สิบนาทีต่อมา ลู่ซือหย่วนก็มานั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มที่เขาไม่ได้รู้จักมักคุ้น มองคนที่ว่ากันว่าใช้เงินหมื่นล้านหยวนซื้อที่ดินได้โดยไม่แม้แต่จะกะพริบตาจ้วงบะหมี่ชามละสิบกว่าหยวนตรงหน้าด้วยท่วงท่าองอาจ ไม่มีกลิ่นอายรังเกียจรังงอนใดๆ ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มผู้ปิดประตูไม่รับคำเชิญชวนใดๆ ของข้าราชการทั้งเมืองปินไห่ผู้นี้ คาดว่าคงไม่มีใครมองเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่งได้ในพริบตาเดียวแน่
“ไม่กินเหรอ” เห็นลู่ซือหย่วนไม่แม้แต่จะขยับตะเกียบ เว่ยตงจึงเหลือบตาขึ้นมามองเล็กน้อย
พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ขยับเขยื้อน เว่ยตงก็ยักไหล่ “วางใจเถอะน่า นายกลู่ ผมจ่ายเอง”
หางตาของลู่ซือหย่วนกระตุกอย่างควบคุมไม่อยู่ ผู้ชายคนนี้ต้องยั่วยุคนอื่นแบบนี้ด้วยหรือไง
คนที่ทำให้สถานการณ์มันออกมากะทันหันพิลึกพิลั่นแบบนี้คือใครกันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ๆ ผู้ชายคนนี้ก็ลากเขาไปโรงพยาบาลอย่างประหลาด เขาจะถึงกับไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียวแบบนี้เหรอ
“กินเถอะ” เมื่อสังเกตเห็นความแข็งกระด้างที่มุมหางตาของลู่ซือหย่วน เว่ยตงก็ก้มหน้าก้มตากะซวกบะหมี่ที่ใครเห็นก็ต้องผงะชามนั้นต่อ
ลู่ซือหย่วนมองดูบะหมี่ เมื่อพิจารณาจากท้องที่ร้องโครกครากของตัวเองแล้ว จึงใช้มือขวาหยิบตะเกียบขึ้นมา แต่อาจเพราะาแที่หลังมือ จึงทำให้รู้สึกไม่ค่อยถนัด เขาจึงเปลี่ยนมาจับตะเกียบด้วยมือซ้าย แล้วค่อยเริ่มกิน
ห้านาทีผ่านไป บะหมี่ของเว่ยตงที่ชามใหญ่กว่าลู่ซือหย่วนสามเท่าก็ถูกปล้นหายไปจนเกลี้ยง
ลู่ซือหย่วนนั้นกินอย่างนุ่มนวลกว่ามาก กระทั่งเว่ยตงวางตะเกียบลง ชามของเขาก็ยังเหลือกว่าครึ่ง สองนาทีให้หลัง เขาเองก็วางตะเกียบบ้าง โดยที่ในชามยังเหลือบะหมี่อยู่ครึ่งหนึ่ง
“คิดเงิน” เห็นลู่ซือหย่วนวางตะเกียบแล้ว เว่ยตงก็เรียกคนมาคิดเงินทันที
“ทั้งหมดสี่สิบแปดหยวนครับ”
เว่ยตงล้วงธนบัตรยับย่นออกมาจากกระเป๋ากางเกงปึกหนึ่ง ดึงธนบัตรห้าสิบหยวนออกมาหนึ่งใบแล้วส่งให้คนที่มาเก็บเงิน
เถ้าแก่หยิบธนบัตรหนึ่งหยวนสองใบออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนส่งให้เว่ยตง เขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยื่นมือออกไปรับเงินทอนมายัดใส่กระเป๋ากางเกง
ลู่ซือหย่วนเห็นฉากนี้ อารมณ์ในแววตาก็ยิ่งลึกซึ้ง
คนคนนี้แตกต่างจากคนที่เขารู้จัก ทั้งยังต่างมากทีเดียว…
พอออกมา เว่ยตงก็นับแบงก์ย่อยที่เพิ่งเจอรวมกับเงินทอนอื่นๆ ในกระเป๋าแล้วส่งให้ชายชราที่ลานจอดรถ
“พ่อหนุ่ม ให้เกินมาสองหยวน” กระทั่งเว่ยตงขับรถออกจากซองจอดรถ ชายชราก็ยกมือโบก และยื่นเงินที่เกินมาส่งให้เขาทางหน้าต่างรถ
เว่ยตงไม่พูดอะไรมากความ รับเงินที่ชายชราส่งมา ก่อนจะเปลี่ยนมือล้วงหยิบซองบุหรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อ แล้วส่งให้ชายชรามวนหนึ่ง
“นี่บุหรี่อะไร” ชายชราถือมันไว้ในมือ สายตาอันเฉียบคมอาศัยไฟถนนอ่านตัวอักษรบนบุหรี่ แต่เขากลับไม่รู้จักมันเลยสักตัว
“ผมเองก็ไม่รู้ สูบแก้ขัดเฉยๆ” เว่ยตงยักไหล่
หันหน้าไปเห็นลู่ซือหย่วนกำลังรับโทรศัพท์อยู่ เขาเลยจุดบุหรี่ให้ตัวเอง พิงกับเบาะที่นั่งคนขับรอให้อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เสร็จโดยไม่ได้เร่งรัดอะไร
ชายชราจุดบุหรี่แล้วสูบเข้าไปทีหนึ่ง ั์ตาพลันสว่างวาบ “บุหรี่ดีนี่ ไม่ใช่ที่ผลิตในประเทศสินะ”
ได้ยินคำพูดนี้ ก็รู้ทันทีเลยว่าคนคนนี้ต้องเป็สิงห์อมควันมาก่อน
เว่ยตงเห็นลู่ซือหย่วนวางโทรศัพท์แล้ว และกำลังเดินมา จึงสตาร์ตรถ “ของเยอรมัน”
ก่อนจะหันไปะโใส่ลู่ซือหย่วนว่า “ขึ้นรถ”
หน้าต่างรถเปิดกว้าง ลู่ซือหย่วนยังไม่ทันขึ้นรถ ก็ได้กลิ่นบุหรี่ตลบอบอวล เป็ไปตามคาด พอมองตามมือที่ยื่นออกไปนอกกระจกรถของชายหนุ่ม ก็เห็นก้นบุหรี่ที่ยังมีประกายไฟเผาไหม้อยู่
คนคนนี้ติดบุหรี่ขนาดไหนเนี่ย
แค่่เวลาสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง ไม่ว่าจะโอกาสหรือสถานที่ใด ก็ไม่เคยเห็นเขาขาดบุหรี่ในมือเลย…
ลู่ซือหย่วนนวดหว่างคิ้วหลังจากนั่งลงบนรถ ไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาควรจะคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับการลงทุนในอนาคตของคนคนนี้ในเมืองปินไห่ หรือควรจะปิดปากเงียบต่อไปดี
“พักที่ไหน” เว่ยตงขับรถเข้าสู่ถนน พลางเอ่ยถามสบายๆ ประโยคหนึ่ง
ลู่ซือหย่วนชะงัก คนคนนี้ยังเตรียมจะไปส่งเขาที่บ้านด้วยเหรอนี่
“นายกลู่ เป็ใบ้เหรอ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบ ชายหนุ่มก็แซะท่านนายกเทศมนตรีที่เอ่ยพูดกับตนไม่ถึงสองประโยคอย่างโหดร้ายทันที
“ซีซู่แมนชั่น”
หลังจากประโยคนี้ ตลอดทางก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ตำแหน่งตรงนี้อยู่ใกล้กับประตูทางทิศใต้ของเมือง ส่วนซีซู่แมนชั่นตั้งอยู่ที่ประตูตะวันออกของเมืองปินไห่ ด้วยความเร็วปกติของรถใช้เวลาประมาณห้าสิบนาที แต่รถยังขับไปไม่ทันถึงครึ่งทาง ลู่ซือหย่วนก็พิงเบาะผล็อยหลับไปแล้ว
เขาหลับตาลงโดยถึงกับไม่คิดมากว่าเขาอยู่บนรถของคนที่แทบไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า หลังจากนั้นจิตสำนึกก็หลุดลอยไปไกล
ได้ยินเสียงลมหายใจที่ค่อยๆ สม่ำเสมอของคนข้างกาย เว่ยตงก็เหลือบมองแวบหนึ่ง จึงเห็นว่าคนคนนั้นหลับไปแล้ว…
……
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ท้องฟ้ายังคงสลัว มีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย ลู่ซือหย่วนพลิกตัว ร่างกายรู้สึกวูบโหวง ทำให้เขาลืมตาตื่นและลุกขึ้นทันที ทิวทัศน์แปลกตาเบื้องหน้าทำให้เขาชะงักงัน หลังจากขยี้ตาถึงได้รู้ว่าที่แท้ตนเองก็หลับอยู่บนเบาะรถ
ลู่ซือหย่วนลูบหน้า ตระหนักได้ว่ารถคันนี้เป็รถที่เว่ยตงขับเมื่อคืน กระจกรถทั้งหมดปิดอยู่ ประตูรถก็ล็อกอยู่เช่นกัน เพียงแต่รถไม่ได้ดับเครื่อง แถมยังเปิดแอร์ไว้ด้วย…
เขาเปิดประตูลงจากรถ จึงพบว่ารถจอดอยู่ชั้นล่างของคอนโดเขา
ท้องฟ้าด้านนอกเพิ่งจะเริ่มสว่าง บรรยากาศยังคงมืดสลัวอยู่บ้าง เขามองรอบๆ รถ แต่ก็ไม่เห็นคนที่พาเขามาส่งเมื่อคืนนี้เลย
ั้แ่ตอนที่ 19 เป็ต้นไป ติดตามตอนต่อไปได้ที่
https://www.readawrite.com/a/2caff90cf6e7cac35136cf132d2b61ca