บ่วงบทกวี
_____
" สิ้นบทร้อยกรองของกวีผู้มีรัก
เคยสลักวรรคทองทำนองฝัน
จำลาโลกโศกเศร้าใต้เงาจันทร์
ต้องโทษทัณฑ์น่ารันทดให้จดจำ "
_____
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นราวกับห้วงผืนฟ้าจะถล่ม
ทันใดเสียงฝนเทกระหน่ำก็ตามลงมา
พากลบเสียงงานเลี้ยงจนหมดสิ้น
โสตประสาทหูได้ยินเพียงเสียงน้ำกระทบกับหลังคา บ้านเรือนไทยยกพื้นสูง ในห้องทำงานชั้นบนของศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์คนใหม่ ปรากฎร่างนักศึกษา สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปี2 กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ของบทกวีที่เขาเปิดอ่านจาก สมุดข่อยโบราณ สลักชื่อผู้เขียน นามว่า
" หลวงสุนทรวิสาร
พุทธศักราช ๒๓๖๐ "
ดวงตาคมคายที่เคยสดใส หม่นหมองลงไปทันใดนั้น ความร้อนผ่าวบังเกิดขึ้นในดวงตา น้ำตาเอ่อคลอพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ หัวใจเต้นแรงระทึกหนักขึ้น
บทกวีนั้น . . .
ช่างเหมือนกับเสียงที่เขาแว่วหูมาตลอด 20 ปี
ราว กับ เป็ บท กวี เดียว กัน
ยามใดที่เขาเหม่อลอย ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ เสียงขับกล่อมบทกวีเหล่านี้ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา มาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลเอ่อ และไม่เคยจะควบคุมมันได้เสียที
"กานต์กวี"
สมุดข่อยโบราณเล่มนี้ถูกสลักปักชื่อที่หน้าปกไว้ว่า "กานต์กวี"และมันก็คือชื่อของเขา ชื่อของชายหนุ่มที่กำลังหลงอยู่ในห้วงภวังค์ของบทกวีเล่มนี้. . .
"กานต์กวี โชตินวจินดา"
ลมหายใจค่อยๆ ถี่หอบขึ้นราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจ ออกซิเจนในห้วงปอดค่อยๆ ลดน้อยลงไปชั่วขณะ
สายตาเริ่มพร่ามัวมองอะไรไม่เห็นชัด ไม่รู้ว่าเป็เพราะหยดน้ำตาที่ปกคลุมไว้ หรือเพราะอาการหน้ามืดคล้ายจะหมดสติกันแน่
สิ่งของรอบกายกำลังลอยหมุนเคว้งคว้าง ร่างกายเหมือนลอยอยู่ในอากาศโดยไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วงของโลก ก่อนม่านดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ลมหายใจค่อยๆแ่เบา ลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังจมดิ่งลงไปใต้ผืนน้ำเสียอย่างนั้น
ทันใด ภาพภวังค์ก็ปรากฎ ร่างชายหนุ่ม 2 คน กำลังจมดิ่งลงสู่ผืนน้ำที่เชี่ยวกราก ไม่แสดงอาการตะเกียกตะกายใดๆ ราวกับทั้งสองได้หมดลมหายใจและตายจากกันไปเสียแล้ว . . .
ภาพทุกอย่างค่อยๆคลาย กลายเป็สีดำสนิท ทุกโสตประสาทหยุดทำงาน
เขา ผู้ไม่รับรู้สิ่งใดบนโลกนี้อีกแล้ว . . .
" กานต์กวี มีมนต์ บันดลให้
ชี้ชะตา พากลับไป ดั่งใจฝัน
กลับไปแก้ แด่อดีต ที่ผูกพัน
อีกฝั่งนั้น อธิษฐาน นับวันรอ "
___________
โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป
#บ่วงบทกวี
เป็มือใหม่ขอภัยหากใช้คำผิดพลาดไปครับ
นิยายเื่แรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ