คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 54 :สี่พันเล่มและสองร้อยเล่ม

    ตอนที่ 54:สี่พันเล่มและสองร้อยเล่ม

     

            ร้านหนังสือซินฮัวแบ่งออกเป็นสามชั้นเทียบเท่ากับซุปเปอร์มาร์เก็ตหนังสือขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้

     

            ตอนที่หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่เดินเข้ามาก็ต้องพบกับผู้คนที่แน่นขนัดอยู่ในร้านหนังสือวันนี้มีหลายครอบครัวที่จูงมือเด็กเล็กเข้ามาด้วย

     

            “ทำไมคนถึงได้มากมายขนาดนี้ วันนี้เด็ก ๆ ไม่ไปโรงเรียนกันหรือ? ”

     

            ด้วยความสงสัยในใจ หลิวจือเซียจึงเดินมาตรงหน้าเคาน์เตอร์ แล้วถามว่า“สวัสดีครับ ขอถามหน่อยว่านิทานเด็กและโซนของเด็กอยู่ทางไหนครับ ? ”

     

            ไม่ว่าอย่างไรหลิวจือเซียก็ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะแล้วดังนั้นก่อนจะออกจากบ้าน เขาจึงต้องสวมหมวกและใส่แว่นตากันแดดสีชาออกไปด้วยพี่สาวประจำเคาน์เตอร์จึงจำเขาไม่ได้

     

            “สวัสดีค่ะ โซนของเด็กอยู่ชั้นสามค่ะ”พนักงานประจำเคาน์เตอร์ตอบกลับอย่างมีมารยาท “ถ้าคุณผู้ชายมาซื้อ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ของอาจารย์เหอเชิญลงชื่อและทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ตรงนี้ก่อนนะคะ”

     

            หลิวจือเซียตะลึงงัน แล้วพูดว่า “ลงชื่อทำไมครับ ? ”

     

            “คืออย่างนี้ค่ะ คุณผู้ชาย” พนักงานประจำเคาน์เตอร์อธิบาย“เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงวันหยุด พวกเด็ก ๆที่มาซื้อหนังสือนิทานของอาจารย์เหอค่อนข้างเยอะมากดังนั้นสำนักพิมพ์อู่ถงและอาจารย์เหอจึงตัดสินใจว่าในบรรดาเด็ก ๆ ที่ซื้อ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ไป เราจะจับฉลากขึ้นมา 100 ชื่อ จากนั้นก็จะส่งหนังสือนิทานคอลเลคชั่นใหม่ของอาจารย์เหอไปให้ทั้งหมด”

     

            ที่แท้วันนี้ก็เป็นวันหยุดนี่เองมิน่าล่ะถึงได้มีเด็กมากมายขนาดนี้

     

            “ขอไม่ทิ้งชื่อไว้นะครับ เราไม่ได้จะมาซื้อหนังสือ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ก็แค่มาเดินเล่น” หลิวจือเซียส่ายหน้าแล้วอุ้มเยว่เยว่ตรงขึ้นไปยังชั้นสามทันที

     

            หลังจากที่ขึ้นมาถึงชั้นสามแล้ว  หน้าประตูลิฟต์ ก็เห็นป้ายสีแดงแผ่นหนึ่งด้านบนเขียนด้วยตัวอักษรสีทองว่า

     

            “ผลงานที่สะเทือนวงการนิทานที่สุด ‘นิทานของแฮมสเตอร์’โดยนักเขียนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เหอปิชูอยากดูชีวิตประจำวันของแฮมสเตอร์ตัวน้อยหรือไม่ ? เข้ามาจับจองหนังสือ  ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ กลับบ้านกันได้เลย ! ”

     

            “เพื่อยอดขาย สำนักพิมพ์อู่ถงแห่งนี้และเหอปิชู ลงทุนกันมากจริงๆ ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้า เขาจะไม่ทำแบบนี้ เหมือนอย่างที่ตัวเองเคยพูดไว้ทองแท้ยังไงก็จะส่องประกายออกมาเสมอ

     

            “คุณพ่อ ตรงนั้น ตรงนั้นมีพี่ชายและพี่สาวอยู่กันเยอะเลยค่ะ ! ”

     

            ทันใดนั้นเสียงของเยว่เยว่ก็หยุดหลิวจือเซียที่กำลังจมอยู่ในความคิด

     

            “หืม ? ” หลิวจือเซียดึงสติกลับมาจากนั้นก็มองไปทางซ้ายเบื้องหน้าแวบหนึ่ง

     

            จริง ๆ ด้วย ที่ตรงนั้นต้องมีอย่างน้อย 200 คนได้ พวกเขากำลังเบียดเสียดกันเพื่อแย่งบางอย่างที่อยู่บนชั้นหนังสือ

     

            และมีเพื่อนตัวน้อยหลายคนยืนอยู่นอกฝูงชนทุกคนพากันเขย่งปลายเท้า ยืดคอมองด้านในอย่างเต็มที่จนแทบจะเบียดเข้าไปแย่งเองเลยทีเดียว

     

            หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่เดินเข้าไปแล้วมองไปยังชั้นหนังสือแวบหนึ่ง นั่นคือหนังสือเรื่อง ‘นิทานของแฮมสเตอร์’คอลเลคชั่นใหม่ของเหอปิชูจริง ๆ

     

            หึ ร้านหนังสือซินฮัวแห่งนี้ไม่กลัวว่าจะขายไม่ออกจริง ๆชั้นหนังสือขนาดใหญ่ทั้งสองชั้น เต็มไปด้วยหนังสือ ‘นิทานของแฮมสเตอร์’จากการคำนวณคร่าว ๆ น่าจะมีประมาณ 4,000 เล่ม

     

            นี่แค่ร้านหนังสือซินฮัวแห่งเดียวนะ

     

            อย่าลืมว่า ร้านหนังสือซินฮัวเป็นร้านหนังสือที่มีหลายสาขาแทบจะทั่วทั้งเมือง ทั้งมณฑลล้วนมีสาขาอยู่นับไม่ถ้วน ถ้าดูจากปริมาณในตอนนี้ในจำนวนหนังสือ ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ที่มีการตีพิมพ์ไว้ล่วงหน้า อย่างน้อยก็ 5ล้านเล่ม

     

            “ยอดเยี่ยม เล่นใหญ่กันจริง ๆ ! ”หลิวจือเซียส่ายหน้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะ แล้วค้นหาหนังสือนิทานของตัวเองทันที

     

            แต่หลังจากเขาหาอยู่ราวครึ่งวันบนชั้นหนังสือสองสามชั้นบริเวณนั้นก็ไม่มีหนังสือนิทานที่เขาเขียนเลยแม้แต่เล่มเดียว

     

            ในขณะที่หลิวจือเซียกำลังจะถามพนักงานขาย ว่าภายในร้านมีหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ หรือไม่นั้น เสียงอันสดใสเสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

     

            “คุณพ่อ นั้นมันหนังสืออะไร ? เป็ดน้อยใช่ไหม ? น่ารักจังเลยคุณพ่อหยิบลงมาให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ ? ”

     

            เป็ดน้อย ?

     

            หลิวจือเซียตกใจในทันใดจากนั้นก็พาเยว่เยว่มาตรงหน้าชั้นหนังสือที่อยู่หัวมุม

     

            ตรงชั้นหนังสือ มีเด็กผู้ชายตัวเล็กกำลังดึงชายเสื้อของชายหนุ่มและพูดอะไรบางอย่าง

     

            “นั่น ๆ คุณพ่อ นั่นน่าจะเป็นหนังสือของเรานะคะ ! ”

     

            ถึงแม้ว่าเยว่เยว่จะรู้จักตัวอักษรไม่กี่คำ แต่ ‘หลิวเจียเยว่’และ ‘เยว่เยว่’ ชื่อของตัวเองย่อมจำได้เธอมองแวบเดียวก็เห็นหนังสือนิทานที่วางอยู่ตรงชั้นบนสุดของชั้นหนังสือได้

     

            ด้านหลังของหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’มีตัวอักษรตัวหนาสีดำจำนวนหนึ่งเขียนไว้ นักเขียนเซียเยว่ !

     

            “หืม ? ตรงนี้ยังมีหนังสือนิทานเล่มใหม่ด้วยหรือ ? ”

     

            พ่อของเด็กผู้ชายตัวเล็กตะลึงงันในตอนที่เขาเห็นตัวอักษรบนหนังสือนิทาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันใดจากนั้นก็กัดฟันกรอดแล้วพูดว่า “เวรเอ๊ย ฉันหานายตั้งนาน วิ่งทั่วร้านหนังสือกว่าจะเจอนายสักทีนะ ! ”

     

            หลิวจือเซียอุ้มเยว่เยว่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าฉงนกระทั่งเห็นท่าทางกัดฟันกรอดของชายคนนั้น ไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่ ?

             

            ยังไม่ทันจบ ก็เห็นชายคนนั้นล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้วเริ่มวิดีโอคอลเข้าไปในกลุ่มวีแชท

     

            “เพื่อนเกลอ หลังจากที่พยายามกันอย่างหนัก ให้พวกเพื่อน ๆไปหาหนังสือที่ไอดอลแนะนำ พวกนายดูนี่สิ ! ”

     

            ระหว่างที่พูดนั้นชายคนนั้นหันกล้องโทรศัพท์ไปยังทิศทางของชั้นหนังสือ

     

            “บัดซบเอ๊ย ฉันแย่งซื้อจากในจิงตงไม่ได้ที่นั่นมีตั้งหลายเล่มแน่ะ หลางจื่อ ซื้อมาให้ฉันหนึ่งเล่มด้วย ! ”

     

            “พี่หลาง ให้ฉันเล่มหนึ่งด้วย ไม่ ซื้อมาให้ฉันสองเล่มเลยหลานสาวของภรรยาฉันก็โวยวายจะเอาให้ได้ ! ”

     

            “หลางจื่อ ฉันอยากได้ 5 เล่มเพื่อนในห้องเรียนของฉันกำลังอยากได้พอดี ! ”

     

            วีแชทของชายคนนั้นดังขึ้นมาในทันที  ต่างบอกจะเอาหนึ่งเล่มบ้างล่ะจะเอาสองเล่มบ้างล่ะ แทบจะทะเลาะกันอยู่แล้ว

     

            ไม่ต้องพูดถึงเด็กชายและเยว่เยว่แม้แต่หลิวจือเซียก็อึ้งไปชั่วขณะ

     

            แต่หลิวจือเซียก็เข้าใจได้ทันที มันเป็นความผิดของเขาถ้าไม่ใช่เพราะเขาให้เฉินยี่เจียช่วยโปรโมทหนังสือนิทานแล้วล่ะก็เกรงว่าคงยากที่จะมีคนรู้จักและมาแย่งกันซื้อแบบนี้

     

            ไม่นาน เด็กผู้ชายตัวเล็กก็เริ่มร้อนใจ “คุณพ่อ คุณพ่อทำไมคุณพ่อไม่พูดอะไรบ้างล่ะ ? ช่วยหยิบหนังสือเล่มนี้ให้ผมหน่อยครับ ! ”

     

            ในที่สุดชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าหลางจื่อก็ได้สติกลับมาเขาลูบศีรษะเด็กผู้ชายตัวเล็ก จากนั้นก็หัวเราะเบา ๆ ออกมา “ได้ พ่อจะหยิบให้ลูกจริงสิ ลูกยังจำนิทานหนูน้อยหมวกแดงที่พ่อเล่าให้ลูกฟังได้ไหม ? ”

     

            เด็กผู้ชายตัวเล็กตาลุกวาวแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “คุณพ่อเรื่องที่พ่อเล่าให้ผมฟังเพียงครึ่งเรื่องเมื่อสองวันก่อนถ้าสองวันนี้ผมเป็นเด็กดี จะเล่าอีกครึ่งหนึ่งให้ผมฟังได้ไหม ? ”

     

            หลางจื่อหน้าแดงก่ำ เขาหลอกเด็กคนนี้ได้แนบเนียนจริง ๆถ้าเจ้าหนูคนนี้อยากรู้ว่าช่วงหลังเป็นอย่างไร จะต้องให้เด็กรอถึงสองวันนี้เลยหรือ?

     

            “อืม ! ถ้าสองวันนี้ลูกเป็นเด็กดีพ่อจะเล่านิทานช่วงสุดท้ายให้ลูกฟังดีไหม ? ”

     

            หลางจื่อรีบซ่อนความลำบากใจทันที แล้วหยิบหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ จากชั้นหนังสือ จากนั้นก็หยิบหนังสือออกมา แล้วเปิดนิทาน‘หนูน้อยหมวกแดง’ จากในรายการ

     

            “...กระทั่งเห็นประตูห้องของยายเปิดแง้มอยู่หนูน้อยหมวกแดงก็แปลกใจอย่างมากทันทีที่เธอเดินเข้าไปในห้องก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงครุ่นคิดในใจ ‘พระเจ้า!  ปกติแล้วฉันชอบมาบ้านของยายมากวันนี้ทำไมถึงได้น่ากลัวแบบนี้ ?’ เธอตะโกนเสียงดัง ‘สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณยาย ! ’แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ...”

     

            เสียงของหลางจื่อน่าดึงดูดมาก ถึงแม้ว่าจะอ่าน ‘หนูน้อยหมวกแดง’เป็นครั้งแรก แต่ทำให้สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่หลากหลายในเสียงของเขามันมีเสน่ห์มากทีเดียว

     

            เด็กชายคนนั้นก็ฟังอย่างสนอกสนใจ แล้วอุทานออกมาเป็นครั้งคราว

     

            ตอนแรก ข้างกายของพวกเขาไม่มีใครเลย แต่เมื่อเข้าสู่เนื้อหาเสียงของหลางจื่อก็ดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว

     

            เพื่อนตัวน้อยที่ยืนออกันอยู่หน้าชั้นหนังสือทั้งสองชั้นจำนวนไม่น้อยถูกเสียงของหลางจื่อดึงดูด พากันล้อมเข้ามาหน้าชั้นหนังสือในหัวมุม แล้วฟังอย่างหลงใหล!

     

            พวกผู้ปกครองของเด็ก ๆ ที่แย่งหนังสือ ‘นิทานของแฮมสเตอร์’มาจากชั้นหนังสือได้แล้ว กลับพบว่าลูกของตัวเองไม่อยู่แล้ว จึงเริ่มหาลูกของตัวเองกันให้ควั่ก

     

            เมื่อพวกเขาหาเด็ก ๆ เจอแล้ว ตอนที่ตั้งใจจะพาเด็ก ๆ กลับไปนั้นกลับพบว่าเท้าของพวกเด็ก ๆ เหมือนหยั่งรากลึกลงไปกับพื้น ดึงอย่างไรก็ไม่ขยับ

     

            ช่วยไม่ได้ พวกเขาจึงทำได้แค่ยืนอยู่ข้างกายเด็กแล้วรออย่างเงียบ ๆ

     

            เมื่อเป็นเช่นนี้ คนที่อยู่ในมุมนั้นก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

     

            เมื่อหลางจื่อเล่านิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงจบลงแล้วเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่ารอบตัวถูกล้อมไปด้วยเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ส่วนพ่อแม่ของเด็กๆ ก็ยืนอยู่ไม่ไกลนัก และกำลังพยักหน้าด้วยรอยยิ้มให้กับตน

     

            “คุณอา คุณอาเล่านิทานได้เก่งมาก ! ”

     

            “คุณอา คุณอาเล่านิทานอีกเรื่องได้ไหม ? ”

     

            “คุณอา เรื่องนี้มีชื่อว่าหนูน้อยหมวกแดงใช่ไหม ? ”

     

            เมื่อเล่านิทานจบลง เด็ก ๆ ก็พากันปรบมือ และพูดชมออกมาความคิดของพวกเด็ก ๆ นั้นบริสุทธิ์มาก สนุกก็บอกว่าสนุก ไม่สนุกก็บอกว่าไม่สนุก

     

            ความจริงแล้วไม่เพียงแต่พวกเด็ก ๆ เท่านั้น พ่อแม่ของพวกเด็ก ๆก็ตื่นตกใจไปกับนิทานรูปแบบใหม่อย่างหนูน้อยหมวกแดงเรื่องนี้ด้วย

     

            ในบรรดาคนเหล่านี้มีแฟนคลับของเฉินยี่เจียด้วยกระทั่งตอนนี้พวกเขาเพิ่งคิดได้ว่าเมื่อสองวันก่อนเฉินยี่เจียได้โพสต์ลงเวยป๋อสองโพสต์บอกว่านักเขียนนิทานเรื่องใหม่มีชื่อว่า เซียเยว่ ได้แต่งนิทานที่มีชื่อว่า‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ และนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงในเล่มนั้นมันน่าดึงดูดมาก !

     

            ภาพความคึกคักในมุมร้าน ไม่นานก็ดึงดูดผู้คนมากกว่าเดิมพวกเขาต่างเดินมาจากชั้นหนังสือของ ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ของเหอปิชู

     

            “ไอหยา ทำไมฝั่งนั้นคึกคักจัง ? ”

     

            “ไม่รู้สิ ได้ยินหมือนจะมีนิทานคอลเลคชั่นใหม่ด้วย ! ”

     

            “ดูเหมือนจะเป็นแบบนี้สินะเมื่อสองวันก่อนเฉินยี่เจียยังโปรโมทลงเวยป๋ออยู่เลย ! ”

     

            ตอนที่ผู้คนที่ถูกดึงดูดเข้ามาเห็นหนังสือ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ เล่มนี้ไม่นานก็ถูกหนังสือที่มีสีสันเล่มนี้ดึงดูดไปในที่สุด

     

            หลังจากที่เปิดอ่านได้สองหน้า พวกเขาก็ตัดสินใจได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเรื่อง‘นิทานของแฮมสเตอร์’ แล้ว ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง !

     

            ดังนั้น พวกพ่อแม่ที่หยิบหนังสือ ‘นิทานของแฮมสเตอร์’ ไปแล้วก็ทยอยกันนำหนังสือในไปมือวางลงที่เดิม แล้วหยิบหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’จากชั้นหนังสือนี้แทน

     

            ไม่นาน หนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ จากชั้นหนังสือก็ถูกคนเหล่านี้หยิบไปจนหมด

     

            ช่วยไม่ได้ ใครบอกให้วางบนชั้นเพียง 200 เล่มล่ะหลางจื่อแย่งมาล่วงหน้าได้เพียง 11 เล่มที่เหลือย่อมไม่พอแบ่งให้กับคนเหล่านี้แน่นอน

     

            “พนักงาน พนักงาน ! ”

     

            “ยังมีหนังสือ ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ อีกไหมบนชั้นหนังสือหมดแล้ว”

     

            “ผู้จัดการร้านของพวกคุณคิดกันไม่ได้หรือนิทานเด็กที่ดีแบบนี้นำมาวางขายแค่ 200 เล่มเนี่ยนะ ? ”

     

            เมื่อแย่งหนังสือมาได้ เด็ก ๆ ก็พากันถือไปจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ด้วยความดีอกดีใจส่วนคนที่แย่งหนังสือนิทานไม่ได้ล่ะ ? ก็ต้องเผชิญหน้ากับเด็กที่พากันร้องไห้ฟูมฟายใบหน้าของพวกผู้ใหญ่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ต่างสอบถามพนักงานกันให้ควั่ก

     

            “เอิ่ม... ทุกท่าน ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ มีเพียงแค่ 200 เล่มเท่านั้นดิฉันจะไปคุยกับผู้จัดการให้ ได้โปรดทุกท่านอย่าเพิ่งใจร้อนไปนะคะ ! ”

     

            พี่สาวพนักงานขายสุดสวยร้อนใจจนเหงื่อผุดซึมทั่วใบหน้าแล้ววิ่งไปคุยกับผู้จัดการที่อยู่ข้างล่าง

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน