สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 136 แสร้งป่วยเรียกค่าเสียหาย

            หลี่ต้าเหนียงหันหน้าไปทางฝูงชน

            "พ่อแม่พี่น้องชาวบ้านร้านค้าในตลาดทั้งหลายหญิงชราอย่างข้าก่อนหน้านี้ไอเป็นเลือด เกือบจะตายไปแล้ว แม้แต่ตายังมองอะไรไม่เห็นเป็นท่านหมอหมิงนี่แหละที่รักษาข้า จนตอนนี้หูตาสว่างสดใส ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านหมอหมิง!"

            หมิงเป่าจูถึงกับนิ่งอึ้งไม่คิดว่าหลี่ต้าเหนียงจะรู้ข่าวว่านางเปิดร้าน แล้วยังมาช่วยยืนยันตัวตนให้อีกด้วยกระแสอุ่นระลอกหนึ่งอาบซ่านอยู่ในหัวใจ

            "ขอบคุณมากเจ้าค่ะท่านป้า"

            "เด็กโง่ขอบคุณข้าทำไม ข้าแค่พูดความจริง คนที่ควรขอบคุณคือข้าต่างหากเล่า!"

            หลี่ต้าเหนียงพูดพลางถอยหลังหนึ่งก้าวค้อมกายคารวะหมิงเป่าจู หมิงเป่าจูไหนเลยจะรับไหว รีบประคองนางขึ้นมาทันที

            "พาท่านป้าเข้าไปนั่งพักข้างในก่อนเถิด"หมิงเป่าจูกล่าวกับอู๋ซิ่วไฉ

            แม้ร่างกายของหลี่ต้าเหนียงจะแข็งแรงขึ้นมากแต่อย่างไรเสียก็อายุมากแล้ว ไม่อาจให้นางยืนอยู่ข้างนอกได้

            อู๋ซิ่วไฉทราบดีในจุดนี้จึงประคองมารดาเข้าไปในร้าน

            ขณะก้าวเท้าผ่านธรณีประตูอู๋ซิ่วไฉรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบและทรงพลังคู่หนึ่งที่จ้องมองมา

            เขาหันไปมอง ปรากฏว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งกำลังจ้องมองตนเองไม่วางตา แม้จะสบตากันแล้วก็ไม่หลบสายตา เผยความเป็นปรปักษ์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง

            อู๋ซิ่วไฉนิ่งอึ้งเท้าชะงักไปครู่หนึ่ง

            "เป็นอะไรไปรึ"หลี่ต้าเหนียงเอ่ยถาม

            "ไม่มีอะไรขอรับท่านแม่"

            หลังตอบมารดาแล้วอู๋ซิ่วไฉถึงประคองนางเดินเข้าไปข้างใน สายตาอึมครึมที่แผ่รังสีเย็นเยียบชวนขนลุกข้างกายจึงค่อยๆถูกรั้งกลับไป

            คำพูดที่จริงใจของหลี่ต้าเหนียงไม่ทำให้ฝูงชนที่มุงดูเกิดความหวั่นไหวแม้แต่น้อย

            "จริงหรือหลอกกันเล่นหรือเปล่า เด็กอายุแค่นี้วิชาแพทย์จะเก่งกาจได้ขนาดนั้นเชียว?"

            "ข้ารู้จักคนผู้นี้ก่อนหน้านี้ป่วยหนักจริงๆ ดูเหมือนว่าจะหายดีแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่านางรักษาจริงหรือเปล่า!"

            แม้จะมีบางคนที่จำหลี่ต้าเหนียงได้แต่ก็ยังคงลังเลใจ เกรงว่าจะเป็นคนที่หมิงเป่าจูจ้างมาตบตา

            "หากไม่สบายใจเชิญเข้ามาลองดูได้ ไม่คิดค่าตรวจอยู่แล้ว หากข้าพูดไม่ถูกต้อง ท่านก็แค่เดินออกไปหาผู้ที่มีวิชาความรู้สูงส่งกว่า!"

            เมื่อเกิดความเคลือบแคลงสงสัยก็ต้องทดลองถึงจะได้คำตอบมัวแต่จ้องมองอยู่เฉยๆ คงไม่มีวันรู้ความจริงตลอดไป ไฉนแม้แต่จิตวิญญาณของการแสวงหาความจริงคนเหล่านี้ก็ยังไม่มีสักนิด

            ทันใดนั้น มีคนสองคนวิ่งฝ่าฝูงชนออกมาเป็นสตรีวัยกลางคนกำลังประคองบุรุษผู้หนึ่ง เดินมาหยุดอยู่หน้าร้าน

            ทั้งสองยืนนิ่งอยู่ที่บันไดหน้าร้านกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่หมิงเป่าจู สตรีผู้นั้นเปิดปากด่าทอทันที

            "ทุกคนดูสิ!คนผู้นี้แหละ! จ่ายยาผิด จนสามีข้ากินยาจนทรุดหนัก!"

            สตรีออกเรือนแล้วผู้นั้นยื่นแขนชี้มือมาทางหมิงเป่าจูน้ำเสียงแหลมสูง สั่นเครือเจือแววสะอื้นไห้

            "สะใภ้ท่านนี้ข้าไม่เคยรู้จักท่าน ยิ่งไม่เคยพบพี่ชายท่านนี้มาก่อน ท่านจำคนผิดแล้วหรือไม่"หมิงเป่าจูมุ่นคิ้วถอยหลังก้าวหนึ่ง พลางเอ่ยอย่างใจเย็น

            "จำคนผิด?พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายฟังให้ดี! นางคิดจะปัดความรับผิดชอบ ไม่ยอมรับใช่หรือไม่!"สตรีผู้นั้นร้องไห้คร่ำครวญ พลางตบต้นขาของตนเอง

            "สามีข้าช่วงก่อนก็ไอเป็นเลือด ได้ยินว่าท่านหมอหมิงรักษาหลี่ต้าเหนียงหาย จึงตั้งใจมาหาเพื่อขอความช่วยเหลือใครจะไปรู้ว่ากินยาที่นางจ่ายไปได้ไม่กี่วัน อาการกลับยิ่งทรุดหนัก ตอนนี้ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกแล้ว!"

            ทุกคนต่างมองไปที่บุรุษที่อยู่ข้างกายสตรีผู้นั้นใบหน้าซีดเซียวลมหายใจรวยริน มือข้างหนึ่งปิดปากไอไม่หยุด จนกระอักเลือดออกมาคำโต

            "เห็นหรือไม่!ข้าว่าแล้ว เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะไปรักษาโรคอะไรได้ เหลวไหลสิ้นดี!"

            "นี่มันไม่ต่างอะไรกับการเห็นชีวิตคนเป็นผักปลาแล้วต่อไปสามีภรรยาคู่นี้จะอยู่กันอย่างไร"

            "ใช่แล้วเมื่อครู่ข้าเกือบจะหลงเชื่อนาง โชคดีที่ยังทันได้เข้าไป"

            เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบทิศในเวลานี้มิได้เข้าหูหมิงเป่าจูเลย

            ไม่เพียงแค่พวกเขาที่กำลังมองหมิงเป่าจูเองก็กำลังสังเกตอยู่เช่นกัน อาการซีดของชายผู้นี้ หาใช่สีผิวที่ขาวซีดเองโดยธรรมชาติแต่เกิดจากการเสียเลือดมากจนผิวหนังสูญเสียเลือดไปหล่อเลี้ยง

            สีผิวเดิมของเขานั้นออกคล้ำบัดนี้กลับกลายเป็นคล้ำปนขาวขุ่นราวกับไอหมอก เห็นได้ชัดว่าป่วยหนัก เหมือนจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ

            แขนขาอ่อนแรง น้ำหนักแทบทั้งตัวทิ้งลงไปที่สตรีข้างกายแม้ว่าสตรีผู้นั้นจะมีกำลังมาก แต่การจะพยุงร่างของบุรุษทั้งคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แสดงให้เห็นว่าบุรุษผู้นี้ผอมแห้งแรงน้อยเพียงใด

            น้ำหนักฝีเท้าเบาไร้กำลังแม้จะยืนอยู่กับที่ยังต้องมีคนช่วยพยุง เบ้าตาลึกโหล ดูก็รู้ว่าถูกความเจ็บป่วยทรมานจนพักผ่อนไม่เพียงพอ

            แต่ที่แปลกก็คือเลือดที่ไอออกมานั้น สีกลับแดงสด ไม่มีวี่แววของโรคภัยไข้เจ็บแม้แต่น้อย

            โดยรวมแล้ว ดูไม่เหมือนคนป่วยหนักแต่เป็นเพียงการเสียเลือดมากเกินไป แต่สาเหตุที่ทำให้เสียเลือดมากนั้นคืออะไรกันแน่

            "ท่านพี่หากท่านตาย ข้าก็ไม่ขอมีชีวิตอยู่แล้ว ฮือ....” สตรีผู้นั้นร้องไห้คร่ำครวญดังขึ้นเรื่อยๆ"เจ้า! ชดใช้ชีวิตสามีข้ามา!"

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน