แปดนาฬิกาของทุกวันเสาร์นาฬิกาปลุกของเ้าของห้องจะดังขึ้น ฉันเห็นภาพนี้มาตลอดทั้งเดือน แต่วันนี้เธอก็ยังตื่นเช้าแม้จะแจ้งไปว่าแข่งวันอาทิตย์ก็ตาม หลังจากอยู่ที่นี่มาสักพักฉันก็เริ่มเข้าใจวิถีการใช้ชีวิตของเ้าหญิงแคนดี้เ้านายคนใหม่ในรอบห้าปีหลังจากหนีความวุ่นวายไปอยู่เกาะร้าง
ฉันคอยจับตามองเธออยู่ตลอดโดยที่เธอไม่รู้ตัว ตามไปที่โรงเรียนเพื่อดูว่าเวลาเธออยู่โรงเรียนทำอะไร เป็ยังไง มีความสุขดีหรือเปล่า ผู้คนรอบข้างเป็ใครบ้าง
บางครั้งก็ตามออกไปข้างนอก อย่างตอนไปล่าสัตว์กับมือขวาวองโกเล่พรีโม่ที่ชื่อจี เห็นเธอฝึกธนูอยู่กับเขาแล้วฉันไม่สบอารมณ์นัก แคนดี้เข้าใจฉันผิดไปหลายอย่างแต่ฉันก็ไม่แปลกใจถ้าเธอจะคิดแบบนั้น
ฉันลองทดสอบความเชื่อใจของเธอในคืนที่เธอต้องเจอกับอัลโกบาเลโน่ครั้งแรก ถ้าคืนนั้นเธอเลือกที่จะไม่สู้ ฉันคงยอมรับเธอในฐานะเ้านายไม่ได้อีกต่อไป แต่เพราะเธอเชื่อในพลังของฉัน ฉันจึงตอบแทนความจงรักภักดีนั้นด้วยการปกป้องเธอจากาาแห่งฮูเอโกมุนโด้
ท่าทีเธอเปลี่ยนไปหลังจากกลับมาจากการไปเที่ยวกับวองโกเล่พรีโม่ครั้งล่าสุด ทำหน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบทั้งๆที่น่าจะต้องมีความสุขดีแท้ๆ ยิ่งเห็นท่าทีกระอักกระอ่วนในวันรุ่งขึ้นที่ทั้งสองพบกัน ฉันก็เข้าใจว่าคงมีเื่อะไรเกิดขึ้น
เวลาพักผ่อนของเธอน้อยลงทุกวันั้แ่รับปากเป็กรรมการ ความร่าเริงสดใสถูกแทนที่ด้วยความเครียด ความเหนื่อยล้า หลังเลิกเรียนก็ต้องกลับมาทบทวนเนื้อหาแล้วยังต้องวางแผนจัดรูปแบบการแข่ง บันทึกรายการสิ่งของที่ต้องใช้ให้เทพแห่งดวงอาทิตย์เตรียม เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้
หลายคนอาจจะคิดว่ามีพลังวิเศษเป็สิ่งที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบาย แต่ถ้าเธอยังต้องบินไปกลับหลายพันกิโลเมตรทุกอาทิตย์แล้วยังต้องใช้พลังรักษาฟื้นฟูาแให้พวกผู้พิทักษ์ละก็ร่างกายเธอจะรับไม่ไหวเข้าสักวัน
สิ่งที่ย่ำแย่กว่าสภาพร่างกายคือสภาพจิตใจ แคนดี้ไม่เจอหน้าวองโกเล่พรีโม่มาหลายเดือนแล้ว ั้แ่เกิดเื่วุ่นวายในองค์กรเขาก็ไม่ปรากฏตัวที่โรงเรียนอีกเลย ไม่ต้องอ่านใจคนได้ฉันก็รู้ดีว่าทุกครั้งที่เธอเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอกำลังคิดถึงใคร
“ อรุณสวัสดิ์ครับ ” คัมภีร์เทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสองที่ผันตัวมาเป็บัตเลอร์เต็มเวลาเข้าห้องมารับตัวเ้านายไปอาบน้ำเวลาเดิมทุกวันหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมกับพ่อบ้านคนอื่นๆใน่เช้าตรู่
“ อรุณสวัสดิ์ ” เสียงหวานเอ่ยตอบเบา ความมีชีวิตชีวาหายไปตามภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น
“ ตื่นเช้าจังครับ วันหยุดทั้งทีพักอีกสักนิดก็ได้นะครับ ”
“ อยากรีบเดินทางน่ะ ไปกลับในหนึ่งวันมันหนักเกินไป เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วใช่ไหม? ”
“ ครับ ตามแผนทุกอย่างครับ ”
“ โอเค ขอบคุณมาก ” คนตัวเล็กหาวอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วเดินตามทั้งสองออกจากห้อง
กิจวัตร่เช้าเสร็จสิ้นตามด้วยลงไปทานอาหารเช้ากับผู้เป็แม่ ฉันจึงย้ายตัวเองจากห้องนอนลงมาเกาะหน้าต่างห้องอาหารเช้าที่อยู่ชั้นหนึ่ง
การอัพเดทข้อมูลข่าวสารทุกวันถือเป็เื่สำคัญ ฉันจึงคอยฟังอยู่เสมอเพื่อช่วยเทพแห่งดวงอาทิตย์วางแผนอนาคตอันใกล้สำหรับเ้านายของพวกเรา
“ เอ๊ะ? แคนดี้ยังไม่เดินทางเหรอ ขึ้นเครื่องกี่โมง? ”
“ คะ? ” เธอสับสนและแปลกใจในเวลาเดียวกัน ดวงตาเบิกกว้างคงกำลังกลัวว่าราชินีสวีทตี้จะรู้เื่ที่เธอแอบไปญี่ปุ่นทุกอาทิตย์แต่พ่อบ้านประจำตัวทั้งสองกลับไม่แสดงท่าทีอะไร
“ ลูกจะไปญี่ปุ่นกับวองโกเล่พรีโม่ใช่ไหมล่ะ? ”
เธอทำหน้าเหวอดูแล้วน่าขบขัน ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นแทรก
“ ขออนุญาตรับโทรศัพท์ก่อนนะคะ ” แคนดี้โค้งตัวผ่านท่านราชินีอย่างนอบน้อม เธอเดินมาทางหน้าต่าง เหลือบมองฉัน แล้วรับโทรศัพท์อย่างที่ไม่กลัวว่าฉันจะได้ยินไปด้วย
“ กำลังอยากคุยด้วยพอดีเลย… ” เสียงหวานกัดฟันพูด ฉันจึงพอเดาได้ว่าปลายสายเป็ใคร
“ นายไปบอกอะไรท่านแม่ไว้? ” แคนดี้กระซิบเบา กลัวผู้เป็แม่ที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ด้านหลังจะได้ยิน
[ ใช้พลังเดินทางไกลขนาดนั้นมันฝืนร่างกายนะครับ ผมจองโรงแรมไว้ให้แล้วด้วยจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ไม่ต้องรีบกลับ ]
คงเพราะอยู่ใกล้กัน ฉันเลยได้ยินเสียงวองโกเล่พรีโม่ดังออกมาจากโทรศัพท์ คำพูดของเขาทำให้แคนดี้นิ่งไป เธอเหมือนถูกหยุดเวลา เหม่อมองท้องฟ้าไม่พูดอะไรตอบ
[ ผมบอกโรจิโซจิให้จัดกระเป๋าไว้แล้ว อีกครึ่งชั่วโมงไปรับนะครับ ]
เขาวางสายไปแล้ว เธอยังยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคู่สวยสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ แต่เธอสะกดมันเอาไว้ สูดหายใจเฮือกใหญ่แล้วกลับไปยิ้มแย้มตามเดิม
แคนดี้นั่งเหม่อขณะที่เรานั่งรอวองโกเล่พรีโม่อยู่ในห้องนั่งเล่น หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จเธอแทบไม่แตะอาหารเช้าด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจเลยว่าแววตาสับสนนั้นกำลังหวาดกลัวอะไรอยู่
“ เ้าหญิงคะมีคนมาขอพบค่ะ ” สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาเรียก แคนดี้เด้งตัวขึ้นจากโซฟารีบเดินโดยไม่รอใคร
ฉันรีบตามไป ทันเห็นมือขวาของวองโกเล่พรีโม่เข้ามาทำความเคารพผู้สูงศักดิ์กว่า หน้ารถยนต์สีดำที่จอดอยู่สองคันลูกน้องคนอื่นๆคุกเข่าลงทำความเคารพเช่นเดียวกัน แต่…
“ จอตโตล่ะ? ”
คาดไว้แล้วว่าเธอต้องพูดคำนี้ คงเพราะเธอจินตนาการไว้ว่าจะได้เจอบอสเป็คนแรกแต่ถึงเวลาจริงกลับไม่เห็นแม้แต่เงา
จีประหลาดใจกับคำถาม เขาคงนึกว่าบอสจะบอกอะไรเธอไว้แล้วแต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้พูดอะไรเลย ยิ่งเห็นความคาดหวังในดวงตาของเธอ จีก็ยิ่งลำบากใจ เขาหลบสายตา อ้ำอึ้งกับตัวเองก่อนตอบคำถาม
“ เขาไม่ได้บอกเหรอว่าตอนนี้อยู่เยอรมัน ”
สีหน้าแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจนแทนคำตอบของทุกอย่าง แคนดี้ส่ายหัวช้าๆ ถอนหายใจแล้วเดินไปขึ้นรถโดยไม่ต้องรอให้ใครเปิดประตูให้
เราออกเดินทางมาได้สามชั่วโมง มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแต่กลุ่มก้อนเมฆ ฉันนั่งมองภาพแคนดี้นั่งทบทวนบทเรียนอยู่ตรงข้ามมือขวาวองโกเล่พรีโม่ที่กำลังนั่งจัดการกองเอกสารพร้อมเคี้ยวหมากฝรั่งหมดไปหลายกล่องมาสักพักแล้ว กองกระดาษของทั้งสองวางเต็มโต๊ะ ไม่มีใครพูดอะไร ต่างกำลังสนใจแต่งานตรงหน้าตัวเอง แค่อยู่ในเครื่องบินเป็สิบชั่วโมงก็อึดอัดจะแย่ยังต้องมาเจอบรรยากาศเคร่งเครียดนี่อีก มนุษย์ช่างเข้าใจยากเสียจริง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดึงความสนใจของทุกคนมองไปที่จีผู้เป็เ้าของ เขาละสายตาจากเอกสาร มองชื่อที่ปรากฏบนจอแล้วมองแคนดี้อย่างลำบากใจ เป็จังหวะเดียวกันกับที่เธอละสายตาจากหนังสือมองเขา จีจำใจกดรับสาย แคนดี้ซึ่งไม่้าแสดงท่าทีว่าแอบฟังจึงลุกขึ้นเดินไปทิ้งตัวนอนข้างเทพแห่งดวงอาทิตย์ในร่างจริงบนโซฟา
“ ครับ…ตามกำหนดการ ไม่มีอะไรต้องห่วง ” ฟังจากลักษณะการตอบโต้ ฉันพอเดาได้ว่าปลายสายเป็ใครและคิดว่าคนที่แกล้งนอนหลับตาอยู่ก็คงรู้เช่นกัน
“ ถาม แต่ก็ไม่ได้เล่าอะไรมากหรอก… ครับ ไม่ต้องห่วงนะ โชคดี ไว้เจอกัน ” หลังวางสายบรรยากาศก็กลับมาอึมครึมอีกครั้ง
แคนดี้ลุกขึ้นเดินตรงมาหามือขวาของวองโกเล่พรีโม่ สายตาหลุบมองพื้น เอ่ยปากพูดเสียงเบา
“ ฉันหิวแล้วอะ ”
เขาคลายยิ้มเมื่อเห็นท่าทีน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ คงไม่คิดว่าจะได้เห็นเธออ้อนหลังจากแสดงหน้านิ่งมาได้ตั้งนานสองนาน
“ นั่งรอแป๊บนะ ” จีดึงมือคนตัวเล็กกว่าให้นั่งลง ในขณะที่ตัวเองลุกขึ้นเดินไปท้ายเครื่อง ถอดเสื้อสูทพาดเก้าอี้ ลงมืออุ่นอาหารที่เตรียมไว้และจัดลงจานอย่างสวยงาม
เขาจะสั่งให้คนอื่นทำหน้าที่นี้ก็ได้แต่เขาเลือกที่จะทำด้วยตัวเอง พอๆกับวองโกเล่พรีโม่ที่ขับรถให้เธอทุกครั้งทั้งที่ไม่จำเป็เลยสักนิด
เขาเดินกลับออกมาพร้อมจานสองใบ กลิ่นซุปข้าวโพดหอมอบอวลอีกทั้งแซนด์วิชไก่ทอดชิ้นหนาดึงความสนใจจากแคนดี้ได้อย่างดี เป็ถึงเ้าหญิงดันชอบกินอะไรเรียบง่ายกว่าที่คิด
“ น่ากินจัง ” ั์ตาสีทองแวววาวเหมือนเด็กได้ขนม ยิ้มแย้มชื่นบานผิดกับก่อนหน้านี้ลิบลับ เธอคงกำลังดีใจที่จีบังเอิญเตรียมอาหารที่ชอบมาให้ ทั้งที่ความเป็จริงไม่มีสิ่งใดบังเอิญทั้งนั้น
ฉันเห็นเขาตั้งใจจดรายการอาหารที่แคนดี้ชอบและไม่ชอบจากหัวหน้าพ่อครัวฟลาวิโอ้ในครั้งแรกที่เขาทำอาหารให้เธอ
คงคิดว่าไม่มีใครรู้แต่ฉันคือเทพแห่งท้องฟ้า ฉันเห็นทุกอย่างที่อยากเห็นถึงคนอื่นจะเข้าใจว่าฉันบินเล่นอยู่ในสวนก็เถอะ เขายอมทำทุกอย่างแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มของเธอและมันได้ผล…
จีพลอยยิ้มมีความสุขไปด้วย บรรยากาศรอบข้างสดใสขึ้นจนเทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสองอารมณ์ดีตาม คงมีแค่ฉันสินะที่อยากออกไปจากตรงนี้
กว่าจะถึงนามิโมริก็เกือบตีสอง เ้านายตัวน้อยนอนหลับสนิทไปั้แ่สี่ทุ่ม เพราะไม่อยากขัดขวางการพักผ่อน เทพแห่งดวงอาทิตย์โซจิในร่างมนุษย์จึงอุ้มแคนดี้ตลอดทางที่ต่อรถยนต์ไปโรงแรม เธอคงรู้สึกตัวแล้วแต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาทักท้วงอะไร
เธอหลับสนิทไปอีกครั้งเมื่อร่างกายััเตียงนุ่ม ห้องพักที่วองโกเล่พรีโม่เตรียมไว้ให้ หรูหรา กว้างขวาง ตรงรสนิยมของเ้าของเอง
ในที่สุดก็ได้เริ่มงาน ตอนนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมารวมตัวกันที่สวนสนุกเพียงแห่งเดียวของเมืองนามิโมริ
สวนสนุกขนาดกลางที่มีเครื่องเล่นหลากประเภท เ้าถิ่นยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้า อัลโกบาเลโน่รีบอร์นแนบข้างด้วยเด็กผู้ชายอายุพอๆกับแคนดี้จูงมือเด็กน้อยในชุดลายวัวแน่นราวกับเป็ผู้ปกครอง
“ ไง ” แคนดี้เดินเข้าไปทักด้วยรอยยิ้ม การพักผ่อนอย่างเต็มที่ช่วยให้คนอารมณ์ดีขึ้นได้จริงๆสินะ
อัลโกบาเลโน่รีบอร์นคุกเข่าทำความเคารพอย่างสุขุมผิดกับเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลข้างๆที่อึกอัก ทำตัวไม่ถูกด้วยความไม่ชินกับวัฒนธรรมและคงไม่เคยเจอชนชั้นสูงมาก่อนในชีวิต เขาจึงทำตามผู้ที่เป็ผู้ใหญ่กว่าด้วยสีหน้าตระหนก
“ นี่ซาวาดะ สึนะโยชิกับผู้พิทักษ์ของเขาที่จะแข่งในวันนี้ แรมโบ้ ” เขาแนะนำลูกศิษย์ตัวเองตามมารยาท หลังจากแข่งมาสามครั้งเพิ่งได้เจอว่าที่ผู้ดูแลวองโกเล่คนใหม่ ลูกศิษย์ที่อัลโกบาเลโน่รีบอร์นแสนภูมิใจ
“ สึนะท่านผู้นี้คือเ้าหญิงแคนดี้ บอสของทูรินีเซตเต้ กรรมการของเรา แล้วก็จี มือขวาของวองโกเล่พรีโม่ ”
“ ได้ยินชื่อมาตั้งนาน ได้เจอกันสักทีนะ ซาวาดะ สึนะโยชิ ” เธอกล่าวทักคนที่กำลังประหม่าจนพูดไม่ออกอย่างอ่อนโยน โดยที่คนผมแดงข้างๆไม่ได้พูดอะไรเสริม
“ ภะ..ภาษาญี่ปุ่นล่ะ… ” เด็กชายตัวสั่นพึมพำกับตัวเอง เขาคงกังวลว่าจะคุยกับเธอไม่รู้เื่เพราะเป็ชาวต่างชาติแต่ตอนนี้คงหมดห่วงแล้ว
“ ฉันเรียนภาษาที่สามเป็ภาษาญี่ปุ่นั้แ่เด็กน่ะ ” รอยยิ้มหวานนึกเอ็นดูอีกฝ่าย เริ่มอยากรู้แล้วสิว่าเ้าหญิงแคนดี้ทำอะไรได้อีกบ้าง
“ เป็เกียรติมากครับ ”
ฉันเกาะไหล่เทพแห่งดวงอาทิตย์โซจิมองซาวาดะ สึนะโยชิผู้ใสซื่อจ้องคนสนิทของวองโกเล่พรีโม่ด้วยแววตาเป็ประกายชื่นชม ก่อนจะย้ายสายตามองเด็กน้อยใกล้กัน ทรงผมแอโฟรในชุดลายวัว มีทั้งเขาและหางครบ เขาดูไม่มีท่าทีสนใจการแข่งอะไรเลย คิดอะไรอยู่ถึงเอาเด็กอนุบาลมาเป็ผู้พิทักษ์
“ จะเริ่มกันได้หรือยัง ? ” หันตามเสียงไปทางซ้ายมือ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดโอเวอร์โค้ทหนังสีดำปรากฏตัวโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนขวักไขว่
เครื่องแบบของวาเรียอาจจะพลางตัวในที่มืดได้ดีแต่พอมาเจอกลางวันแสกๆกลับสะดุดตาจนใครเดินสวนก็ต้องหันมอง
แต่คงไม่มีใครกล้าสบตา ‘ เลวี่ อาแทน ’ คนนี้หรอก เขาทำหน้าตาน่ากลัวตลอดเวลาพร้อมมีเื่กับทุกคนที่เดินผ่าน เจาะคิ้ว เจาะปากคล้องโซ่ ไว้เครา ผมหนาสีดำฟูชี้เหมือนโดนฟ้าผ่า นี่ยังไม่นับร่มด้ามเหล็กทั้งแปดที่เสียบอยู่ด้านหลัง แค่เห็นก็ไม่อยากเข้าใกล้แล้ว
“ สำหรับศึกในครั้งนี้ ทั้งสองต้องตามหาสิ่งของที่กำหนดไว้ในแผนที่ที่จะแจกให้ แล้วนำมามอบให้เ้าหญิงแคนดี้ครับ ”
“ คนแรกที่ทำสำเร็จจะเป็ฝ่ายชนะครับ ” ผู้ช่วยกรรมการอธิบายกติกาเมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว
ตามคาด ชายหนุ่มนักฆ่าโมโหจนเห็นเส้นเืบนขมับ แต่พวกเราก็ชินแล้วล่ะก็เห็นผู้พิทักษ์วาเรียรีแอคชั่นแบบนี้ทุกคน
“ ไร้สาระเป็บ้า ฉันไม่ได้ถ่อมาถึงที่นี่เพื่อเล่นเกมเด็กๆนะเว้ย แค่ฆ่าไอ้เด็กเวรนี่ให้จบๆไปก็ได้แล้ว ” เสียงดุโวยวาย เขาคว้าร่มที่หลังออกมาหนึ่งคัน ชี้ปลายร่มเรียวแหลมไปทางลูกศิษย์ของอัลโกบาเลโน่รีบอร์น เตรียมพุ่งตัวเข้าเชือด แต่คำพูดของมือขวาวองโกเล่พรีโม่ทำเขาหยุดชะงัก
“ อยากให้บอสแกโดนตัดสิทธิ์ก็ลองสิ ”
“ ...รีบๆแจกสักทีสิว่ะ! ” ร่างั์ยิ่งอารมณ์ร้อนเมื่อไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ เขารับแผนที่จากเทพแห่งดวงอาทิตย์โรจิ แล้วรีบเดินจากไปทันที
“ แรมโบ้ฟังนะ นายต้องไปตามรูปกากบาทในแผนที่ แล้วนำของมามอบให้เ้าหญิงนะ เข้าใจใช่ไหม ? ” เด็กหนุ่มมอปลายยื่นกระดาษให้เด็กห้าขวบที่ตามองเครื่องเล่นไม่หยุด ไม่แปลกที่เขาจะกังวลจนคิ้วขมวดถ้าเลือกจะให้เด็กลงแข่งก็ต้องเป็แบบนี้แหละ
“ ฮ่าๆ สบายอยู่แล้ว คุณแรมโบ้เก่งที่สุด ” เสียงสดใสหัวเราะร่า รับแผ่นกระดาษมาแล้วยัดลงในผมทรงแอโฟรสุดฟูฟ่อง
“ ถ้านายแพ้ นายอดกินข้าวฝีมือแม่ฉันไปตลอดชีวิตแน่ ”
“ ระ…รู้แล้วน่า ” ผู้พิทักษ์ของสึนะโยชิเดินเข้าไปในสวนสนุกโดยไม่แม้แต่จะกางแผนที่มอง เขากำลังสนใจเวทีแสดงโชว์ของสัตว์จนอาจลืมไปแล้วว่าตัวเองมีส่วนในการเปลี่ยนอนาคตของวองโกเล่
ฉันบินตามผู้พิทักษ์วาเรียอยู่ห่างๆเพราะคิดว่าผู้พิทักษ์วัยห้าขวบคงยังไม่เคลื่อนไหวอะไร เขามองแผนที่ในมือ เดินไปทางทิศตะวันตก อาณาจักรสวนสนุกแห่งนี้กว้างใหญ่กว่าที่คิด ผู้คนก็พลุกพล่านเนื่องจากเป็วันอาทิตย์
เขาผ่านซุ้มอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ร้านค้าต่างๆที่เรียงรายชวนให้นักท่องเที่ยวเสียเงิน ถ้าแคนดี้ผ่านมาทางนี้เธอคงซื้อของกลับไปเยอะมาก
ใช้เวลาฝ่าฝูงคนออกมา เขาก็เข้าสู่โซนเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็ก เครื่องเล่นเรียบง่ายอย่าง ม้าหมุน รถหมุน เรือหมุนต่างๆ แน่นไปด้วยมนุษย์ตัวเล็กแนบข้างด้วยผู้เป็พ่อแม่
ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับเด็กมากนัก หน้าที่มันบังคับให้สภาพแวดล้อมเจอแต่มนุษย์ผู้ใหญ่บ้าอำนาจ ไม่ก็อยู่กับสรรพสัตว์ไปเลย นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงหัวเราะปนกับเสียงร้องไห้ดังระงม ไม่ว่าจะอยู่ใน่อายุขัยใด มนุษย์ก็แสนจะซับซ้อน
ร่างสูงเดินตรงเข้าไปในเครื่องเล่นถ้วยหมุนในร่ม ถ้วยชาใหญ่ั์หลากสีสัน ถูกจับจองด้วยผู้คนเต็มทุกถ้วย
เลวี่จ้องถ้วยสีเหลืองที่หมุนไปมาเขม็ง เด็กชายในถ้วยที่กำลังสนุกหันมาสบตา เขาคงกลัวชายแปลกหน้าคนนี้มากขนาดร้องไห้เสียงดังจนพนักงานรักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาดู
โชคดีที่เขาใจเย็นพอจะไม่ฆ่าใครตายกลางสวนสนุก แม่เด็กเองก็รีบอุ้มลูกหนี เขาจึงได้เข้าไปนั่งในถ้วยสีเหลืองใบใหญ่โดยไม่มีใครเจ็บตัว
เลวี่ อาแทนง่วนอยู่กับการคลำหาสิ่งของบางอย่างภายในถ้วยแคบๆจนไม่ทันสังเกตสายตารอบข้างที่มองเขาราวกับเป็สัตว์ประหลาด คงไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าโหดส่วนสูง190เิเนั่งในถ้วยสีเหลืองพาสเทลลายหัวใจ ฉันเองก็ไม่เคยเห็น
เขาเหมือนจะพบอะไรบางอย่างอยู่ด้านในหูถ้วยชา ซองสีขาวเล็กกว่าฝ่ามือซ่อนในจุดบอดที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เขาะโออกมาทันทีเมื่อได้ของที่้า ฉันบินเข้าไปใกล้ขึ้นเพื่อให้เห็นชัดๆว่าคืออะไร
ภายในซองสีขาวมีกระดาษเพียงแผ่นเดียว และบนกระดาษมีรูปวาดของผู้พิทักษ์วัยห้าขวบ มีรูปลูกศรคั่น จากนั้นรูปที่สองก็ชี้ไปยังเขาสีเหลืองหนึ่งในเอกลักษณ์ของแรมโบ้ นักฆ่ามืออาชีพออกตัววิ่งเขารู้ทันทีว่าต้องไปเอาสิ่งใดและจากใคร
ฉันจึงบินไปดูผู้พิทักษ์ของซาวาดะ สึนะโยชิบ้าง เด็กน้อยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกอย่างไม่รีบร้อนจนสามารถพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าสนามเด็กเล่นได้
ภายในเนื้อที่ขนาดกว้างกว่าสวนสาธารณะใจกลางเมือง เต็มไปด้วยเครื่องเล่นฝึกทักษะสำหรับเด็กประถมวัย เช่น บาร์โหนสูงต่ำ หน้าผาจำลอง บาร์เดินทรงตัวเป็ทางยาว เขาวงกตสีสันสดใส บ้านตาข่ายเชือก ไม่รู้ว่าเขามาที่นี่เพราะแผนที่บอกหรือถูกเครื่องเล่นดึงดูด
จากบนนี้ฉันเห็นซองสีขาวขนาดเล็กแบบเดียวกับที่ผู้พิทักษ์วาเรียเจอ อยู่บนยอดของหน้าผาจำลอง เขาคงรู้แล้วเพราะในแผนที่ก็มีเขียนบอกรายละเอียดไว้
วัวน้อยลงมือปีนหน้าผาสีฟ้าสดใสไปพร้อมกับเด็กในวัยเดียวกัน ทักษะการใช้มือ แรงกายและการตัดสินใจของเขาเหนือกว่าทุกคนอย่างเด่นชัด อัลโกบาเลโน่รีบอร์นคงเห็นแววอะไรบางอย่างถึงเลือกให้เขาเป็หนึ่งในผู้พิทักษ์ั้แ่เด็กๆ
ร่างเล็กปีนป่ายอย่างคล่องแคล่ว คว้าซองมาครองได้สำเร็จ เมื่อเปิดออกดูพบว่ามีกระดาษที่วาดรูปหน้าของผู้พิทักษ์วาเรียเอาไว้ และชี้ไปที่ร่มเหล็กด้านหลัง
เขาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ การขโมยร่มของเลวี่ อาแทนอาจยากเกินไปสำหรับเขาตอนนี้ แต่ท่าทีไม่ได้ดูหมดหวัง เขารีบจ้ำอ้าวเดินออกจากสนามเด็กเล่น กลับไปทางเดิมที่ผ่านมา
ฉันบินขึ้นสูงกว่าเดิมเล็กหน่อย สอดส่องสายตาดูว่าตอนนี้ผู้พิทักษ์วาเรียอยู่ตำแหน่งไหน ลักษณะภายนอกอันเป็เอกลักษณ์ยิ่งมองจากที่สูงยิ่งเห็นชัด
ร่างั์ย้อนกลับมาทางซุ้มอาหาร สิ่งที่กั้นทั้งสองไว้มีเพียงสวนน้ำกับฟาร์มแพนด้าแดง คำนวณจากทางเดินระยะราว500เมตร นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าทั้งคู่เจอกันจะเกิดอะไรขึ้น
ดูเหมือนผู้พิทักษ์วัยห้าขวบจะเห็นร่างของอีกฝ่ายก่อน เขารีบเข้าไปหลบในซุ้มตรวจตั๋วหน้าสวนน้ำ คอยสอดส่องและเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เก่งกว่าที่เห็นจากภายนอกจริงๆ
ร่างเล็กค่อยๆเข้าใกล้เป้าหมายอย่างใจเย็น เขาอ้อมไปด้านหลังและะโเกาะหลังอีกฝ่ายทันทีเมื่ออยู่ในระยะที่คำนวณไว้
แต่สัญชาตญาณนักฆ่าไม่ได้มีแค่ในตัวของเด็กน้อย เลวี่ อาแทน รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของแรมโบ้ เขาคว้าร่างเล็กไว้ในกำมือก่อนที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสได้แตะต้องอาวุธคู่ใจ
“ ปล่อยคุณแรมโบ้นะ! ” วัวน้อยดิ้นพล่าน พยายามสลัดตัวให้หลุดจากมือใหญ่
“ อยู่เฉยๆสิวะ ” เขาพยายามดึงเขาสีเหลืองออกจากผมอีกฝ่ายด้วยมือเดียว
แรมโบ้กัดเข้าที่มือซึ่งสวมถุงมือหนังไว้เต็มแรงจนเลวี่ อาแทนเผลอปล่อย ร่างเล็กสบโอกาสะโเกาะก้านร่มยาวที่ใกล้มือที่สุดทันที
คนตัวใหญ่สบัด มือพยายามคว้าคนที่อยู่ด้านหลัง แต่อีกฝ่ายหลบเก่งกว่าที่คิด คงเป็เพราะเ้าตัวมองไม่เห็นด้วย
แรมโบ้ขโมยอาวุธหนึ่งในแปดของอีกฝ่ายได้สำเร็จและเตรียมวิ่งสุดชีวิตเพื่อนำของไปส่งมอบให้กรรมการ
เลวี่ อาแทนไม่วิ่งตาม เขาดึงร่มออกมาหนึ่งคัน ชูขึ้นฟ้าอย่างใจเย็น ฉับพลันเมฆฝนก็บดบังดวงอาทิตย์ รอบข้างมืดลง ผู้คนวิ่งหาที่หลบฝนอย่างแตกตื่น เสียงฟ้าร้องและประกายฟ้าแลบเรียกเสียงกรีดร้องจากคนกลัวได้หลายคน
เม็ดฝนกระหน่ำลงมาเหมือนฟ้าพิโรธ ทั้งๆที่ตามพยากรณ์อากาศวันนี้มีโอกาสฝนตกต่ำกว่าห้าเปอร์เซ็นต์
“ เลวี่โวลต้า! ” ร่มทั้งเจ็ดคันพุ่งไปทางผู้พิทักษ์ของซาวะดะ สึนะโยชิที่กำลังวิ่งอย่างไร้จุดหมาย ร่มทั้งหมดกางออกเองอัตโนมัติ ล้อมตัวเป้าหมายไว้ ดึงประจุไฟฟ้าในอากาศมารวมราวกับสายล่อฟ้า พริบตาแรมโบ้ก็ถูกสายฟ้าลูกใหญ่ผ่าลงที่ตัวอย่างจัง
แสงสีขาวแสบตาบดบังทัศนียภาพโดยรอบ ร่างั์เดินยิ้มอย่างผู้มีชัย โดนฟ้าผ่าโดยตรงแบบนั้นเป็ใครก็ไม่รอด
“ ฮืออออ แงงง จะ…เจ็บ แงงง ” เสียงเล็กร้องไห้โฮ เขายังคงวิ่งทั้งน้ำตา โดยที่ไม่าเ็แม้แต่น้อย
ไม่ใช่แค่เลวี่ อาแทนที่ใ ฉันเองก็ไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะมีร่างกายที่ทนทานไฟฟ้าได้ขนาดนี้ นี่คือความสามารถพิเศษที่ทำให้เขาได้เป็ผู้พิทักษ์สินะ น่าสนใจ
ผู้พิทักษ์วาเรียยังไม่ละความพยายาม เขาวิ่งตาม ยังคงพยายามจะช็อตไฟฟ้าอีกฝ่ายให้ตายกันไปข้าง
“ เลวี่โวลต้า ” สายฟ้าผ่าลงมาอีกครั้ง วัวน้อยถูกฉาบไปด้วยแสงสีขาว ร่มที่ทำหน้าที่เป็สายล่อฟ้าอย่างดีในมือน้อยตกพื้น ร่างเล็กลงไปนอนโอดโอย ชุดลายวัวมีร่องรอยขาดวิ่น เขาคงเจ็บมากที่ต้องต้านทานไฟฟ้าแรงสูงขนาดนั้น ต่อให้มีร่างกายที่พิเศษขนาดไหนเขาก็ยังเป็แค่เด็กน้อย
อีกฝ่ายเดินมาหยิบอาวุธของตนที่ถูกขโมย มือถือเอาไว้หนึ่งคันแล้วบังคับให้ร่มที่กางอยู่กลับมาเสียบที่หลังตามเดิม
“ ตายซะไอ้เด็กเวร ” แรมโบ้กลิ้งหลบก่อนโดนเสียบร่างทะลุ เขาวิ่งหนีอีกครั้ง เสียงเล็กะโเรียกหาซาวะดะ สึนะโยชิทั้งน้ำตา
“ สึนาาาา ช่วยคุณแรมโบ้ด้วย ฮือ คุณแรมโบ้เจ็บ ” เขาวิ่งไม่รู้ทิศทาง ขอเพียงแค่ได้ออกห่างจากร่างั์อำมหิต เขาย้อนกลับไปทางเข้า หวังให้ลูกศิษย์อัลโกบาเลโน่ยังยืนที่เดิม
“ สึนะะะะะ ”
“ แรมโบ้? ” เขาวิ่งเข้าโผกอดซาวาดะ สึนะโยชิทันที ทุกคนยังนั่งอยู่กันครบ แคนดี้กับเทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสองทำหน้าใแม้จะเผื่อใจไว้แล้วว่าเื่คงวุ่นวายในระดับหนึ่ง
“ จะหนีไปไหน! ” เลวี่ อาแทนตามมาทัน เขาไม่สนใจคนอื่น เลือกที่จะถือของมีคมอันตรายเข้าหาเด็กวัยห้าขวบ
“ หยุดนะเลวี่ นายชนะแล้ว ปล่อยแรมโบ้ไปได้แล้ว ” แคนดี้รีบเข้าขวางอย่างไม่เกรงกลัว ทำอะไรไม่คิดอีกแล้ว ถึงฉันจะไม่ยอมให้เธอาเ็แต่ก็ช่วยอย่าเข้าไปเสี่ยงอันตรายจะได้ไหม
“ ฉันจะฆ่ามัน ถ้าแกขวางฉันจะฆ่าแกด้วย ”
ฉันเตรียมหาจังหวะเข้าไปช่วยแต่มือขวาวองโกเล่พรีโม่ทำงานไวกว่า เขายืนคั่นกลางระหว่างทั้งสอง มือถือปืนจ่อไปทางผู้พิทักษ์วาเรียในระยะที่ไม่มีทางยิงพลาด
“ เอาชัยชนะไปให้บอสแกแล้วไสหัวไปซะ ก่อนที่คนที่ถูกฆ่าจะเป็พวกแกทั้งแก๊ง ” ดวงตาสีแดงเพลิงดุร้ายกว่าสัตว์ป่าทั้งน้ำเสียงและท่าที ทำให้คนด้อยกว่าได้แต่ถอยหลังหนีและยอมกลับไปในที่สุด
แคนดี้ใช้พลังรักษาให้แรมโบ้ ภายนอกดูเหมือนไม่เป็อะไรมากแต่ภายในอาจาเ็หนัก ต้องขอบคุณร่างกายมหัศจรรย์ที่ทำให้เขายังอยู่ดี ใช้เวลาไม่นาน วัวน้อยก็กลับมาร่าเริง ความเ็ปไม่เหลือแล้วสินะ ถ้าเดินไปกินไอศกรีมได้แบบนั้นก็หมดห่วงแล้วล่ะ
จบบันทึกลับ Sairu