อู๋เจี้ยนมอบหมายงานให้กับมือปราบที่ติดตามตนเองมาจากเมือง เทียนถังแล้วก็ติดตามมือปราบหญิงโหลวไปตรวจตราท้องที่ในเมืองเชียนเยา
“ข้าได้ยินว่ามีโรงเตี๊ยมเปิดใหม่อยากจะไปลองชิมอาหารที่นั่นสักหน่อย”
“ได้! ข้าจะพาท่านไปชมโรงเตี๊ยมเหย้าไคซิน” โหลวฉางซีรู้สึกโล่งใจต่อจากนี้นางจะใช้ข้ออ้างเื่ต้องช่วยดูแลมือปราบจากเมืองเทียนถังเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาพบเถ้าแก่ไฉ
ไฉซีฮันผายมือเชิญให้หัวหน้ามือปราบจากเมืองเทียนถังนั่งลงฝั่งตรงข้ามและเชิญให้โหลวฉางซีนั่งใกล้ๆ
“ยินดีต้อนรับหัวหน้าอู๋ข้าได้ยินว่าขบวนมือปราบจากเมืองเทียนถังเข้ามาเพื่อช่วยปราบปรามสำนักโบตั๋นแดงที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน”
ใบหน้าของไฉซีฮันแม้จะดูสุภาพแต่สายตาที่มองมากลับกล้าแข็ง อู๋เจี้ยนยกยิ้มมุมปากกล่าวขอบคุณที่เขาต้อนรับด้วยการเลี้ยงอาหารเลิศรส
“ได้ยินว่าเถ้าแก่ไฉเพิ่งมาเปิดกิจการที่นี่ได้ไม่นานเหตุใดจึงสนใจเมืองเชียนเยาล่ะ?”
“ไม่ใช่แค่เมืองเชียนเยาหรอกนะที่เราสนใจอันที่จริงโรงเตี๊ยมที่เราเปิดกิจการในเมืองเทียนถังก็มีอยู่แล้วสองแห่งเพียงแต่ข้าให้หลงจู๊บริหารงานแทน”
อู๋เจี้ยนชะงัก“ท่านมีโรงเตี๊ยมในเทียนถังด้วยหรือ?”
“ใช่! เงินกำไรจากการทำกิจการสองแห่งนั้นข้าใช้มาซื้อโรงเตี๊ยมเก่าที่นี่และปรับปรุงขึ้นใหม่”
“ถ้าเช่นนั้นเถ้าแก่ไฉก็เก่งกาจยิ่งนัก” อู๋เจี้ยนรับถ้วยน้ำชาที่เถ้าแก่ไฉรินให้อย่างเอาใจ
“ข้ามิได้เก่งแต่เพราะเห็นว่าที่นี่มีโรงเตี๊ยมในเมืองเพียงแห่งเดียวคือโรงเตี๊ยมเทียมฟ้าอีกแห่งก็อยู่นอกเมืองซึ่งเพิ่งเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่าเป็ของสกุลซิวหากมาเปิดโรงเตี๊ยมดีๆ ที่นี่เพิ่มก็น่าจะทำเงินได้ไม่น้อย ต่อไปเมืองนี้น่าจะใหญ่ขึ้นเทียบเท่ากับเมืองเทียนถังการค้าหลายสายกำลังมุ่งมาที่นี่”
“ข้าก็พอจะเคยได้ยินเื่นี้มาเหมือนกัน”
“ท่านเป็มือปราบอาจจะไม่ค่อยสนใจเื่การค้านัก แต่ไม่เป็ไรขอเพียงท่านดูแลเมืองเชียนเยาให้อยู่อย่างสงบเรียบร้อยก็นับว่าท่านได้ช่วยเหลือข้าเป็อย่างยิ่งแล้ว”เถ้าแก่ไฉปรายตามองมือปราบหญิงที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“อืม...เพราะเหตุนี้ข้าจึงได้ขอตัวมือปราบโหลวให้มาคอยช่วยดูแลในระหว่างที่ข้าอยู่ที่นี่”
“เอ๋?ข้านึกว่าท่านจะได้มือปราบเหยามาคอยดูแลเสียอีก”
“ข้าเห็นมือปราบโหลวดูคล่องแคล่วและกระตือรือร้นจึงคิดว่านางจะช่วยงานได้มาก”
ชายหนุ่มทั้งสองทำทีเหมือนจะคุยกันไปเรื่อยๆแต่โหลวฉางซีกลับรู้สึกว่าคนทั้งสองกำลังหยั่งเชิงกันอยู่ลึกๆ นางกินไปจนอิ่มจึงได้วางตะเกียบในระหว่างที่บุรุษสองคนกำลังพูดกันมาถึงเื่ของนางพอดี
“บังเอิญว่าก่อนหน้านี้มือปราบโหลวรับปากจะมารักษาความปลอดภัยที่โรงเตี๊ยมเหย้าไคซินสามเดือนโดยนอนพักอยู่ที่นี่”
“หืม...เหตุใดจึงต้องเป็มือปราบโหลวด้วยล่ะ?”อู๋เจี้ยนหันไปมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวที่นั่งข้างๆสายตาของเขาดูชื่นชมอย่างเปิดเผยจนไฉซีฮันรู้สึกหงุดหงิด
“นางรับอาสาเองนะ”เถ้าแก่ไฉเอ่ยขึ้นหน้าตาเฉย “อาจจะเพราะนางคิดอยากจะจับโจรย่องเบาที่เคยเข้ามาขโมยของในโรงเตี๊ยมของข้า”
โหลวฉางซีสะดุ้งนางอุตส่าห์ไม่เอ่ยถึงเื่นี้แต่เถ้าแก่จอมเ้าเล่ห์ก็เอ่ยขึ้นมาจนได้
“เอ๋?”ใบหน้าของอู๋เจี้ยนเปลี่ยนสีไปในทันที “หากว่าเป็เช่นนั้นข้าก็จะมาเช่าห้องที่นี่พักด้วยก็แล้วกันเพราะข้าเองก็้าความช่วยเหลือจากมือปราบโหลวด้วย”
“ไอหยา!” โหลวฉางซีถึงกับสะดุ้งนางมองบุรุษสองคนสลับกันไปมา
อู๋เจี้ยนไม่ปล่อยให้เถ้าแก่ไฉคัดค้านเขาเดินไปหาหลงจู๊ที่เฝ้าโต๊ะทำบัญชีแล้วจองห้องที่อยู่ถัดไปจากห้องของมือปราบโหลวเป็เวลาสามเดือนทว่าหลงจู๊หัวไว เหลือบเห็นสายตาของเถ้าแก่ไฉขยิบเป็สัญญาณจึงได้แจ้งกลับในทันที
“ห้องชั้นสองเต็มแล้วขอรับ!เหลือห้องชั้นหนึ่งที่อยู่ด้านหลังท่านจะอยู่หรือไม่?”
“อยู่!ขอเพียงได้อยู่ที่เดียวกับมือปราบโหลวก็พอแล้ว”
มือปราบอู๋กลับมานั่งที่โต๊ะโดยหันไปยิ้มให้กับโหลวฉางซีที่นั่งตะลึง
“ต่อไปพวกเราก็พักที่เดียวกันแล้วจะได้สะดวกเวลาปรึกษาหารือเื่งานด้วยนะ มือปราบโหลว”
ไฉซีฮันมองมือปราบทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันไปพร้อมกับขบวนมือปราบลับหายไปทางสี่แยกข้างหน้าก็แสยะยิ้ม
‘คิดจะมาพักที่นี่อย่างนั้นหรือ?อย่าหวังเลยว่าจะมีโอกาส!’
“เถ้าแก่เขามาพักที่นี่ก็ดีแล้วนี่ขอรับ พวกเราไม่ต้องเสียเวลาตามสืบตอนอยู่ที่เทียนถังท่านก็เคยประมือกับมือปราบอู๋มาแล้วนี่?” ยงฟูหลิวมายืนอยู่ใกล้ๆเพราะเห็นสีหน้าของไฉซีฮันไม่สู้ดี
“ข้ารู้สึกขัดหูขัดตายิ่งนัก”
“อืม...ท่าทางของเถ้าแก่ก็ไม่ได้ปกปิดเลยนี่?”
“เ้าพูดถึงอะไร?”
“ดูเหมือนท่านจะดื่มน้ำส้มไปหลายถ้วย”
“ข้าน่ะหรือ?ข้าไม่ได้หึงหวงสักหน่อย ข้าก็แค่คิดจะตีสนิทนางเพื่อสืบเสาะหาข่าวในสำนักมือปราบ”
“จริงหรือหัวหน้า....?”ยงฟูหลิวลดเสียงลงต่ำกว่าเดิม “ดูท่าทางเ้า อู๋เจี้ยนแล้ว หากว่าท่านมัวใจเย็นอย่าว่าแต่ข่าวในสำนักมือปราบเลย แม้แต่จะสนิทก็คงจะไม่มีโอกาสแล้ว”พูดจบยงฟูหลิวก็หัวเราะหึๆ แล้วเดินจากไป
เสี่ยวเอ้อผู้หนึ่งเดินเข้าไปใกล้แล้วยัดกระดาษแผ่นเล็กๆใส่มือของ เถ้าแก่ไฉชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปในห้องส่วนตัวหลังโต๊ะของหลงจู๊แล้วคลี่ออกอ่าน
‘พบที่ตั้งสำนักโบตั๋นแดงแล้ว พบกันที่นัดหมายเดิม’
เขาอ่านแล้วรีบเผากระดาษแผ่นเล็กนั่นจากนั้นก็รีบเดินออกไปหา ยงฟูหลิวเพื่อที่จะสั่งการ
“เตรียมพร้อมเอาไว้พรุ่งนี้เราต้องขึ้นเขา”
“ขอรับ! ข้าจะให้คนเตรียมตัว”
“เดี๋ยวข้าจะให้หลงจู๊แจ้งทุกคนว่าข้าต้องกลับไปดูแลโรงเตี๊ยมที่เทียนถังพวกเราต้องรีบไปดูลาดเลาที่สำนักโบตั๋นแดงก่อนแม้ว่าหน้ากากเงินจะตายไปแล้วแต่ยังเหลือหน้ากากทองนักฆ่าที่เป็เงาของหน้ากากเงิน”
**********************
