21
คิดมาก
“เอาล่ะ…ขอบใจพวกเ้ามากที่มางานเลี้ยงของเจิ้น” ต้าเทียนฮ่องเต้ตรัส
“พรุ่งนี้ถ้าใครไม่ไหวอย่าฝืนลากสังขารมาทำงานละกันส่วนเหล่าแม่ทัพที่ไปรบอนุญาตให้พักได้สองอาทิตย์”
“ขอบพระทัยฝ่าา”อังชุนเป่า เซี่ยอ๋อง และเซี่ยเฟยหงลุกขึ้นทำความเคารพฮ่องเต้
“ส่วนเ้าหลอหู่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“อีกสองสามวันเ้าก็เดินทางไปตงหยวนได้เลยขาดเหลืออะไรก็บอกข้าได้”
“หลอหู่รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะเอ่อ...” หลอหู่ทำความเคารพก่อนปรายตามองไปที่ฮูหยินของตนแล้วพูดต่อ
“กระหม่อมขอพาฮูหยินของกระหม่อมไปอยู่ที่นั่นด้วยได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ?ส่วนลูกชายของกระหม่อมก็ให้เขาทำงานที่นี่ตามเดิม”เมื่อหลอหู่พูดจบฮ่องเต้ก็ทรงพระสรวล
“ทำไมจะไม่ได้เล่า?”
“หลอหู่ขอขอบพระทัยฝ่าา”แล้วฮ่องเต้ก็พูดกับทุกคนว่า
“นี่ก็เข้ายามห้ายแล้วเจิ้นให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านได้หรือใครอยากอยู่ดื่มกินต่อเจิ้นก็ไม่ว่าแต่ทำอะไรหกไว้เก็บกวาดด้วยละกัน เอาเป็ว่าเจิ้นขอตัวก่อน”
แล้วฮ่องเต้กับเหล่าสนมและองค์หญิงเหมยฮวาฮว๋าก็เดินออกไปท่ามกลางเสียงทูลลาตามหลังพร้อมทั้งคำพูดขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปีหมื่นปี
หลังจากนั้นเฟยหงก็พาอิงมี่ไปหาเซี่ยอ๋องและองค์หญิงสามเพื่อบอกลา
“กระหม่อมมาทูลลาเซี่ยอ๋องและซานกงจู่พ่ะย่ะค่ะ”เฟยหงพูด อิงมี่เห็นดังนั้นก็พูดตาม
“ทูลลาเพคะ”
“พรุ่งนี้ข้ากับน้องหญิงก็จะกลับเหอป๋อแล้วรักษาเนื้อรักษาตัวดีๆ ทั้งคู่ล่ะ” เฟยชงเอ่ย
“พ่ะย่ะค่ะ/ เพคะ”
โธ่…ท่านพี่เฟยชงจะอยู่นานกว่านี้หน่อยมิได้หรือเ้าคะ อิงมี่คิดในใจ
“คงอีกนานกว่าเราจะได้พบกันอีกหวังว่าถ้ากลับมาอีกรอบเ้ากับน้องสะใภ้จะมีหลานให้ข้าอุ้มนะ”
องค์หญิงสามพูดเย้า ทำให้อิงมี่หน้าแดงแปร๊ด หลังจากแยกกับทั้งสองคนแล้วเฟยหงก็พาอิงมี่เดินมาที่คอกม้าเมื่อเห็นเ้าเฮยหยางยังอยู่ดี เขาก็พานางเดินไปอยู่หน้าคอกม้าคอกหนึ่ง
“ในคอกนี้มีอะไรรึ?”
“อยากรู้เ้าก็เปิดดูสิ”
อิงมี่จึงเปิดประตูแล้วก็พบกับเ้าไป๋หลิว อาชาป่าสีขาวปลอดที่นางเกือบจะได้ขี่ไปรบยืนอยู่ในนั้น มันวิ่งมาหานางด้วยความดีใจ
“ไป๋หลิว!ข้าคิดถึงเ้ามาก”
ฮี้~~~ เสียงเ้าไป๋หลิวร้องด้วยความดีใจเหมือนมันรับรู้ในสิ่งที่นางพูด
“ต่อไปก็ไม่ต้องมานั่งคิดถึงแล้วนะ”
“หมายความว่า…”
“ฮ่องเต้พระราชทานม้าตัวนี้ให้เ้าเเล้ว”
“คงไม่ได้อำข้าเล่น…”
“ข้าพูดจริงข้าทูลขอแล้วฮ่องเต้ก็พระราชทานให้ วันนี้เ้าควบมันกลับจวนไปได้เลย”หลังเฟยหงพูดจบอิงมี่ก็ยิ้มให้เขาพลางมองเ้าไป๋หลิวด้วยแววตาเป็ประกายเหมือนเด็กน้อยที่ได้ของเล่นใหม่
“ขอบคุณท่านพี่มากๆเ้าค่ะ”
“ยอมเรียกข้าว่าท่านพี่เชี่ยว”
“หรือให้เรียกท่านเฉยๆแบบเดิมก็ได้” นี่นางก็ยอมวางอคติแล้วนา…
“เรียกท่านพี่นั่นละดีแล้วคืนนี้พวกเราจะควบม้ากลับจวนกัน”
“เ้าค่ะ”หานอิงมี่ตอบพร้อมกับยิ้มด้วยความดีใจ
เเล้วพวกเขาก็ขึ้นควบม้าของตัวเอง โดยเฟยหงขี่นำและอิงมี่ขี่ตามการได้นั่งอยู่บนหลังเ้าไป๋หลิวทำให้นางมีความสุขชะมัด เมื่อมาถึงบ้านเอาเ้าเฮยหยางและเ้าไป๋หลิวไปเก็บไว้ในคอกแล้ว ทั้งคู่ก็เดินมาด้วยกันจนถึงทางแยกที่แยกไปเรือนพันดาราของอิงมี่และเรือนตะวันส่องของเฟยหง
“ราตรีสวัสดิ์”เฟยหงเอ่ยเบาๆ แล้วเตรียมจะเดินไปทางเรือนของตน
“ข้านึกว่าท่านพี่จะค้างกับข้าเสียอีก…”อยู่ๆ อิงมี่ก็โพล่งออกไป เ้าตัวหันหน้ากลับมาตอบว่า
“นี่ก็ดึกมากแล้วไม่อยู่รบกวนเ้าจะดีกว่า” พอเขาตอบแบบนั้นนางจึงเดินแยกไปที่เรือนของนางโดยมีเสี่ยวฮวาออกมาต้อนรับ
พลันอิงมี่ก็คิดว่าเขากินอะไรผิดไปรึเปล่าหรือคนที่กินอะไรผิดสำแดงจะเป็นางเอง เอาเถิดคิดไปก็ไม่ได้อะไร อาบน้ำนอนดีกว่า
ส่วนเื่ท่านพี่เฟยชง ข้าคงไม่เวิ่นเว้ออะไรแล้วล่ะเื่มาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าจะพยายามปรับตัวปรับใจมองเ้าใหม่ละกัน
อย่าทำให้ความตั้งใจของข้าสูญเปล่านะ คุณชายเสเพล…
เรือนตะวันส่อง
เฟยหงกำลังนอนครุ่นคิดอยู่บนเตียงนางคงคิดว่าเขามิรู้แต่เขารู้และเห็นมาั้แ่เด็กแล้วด้วยเื่ที่นางแอบชอบพี่ใหญ่ เห็นได้ชัดจากการกระทำตอนพวกเขาไปเที่ยวเล่นจวนสกุลหานที่อยู่นอกเมืองเวลาเล่นด้วยกันสามคนนางมักจะชอบเล่นเป็สาวงาม ให้พี่ใหญ่เป็ท่านแม่ทัพ…ให้เขาเป็ม้ากับพี่ใหญ่นางก็แค่ชอบทำหน้างอนเวลาไม่ได้ดั่งใจ แต่กับเขานางโวยวายเสียงดัง
ตอนแกล้งเขากับพี่ใหญ่ก็เหมือนกัน ลำเอียงอย่างเห็นได้ชัดแถมรวมหัวกับพี่ใหญ่แกล้งเขาด้วยจนถึงตอนนี้นึกมิถึงว่านางก็ยังตัดใจจากพี่ใหญ่ไม่ได้ รู้สึกเจ็บเหมือนกันแฮะหากวันนั้นคนที่ต้องหมั้นหมายกับนางคือพี่ใหญ่ นางคงจะดีใจไม่น้อย...
แถมเมื่อโตขึ้น เขาก็ดันทำตัวเองให้นางเกลียดมากกว่าเดิมอีกตอนนั้นก็เป็แค่คนที่อยากรู้อยากลองอะไรใหม่ๆหลังาเลยไปดื่มสุราเคล้านารีไปทั่วเพราะนึกสนุก ละดันพิเรนทร์ไปชวนนาง(ที่ไม่รู้ว่าเป็นาง) เข้าโรงเตี๊ยมอีก
สมควรแล้วล่ะที่นางจะเกลียด แต่ว่าระหว่างเขากับนาง ไม่มีอะไรที่นางจำเขาในด้านดีๆบ้างหรือ อย่างตอนที่เขาช่วยชีวิตนาง…
“เฮ้อ…แล้วข้าจะมานอนคิดมากทำไมเนี่ย” เฟยหงพึมพำ แล้วหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา…