สามวันแล้วนับั้แ่แอนนาและแลนซ์หายตัวไปจากอาณาจักรบลูสกาย าาเอ็กซ์ตัสและราชินีเฮนเรียตต้าได้เร่งส่งกองกำลังตามหาทั้งสองคน รวมทั้งออกใบประกาศหาคนหาย ซึ่งพร้อมจะมอบรางวัลให้กับผู้พบตัวหรือเบาะแสอย่างงาม
สาเหตุที่ไม่ประกาศจับทั้งที่ทั้งสองแหกคุก ก็เพราะาาและราชินีแห่งบลูสกายได้ทราบเื่ราวทั้งหมดแล้ว
“ไม่ผิดแน่เพคะ แลนซ์คือผู้กล้าที่ถูกอัญเชิญมา” ไอช่ากล่าวยืนยันต่อหน้าบัลลังค์ของาาและราชินีบลูสกาย เบื้องหน้าของเธอมีโต๊ะกลมซึ่งวางหลักฐานของผู้กล้าเอาไว้ คือรูปวาดแลนซ์ที่แอนนาวาดขึ้น และชุดทหารลายพราง ซึ่งเป็ชุดที่ไม่เคยมีในโลกนี้
“ถึงจะไม่อยากสงสัย” เฮนเรียตต้ากล่าว “แต่ท่านใช้วิธีอะไรถึงรู้ว่านั่นคือเสื้อผ้าของผู้กล้า และเ้าหนูแลนซ์คือผู้กล้า”
“เรามีวิธีตรวจสอบของเราเพคะ ซึ่งไม่ขอเปิดเผย” ไอช่ากล่าว “เพื่อป้องกันผู้แอบอ้างตัวเป็ผู้กล้าในอนาคต อีกทั้งมันยังเป็ความลับของศาสนจักร”
“ถ้างั้นท่านรู้มั้ย ว่าเขาพาแอนนาหนีไปด้วยทำไม” าาเอ่ยถามเสียงเรียบ “ยังไงทั้งสองก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว ข้านึกถึงเหตุผลไม่ออกเลยจริงๆ”
“คงเพราะผู้กล้าแลนซ์รู้สึกผิดเพคะ” ไอช่ากล่าว “ตอนที่คณะเราเดินทางไปยังเมืองบลูฟิช ผู้กล้าได้ข่าวพร้อมกับพวกเรา ว่าเ้าหญิงที่ทำพิธีอัญเชิญจะถูกปะา นั่นคงเป็สาเหตุที่เขาทำให้ตัวเองถูกจับกุม เพื่อช่วยเหลือเ้าหญิง”
“เป็การกระทำที่ไร้เหตุผลจริงๆ” ราชินีกล่าวเสียงขุ่น “ท่านเห็นด้วยมั้ย อาร์คบิชอบ ไม่มีทางที่คนสติดีๆจะทำแบบนั้นหรอก ผู้กล้าคงจะมีนิสัยซื่อตรงจนโง่แน่ๆ หากข้อสันนิษฐานนั้นเป็ความจริง”
ไอช่าหน้าแดงระเรื่อ เมื่อแลนซ์ที่เธอรู้จักถูกสบประมาท แต่เธอเข้าใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคงไม่เคยเจอ หรือรู้จักกับคนที่พร้อมช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากแบบแลนซ์ จึงได้พูดแบบนั้น
“แลนซ์ไม่ได้โง่หรอกค่ะ” ไอช่ากล่าว “เขามีจิตใจที่อยากช่วยเหลือผู้ที่กำลังลำบาก นั่นจึงเป็สาเหตุที่เขาถูกวงเวทอัญเชิญของศาสนจักรเชิญตัวมา มีเพียงผู้กล้าเท่านั้นที่จะมีจิตใจอันสูงส่งแบบนี้เพคะ”
ไอช่านึกถึงตอนที่แลนซ์คืนป้ายฐานะให้เธอ เธอเข้าใจเจตนาของเขา ว่าไม่อยากให้โบสถ์มีส่วนร่วมด้วย เพราะถ้าเขาถือป้ายฐานะที่ได้จากไอช่า โบสถ์จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาทันที
ราชินีเม้มปากแน่น เธอรู้ว่าอีกฝ่ายหลอกด่าแบบเนียนๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่พ่นลมหายใจเสียงดัง
“ข้าว่าบางทีผู้กล้าแลนซ์อาจหลงเสน่ห์ลูกสาวเรา” าากล่าวเพื่อกลบสถาณการณ์ที่กำลังตึงเครียด “อายุก็ไล่เลี่ยกัน แถมแอนนาก็จัดว่าหน้าตาน่ารัก เมื่อเจอแบบนั้นเขาคงอยากเล่นบทพระเอกช่วยเหลือนางก็เป็ได้”
“ก็จริงเพคะ อาจเป็เช่นนั้น” เฮนเรียตต้ารีบกล่าวเสริม “คงเพราะทั้งคู่อยู่ในวัยกำลังโตเป็หนุ่มเป็สาว ทั้งสองอาจต้องตาต้องใจกันก็เป็ได้”
“ราชินี ท่านกำลังพูดถึงเด็กอายุสิบสองนะเพคะ” ซาร่า มารดาของแอนนาที่ยืนเงียบมาตลอดกล่าวเสียงกร้าว “ลูกสาวของหม่อมฉันคงทั้งกลัวและสิ้นหวัง จึงได้ขอให้ผู้กล้าช่วยเหลือ มันเป็แบบนั้นแน่นอนเพคะ หม่อมฉันรู้จักลูกสาวหม่อมฉันดี คงไม่มีเื่รักๆใคร่ๆมาเกี่ยวข้องแน่”
“และทำไมลูกสาวเ้าถึงใจง่าย ยอมไปกับชายแปลกหน้า” เฮนเรียตต้ากล่าวแย้ง “สิ่งที่เ้าพูดมามันไม่สมเหตุสมผลหรอกนะ”
ซาร่ากำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอเงยหน้าขึ้นไปมองาาเอ็กซ์ตัสเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอหวังว่าเอ็กซ์ตัสจะมีสำนึกของความเป็พ่อบ้าง แต่ทว่า...
“เลิกทะเลาะกันต่อหน้าท่านอาร์คบิชอบเถอะ” าากล่าวห้ามโดยไม่สนสายตาซาร่า “ท่านอาร์คบิชอบ ข้าขอขอบคุณที่ท่านช่วยให้เราได้กระจ่างในเื่นี้ ได้รู้ว่าการอัญเชิญเราไม่ล้มเหลว ให้เราได้รู้จักผู้กล้าของเรา”
“ไม่เป็ไรเพคะ” ไอช่ากล่าว “หม่อมฉันตั้งใจมาที่บลูสกาย ก็เพื่อจะช่วยล้างมลทิณให้กับลูกสาวท่านซึ่งเป็ผู้บริสุทธิ์ ผู้กล้านั้นเป็แค่ผลพลอยได้ บัดนี้หน้าที่หม่อมฉันลุล่วงแล้ว ดังนั้นหม่อมฉันจะขออนุญาตทูลลาเพื่อกลับโบสถ์ของหม่อมฉันเสียที”
“ให้ข้าได้เลี้ยงอาหารและให้ที่พักท่านอีกสักคืนเถอะ” าากล่าว “พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับก็ยังไม่สาย”
“ได้เพคะ หม่อมฉันขอรับพระเมตตา” ไอช่ากล่าวพลางถอนสายบัว ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากท้องพระโรง
เมื่อไอช่าไปแล้ว าาเอ็กซ์ตัสจึงสั่งเลิกประชุม เพื่อที่จะคุยส่วนตัวกับราชินีและสนมแค่สามคน โดยาาเอ็กซ์ตัสกล่าวหลังจากที่ข้าราชบริพารไปกันหมดแล้ว
“ซาร่า เ้าจงส่งเื่ไปยังโคลสัน ให้ช่วยแปะป้ายประกาศตามหาแลนซ์และแอนนา” าาเอ็กซ์ตัสกล่าว”ที่ๆแอนนาจะไป มันมีไม่กี่ที่หรอก”
“ถึงพระองค์ไม่บอก หม่อมฉันก็คิดจะทำอยู่แล้ว เพื่อลูกของพวกเรา” ซาร่ากล่าวพลางถอนสายบัว ก่อนจะเดินออกไปจากท้องพระโรง
“ยังอวดดีไม่เปลี่ยนเลยนะ ยัยตัวประกัน” เฮนเรียตต้ากล่าวด้วยน้ำเสียงรังเกียจ พลางเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเธออยู่กับาาเพียงสองคน “ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ถ้าตอนนั้นปู่ของพระองค์สั่งล้างบางวัลไคเรีย ตอนนี้หม่อมฉันคิดว่ายังไม่สายนะเพคะ”
“คงทำแบบนั้นไม่ได้” าาเอ็กซ์ตัสกล่าว “วัลไคเรียสวามิภักดิ์ต่อเราแล้ว อีกทั้งยังยอมสละราชวงศ์จนกลายเป็แค่เ้าเมือง หากเราคิดจะล้างบางวัลไคเรีย ดินแดนทางชายฝั่งทะเลอาจไม่สงบสุขดั่งทุกวันนี้ คงเต็มไปด้วยการก่อการร้ายและฏแบ่งแยกดินแดน”
ถึงแม้บลูสกายจะแบ่งวัลไคเรียออกเป็ห้าส่วน และให้คนของตนไปปกครองถึงสี่ส่วน แต่ประชาชนชาววัลไคเรียทุกวันนี้ก็ยังคงถือว่าโคลสันคือาาของพวกเขา
ประชาชนวัลไคเรียมองขุนนางจากบลูสกายเป็แค่ผู้รุกราน และการเทครัวโยกย้ายประชากรก็ไม่ช่วยอะไรเลย เนื่องจากประชาชนชาวบลูสกายส่วนใหญ่ ไม่ได้มีความจงรักภักดีอะไรให้กับราชวงศ์บลูสกาย พวกเขามองราชวงศ์บลูสกายและขุนนางไม่ต่างอะไรจากมาเฟีย และพวกเขาต้องจ่ายค่าคุ้มครองที่เรียกว่าภาษี เพื่อแลกกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
“และแบบนี้เมื่อไหร่บลูสกายจะรวมแผ่นดินได้เพคะ” ราชินีเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางเอานิ้ววนไปมาที่หน้าอกของาา “บลูสกายเราเกิดจากกองซากศพของประชาชนและราชวงศ์กว่าสิบอาณาจักร หากปล่อยวัลไคเรียเอาไว้ อีกหน่อยเชื้อสายผู้ปกครองอาณาจักรอื่นที่เหลือรอด อาจเรียกร้องขอปกครองตัวเองแบบพวกวัลไคเรียก็เป็ได้”
“ฉันกะว่าจะให้อควิล่า ลูกนอกสมรสของน้องชายเธอแต่งงานกับวาเนสซ่า และให้เขาสืบทอดเมืองบลูฟิชต่อ แบบนี้ดีไหมล่ะ
“ทรงพระปรีชาสามารถมากเพคะ” เฮนเรียตต้ากล่าวก่อนจะแอบอิงที่อกของาา “โคลสันไม่อาจปฏิเสธสมรสพระราชทานได้อย่างแน่นอน วาเนสซ่าลูกของโคลสันจะต้องแต่งกับคนของเรา ช่างเป็แผนที่สมบูรณ์แบบจริงๆ ในการค่อยๆกลืนกินพวกวัลไคเรียอย่างหมดจด”
“มันยังสมบูรณ์ไม่พอหรอก” าาเอ็กซ์ตัสกล่าว “ตระกูลวัลไคเรียยังเหลือแอนนาอยู่น่ะสิ”
“แอนนาเป็เ้าหญิงของบลูสกาย อะไรที่จะทำให้นางฟื้นฟูตระกูลวัลไคเรียกันล่ะเพคะ” ราชินีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เพราะนางไม่ได้เกิดมาจากความรัก หากแต่เป็ความผิดพลาดยังไงล่ะ” าากล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย พลางถอนใจ “ซาร่าไม่เคยสอนให้แอนนาพักดีต่อบลูสกาย แต่กลับปลูกจิตสำนักแห่งวัลไคเรียในตัวของนาง ข้าเชื่อเหลือเกินว่าซาร่าจะต้องให้แอนนาแต่งกับคนในตระกูลวัลไคเรีย และยกระดับวัลไคเรียให้สูงขึ้นโดยผ่านการแต่งงานกับแอนนา ซึ่งเป็เ้าหญิงของาาองค์ปัจจุบัน”
“กำจัดทิ้ง...ดีมั้ยเพคะ” ราชินีกล่าวเสียงเย็นะเื พลางฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย “ยังไงนางก็เป็ลูกที่พระองค์ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดอยู่แล้ว”
“ไม่จำเป็” าากล่าว “ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด นางก็หนีตามผู้ชายไปแล้วในตอนนี้ นี่คือเหตุผลที่ข้าตามหานางยังไงล่ะ ข้าตั้งใจจะให้แอนนาหมั้นหมายและแต่งงานกับผู้กล้าซะ เมื่อนางแต่งออกไปแล้ว นางก็จะไม่เกี่ยวข้องกับวัลไคเรียหรือบลูสกายอีก แถมเรายังสร้างบุญคุณและสายสัมพันธุ์กับผู้กล้าอีกด้วย ยอดเยี่ยมไปเลยใช่มั้ยล่ะ แผนการข้า”
“เพคะ ฝ่าา”
……………………….
แอนนาและแลนซ์เดินออกมาจากห้องรับรองของกิลด์ด้วยใบหน้าชื่นบาน แน่นอนว่าเชียสต้าไม่ได้ตามออกมาด้วย เพราะเธอกลัวคนในกิลด์แตกตื่นหรือจับจ้องทั้งสองคน
“เห็นว่าไม่เกินสามวัน เชียสต้าจะช่วยทำเอกสารของพวกเราั้แ่แรกเริ่ม” แลนซ์กล่าวกับแอนนา “พวกเราจะมีประวัติเป็เด็กกำพร้าจากโบสถ์ แค่นี้ก็จะไม่มีใครสงสัยตัวตนที่แท้จริงของเราแล้ว”
“ประชากรในทวีปไกอากว่าสองในสามเคยเป็เด็กกำพร้า” แอนนากล่าวเสียงเศร้า “เพราะผลจากการทำาอย่างต่อเนื่องของบลูสกายตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่มีใครสงสัยพวกเราแน่นอน...พูดแล้วเศร้าจังเลยนะคะ”
“ฉันขอถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ” แลนซ์กล่าวขณะเปิดประตูอาคารกิลด์ให้แอนนาออกไปก่อน “เธอไม่นึกเสียใจจริงๆใช่มั้ย ที่จากนี้ไปจะเดินทางไปกับฉัน...ถ้าเธอเปลี่ยนใจฉันยินดีจะไปส่งเธอถึงที่”
“ไม่มีวันเสียใจค่ะ” แอนนากล่าว “ชีวิตของฉันไม่ว่าจะในตอนนี้ หรือครั้งก่อน คุณเป็คนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าครอบครัวที่สมบูรณ์มันเป็ยังไงค่ะ...มันเป็สิ่งที่ฉันไม่เคยได้รับจากใคร ไม่ว่าจะเสด็จพ่อ หรือว่าท่านแม่”
แลนซ์ยิ้มให้กับคำตอบของแอนนา เขาจูงมือเธอก่อนจะเดินไปด้วยกัน แน่นอนว่าเขาควรทำแบบนั้น ถ้าไม่มีใครบางคนที่เขารู้จักมาขวางทางอยู่ด้านหน้าเสียก่อน
“องค์หญิง สบายดีไหมเพคะ”
วาเนสซ่าในชุดคลุมสีดำเอ่ยทักทั้งสอง ก่อนที่เธอจะคุกเข่าลง
“องค์หญิง และท่านแลนซ์ ข้ามารับตัวพวกท่านกลับบ้านค่ะ กรุณาตามข้ากลับไปที่เมืองบลูฟิชด้วย ท่านแม่ซาร่าและท่านลุงโคลสันรอพวกท่านอยู่”