[จบ] ย้อนเวลากลับมาในยุค 70 : ฉันขอเป็นนางร้ายบ้างแล้วกัน!

    บทที่ 33 คุณอาช่วยเหลือ พาคนมาส่งถึงหน้าบ้าน!

    บทที่ 33  คุณอาช่วยเหลือ พาคนมาส่งถึงหน้าบ้าน!


    กู้ซือมีเวลาไม่มากนัก แต่ก็ต้องแบ่งเวลาเพื่อมาพบปะกับคนรุ่นหลังบ้าง


    ถงฮั่วถูกพาเข้าไปในห้องทำงานตอนที่กู้ซือกลับมาแล้ว


    กู้ซือทักทายเลขาหลี่ "ต่อไปถ้าเธอมา ให้เธอเข้าไปรอผมที่ห้องทำงานได้เลย"


    เลขาหลี่มองถงฮั่วด้วยความประหลาดใจ แล้วรับคำ


    ถงฮั่วกำมือแน่น ดวงตาที่สว่างอยู่แล้วยิ่งเปล่งประกายขึ้นชั่วขณะ


    "มีธุระอะไร" กู้ซือพาเธอเข้าไปในห้องทำงาน


    ถงฮั่วนำอาหารที่ทำเสร็จแล้วออกมา และวางมันลงข้างหน้าเขาเงียบ ๆ


    กู้ซือค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาสีเข้มมาก น้ำเสียงฟังดูแปลก ๆ "มาส่งอาหารให้ฉันหรือ"


    "ต่อไปนี้ไม่ต้องมา ฉันไม่ต้องการให้เธอทำอะไร" น้ำเสียงของกู้ซือเย็นชา


    ถงฮั่วรู้ว่าเขาเอาใจยาก ชาติก่อนข่งมี่เสวี่ยใช้ความพยายามเต็มที่เพื่อทำให้เขาพอใจ แต่ก็แค่ทำให้เขาให้ความช่วยเหลือบ้าง แต่ไม่ได้สนิทสนมกับเขา


    แต่การได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อยนี้ก็ทำให้เธอมีหน้ามีตาต่อหน้ากับคนตระกูลกู้และคนตระกูลถง


    ดังนั้น ถงฮั่วจึงไม่รู้สึกน้อยใจหรืออับอายกับท่าทีของเขา เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร


    นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาสอนด้วย!


    ถงฮั่วกล่าวว่า "สุขภาพร่างกายคือต้นทุนของการปฏิวัติ" จากนั้นก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก


    กู้ซือจ้องมองกล่องข้าวสองใบตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ในใจคิดอยากให้เลขาหลี่เอาไปกิน


    แต่แล้วก็คิดถึงคำพูดที่แสดงความห่วงใยของถงฮั่วอีกครั้ง เขาจึงเปิดกล่องข้าว กลิ่นหอมอบอวลของอาหารโชยออกมา


    กล่องหนึ่งเป็นข้าวสวย อีกกล่องหนึ่งเป็นหมูตุ๋น พริกหยวก มะเขือยาว และแตงกวาผัดไข่ ทั้งสี กลิ่น และรสชาติล้วนสมบูรณ์แบบ


    กู้ซือเป็นคนเรื่องมาก อีกทั้งเพิ่งมาถึงที่นี่ เขายังไม่ชินกับต้นหอมจิ้มน้ำพริกของทางเหนือ ดังนั้น ทุกวันนอกจากจะเอามันฝรั่งต้มติดตัวไปสองสามชิ้นเพื่อประทังท้องแล้ว เขาก็ไม่มีความต้องการอื่น สำหรับเขา อาหารอย่างอื่นกับมันฝรั่งต้มก็ไม่ต่างกันมากนัก


    กู้ซือที่ปกติแล้วจะทานหรือไม่ทานก็ได้ พอเห็นอาหารที่ยังคงอุ่นอยู่จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา


    ก่อนกินอาหาร กู้ซือก็รู้แล้วว่าฝีมือการทำอาหารของถงฮั่วไม่เลว พอกินคำแรกเขาก็รู้ว่าตนเองยังดูถูกฝีมือการทำอาหารของถงฮั่วอยู่


    เขาคิดว่าจะต้องเหลือข้าวและอาหารไว้มากกว่าครึ่ง แต่หลังจากกินเสร็จถึงพบว่าตัวเองกินจนหมด กล่องข้าวสองใบถูกเขาทานอาหารหมดจนเกลี้ยง


    อาจจะเป็นเพราะทานอาหารอย่างพอใจ อาการปวดหัวที่เกิดจากการนอนดึกหลายวันจึงหายไป


    ตอนนี้ถงฮั่วกลับมาที่หมู่บ้านด้วยเกวียนวัวของหัวหน้าหน่วยเฉิงแล้ว


    หลังจากนั้น พอถงฮั่วมาส่งอาหารให้ กู้ซือก็ไม่ปฏิเสธอีก และไม่เคยพูดว่า "ฉันไม่ต้องการให้เธอทำอะไร" อีกเลย


    ขณะที่ถงฮั่วคิดว่าตนเองทำให้กู้ซือพอใจได้แล้ว เธอก็ได้พบกับกู้จินเยว่


    กู้จินเยว่ถูกส่งมายังหน่วยหงหนิว


    ถงฮั่วยืนอยู่นิ่งกับที่สักพัก ดวงตาส่องแสง รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏอยู่บนริมฝีปาก


    ก่อนหน้านี้ เธอเคยส่งสัญญาณให้กับกู้ซือว่าเธอยังมีความรู้สึกต่อกู้จินเยว่อยู่


    ไม่คิดเลยว่ากู้ซือจะเก่งขนาดนี้ เขาสามารถพากู้จินเยว่จากเมืองหลวงมาที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว


    การได้เห็นกู้จินเยว่อยู่ที่นี่โดยที่ไม่มีตระกูลกู้ ไม่มีบารมีของลูกชายผู้จัดการโรงงานกู้ มันช่าง...ดีจริง ๆ!


    แต่กู้ซือไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย ๆ หากจะหลอกเขา เธอก็ต้องหลอกตัวเองก่อน!


    ไม่อย่างนั้นถ้าโดนสืบสวนกลับ มันก็จะเป็นเธอที่ต้องถูกทรมาน ไม่ใช่กู้จินเยว่!


    ถงฮั่วเปลี่ยนสีหน้า ไปหาหัวหน้าหน่วยเฉิงด้วยทำท่าทางโกรธจัด ทำไมคนคนนี้ถึงถูกส่งมาที่นี่?


    หัวหน้าหน่วยเฉิงไม่รู้เรื่องเลย เขาปวดหัวไปหมด เยาวชนนักเรียนหนุ่มสาวในหน่วยของเขามีมากพอแล้ว


    ถงฮั่วลาพักครึ่งวันไปที่ชุมชน เธอต้องการไปถามความเห็นของกู้ซือ


    เขากินอาหารของเธอ ใช้น้ำวิเศษของเธอ ทำไมเขาจะตอบแทนบุญคุณเธอด้วยการทำร้ายแบบนี้


    กู้ซือยังไม่รู้ว่ากู้จินเยว่มาถึงแล้ว ก็ถูกถงฮั่วที่ส่งเสียงดังบุกเข้ามาทำให้ตกใจ


    ถงฮั่วกำลังจะถามเขาด้วยท่าทีดุดัน แต่พอเห็นกู้ซือทำสีหน้าไม่พอใจ อารมณ์จึงลดลงทันที เธอหายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วพูดว่า "อากู้! ฉันทำอะไรให้คุณโกรธหรือคะ?"


    กู้ซือรู้สึกไม่พอใจกับน้ำเสียงของเธอ แต่ก็มึนงงเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอน้ำตาคลอเบ้า "เกิดอะไรขึ้น?"


    ถงฮั่วกัดฟัน แล้วถามออกมา "ทำไมกู้จินเยว่ถึงไปที่หน่วยหงหนิว?"


    กู้ซือตกตะลึงเมื่อรู้ว่ากู้จินเยว่มาถึงแล้ว


    เขามองตรงไปที่เธอ แทบจะมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำที่กดเก็บอารมณ์เอาไว้ "ฉันทำเอง"


    ถงฮั่วหายใจติดขัดกับน้ำเสียงล่องลอยของเขา เธอคิดว่าการส่งอาหารของตัวเองในช่วงนี้เป็นการให้อาหารสุนัขหรือเปล่า?


    "เธอไม่พอใจหรือ" กู้ซือถามอย่างไม่เข้าใจ


    ถงฮั่วแม้แต่จะยิ้มก็ทำไม่ได้ "อากู้ คุณคิดว่าฉันดูมีความสุขหรือคะ"


    แม้แต่คำสุภาพก็พูดออกมา ดูเหมือนเธอจะโกรธมาก


    กู้ซือดันแว่นบนสันจมูก และอธิบายให้เธอฟังด้วยความยากลำบาก "เขาทำผิด สมควรได้รับการลงโทษ ดังนั้นฉันจึงส่งเขามาเป็นเยาวชนนักเรียน"


    ดวงตาของถงฮั่วเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับ "แล้วทำไมต้องส่งเขาไปอยู่หน่วยหงหนิวด้วย! ทำไมไม่ส่งไปทางใต้เสียเลย?"


    สีหน้าของกู้ซือชะงักไปชั่วครู่ อารมณ์ในดวงตาปรากฏชัดเจน


    สีหน้าของถงฮั่วดูลังเล เขาคงไม่คิดว่าเธอกับกู้จินเยว่ทะเลาะกันถึงขั้นนี้ เป็นเพียงการทะเลาะกันเล็กน้อยระหว่างคนรักใช่ไหม?


    กู้ซือคิดอย่างนั้นจริง ๆ เขาสืบจนรู้มาว่าถงฮั่วมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกู้จินเยว่


    หากถงฮั่วปล่อยวางได้แล้ว ทำไมถึงต้องหนีมาอยู่ชนบท ทำไมยังคงคิดจะฆ่าข่งมี่เสวี่ย?


    เพราะความรักลึกซึ้งเกินไป ปล่อยวางไม่ได้ จึงเลือกที่จะเนรเทศตนเอง ไม่อยากเผชิญหน้า


    และเพราะความรักลึกซึ้งเกินไป ปล่อยวางไม่ได้ จึงเกิดความคิดอยากจะทำลายทั้งสองฝ่าย อยากฆ่าข่งมี่เสวี่ย!


    กู้ซือพาตัวกู้จินเยว่มาที่ชนบทด้วยสองเหตุผล หนึ่งคือเพื่อระบายความแค้นให้ถงฮั่ว และสองคือเพื่อให้โอกาสทั้งสองคนคืนดีกัน


    เมื่อมีเขาอยู่ กู้จินเยว่จะไม่กล้าทำให้ถงฮั่วต้องผิดหวังอีก


    ถงฮั่วหมุนตัวไปราวกับทนไม่ได้ ลังเลหลายครั้ง การเอาอกเอาใจและความเคารพต่อกู้ซือในอดีต กลายเป็นความโกรธและน้อยใจที่ไม่อาจหักล้างกันได้


    "ฉันจำเป็นต้องเป็นคนของตระกูลกู้หรือคะ? จำเป็นต้องเก็บขยะที่โยนทิ้งกลับมาหรือ? ฉันสมควรอยู่กับคนแบบนี้เท่านั้นหรือ?" ถงฮั่วหัวเราะเยาะออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นชา


    สีหน้าตกตะลึงของกู้ซือยิ่งทำให้ถงฮั่วโกรธจนหมุนตัวเดินจากไป กระทั่งประตูห้องทำงานก็ถูกปิดลงเสียงดังสนั่น


    เลขาหลี่สะดุ้งโหยงจนกระโดดลุกจากเก้าอี้ทันที! อะไร? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?


    พอเห็นถงฮั่วที่เดินออกไปอย่างโกรธแค้น เลขาหลี่ก็มีสีหน้าสับสน เธอคนนี้กำลังโกรธหรือเปล่า?


    กู้ซือกลับมานิ่งเงียบ นวดหัวตา ถอนหายใจเบา ๆ เขาอาจจะมองเธอผิดไปจริง ๆ


    แต่ตอนนี้เขาฃพาคนมาแล้ว ในระยะเวลาสั้น ๆ จึงยังพาพวกเขาออกไปไม่ได้


    ถงฮั่วโกรธมาก เธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองยังไง เวลาคือคำตอบเท่านั้น


    แต่เขาคิดอย่างนั้นด้วยหรือเปล่า?


    กลับมาที่หน่วยหงหนิว ถงฮั่วสงบสติอารมณ์ ทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้า ไม่ว่ายังไงก็ตาม การหมั้นหมายก็ยกเลิกไปแล้ว


    กู้จินเยว่มาถึงเขตพักอาศัยเยาวชนก็คุยกับเยาวชนนักเรียนคนอื่น ๆ ได้อย่างสนิทสนม


    เขาสอบถามเรื่องราวของถงฮั่ว พี่น้องตระกูลถง และข่งมี่เสวี่ยได้อย่างง่ายดาย


    ถงฮั่วเข้ากับเยาวชนที่เขตพักอาศัยไม่ได้ แม้พวกเขาจะไม่ได้ใส่ร้ายเธอ แต่แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้พูดอะไรดี ๆ เกี่ยวกับเธอ


    กู้จินเยว่ไม่คิดเลยว่าถงฮั่วที่เป็นเยาวชนนักเรียน กลับไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตพักอาศัยเยาวชน ยิ่งกว่านั้น ยังไม่มีเยาวชนนักเรียนคนไหนช่วยพูดแก้ต่างให้ถงฮั่ว


    เยาวชนนักเรียนคนหนึ่งอาจไม่ชอบเธอเพราะเป็นปัญหาของคนคนนั้น แต่เยาวชนนักเรียนทั้งหมดไม่ชอบเธอ แสดงว่าเธอต้องมีปัญหามากกว่าแน่


    หวังเฉิงถาม "นายกับถงฮั่วไม่ได้แต่งงานกันจริง ๆ เหรอ? ถอนหมั้นกันแล้ว?"


    กู้จินเยว่รู้สึกไม่พอใจที่ถงฮั่วนำเรื่องของพวกเขาไปป่าวประกาศ "เธอเข้าใจผิดไปหน่อย"


    สวีม่านถามต่อ "นายถอนหมั้นกับถงฮั่วเพราะสหายข่งหรือเปล่า" ใครกันแน่ที่กำลังโกหก


    กู้จินเยว่จะไม่มีทางยอมรับเรื่องแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น เพราะการยอมรับอาจทำให้ดูเหมือนเขามีความประพฤติที่ไม่ดี "วันนั้นผมประสบอุบัติเหตุจึงไปโรงพยาบาล" 


    ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยอมรับได้




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลากลับมาในยุค 70 : ฉันขอเป็นนางร้ายบ้างแล้วกัน! ที่คุณอ่าน