ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 พลังของความตะกละ

            ท้องฟ้าเหนือหัวของเฉินเฉาเกอพลันมืดลงอย่างกะทันหัน

            ภาพที่ปรากฏต่อหน้าเขาคือก้อนหินแร่ขนาดประมาณภูเขาลูกเล็กๆ ประมาณสิบกว่าลูกที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนเต็มไปหมดราวกับก้อนอุกกาบาตที่พุ่งลงมาใส่เขาพร้อมกับความสิ้นหวังที่กำลังถาโถมลงมา

            นี่มันไม่ใช่เล่นๆ แล้วนะ!!

            สถานการณ์แบบนี้ อย่าว่าแต่เฉินเฉาเกอเลย ขนาดคนที่ดูอยู่ข้างๆยังไม่กล้าแม้แต่จะมอง

            การประลองครั้งนี้ถูกหลินหยางเปลี่ยนเป็นละครสัตว์ที่มีเขาเป็นตัวเอกที่กำลังกลั่นแกล้งลิงตัวหนึ่งอยู่

            ตูมตูมตูม

            ภูเขานับสิบตกลงสู่พื้นจนผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนไปหมด

            เจ้าชายลำดับที่เก้าผู้น่าสงสาร กระบวนท่าคลื่นมังกรสวรรค์ที่มีพลังทำลายล้างไม่ได้ด้อยไปกว่าต้นฉบับเลยนั้นแต่ทวนยาวอันแสนบอบบางนั่นจะสามารถต้านทานภูเขาหินแร่ที่หนักนับหมื่นชั่งอย่างนั้นได้อย่างไร

            เฉินเฉาเกอฝืนใช้ทวนในมือค้ำยันภูเขาที่กำลังตกลงมาเอาไว้จนทวนถูกดัดงอแทบจะกลายเป็นครึ่งวงกลมไปแล้วแต่ก็ไม่อาจต้านทานได้ ภูเขาหินแร่ลูกนั้นจึงตกลงสู่พื้น

            เฉินเฉาเกอเกือบจะถูกทับจนแบนเป็นภาพวาดประดับพื้นไปแล้ว

            แต่โชคดีที่เขายังว่องไวพอ

            ในจังหวะที่เส้นยาแดงผ่าแปดก่อนที่เฉินเฉาเกอกำลังจะถูกทับจนแบนนั่นเองเขาก็ผ่อนแรงในมือข้างที่จับทวนเอาไว้ ทวนนั้นพลันยืดตัวดีดออกอย่างแรงเขาใช้ประโยชน์จากแรงดีดนั่นผลักตัวเองจนกระเด็นออกมาไกลหลายเมตรจนสามารถหลบภูเขาเหล่านั้นไม่ให้ถูกทับแบนจนกลายเป็นเรื่องตลกให้ผู้อื่นล้อเลียนได้

            “หลินอี้!!!! แน่จริงเจ้าก็มาสู้กันแบบซึ่งๆหน้าสิวะ!!!!”

            เฉินเฉาเกอที่ตอนนี้ยืนอยู่ในใจกลางของกลุ่มภูเขานั้นช่างดูน่าสงสารราวกับกระต่ายป่าที่หลงทางอยู่ในหุบเขา เขาโมโหจนตะโกนท้าทายอีกฝ่ายอย่างคลั่งแค้น

            “สู้ก็สู้!!!!”

            หลินหยางที่ลงมาจากบนฟ้านั้นมีสีหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง แววตาคมปลาบดุจสายฟ้าจิตสังหารระเบิดออกมาพร้อมกับที่สองมือของเขาปรากฏเปลวเพลิงรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ขึ้นมันก็คือเคล็ดวิชาศักดิ์สิทธิ์ของหลินหยาง...ฝ่ามืออัคคีสวรรค์นั่นเอง

            เปลี่ยนพลังเป็นรูปร่าง?

            ยอดฝีมือระดับอวิ้นหลิง?

            พอคนรอบข้างเห็นวิชานี้เข้าก็ตกใจกันทันที แต่ไม่นานพวกเขาก็สังเกตเห็นทันทีว่าพลังจากสองหมัดของหลินอี้นั้นอยู่แค่ระดับเซียนเทียนขั้นท้ายเท่านั้นแต่แค่นั้นก็สามารถทำให้ผู้คนทั้งสนามถึงกับตกตะลึงได้แล้ว

            ฝ่ามืออัคคีทั้งสองข้างของหลินหยางกำลังจะฉีกท้องฟ้าออกเป็นเสี่ยงๆ

            หลินหยางที่ลอยลงมาจากท้องฟ้ากำลังจะกำจัดศัตรูคู่อาฆาตของเขาแล้ว

            เฉินเฉาเกอที่ยืนรอยู่บนพื้นนั้นพอเห็นหลินหยางกำลังจะลงมาสู้กันตรงๆ แล้วใบหน้าอันโกรธเกรี้ยวของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสุดเหี้ยมเกรียมในที่สุดก็จะได้ซัดกับมันตรงๆ เสียที

            เขาพลันเรียกเอาอาวุธวิญญาณระดับสูงชิ้นที่สามออกมาดังฟึบ

            มันเป็นกระบองหัวกะโหลกที่มีรูปร่างน่าหวาดกลัวฟันอันแหลมคมของมันยิ่งทำให้มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิมราวกับเป็นเศียรของพญาอสูรสุดอำมหิตยามที่มันถูกเหวี่ยงออกจะเกิดสายลมสีดำอันทรงพลังจนน่าใจหายขึ้น

            เฉินเฉาเกอตะโกนกู่ก้องอย่างเกรี้ยวกราดราวกับเทพอสูรว่า

            “ตายซะเถอะ ไอ้พวกนอกรีต!!”

            เส้นสายของเฉินเฉาเกอมันกว้างยิ่งกว่าที่คนเป็นเจ้าชายควรจะมีทำให้หลินเวยถึงกับรู้สึกอับอายในความสามารถของตนเอง ซึ่งไอ้กระบองชิ้นนี้ไม่ใช่สมบัติของอาณาจักรชูอวิ๋นด้วยซ้ำก็ไม่รู้ว่าไอ้เฉินเฉาเกอไปเอาของดีแบบนี้มากจากไหน

            หลินหยางตกอยู่ในอันตรายแล้ว

            ไม่รู้เพราะสาเหตุใดแต่จนบัดนี้หลินหยางก็ยังไม่ยอมสวมใส่ชุดเกราะวิญญาณเหล็กทมิฬครบชุดเสียทีแม้แต่ชุดเกราะส่วนถุงมือเขาก็ยังไม่ได้ใส่เลยคงยากที่จะต้านทานความสามารถของอาวุธวิญญาณระดับสูงของเฉินเฉาเกอได้

            แต่ในขณะที่ฝ่ามือเปลวเพลิงของหลินหยางกำลังจะปะทะเข้ากับท่าสังหารของเฉินเฉาเกอนั้นหลินหยางพลันสะบัดสองมือของเขาลงพื้นที่อยู่ตรงหน้าของเฉินเฉาเกอแทน

            ตูม!!

            พื้นตรงนั้นถูกซัดจนเกิดระเบิดขึ้น ฝุ่นควันพลันฟุ้งกระจาย

            แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้เฉินเฉาเกอไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้แต่แค่นั้นไม่สามารถหยุดเจตนาฆ่าของเฉินเฉาเกอได้อยู่แล้ว

            หลินหยางตีพลาด แต่กระบองของเฉินเฉาเกอไม่มีทางพลาดแน่นอน

            เมื่อเจอแรงอัดกระแทกที่เกิดจากการระเบิดแล้วเฉินเฉาเกอก็แค่กระโดดหลบออกมาโดยไม่เป็นอะไรเลย แต่สองมือของหลินหยางยังคงกดลงอยู่กับพื้นโดยที่ไม่ขยับร่างกายใดๆหัวกลมๆของมันช่างคล้ายกับลูกแตงโมสุกๆ น่าทุบให้เละเหลือเกิน

            “ตายซะ!!”

            เฉินเฉาเกอยิ้มเหี้ยมอย่างได้ใจภายในใจมีแต่ความยินดีที่ในที่สุดก็จะได้ล้างแค้นให้ผู้เป็นพ่อแล้ว

            แต่น่าเสียดายที่ในจังหวะนั้นเอง หลินหยางที่กำลังกดมือลงบนพื้นอยู่นั้นก็แสยะยิ้มอำมหิตขึ้นมาจากนั้นก็พึมพำว่า

            “วิชาภูผาทะลวงไข่!!”

            ภูเขาอัญมณีที่ถูกคัดเลือกรูปทรงเป็นอย่างดีโผล่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างกะทันหัน

            ยอดเขาลูกนี้แหลมคมราวกับหัวหอก แค่ดูก็รู้สึกเจ็บแทนแล้ว

            หลินหยางอำมหิตเหลือเกิน

            เขาตั้งใจล่อให้เฉินเฉาเกอกระโดดขึ้นจากนั้นก็อัญเชิญภูเขาที่ยอดของมันแหลมคมขึ้นมาจากพื้นดิน

            ผลลัพธ์น่ะหรือ...

            ค่อนข้างจะอนาถเลยทีเดียว

            อ๊ากกก!!!!

            เสียงร้องอันโหยหวนของเฉินเฉาเกอดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งคฤหาสน์

            คนที่ยืนดูข้างๆ ถึงกับขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้

            เจ็บน่าดูเลยนะนั่น

            แค่ดูอยู่ก็รู้สึกปวดร้าวบริเวณเบื้องล่างแทนแล้ว

            ผู้อาวุโสน้อยหลินอี้ผู้นี้ใช่อสูรกลับชาติมาเกิดหรือไม่จิตใจว่าอำมหิตแล้ว การกระทำอำมหิตยิ่งกว่า

            เก็บ

            หลังจากที่หลินหยางเจาะไข่แตกไปแล้ว เขาไม่ได้ไล่ตามไปซ้ำต่อแต่เขาเลือกที่จะเก็บภูเขาทั้งหมดบนสนามกลับเข้าไปในแหวนพระสุเมรุแทน

            ตรงหน้าเขานั้น

            เฉินเฉาเกอได้ร่วงลงมายืนอยู่บนพื้นแล้ว

            ชายหนุ่มผู้แสนองอาจคนนั้นหลังจากที่ลงมาอยู่บนพื้นแล้วถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว สองขาสั่นหงึกๆ ราวกับสตรีวัยแรกแย้มที่เพิ่งเสียพรหมจรรย์ใบหน้าขาวซีด ยืนหายใจถี่อยู่อย่างนั้น

            “ล...หลิน..ยี่ ข้า จะ ฆ่า เจ้า!!”

            ตั้งแต่เขาเกิดมาเฉินเฉาเกอยังไม่เคยถูกหยามเกียรติมากขนาดนี้มาก่อน ไอ้หลินอี้นี่เป็นดาวข่มดวงในชีวิตของเขาเลย

            หลินหยางรู้สึกสะใจอย่างมากแต่แค่นั้นก็ยังยากที่จะสะกดข่มความแค้นของเขาลงได้อยู่ดี

            เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ถ้ายังไม่ไสหัวออกไปอีกละก็ ไอ้ที่จะแตกนั้นไม่ใช่แค่ไข่ของแกแน่!!”

            ไอ้เวรเอ๊ย!!

            เฉินเฉาเกอหน้าบูดจนแทบเป็นตะคริวแล้ว

            เป้าหมายที่เขาจะมาในวันนี้แต่เดิมคือเพื่อมาเหยียบย่ำคนแต่ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายถูกศัตรูคู่แค้นของเขาเหยียบย่ำแทนเสียได้

            เขาที่มีพลังระดับสูงสุดของเซียนเทียนขั้นท้ายนั้นแต่กลับไม่สามารถรับมือกับวิชาเสกภูเขาของอีกฝ่ายได้

            โอยย...

            เจ็บชะมัด...

            เจ็บใจเหลือเกิน!!

            เฉินเฉาเกอโมโหจนแทบคลั่งแล้วในที่สุดเขาจึงตัดสินใจจะใช้พลังลึกลับที่เขาเก็บซ่อนเอาไว้แล้วพลังฟ้าดินสีดำทมิฬสายหนึ่งค่อยๆ ไหลออกมาจากจุดชี่ไห่ของเขา

            ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเปล่งประกายแสงสีดำที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายออกมาบรรยากาศรอบตัวเขาพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกจนน่ากลัว

            มาแล้ว!!

            ในที่สุดมันก็ใช้พลังนั่นแล้ว!!

            หลินหยางนั้นคอยสังเกตเฉินเฉาเกอตลอดเวลาเขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีพลังลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ในจุดชี่ไห่

            มันคือไพ่ตายที่แท้จริงของเฉินเฉาเกอ

            ที่เขากลั่นแกล้งเฉินเฉาเกอแบบไร้เหตุผลขนาดนั้นก็เพื่อล่อให้มันใช้พลังนี้ออกมาเขาจะได้มีข้อมูลเตรียมตัวไว้ใช้ในศึกตัดสินในอนาคต

            พอผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเฉินเฉาเกอก็เปลี่ยนสีดำสนิททั้งดวงพลังอันชั่วร้ายและทรงพลังนั่นปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด

            เฉินเฉาเกอเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงเขาแหบแห้งลงเล็กน้อย “ในเมื่อเจ้าคิดจะใช้วิธีไร้ยางอายแบบนั้นละก็ อย่างนั้นมาลองเจอวิธีของข้าบ้างแล้วกัน!!”

            เขาค่อยๆ ชูมือขึ้น บนฝ่ามือเขาพลันเกิดหมอกควันสีดำทมิฬขึ้น จากนั้นมันก็รวมตัวกันจนกลายเป็นเหยี่ยวตัวเล็กๆสีดำตัวหนึ่งกำลังกระพือปีกบิน

            เหยี่ยวน้อยตัวนี้ท่าทางดูดุร้ายร่างกายครึ่งซีกของมันมีแต่กระดูก คล้ายปีศาจที่ถูกสร้างขึ้นมากจากซากศพทั่วทั้งร่างของมันมีแต่กลิ่นอายอันชั่วร้ายแผ่ออกมา

            องค์ชายเก้าเองก็มีพลังระดับอวิ้นหลิงด้วยหรือ?

            แล้วนั่นมันพลังอะไรกัน?

            แล้วสิ่งที่เรียกออกมานั่นมันคือตัวอะไรกัน? ทำไมมันถึงได้ดูชั่วร้ายขนาดนั้นเล่า?

            นี่เป็นครั้งแรกที่พวกคนที่อยู่รอบข้างได้เห็นวิชามารของเฉินเฉาเกอนี่เหมือนกันแต่ไม่นานเจ้าเหยี่ยวนั่นก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง

            ถุงฟ้าดินของเฉินเฉาเกออยู่ๆ ก็เรียกเอาอะไรบางอย่างออกมาด้วยจากนั้นมันก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเข้ากับเหยี่ยวสีดำในพริบตานั้นเองมันก็เปลี่ยนกลายเป็นเหยี่ยวโครงกระดูกสีขาวขนาดตัวประมาณครึ่งเมตรตัวหนึ่งดูทรงพลังจนน่าหวาดหวั่นจนคนรอบข้างที่ยืนดูอยู่ถึงกับหน้าถอดสี

            แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!!

            เหยี่ยวกระดูกขาวตัวนี้กางปีกของมันขึ้นความรู้สึกที่มันปล่อยออกมานั้นราวกับว่ามันมีพลังระดับเซียนเทียนขั้นท้ายเลยทีเดียว

            เฉินเฉาเกอมันยังแอบซ่อนท่าไม้ตายแบบนี้เอาไว้ด้วย!!

            ถ้ามีเหยี่ยวบินช่วยแบบนี้ยังต้องกลัวภูเขายักษ์ของหลินหยางอยู่อีกหรือ?

            หลี่จิ้งตอนนี้ได้เร่งพลังฟ้าดินขึ้นทั่วร่างแล้วพร้อมที่จะออกไปหยุดการต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

            แม้แต่คนระดับเขาที่มีระดับอวิ้นหลิงแล้วยังรู้สึกได้ถึงความอันตรายของมันแสดงให้เห็นว่าเหยี่ยวกระดูกขาวตัวนี้มันน่ากลัวมากถึงเพียงใด

            “หลินอี้ ให้เวลาแกสามวิ ก้มหัวคุกเข่าขอชีวิตซะแล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!!”

            เฉินเฉาเกอยังไม่รู้เรื่องที่หลินหยางได้หยุดการโจมตีระดับอวิ้นหลิงเอาไว้ได้ในเหตุการณ์ต่อสู้ครั้งใหญ่ในคฤหาสน์ตระกูลเวินเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเลยเชื่อมั่นในวิชานี้ของตัวเองมาก

            ถ้าหลินอี้ไม่ยอมสยบ ก็ต้องตาย!!

            นัยน์ตาของหลินหยางเปล่งประกายแสงสีแดงออกมาพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่พลังฟ้าดินสีดำของศัตรูเหมือนจะเข้าใจพลังของศัตรูแล้ว

            ขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับพลังแห่งความตายของเฉินเฉาเกออยู่นั้นหลินหยางกลับเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา

            “มีแค่เจ้าที่เลี้ยงนกไว้หรืออย่างไร...หั่วเอ๋อร์ออกมาทำงานได้แล้ว!!”

            โอ้!!

            มีเสียงร้องตอบรับกลับมาจากที่ไม่ไกลนัก ส่องประกายแสงสีทองออกมาจากหมอกสีดำ

            เงาร่างสีแดงสายหนึ่งบินออกมาตามเสียงพูดแบบไร้มารยาทตามแบบฉบับของมันมาอยู่ต่อหน้าผู้คน “เจ้าหลินอี้น้อย!!!! ทำไมวันนี้เจ้าเรื่องเยอะจังเลยเพิ่มข้าว...มื้อดึกเจ้าต้องเพิ่มข้าวให้ข้าด้วยนะ!!!!”

            พลังของหั่วเอ๋อร์นั้นแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อถึงตอนนี้มันจะถูกผนึกพลังเอาไว้ส่วนหนึ่งก็ตามแต่พลังของมันจะถูกฟื้นคืนกลับมาตามระดับความสามารถของหลินหยาง

            หลินหยางตอนนี้อยู่ในระดับเซียนเทียนขั้นกลาง หั่วเอ๋อร์จะอยู่เหนือกว่าหนึ่งขั้นนั่นก็คือระดับสูงสุดของเซียนเทียนขั้นท้าย แต่ตัวมันนั้นมีร่างกายของอสูรเทวะอยู่ทำให้พลังที่มันสามารถระเบิดออกมานั้นอยู่เหนือกว่าระดับพลังของมันหลายเท่า

            น่าเสียดายที่ระดับพลังของมันตอนนี้ยังไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างปี้ฟังผู้เผาผลาญสรรพสิ่งได้ทำได้เพียงอยู่ในร่างนกกระจอกขนสีแดงที่เปล่งประกายแสงของพลังฟ้าดินเปลวเพลิงออกมามันบินมายืนอยู่บนไหล่ของหลินหยาง ถ้าเปรียบเทียบเรื่องภาพลักษณ์แล้วเหยี่ยวกระดูกขาวของศัตรูนั้นกินขาด

            ถึงแม้แรงกดดันของหั่วเอ๋อร์จะดูด้อยลงกว่าเดิมแต่ท่าทางของมันก็ยังคงเป็นแบบของผู้อยู่สูงสุดของเทือกเขาเมฆมรกตอยู่

            มันถลึงตาใส่เจ้าเหยี่ยวกระดูกขาวที่จิตสังหารกำลังพลุ่งพล่านไปทีหนึ่ง

            “แล้วเกิดอะไรขึ้น? สู้ไม่ได้แล้วหรือ?เจ้ามนุษย์หรือว่าเจ้ากระดูกบินได้นั่นเล่า? ถ้ามนุษย์นั่นต้องใช้เนื้อปีศาจสิบชั่งส่วนกระดูกนั่นยุ่งยากหน่อย ขอเป็นหัวสิงโตสักชิ้นก็แล้วกัน”

            เจ้าบ้านี่เสนอราคาเสียแล้วท่าทางของมันทำเอาเฉินเฉาเกอแทบคลั่ง

            สัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไรเจ้าของก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

            หลินอี้ว่าน่ารังเกียจแล้ว ไอ้นกนี่ก็กวนประสาทไม่แพ้กันเลย!!

            “ไปขยี้มันซะ!!”

            เฉินเฉาเกอโบกมือหนึ่งที เหยี่ยวกระดูกขาวพลันพุ่งเข้าใส่ศัตรูของมันทันทีสายลมอันน่าหวั่นเกรงพุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง แต่มันกลับทำให้ดวงตาของหั่วเอ๋อร์เปล่งประกายขึ้น

            “เห้ย!! กระดูกตัวนั้นมัน ‘เหยี่ยวชิงหลิน’ นี่นา!! ถึงจะดูเก่าจนขึ้นราไปแล้วก็ตามแต่ถ้าเอามาเผาหน่อยก็ยังพอเอามาทำสตูว์ได้อยู่นี่!! เจ้าหลินอี้น้อยข้าไม่เกรงใจแล้วนะ!!”

            เป้าหมายสูงสุดในชีวิตของหั่วเอ๋อร์ก็คือการกิน

            ไม่มีอะไรดึงดูดเขาได้มากเท่ากับสตูว์ที่ทำจากกระดูกของสัตว์อสูรระดับสูงแล้ว

            สายลมที่พัดวนอยู่รอบตัวของเหยี่ยวกระดูกขาวนั้นแม้แต่ยอดฝีมือระดับเซียนเทียนขั้นท้ายยังต้องปวดหัว แต่พอหั่วเอ๋อร์คิดจะลงมือ สายลมนี่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

            ตูม

            หั่วเอ๋อร์ะเบิดพลังอัคคีออกมารอบตัว

            มันคือพลังที่สามารถสยบทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความชั่วร้ายได้พอเหยี่ยวกระดูกขาวที่ถูกเรียกออกมาจากวิชามารตัวนั้นปะทะเข้ากับหั่วเอ๋อร์ก็เหมือนกับหนูมาเจอกับแมว พลังงานสีดำทมิฬนั่นพอปะทะเข้ากับเปลวเพลิงของหั่วเอ๋อร์แล้วก็ถูกเผาจนดิ้นพล่านทันที

            กา!! กา!!

            ยังไม่ทันได้สู้เลย เจ้าเหยี่ยวนี่ก็กลัวเสียแล้ว

            พลังที่แพ้ทางกันตามธรรมชาติแบบนี้ทำให้เหยี่ยวกระดูกขาวแสดงความสามารถออกมาได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นส่วนหั่วเอ๋อร์ที่เจออาหารอันโอชะน่ารับประทานแบบนี้ก็ระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มที่ทันที

            ท่าไม้ตายที่เฉินเฉาเกอคิดว่าจะใช้ข่มขวัญของคนที่ยืนชมอยู่นั้นกลับถูกหั่วเอ๋อร์ลากมันมากดลงบนพื้นในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีพร้อมกับพึมพำออกมาว่า

            “เจ้าอย่าสู้สิ!! สู้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก!! อย่างไรเจ้าก็เคยตายไปแล้วนี่ ให้ข้ากินเจ้าก็เหมือนให้ข้าช่วยปลดปล่อยเจ้าไง...โอ๋โอ๋ เด็กดี แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258