลุ่มคนงานได้มีการเรียกร้องให้มีคนมาช่วยดูแลถ้าจะมีการเลิกจ้างเพราะพวกเขารู้มาว่ามีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานใหม่ และให้จ่ายค่าชดเชยตามสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้
แคทเห็นว่ามีคนเข้าไปพูดจากับทางคนงานหลายคนแต่ก็ตกลงกันไม่ได้ แถมพวกคนงานยังจะเข้ามาทำร้ายทำให้ตำรวจต้องออกมาช่วยกันคนออกไป
แคทเห็นอย่างนั้นจึงเดินเข้าไปที่ตำรวจทันที เธอคุยกับตำรวจและเอาเอกสารการเป็พนักงานของบริษัทให้ดูเพื่อที่เธอจะเข้าไปเจรจากับคนงานเอง
ปรีชา บีม โมท แจ๊คและอามหันไปเห็นแคทเดินเข้าไปที่ตำรวจแล้วหันมามองหน้ากันอย่างใ ปรีชาและคนอื่นๆรีบเดินเข้าไปหาแคททันที ปรีชาเดินไปทันก่อนที่ตำรวจจะปล่อยให้แคทเข้าไปข้างใน
“แคท จะทำอะไร”ปรีชาเรียก
แคทหันกลับมาพอเห็นว่าเป็ปรีชากับพี่ๆจึงพยักหน้าให้กับตำรวจที่กักตัวปรีชากับคนอื่นๆไว้
“แคทจะเข้าไปเจรจากับพวกเขาเองค่ะพี่ๆ”แคทเดินมาหาทุกคนแล้วพูด
“ไม่ได้ มันอันตรายพวกเขาไม่ฟังหรอก และอีกอย่างถ้าจะมีใครเข้าไปก็ต้องเป็พวกพี่ไม่ใช่แคท”ปรีชาบอก
“ให้แคทเข้าไปเถอะค่ะแคทเป็หัวหน้าทีมนะคะ พวกเขาไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอก แล้วอีกอย่างเหตุการณ์อย่างนี้แคทเคยเจอมาบ่อยแล้วค่ะตอนที่อยู่บ้าน พวกพี่ยังไม่รู้ น่ะสิคะ แคทน่ะปราบเด็กวัยรุ่นแถวบ้านมานับไม่ถ้วนแล้ว แค่นี้ไม่มีปัญหาค่ะ”แคทบอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“ถ้าแคทจะเข้าไปจริงๆ พวกพี่จะเข้าไปด้วย เผื่อเกิดอะไรขึ้น แล้วอีกอย่างถ้าบอสรู้เอาพวกพี่ตายแน่ๆ”ปรีชาบอก
พี่ๆที่เหลือพากันพยักหน้าเห็นด้วย
“ ก็ได้ค่ะ แต่ให้แคทเป็คนพูดเองนะคะ”แคทบอก
เธอเดินไปเอาโทรโข่งที่ตำรวจเดินถือมาส่งให้ แล้วก็เดินเข้าไปหากลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมกับปรีชาและพี่ๆคนอื่น
ที่บริษัท
หลังจากที่วางสายจากแคทแล้วปรินก็อ่านเอกสารที่โต๊ะต่อ
ก๊อก ก๊อก มีเสียงเคาะประตูแล้วลินดาก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน
“บอสคะ เกิดเื่ที่โรงแรมที่เวียดนามค่ะ”ลินดาบอก
ปรินเงยหน้าจากเอกสารทันที
“เกิดอะไรขึ้น”ปรินถามเสียงร้อนรน
“คนของเราที่นั่นโทรมาบอกว่า มีกลุ่มคนงานชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้มีคนมารับผิดชอบถ้าเกิดว่าพวกเขาต้องถูกเลิกจ้าง และให้จ่ายค่าตอบแทนตามสัญญาจ้าง หากมีการเปลี่ยนคนรับผิดชอบงานใหม่”ลินดารีบบอก
เธอรู้ว่ากลุ่มของแคทไปที่นั่นจึงเป็ห่วง
ปรินใมาก เขาจะทำยังไง เมื่อกี้แคทบอกว่าเธอกำลังไปที่โรงแรมนั่นด้วย
ปรินรีบหยิบมือถือมาโทรหาแคทกับปรีชาแต่ไม่มีใครรับสายของเขา มันยิ่งทำให้เขาร้อนใจมากขึ้นไปอีก
“ตาปริน รู้ข่าวหรือยัง”พ่อเปิดประตูเข้ามาแล้วถามปรินทันที
“ลินดาบอกแล้วคับ จะทำยังไงกันดีคับ เมื่อกี้แคทโทรมาบอกว่ากำลังไปที่นั่น แล้วนี่ผมก็โทรหาแคทกับพี่ปรีชาแล้วแต่ไม่มีใครรับสายเลย”ปรินบอก
เขาเดินไปเดินมาอย่างเป็กังวลมาก
“พี่ลินดาคะ เปิดทีวีค่ะโรงแรมที่เราตกแต่งที่เวียดนามมีคนชุมนุมประท้วงกันแล้วเขามีการถ่ายทอดสดอยู่ค่ะ”พนักงานที่ทำงานหน้าห้องเปิดประตูเข้ามาบอก
พ่อพยักหน้าให้ ลินดาจึงเดินไปเปิดทีวีที่ตั้งอยู่หน้าโซฟา พอทีวีเปิดลินดาก็กดหาช่องที่ถ่ายทอดสด
เมื่อกดเจอภาพที่เห็นคือ แคทกำลังใช้โทรโข่งยืนพูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่โดยด้านข้างมีปรีชา บีม อาม โมทและแจ็คยืนขนาบรอบๆตัวเธอ
ปริน พ่อ และลินดามองทีวีกันโดยไม่มีใครพูดอะไร ทีวีถ่ายภาพแคทที่ยืนพูดอยู่ท่ามกลางคนงานที่มาชุมนุม แล้วสักพักท่าทีของกลุ่มคนที่มาชุมนุมก็เปลี่ยนไปพวกเขาสงบและรับฟังในสิ่งที่เธอพูด แล้วก็มีคนงานชายที่น่าจะเป็แกนนำก็เดินตรงมาที่แคท เขาเดินมายืนที่หน้าแคท สักพักก็ยื่นมือมาให้ตรงหน้าแคท
ปรินเห็นว่าแคทพูดอะไรกับคนงานคนนั้นแล้วปรีชาก็เป็คนจับมือแทน แล้วหลังจากนั้นกลุ่มคนที่ชุมนุมก็พากันกลับเข้าไปที่ด้านในของโรงแรม นักข่าวพากันชื่นชมแคทที่เธอสามารถเกลี้ยกล่อมผู้ชุมนุมให้สลายการชุมนุมได้อย่างที่ไม่มีใครได้รับาเ็ มีนักข่าวเดินเข้าไปจะสัมภาษท์เธอแต่แคทเดินเลี่ยงเข้าไปในโรงแรมโดยมีปรีชากับคนอื่นเดินตามเป็เกราะให้
ปริน พ่อและลินดาถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ลินดา จองตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามให้ผมด่วนเลย”ปรินหันหน้ามาบอกลินดา
ยังไงเขาก็ต้องไปเธอทำให้เขาแทบจะหยุดหายใจ ทำไมถึงได้กล้าบ้าบิ่นอย่างนี้มีอย่างที่ไหนไปเจรจากับคนงานที่เป็ชายล้วนๆ30คนทั้งๆที่เธอเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียว
“ค่ะ บอส”ลินดาบอกแล้วเดินออกจากห้องไป
“ตาปริน ไปก็ดีลูก ดูแลหนูแคทให้ดีๆแล้วมีข่าวออกไปอย่างนี้ พ่อแม่เขารู้จะไม่ว่าเอาเหรอที่ให้ลูกสาวเขาไปทำงานในที่อันตรายแบบนั้น”พ่อบอกแล้วถอนหายใจ
“ผมไม่น่าปล่อยให้ไปกันเองเลย งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนนะคับพ่อ”ปรินบอก
“ไปเถอะลูก ไม่รู้ว่าแม่เราเขาเห็นข่าวหรือป่าว ถ้าเห็นล่ะก็เป็เื่อีกแน่”
พ่อหันไปบอกปรินแล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงาน
ที่เวียดนาม
หลังจากที่แคทเจรจาตกลงกับคนที่มาชุมนุมแล้วก็เดินเข้ามาในโรงแรม เธอบอกกับคนงานที่มาชุมนุมว่า เธอเป็คนที่จะมารับผิดชอบงานต่อจากคนก่อน เธอจะไม่เลิกจ้างใครจนกว่าจะหมดสัญญาที่ทุกคนได้ทำไว้ แต่ทุกคนจะต้องมาลงชื่อและนำสัญญาจ้างที่ได้ทำไว้มาให้บีมทำทะเบียนคนงาน และต่อจากนี้ทุกคนจะต้องทำงานตามที่เธอและคนในทีมบอกเท่านั้น และถ้าใครไม่อยากทำงานต่อก็ให้มาลงชื่อที่แจ๊ค แล้วเธอจะจ่ายค่าชดเชยให้ตามสัญญาที่เขียนไว้ คนงานส่วนใหญ่พร้อมที่จะทำงานต่อและยอมรับในข้อตกลงที่แคทบอก ดังนั้นคนงานจึงกลับเข้าไปทำงานต่อ
เมื่อเข้ามาด้านในโรงแรม แคทเรียกประชุมคนงานทุกคนที่จะทำงานต่อ เธอแบ่งคนงานออกเป็ส่วนๆ ส่วนหนึ่งเริ่มงานตกแต่งของใหม่ ส่วนหนึ่งให้ไปรื้อสิ่งที่ทำผิดแบบออก อีกส่วนหนึ่งเก็บสิ่งที่ไม่จำเป็ต้องใช้และของตกแต่งที่ผิดแบบไปรวมไว้ที่หนึ่ง โดยเธอได้แต่งตั้งคนคุมงานของแต่ละส่วน แล้วถ้าใครมีปัญหาอะไรให้บอกกับปรีชาได้เลย
หลังจากประชุมเสร็จคนงานก็แยกย้ายกันไปทำงาน แคทกับปรีชาเดินสำรวจโรงแรมและห้องต่างๆ แคทจดรายละเอียดที่ต้องปรับเปลี่ยนลงในกระดาษก่อนแล้วเธอจะเอาไปลงบล็อคเมื่อถึงที่พัก
ตอนบ่ายหลังจากที่ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วแคท ปรีชา บีม โมท อามกับแจ๊คก็ออกมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารแถวนั้น
“บอสโทรหาผมตั้งหลายสาย สงสัยตอนที่ยืนคุยกับคนที่มาชุมนุมอยู่เลยไม่ได้ยิน”ปรีชาบอกเมื่อเขาหยิบมือถือมาดู
“ของแคทก็เหมือนกันค่ะหลายสายเลย เอายังไงดีคะพี่ปรีชา”แคทบอก
เธอทำหน้าแปลกใจเพราะมัวแต่ยุ่งๆก็เลยเพิ่งหยิบมือถือมาดู เวลาที่เขาโทรมาเป็ตอนที่เธอกำลังเจรจรากับคนที่มาชุมนุมและเธอปิดเสียงไว้ เขามีอะไรหรือป่าวถึงได้โทรมาหาทั้งเธอและพี่ปรีชา
“เดี๋ยวพี่ลองโทรกลับไปถามก่อนดีกว่านะ”ปรีชาบอก
“ดีค่ะพี่ แต่ไม่ต้องบอกเื่เมื่อเช้าหรอกนะคะ เดี๋ยวจะเป็ห่วงป่าวๆ”แคทพยักหน้าแล้วบอกปรีชา
ปรีชากดมือถือโทรหาปริน
“คับ บอสมีอะไรหรือป่าวคับ พอดีผมปิดเสียงโทรศัพท์ ตอนนี้กินข้าวกันอยู่ที่ร้านอาหารหน้าโรงแรมที่ทำงานคับ อยู่คับ คับ”ปรีชาวางสายแต่ทำหน้าแปลกใจ
“มีอะไรคับพี่ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”บีมถาม
“บอสกำลังมาที่นี่ ใกล้จะถึงแล้วด้วย”ปรีชาบอก
“หา!”
ทุกคนอุทานพร้อมกัน