การยิงกันที่ท่าเรือกลายเป็ข่าวครึกโครมทั้งการตายของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ความเสียหายของตัวพื้นที่หรือจะเป็การปรากฏตัวของคนสวมหน้ากากคนใหม่ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่กลายเป็ข่าวที่ผู้คนนำมาพูดคุยอย่างสนุกสนาน
อยากจะบอกว่ามันไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวเขาแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้กังวลเื่การเปิดเผยตัวตน ทางตำรวจเองก็คงจะรู้ถึงการมีอยู่ของเขาั้แ่วันที่ได้เจอกับมูนไนท์แล้ว แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปอีกระดับ
“ ปล่อยไว้แบบนี้จะดีหรือคะ? ให้ภาพของคุณอยู่ในมือสื่อจะทำงานยากขึ้นไม่ใช่เหรอ? ”
“ อะไรที่มากเกินไปมันก็ไม่ดี อีกอย่างฉันก็ไม่ได้กังวลเื่ตัวตนนี้อยู่แล้ว ” ถูกจับภาพมันไม่ใช่เื่ใหญ่แค่ต้องเล่นกับมันให้เป็ นักข่าวไม่ให้ความสนใจอะไรนานนักถ้าไม่มีคนใส่สีสักพักคนก็ลืม
แล้วเขาก็ไม่ได้คิดว่าปฏิบัติการของตนจะเป็ความลับไปตลอด ในยุคที่สื่อและทุกอย่างเชื่อมถึงกันหมดแค่เผลอถูกกล้องตัวเดียวถ่ายได้ก็จบกันไม่ต้องพูดถึงคนเห็นเหตุการณ์ ถ้าอยากให้เงียบก็ต้องเก็บทุกคนที่เห็นตัวตนของเขาให้หมด
ทำได้ไหมมันก็ได้ตัวตนของเขาคงแพร่หลายในวงตำรวจอย่างไม่อาจเลี่ยงแต่กับสาธารณะก็อีกเื่ มูนไนท์ไม่เอาเื่ของเขามาป่าวประกาศคิดว่าทางนั้นคงตั้งใจตามล่าเองมากกว่า ถ้าจะเก็บเื่ให้เงียบแค่เป่าสมองของเ้าตำรวจคนนั้นได้ก็จบ
แต่อย่างว่าจะให้ละเมิดกฎของตัวเองด้วยของแค่นั้นมันก็กระไรอยู่
“ แล้วเื่ที่ฉันให้สืบไปถึงไหน? ” พวกนี้เป็เื่ยิบย่อยไม่ต้องใส่ใจ ต่างจากเื่ที่เขาวานให้แม่นี่ทำอยู่อย่างสิ้นเชิง
“ ขอเวลาอีกนิดค่ะข้อมูลที่ได้มาติดรหัสบางส่วน คิดว่าอีกสักพักน่าจะถอดข้อมูลออกมาได้ ”
“ งั้นเท่านี้ก่อนแล้วฉันจะติดต่อไปใหม่ เลิกกัน ” ไร้การรีรอจากปลายสายสัญญาณการติดต่อถูกตัด เพราะตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในที่ลับตาจนทำอะไรได้ตามใจเหมือนเคย
“ ฮ้าว หลับสบายดีจังนะครับ ” มือเอื้อมไปบิดี้เีและดัดกระดูกของตนให้เข้าที่ ดวงตาปรือเล็กน้อยเหมือนเป็สัญญาณของคนพึ่งตื่น
สถานที่ๆเขาอยู่ยามนี้คือโรงเรียนพื้นที่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยคนในวัยเดียวกัน เฝ้าฝันถึงอนาคตและสิ่งที่อยากทำ คาดหวังหนทางข้างหน้าจะมีอะไรรอคอย หรืออาจเป็คนที่ต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูคนอื่น แต่อย่างไรเขาก็คงไม่มีทางเข้าใจคนเ่าั้ไปตลอดกาล
สายตากวาดมองไปรอบห้องที่ยามนี้เหลือเพียงตนถือเป็เื่ปกติเพราะมันเลิกเรียนไปสิบนาที วัยรุ่นทั่วไปคงมีสิ่งที่อยากจะทำจนไม่ยอมเสียเวลาไปกับเื่ไร้สาระเท่านี้ อันที่จริงเขาเองก็เช่นกันแค่วันนี้มันมีอะไรที่ต่างจากเดิมหน่อย
เท้าก้าวไปอย่างเรียบเรื่อยเหมือนไม่มีอะไรจุดหมายหนึ่งเดียวก็คงเป็บ้านของตน ไม่ได้จะกลับไปทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันก็แค่เข้าไปขลุกอยู่หน้าคอมเล่นเกมไปเรื่อยเปื่อย อย่างไรเขาก็ไม่มีใครให้มาทำกิจกรรมอะไรร่วมกันอย่างน้อยเขาก็คิดแบบนั้น
“ อ๊ะ คุณดีแลนท์ ” เสียงเรียกอย่างสดใสค่อนไปทางแหลมชวนให้แปลกใจ ในห้องเขาทำตัวไม่มีตัวตนชนิดที่อาจารย์ยังเมินข้ามย่อมไม่ใช่คนในชั้น แต่อันที่จริงคนที่จะเรียกเขาแบบนี้ก็มีได้แค่คนเดียว
“ นี่ยังไม่เข็ดอีกเหรอครับทาคิซาวะ ถ้าเจออะไรอีกรอบนี้ผมช่วยไม่ไหวแล้วนา ”
“ ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยแถมพวกเด็กเกเรพวกนั้นไม่มาโรงเรียนพักหนึ่งแล้วด้วย ไม่เป็ไรหรอก ” การตอบรับอย่างขัดใจเหมือนเด็กที่โดนแหย่ชวนให้เขาหัวเราะในลำคอ กลับไม่ดึงดูดสายตามากเท่าอีกคนหนึ่ง
นอกจากเด็กชายยังมีใครอีกคนร่างที่มีส่วนสูงมากกว่ากลับหลบอยู่ด้านหลัง เด็กหญิงที่มีผมสีเทาสั้นระต้นคอดวงตาสีดำจ้องมองมาทางนี้ด้วยความสงสัยใคร่รู้ หากเหมือนจะยังเกรงเขาอยู่จึงเลือกจะหลบหลังคนที่มาด้วยกันโดยไม่คำนึงความสูงที่แตกต่างกันเกือบสิบเซน
ใบหน้าแม้จะถูกบดบังก็ยังฉายชัดถึงความน่ารักสมวัย ไม่รู้เพราะโครงหน้าหรือผมที่ตัดสั้นทำบวกกับโครงหน้าทำให้เธอดูเหมือนเด็กผู้ชายมากกว่า แต่สรีระที่บอบบางก็เหมือนเป็สิ่งยืนยันว่าเ้าตัวเป็สตรีเพศจริงๆ
“ เอ่อ คนที่เกาะอยู่หลังคุณใครครับนั่น? คงไม่ใช่ิญญาที่มาขี่คอคุณสินะ ”
“ ไม่ใช่สักหน่อยนี่เพื่อนร่วมชั้นของผม เธอชื่อมิยาโมโตะ อากิระ ” มือเอื้อมไปชี้คนที่หลบอยู่ด้านหลังก่อนผายมือมาทางเขา “ นี่ไงอากิระ คุณดีแลนท์ที่ฉันเล่าให้ฟังน่ะ ”
“ สวัสดี ค่ะ ”
“ อ่า สวัสดีครับ ” ยังไม่ทันได้ทำอะไรแค่สายตาของเขาจ้องไปหาเธอก็ยิ่งหลบหลังเพื่อนมากขึ้นทั้งที่ส่วนสูงผิดกันลิบ การไปหลบหลังเด็กชายมันทำให้ดูตลกเสียมากกว่า
ที่ชวนแปลกใจคือการที่เธอเหมือนจะหลีกเลี่ยงการสบตากับเขาเต็มที่ ถึงจะทำตัวเลวร้ายเอาไว้หลายเื่แต่ถ้าเป็ตอนนี้เขาก็คิดว่าตนไม่น่าจะเป็ที่หวาดกลัวหรือน่ารังเกียจอะไรขนาดนั้น มันชวนให้รู้สึกหนักใจนิดหน่อยเหมือนกัน
“ อากิระก็เป็แบบนี้แต่เธอเป็คนดีนะ เื่นั้นผมรับประกันได้ ” ตรงข้ามกับเพื่อนที่ว่าเ้าตัวรับคำด้วยน้ำเสียงแข็งขันสุดฤทธิ์เหมือนรู้นิสัยเด็กหญิงอยู่แล้ว
“ อืม เื่แนะนำเพื่อนเนี่ยผมก็โอเคนะครับ แต่ตกลงคุณมีธุระอะไรที่นี่เหรอ? เท่าที่จำได้พี่ชายคุณบอกให้รอที่ชั้นเรียนของคุณนี่ครับ ”
“ ทำไมพี่ดีแลนท์พูดเหมือนพี่มาโคโตะเลยล่ะ อีกอย่างวันนี้พี่เขาไม่อยู่ไปทำงานพิเศษต่างหาก ” เหมือนแอบเคืองเล็กๆที่เขายกพี่ชายของเ้าตัวมาพูดแต่ก็ยังส่งเสียงเจื้อยแจ้วเช่นเคย
ด้วยความที่สองพี่น้องไม่มีพ่อและแม่เสาหลักของบ้านจึงเป็พี่ชาย ถึงยังเรียนอยู่แต่ก็มีหลายครั้งที่เ้าตัวก็ลาเรียนเพื่อไปทำงานพิเศษ เคยพยายามถามอยู่หลายครั้งว่าเป็งานอะไรแต่ก็ไม่ยอมตอบจนเด็กชายเลิกจะถาม กระนั้นเด็กชายก็เคารพในตัวของพี่ชายและพยายามช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็ทำความสะอาด ทำอาหาร ซักรีดทุกอย่างในบ้านล้วนมีมิโคโตะเป็คนจัดการ และเพราะหารายได้ไม่ได้จึงพยายามจำกัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็ให้มากที่สุด พี่ชายจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากด้วย
“ ลาเรียนหลายวันไปทำงานแถม่นั้นยังไม่กลับบ้านด้วยหรือครับ? ”
“ อือ ปกติจะไปทำงานตอนกลางคืนแล้วกลับมาตอนดึกๆ แต่ก็มีบางครั้งที่พี่ชายบอกว่ามีงานด่วนแล้วหายไปสองสามวันเหมือนกัน ” การบอกเล่าที่ชวนให้ขมวดคิ้วทั้งเวลาและพฤติกรรมลับๆล่อๆที่ว่า แต่ด้วยความที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นจึงยังไม่อาจพูดอะไรได้
“ แล้วที่ผมมาที่นี่ก็เพราะเป็ห่วงพี่ดีแลนท์ต่างหาก ไม่ได้มาโรงเรียนตั้งหลายวันนี่นา ” คำพูดที่ชวนให้แปลกใจชนิดที่เขาอยากถอดหูของตัวเองมาเคาะเพื่อตรวจดูว่ามันเพี้ยนหรือฟังอะไรผิดไปหรือไม่
คำว่าเป็ห่วงไม่ใช่เขาจะไม่เคยได้รับอาจไม่ใช่ของคุ้นเคยแต่ก็รู้จัก กระนั้นกับคนที่พึ่งเคยเจอกันสองครั้งอย่างเด็กชายถึงจะเพราะเขาเคยยื่นมือไปช่วยสิ่งนี้ก็ยังถือเป็เื่แปลก แถมไม่ใช่การเสแสร้งหรือสร้างภาพแต่เป็คำพูดที่ค่อนข้างจริงใจ
“ อ่า ผมมีปัญหาสุขภาพนิดหน่อยโรคประจำตัวมันถามหาน่ะ โชคร้ายกว่านั้นคือผมดันซุ่มซ่ามกลิ้งตกบันไดอีก เล่นเอาร้าวไปทั่วทั้งตัวเลย ”
“ เอ๋ แบบนี้ก็แย่สิ เป็อะไรมากหรือเปล่า? ”
“ ก็เล่นเอาต้องนอนแหงกอยู่บ้านไปสองสามวันเลยล่ะครับพึ่งมาโรงเรียนได้ก็วันนี้ นี่ก็ยังไม่หายดีเลย ” ขากางเกงถูกเลิกขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้คนถามได้เห็นผ้าพันแผลบริเวณขา ยืนยันข้อความที่เขาพูดไป
“ อาการหนักหรือเปล่า ต้องไปโรงพยาบาลไหม? ”
“ โชคดีล่ะนะครับที่แค่ไม่เป็อะไรมาก คิดว่าอีกสักสองสามวันก็น่าจะหาย...” ไม่ทันได้ชี้แจงอย่างที่คิดใครอีกคนพลันเคลื่อนไหว คนที่เอาแต่หลบหลังเด็กชายเดินเข้าดูก่อนก้มลงไปยังข้อเท้าของเขา
มือเล็กเอื้อมไปัับริเวณผ้าพันแผลอย่างแ่เบา ท่าทีขลาดกลัวไร้ความมั่นใจเลือนหายเธอเดินเข้ามาก่อนจ้องมองข้อเท้าของเขาเขม็ง
“ กล้ามเนื้อเหมือนจะฉีกแต่กระดูกไม่ร้าว ต้องใช้เวลาสักพักอย่าขยับมากนะคะ ” ฉะฉานแตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ความเปลี่ยนแปลงที่ชวนให้พิศวงจนทำให้เขาได้แต่กระพริบตาปริบๆ
เหมือนรู้ตัวว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ใบหน้าของเธอขึ้นสีจัดก่อนวิ่งไปหลบหลังเด็กชายอย่างว่องไว
“ ขอโทษค่ะที่เสียมารยาท ขอโทษค่ะที่ละลาบละล้วง ขอโทษค่ะที่เผลอทำตัวเป็หมอ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ”
“ เดี๋ยว ใจเย็นครับ แค่มาดูแผลให้ผมไม่มีใครจับคุณกินเพราะเื่นั้นหรอก ” ชักจะเริ่มตามยัยเด็กนี่ไม่ทันจนรับมือไม่ถูกเข้าไปทุกที
“ ใจเย็นน้าอากิระจังคุณดีแลนท์เขาเป็คนดี แค่นั้นไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก ” คล้ายรู้งานดีเ้าตัวเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กหญิงที่ตัวสูงกว่า เพิ่มความขัดตาของภาพเข้าไปอีก “ ขอโทษนะครับพี่ดีแลนท์ คุณพ่อของเธอเป็หมอเลยมีความรู้เื่พวกนี้ พอเจอคนป่วยทีไรก็ลืมตัวแบบนี้ทุกที ”
“ อะ อา บอกเธอด้วยแล้วกันว่าเื่เมื่อกี้ไม่เป็ไรหรอก อย่าเอาแต่ขอโทษแบบนั้นเลย ” คนประเภทนี้รับมือยากอย่างน้อยก็สำหรับเขา ความขี้กลัวที่เกินพอดีนั่นชวนให้รู้สึกแปลกแต่เขาก็ไม่มีอารมณ์จะหาสาเหตุ กว่ามิโคโตะจะกล่อมให้สงบได้ก็กินเวลาหลายนาทีเขาจึงไม่อยากไปยุ่งเื่นั้นอีก
“ จริงสิพี่ดีแลนท์ได้ดูข่าว่นี้หรือเปล่า ที่เขาบอกว่าเมืองนี้มีฮีโร่คนใหม่น่ะเท่สุดๆไปเลย ”
“ ฮีโร่? ” คิ้วของเขาแทบจะขมวดเข้าหากันเป็ปมถึงจะพอเดาได้ว่าเป็ใครแต่ไม่ค่อยอยากจะยอมรับเท่าไหร่นัก
“ นี่ไง!! ” มือถือถูกยื่นมาให้หน้าจอกำลังฉายภาพของหัวข้อข่าวที่อยู่ในเว็บไซต์ หัวข้อข่าวที่พูดถึงศาลเตี้ยสวมฮู้ดที่ไล่ล่าอาชญากรอย่างโเี้ น่าแปลกที่บรรดานักข่าวกลับใส่สีตีไข่ซะจนเหมือนเ้าตัวเป็วีรบุรุษ
หนักกว่านั้นคือพวกนั้นตั้งหัวข้อข่าวและฉายาให้เขาเสร็จสรรพว่าผู้มอบความสิ้นหวังแห่งอาชญากร(Despair)ตั้งฉายาให้เสียเสร็จสรรพ
เนื้อข่าวเป็เื่การกวาดล้างอาชญากรทั้งหลายที่ทำกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้อย่างเรือนลาง เป็ภาพที่ร่างนั้นกำลังกระโจนหลบกำปั้นของร่างในชุดเกราะ ปืนในในมือเล็งเข้าใส่อีกฝ่ายพร้อมจะลั่นไกใส่ได้ทุกเวลา
“ จากในข่าวเหมือนเขาแค่เอาปืนไปไล่ยิงคนอื่นเท่านั้นเองนี่ครับ แล้วเขาเท่ตรงไหน? ”
“ ก็เขาช่วยคนตาบอดไว้นะ คนไม่ดีไม่ช่วยคนอื่นหรอก ” ยังคงไม่ยอมแพ้เ้าตัวชี้ไปยังภาพวงจรปิดที่ร่างนั้นช่วยคนตาบอดคนหนึ่งไม่ให้กลายเป็เหยื่อของอสูรกายในเกราะเหล็กตัวนั้นเอาไว้
“ แค่เขาช่วยคนอื่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็คนดีนะครับ แล้วมันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเขาฆ่าคนเป็เบือด้วย ทาคิซาวะคิดว่าคนที่ทำร้ายคนอื่นตามความพอใจแบบนั้นเป็คนดีเหรอครับ? ” ได้ยินดังนั้นร่างเล็กก็จ๋อยลงสายตาหันไปหาเพื่อนสนิทเหมือนอยากให้เธอช่วยพูดอะไรสักหน่อย
“ คนตาย เต็มเลย น่ากลัว ” ไม่ได้รู้ความนัยที่แฝงมากับสายตาเด็กหญิงออกปากโต้แย้ง แม้จะตะกุกตะกักตามแบบฉบับแต่มันก็เป็การยืนยันความคิดของเธอได้เป็อย่างดี
“ ผมก็ไม่อยากว่าหรอกนะถ้าคุณจะชื่นชมใครสักคนแต่ว่าการกระทำของคนๆนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ดีหรอกนะครับ เขาก็แค่ไม่สนใจกฎหมายและทำตัวตามใจชอบก็เท่านั้นเอง แทนที่จะบอกว่าเท่ต้องบอกว่าเป็ตัวตนที่อันตรายมากกว่า ”
“ แต่ว่าเขาก็ไม่ได้ทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องสักหน่อยนี่นา ” ใบหน้าน่ารักมุ่ยลงเล็กน้อยคล้ายเด็กที่โดนขัดใจ ไม่ใช่แค่ถูกคนที่ตนเคารพปฏิเสธแต่กระทั่งเพื่อนสนิทเองก็ยังไม่เห็นด้วยจนเ้าตัวเริ่มงอนขึ้นมานิดๆ
ภาพที่เห็นชวนให้เด็กหนุ่มถอนใจอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้แต่พอเห็นสีหน้าก็ล้มเลิก ่เวลานี้พูดอะไรไปเ้าตัวก็คงดื้อแพ่งและไม่ยอมฟังถือเป็เื่ปกติของเด็กวัยนี้
สิ่งที่เขาทำไม่ได้ทำไปด้วยสาเหตุหรือจุดประสงค์เลิศเลอแค่เพียงความ้าส่วนตน มันไม่ใช่ความเท่หรือเื่ดีเหมือนที่เห็นในการ์ตูนเขาจึงไม่อาจเห็นด้วยในสิ่งที่เด็กชายพูด และไม่เห็นด้วยยิ่งกว่าถ้าจะมีใครอยากยึดเป็แบบอย่าง
แต่จากรูปการที่เป็อยู่ถึงเขาพูดอะไรไปตอนนี้เ้าตัวก็คงไม่ฟัง ทางที่ดีคือค่อยๆชี้แจงให้เด็กชายเห็นถึงข้อเสียและด้านมืดของเื่พวกนี้ไปทีละนิดดีกว่า
“ จะว่าไปทั้งสองคนจะไปไหนกันต่อล่ะครับ? เดท? ” การเปลี่ยนเื่กะทันหันที่ไม่มั่นใจว่าจะได้ผล หากเด็กชายก็เหมือนจะตอบรับอย่างไม่คิดอะไร
“ เอ๋ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นสักหน่อยผมกับอากิระจังเป็เพื่อนกันนะ ก็แค่จะไปทำการบ้านที่ห้องสมุดต่างหาก ” การปฏิเสธอย่างเรียบเรื่อยพร้อมกับการพยักหน้ายืนยันของเด็กหญิง ยืนยันว่าทั้งสองคงเห็นว่าอีกฝ่ายเป็เพียงเพื่อนธรรมดาๆคนหนึ่ง
ชวนให้ทึ่งกว่านั้นคือการที่ทั้งคู่บอกจะไปทำการบ้านที่ห้องสมุดมันแสนจะเป็ของหายาก สมัยที่อินเตอร์เน็ทเชื่อมต่อกับทุกเครือข่ายหนังสือเองก็เป็อิเล็คโทรนิกส์เกือบหมดแทบไม่มีความจำเป็ห้องสมุดเลย
แต่ที่หายากยิ่งกว่าคือการที่มีนักเรียนในยุคนี้ตั้งใจเรียนถึงขนาดที่พากันไปทำการบ้านที่ห้องสมุดหลังเลิกเรียนทันทีที่ได้รับการสั่งงาน ถ้ามีรางวัลสาขานักเรียนดีเด่นเขาคงมอบให้สองคนนี้ไปแล้ว
“ วิชาอะไรหรือครับ? ” ถ้าเป็วิชาที่บังเอิญอยู่ในความถนัดน่าจะสามารถช่วยเหลือได้บ้างไม่มากก็น้อย
“ ประวัติศาสตร์น่ะผมกับอากิระไม่ค่อยถนัดวิชานี้ด้วยสิ ”
“ อืม ผมเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร แต่เอาเป็ว่าจะช่วยแล้วกันครับ ”
“ ได้เหรอ ขอบคุณมากนะพี่ดีแลนท์!! ” ความร่าเริงถ่ายทอดออกมาผ่านน้ำเสียงไม่ต่างจากเด็กหญิงที่ค้อมศีรษะให้เขาเล็กน้อยเป็ทำนองขอบคุณ การกระทำที่ของเด็กทั้งสองที่ชวนให้เขาอมยิ้ม
ก็ไม่รู้ว่าการที่เขาอยู่กับเด็กพวกนี้จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาเช่นไร แต่อย่างน้อยการได้อยู่ด้วยมันก็ชวนให้รู้สึกสบายใจไปอีกแบบ ดังนั้นเขาคงอยู่ที่นี่อย่างน้อยก็อีกสักพัก