หัวใจเทาเที่ยคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตัวของเฉินฉางอัน มันคือสิ่งที่กลายสภาพมาจากไข่มุกสีดำที่บิดามอบให้ก่อนสิ้นใจ
เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าไข่มุกสีดำนี้ บิดาไปได้มันมาจากที่ใด?
ต้องรู้ว่าบิดาเป็เพียงข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยในตระกูลจี ชั่วชีวิตมีแต่ความอ่อนน้อมยอมคนและถูกข่มเหงรังแกอยู่เสมอ ยามเกิดเื่ก็เอาแต่พร่ำบอกให้เฉินฉางอันรู้จักอดทนอดกลั้น ทั้งยังคอยเตือนสติด้วยความหวังดีให้เขายอมรับชะตากรรมให้ตั้งใจเป็ข้ารับใช้ในตระกูลจีให้ดี เพื่อจะได้ไม่ประสบชะตากรรมที่ทะเยอทะยานสูงเสียดฟ้า แต่ชีวิตบางเฉียบดุจกระดาษ
คนตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ความทะเยอทะยานและรู้เพียงแต่การยอมโอนอ่อนผ่อนตามเช่นนี้ จะเป็ยอดฝีมือที่เร้นกายได้อย่างไร?
อีกทั้งหลังจากบิดาและมารดาเสียชีวิต ศพของทั้งสองก็ยังเป็เฉินฉางอันที่ใช้เสื่อห่อร่างด้วยมือตนเองแล้วฝังลงใต้ดิน เขาส่ายหัว ในเมื่อนึกไม่ออกก็ไม่ต้องไปนึกถึงมัน สำหรับในตอนนี้การแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องและพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
เฉินฉางอันลูบหน้าอกของตนเองพลางสูดลมหายใจเข้าลึก ไข่มุกที่บิดามอบให้ไม่เพียงแต่ทำให้เขาที่ถูกแทงทะลุหัวใจฟื้นคืนชีพกลับมาได้ แต่ยังทำให้เขาเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาซึ่งเป็อิทธิฤทธิ์ที่น่าหวาดหวั่นในการกลืนกินฟ้าดิน ่ชิงพลังชีวิตและปราณโลหิตของผู้อื่นมาหลอมรวมเป็ของตนเอง
การที่เฉินฉางอันสามารถทะลวงจากขอบเขตสามัญระดับหนึ่งผ่านเข้าสู่ระดับห้าได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาคือความชอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความเร็วในการฝึกตนที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ อย่าว่าแต่ตระกูลจีเลยเกรงว่าทั่วทั้งตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างก็คงหาคนเปรียบได้ยาก
แน่นอนว่าเฉินฉางอันรู้ดีว่าประโยชน์ของหัวใจเทาเที่ยไม่ได้มีเพียงเท่านี้ อย่างเช่นในตอนนี้เขามีความรู้สึกว่าวาสนาอันยิ่งใหญ่กำลังจะมาถึงแล้ว เมื่อเฉินฉางอันเดินออกมาจากคลังเก็บของและตรงไปยังลานจวน
เขาก็เห็นสวี่เฟยพร้อมด้วยข้ารับใช้อีกสิบกว่าคนกำลังคุมหีบใบใหญ่เล็กมาตั้งอยู่กลางลาน
"คารวะผู้ดูแลสาม!"
ทันทีที่เฉินฉางอันปรากฏตัว ข้ารับใช้ทุกคนในลานต่างพากันโน้มตัวก้มศีรษะประสานมือคำนับน้ำเสียงเต็มไปด้วยความนอบน้อม
สายตาที่มองเฉินฉางอันนอกจากความเลื่อมใสแล้วยังแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
แผนการที่เฉินฉางอันแสดงออกมาเ่าั้เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาต้องสยบให้ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงพวกหม่าอันที่ทั้งแขนหัก ขาหัก เจ็บปางตาย แต่ยังถูกบังคับให้ไปเก็บสมุนไพรที่หน้าผาหลังเขา
กลุ่มข้ารับใช้เหล่านี้ก็ยิ่งหน้าซีดเผือดด้วยความพรั่นพรึง หากพูดถึงความอำมหิตเด็ดขาด ผู้ดูแลสามคนใหม่นี้เหนือกว่าผู้ดูแลสามในอดีตทุกคนอย่างเทียบไม่ได้
เฉินฉางอันกวาดสายตามองข้ารับใช้นับสิบคนในลานแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวเ่าั้ถูกเขามองเห็นจนหมดสิ้น มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เขาไม่เคยคิดจะข่มเหงผู้อื่นก่อน ทว่าหากใครบังอาจมารนหาที่ตายกับเขา เฉินฉางอันย่อมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อจัดการมันให้สิ้นซาก ไม่เพียงแต่ต้องจัดการให้ตาย ทว่าต้องถอนรากถอนโคนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง
เฉินฉางอันไม่เคยสนใจว่าผู้อื่นจะมองเขาอย่างไร? เพราะอย่างไรเสียความหวาดกลัวก็คือรูปแบบหนึ่งของการสยบสวามิภักดิ์
"ผู้ดูแลสามนี่คือรายการทรัพย์สินที่เพิ่งลงบัญชีเสร็จเรียบร้อยขอรับ"
สวี่เฟยก้าวเข้ามาข้างหน้า พร้อมส่งกระดาษที่มีตัวอักษรเล็ก ๆ เขียนไว้จนเต็มให้แก่เฉินฉางอัน
ต่างจากข้ารับใช้อื่น ๆ สายตาที่สวี่เฟยมองเฉินฉางอันไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความกตัญญูและความเลื่อมใสศรัทธาเท่านั้น หากไม่มีเฉินฉางอันชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางสังหารโม่เซิ่งหรือหม่าอันเพื่อล้างแค้นให้พ่อแม่ที่ตายไปได้
ยามนี้ความแค้นใหญ่ได้รับการชำระ พ่อแม่ย่อมสามารถหลับตาลงได้อย่างสงบในปรโลก ต่อให้เฉินฉางอันจะสั่งให้สวี่เฟยไปตายเขาก็ย่อมไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย
"ทำได้ไม่เลว!"
เฉินฉางอันรับรายการทรัพย์สินจากสวี่เฟยมา สายตากวาดมองบนแผ่นกระดาษั้แ่เงินไปจนถึงเหรียญทองแดงขนาดเล็กล้วนถูกรวบรวมมาจนหมดสิ้น คาดว่านอกจากจวนที่พักที่ย้ายไม่ได้และทรัพย์สินที่เป็ของตระกูลจีอยู่แล้วของทุกอย่างที่มีค่าล้วนถูกวางอยู่ตรงนี้แล้ว
"เงินสามร้อยห้าสิบตำลึง!"
หีบใบแรกเล็กที่สุดแต่มูลค่ากลับสูงที่สุด เมื่อมองดูเงินแท่งที่สะท้อนแสงแดดเป็ประกายสีขาว เฉินฉางอันไม่ได้หยุดมองแม้แต่น้อย เขามุ่งตรงไปยังหีบใบที่สองทันที
หากเป็เมื่อไม่กี่วันก่อนเงินสามร้อยห้าสิบตำลึงนี้วางอยู่ตรงหน้า เฉินฉางอันเกรงว่าคงจะไม่อาจละสายตาได้เลย ต้องรู้ว่าเพื่อให้ได้เงินสิบตำลึงมาซื้อโสมร้อยปีสักต้น เฉินฉางอันต้องประหยัดอดออมมานานถึงสิบกว่าปี บุปผามีวันบานสะพรั่งอีกครั้ง ทว่ามนุษย์ไม่มีวันย้อนกลับไปเป็เด็ก ชีวิตคนเราจะมีสักกี่สิบปีกัน?
หากเป็เมื่อสิบปีก่อนเฉินฉางอันสามารถใช้เงินสิบตำลึงซื้อโสมร้อยปีเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับสองขั้นโลหิตหลอมรวมปราณได้ ระดับพลังของเขาในตอนนี้เกรงว่าคงจะ เฮ้อ! เฉินฉางอันส่ายหัว
ในตอนนี้… ที่เขาเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา เงินไม่กี่ร้อยตำลึงนี้สำหรับเขาแล้วไม่มีความหมายเท่าใดนัก เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจเทาเที่ยสั่นไหวย่อมไม่ใช่เงินทองเหล่านี้
"กระบี่เหล็กนิลยี่สิบเจ็ดเล่ม ดาบเหล็กนิลสิบเจ็ดเล่ม ลูกตุ้มดาราร่วงสามคู่ ทวนพู่แดงห้าเล่ม"
หีบใบที่สองบรรจุไปด้วยบรรดาอาวุธต่าง ๆ กระบี่เหล็กนิลและดาบเหล็กนิลล้วนสร้างขึ้นจากเหล็กนิลที่มีราคาสูงยิ่ง
สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่ต่ำกว่าระดับห้าลงไปย่อมถือเป็ภัยคุกคาม แต่เมื่อทะลวงเข้าสู่ขั้นเก้าวัวสองพยัคฆ์และพละกำลังม้าพยศยี่สิบตัวก็จะสามารถหักพวกมันได้ด้วยมือเปล่า ขอเพียงไม่ยืนนิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายฟัน กระบี่เหล็กนิลเหล่านี้ก็ยากที่จะสร้างาแให้แก่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับห้าได้
ทว่าหากใช้แร่เหล็กเหมันต์ที่หายากยิ่งกว่ามาหลอมกระบี่ ความคมกริบของมันจะน่าหวาดหวั่นอย่างที่สุด อย่าว่าแต่ระดับห้าเลย ขอเพียงยังไม่เข้าสู่ขอบเขติญญา ต่อให้เป็ขอบเขตสามัญระดับสิบขั้นร้อยจุดรวบรวมิญญาก็ย่อมไม่กล้าเข้าปะทะตรง ๆ
มีเพียงผู้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขติญญาและดูดซับปราณิญญาแห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างเท่านั้น จึงจะไม่เกรงกลัวต่อความคมของกระบี่เหล็กเหมันต์
การจะจัดการกับผู้บำเพ็ญขอบเขติญญา จำต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าสมบัติวิเศษตามตำนานเท่านั้นจึงจะมีโอกาสชนะ สมบัติวิเศษนั้นหายากยิ่งนักขั้นตอนการหลอมไม่เพียงแต่ต้องใช้แร่ธาตุที่หายากนานาชนิด ยังต้องฝังผลึกปีศาจและสลักค่ายกลลงไปด้วย อย่างน้อยในเทือกเขาเฟิ่งหวงแห่งนี้นอกจากคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนแล้ว เฉินฉางอันก็ยังไม่เคยเห็นใครมีเลย
แน่นอนว่าต่อให้ผู้อื่นจะมี พวกเขาก็ย่อมไม่แสดงให้ข้ารับใช้ชั้นต่ำอย่างเขาเห็นอยู่แล้ว นายน้อยจีอู๋เซี่ยงเป็ศิษย์สายนอกของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างย่อมมีความเป็ไปได้สูงที่จะสมบัติวิเศษ
ลวี่จูเอ๋อร์เป็สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ก็น่าจะมีสมบัติวิเศษเช่นกัน ส่วนผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองจะมีหรือไม่นั้นเฉินฉางอันย่อมไม่อาจรู้ได้ แต่ที่มั่นใจได้แน่นอนคือผู้ดูแลสามโม่เซิ่งย่อมไม่มีสมบัติวิเศษแน่นอน
เฉินฉางอันถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง กระบี่เหล็กนิลไม่มีความหมายสำหรับเขา หมัดที่มีพละกำลังม้าพยศสองร้อยตัวของเขาชกออกไปครั้งหนึ่งต่อให้เป็กระบี่เหล็กเหมันต์ก็ย่อมต้องถูกทุบจนแหลกละเอียด
นอกจากสมบัติวิเศษตามตำนานแล้ว อาวุธในโลกสามัญย่อมไม่มีประโยชน์ต่อเขามากนัก
"ชุดเกราะสิบห้าชุด สนับมือ สนับเข่า สนับขา และโล่หวายจำนวนหนึ่ง"
หีบใบที่สามบรรจุไปด้วยเครื่องป้องกัน ซึ่งเครื่องป้องกันที่สร้างจากวัสดุสามัญเหล่านี้สำหรับเฉินฉางอันแล้วก็ไม่มีประโยชน์เช่นกัน
"โสมร้อยปี าาโสมพันปี บุปผาราชันปฐี หญ้าัชาด"
ผู้ดูแลสามจัดการไร่ิญญานับร้อยหมู่ในเทือกเขาเฟิ่งหวง โม่เซิ่งยักยอกสมุนไพรไปมากมายตลอดหลายปีมานี้ย่อมไม่ใช่เื่แปลก น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ต้องส่งมอบให้นายน้อยจีอู๋เซี่ยง ดังนั้นหีบใบที่สี่จึงเหลือสมุนไพรและหญ้าิญญาเพียงสิบกว่าต้น ทว่าคุณภาพล้วนอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม
หีบใบที่ห้าคือพวกของบำรุงชั้นยอดอย่างเขากวางอ่อน อุ้งตีนหมี และองคชาตเสือ
หีบใบที่หกคือแร่ธาตุหลากสีสันนานาชนิด มีมูลค่าไม่น้อยแต่ไม่ถึงกับเป็ของหายาก
หีบใบที่เจ็ดและแปดคือพวกผ้าแพรพรรณชั้นดี เครื่องประดับอัญมณีและหยกต่าง ๆ ของเหล่านี้หากนำไปไว้ในโลกสามัญย่อมมีค่ามหาศาล แต่ในสายตาของผู้ฝึกเซียนกลับดูไร้ความหมาย ยิ่งหีบใบหลัง ๆ ของที่บรรจุอยู่ก็ยิ่งธรรมดาสามัญมากขึ้น
‘แปลกนักของล้ำค่าที่ทำให้หัวใจเทาเที่ยสั่นไหวได้ แท้จริงแล้วคือสิ่งใดกัน?’
เฉินฉางอันขมวดคิ้วแน่น หีบใบใหญ่นับสิบใบในลานนี้เขาเดินดูไปมาหลายรอบแล้ว แต่กลับไม่พบสิ่งใดเลย
‘หรือว่าข้าจะคิดไปเอง หัวใจเทาเที่ยไม่ได้บอกใบ้อะไรข้าเลยอย่างนั้นหรือ?’
ในจังหวะที่เฉินฉางอันกำลังจะถอดใจ หัวใจเทาเที่ยในกายกลับเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน หือ? เขามองไปยังหีบใบสุดท้ายเบื้องหน้าแววตาของเฉินฉางอันพลันสว่างวาบ
หีบใบสุดท้ายนี้บรรจุไปด้วยเครื่องเหล็กที่ธรรมดาสามัญที่สุด มีมูลค่าน้อยที่สุดทว่าหัวใจเทาเที่ยกลับเกิดการตอบสนองต่อมัน
ท่ามกลางความตกตะลึงของสวี่เฟยและเหล่าข้ารับใช้ เฉินฉางอันพลันยกหีบใบสุดท้ายขึ้นแล้วเทของที่อยู่ข้างในออกมาทั้งหมด
เริ่มั้แ่กระบี่เหล็กผุพังที่เต็มไปด้วยสนิมเล่มหนึ่งเขาใช้มือลูบคลำสิ่งของทุกชิ้นพลางหลับตาใช้ใจััอย่างตั้งใจ ชิ้นนี้ไม่ใช่ ชิ้นนี้ก็ไม่ใช่ ชิ้นนี้ยิ่งไม่ใช่…
ในขณะที่เฉินฉางอันขมวดคิ้วแน่นและเริ่มจะหมดความอดทน หัวใจเทาเที่ยกลับเต้นรัวเร็วขึ้นอย่างรุนแรง จังหวะการเต้นในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ยามที่ถูกคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนจ้องมองในตำหนักหลัก จังหวะการเต้นของหัวใจเทาเที่ยยังไม่รวดเร็วและดุดันถึงเพียงนี้
เฉินฉางอันลืมตาขึ้นมอง ในฝ่ามือของเขาปรากฏแผ่นทองแดงาแผ่นหนึ่ง แผ่นทองแดงนี้ดูธรรมดายิ่งนักอีกทั้งยังผุพังไม่สมบูรณ์ บนแผ่นทองแดงเต็มไปด้วยร่องรอยด่างพร้อยดูธรรมดาสามัญจนไม่สามารถจะธรรมดาไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
โดยเฉพาะเมื่อวางอยู่ต่อหน้าเงินแท่งที่เงาวับ มันช่างดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากจะพูดให้ไม่เกินจริงอย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเขาเลย แผ่นทองแดงแผ่นนี้ต่อให้โยนทิ้งไว้กลางถนนแม้แต่ขอทานก็ยังคร้านที่จะก้มเก็บ
"ผู้ดูแล... ผู้ดูแลสาม แผ่นทองแดงนี้... ข้าเห็นว่ามันดูมีความเก่าแก่ดี จึงเก็บกลับมาด้วยขอรับ"
เมื่อเห็นเฉินฉางอันถือแผ่นทองแดงนั้นไว้ เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว สวี่เฟยก็ใจนเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผา
เฉินฉางอันยามนี้คือผู้ดูแลสามแห่งตระกูลจี จัดการไร่ิญญานับร้อยหมู่ ฐานะย่อมสูงส่งยิ่งนัก ทว่าตัวเขากลับนำแผ่นทองแดงผุพังชิ้นหนึ่งกลับมานี่ไม่เป็การทำให้ผู้ดูแลสามต้องอับอายขายหน้าหรอกหรือ?
ตัวเขาทำเื่ผิดพลาดมหันต์เข้าแล้ว นี่คือความคิดเดียวที่ผุดขึ้นในใจของสวี่เฟย
สวี่เฟยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขารีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น "ผู้ดูแลสาม ข้าน้อยจะรีบนำแผ่นทองแดงนี้ไปทิ้งเดี๋ยว..."
ยังไม่ทันที่สวี่เฟยจะพูดจบ เฉินฉางอันก็เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ขึ้นมา
"สวี่เฟย!"
"ข้าน้อยรู้ความผิดแล้วขอรับ ขอผู้ดูแลสามโปรดลงโทษด้วย!"
เฉินฉางอันกำแผ่นทองแดงผุพัง ในมือไว้แน่นพลางเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องพัก ยามเดินผ่านข้างกายสวี่เฟยเขาก็โน้มตัวลงตบบ่าของอีกฝ่ายเบา ๆ
"เงินแท่งและของล้ำค่าในหีบนับสิบใบกลางลานนี้ ข้ายกให้เ้าทั้งหมด!"
"ขอรับ?"
โดยไม่สนใจสวี่เฟยที่กำลังตกตะลึงและเริ่มสงสัยในชีวิต เฉินฉางอันสะกดกลั้นความยินดีในใจไว้แล้วเดินเข้าห้องพักไปอย่างสงบนิ่งก่อนจะปิดประตูลง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบด้านแล้ว เฉินฉางอันจึงหยิบแผ่นทองแดงผุพัง ในอกเสื้อออกมาพินิจดูอีกครั้ง
หลังจากพิจารณาดูอย่างละเอียดหลายครั้ง ในที่สุดเฉินฉางอันก็พบว่าที่มุมหนึ่งของแผ่นทองแดงที่มีรอยด่างพร้อยมีตัวอักษรเล็ก ๆ สลักอยู่ไม่กี่ตัว สองตัวแรกดูเหมือนจะเป็คำว่า ‘ะ’
ฟึ่บ!
ทันทีที่เอ่ยคำว่า ‘ะ’ ออกมา แผ่นทองแดงที่ดูเก่าแก่ในมือนั้นราวกับมีชีวิตขึ้นมามันเปลี่ยนสภาพเป็ลำแสงสีดำสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าสู่ส่วนลึกของสมองเฉินฉางอันทันที
ทันทีที่แผ่นทองแดงาเข้าสู่ห้วงจิตสำนึก หัวใจเทาเที่ยสีดำสนิทก็เต้นรัวเร็วขึ้นอย่างรุนแรง
ตึก! ตึก!! ตึก!!!