บทที่ 13: ขี้เก๊กเกินไปแล้ว...
เวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง!
สายตาทุกคู่ที่จับจ้องไปยังซูฉางเกอล้วนเปลี่ยนเป็ความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
หลี่มู่ที่อยู่ข้างกายไป๋อวิ้นเฉินยิ่งเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อหูว่าประโยคเมื่อครู่จะหลุดออกมาจากปากของท่านราชันย์สูงสุด
ทว่าการกระทำต่อมาของซูฉางเกอ กลับเป็การยืนยันข้อสันนิษฐานของพวกเขาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น!
หลังจากสิ้นเสียงของท่านราชันย์สูงสุดบนท้องฟ้า ซูฉางเกอมีสีหน้าเรียบเฉย เขาเพียงพยักหน้าช้า ๆ และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
“อืม”
ตูม!
ในพริบตานี้ จิตใจของทุกคนแทบะเิ
เป็เื่จริงหรือนี่!
ซูฉางเกอมีเื้ัที่ทรงพลังขนาดนี้จริง ๆ หรือ!
ถึงขั้นสามารถเรียกยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดมาได้ทุกเมื่อ เกรงว่าแม้แต่เหล่าองค์ชายของเก้าราชวงศ์เซียนก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!
หรือว่า เขาจะเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งใดแห่งหนึ่ง?
ทว่าผู้คนที่กำลังตกตะลึงเ่าั้หารู้ไม่ว่า ในตอนนี้ซูฉางเกอกำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่เล็กน้อย เพราะเสียงของเงาร่างราชันย์สูงสุดบนท้องฟ้านั้นเขาเป็คนควบคุมเอง การพูดคุยกับตัวเองแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง
แต่เมื่อััได้ถึงสายตาที่ตกตะลึงรอบด้าน รวมถึงสีหน้าอ้าปากค้างของเหล่าผู้าุโและศิษย์นิกายเซียนกระบี่เมฆา เขาก็รู้สึกว่าการขี้เก๊กครั้งนี้มันคุ้มค่า!
สรุปคือบรรยากาศการขี้เก๊กนั้นได้มาแล้ว ระดับความเท่ก็สูงพอ
เพียงแต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเสวี่ยหลิวหลีและเสวี่ยหลิวชิง สองสาวที่อยู่ด้านหลัง มองเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาดขึ้นมาทันที แม้แต่บนใบหน้าอันงดงามของเฟิ่งหว่านชิงก็ยังมีสีหน้าที่ดูพิลึกอยู่บ้าง...
“เป็ไปไม่ได้ ห้าดินแดนใหญ่จะมีราชันย์สูงสุดได้อย่างไร เ้าจะเชิญยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดมาได้อย่างไรกัน!”
ปรมาจารย์ศพผีตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากกองเศษหิน เริ่มจากะโใส่ซูฉางเกอด้วยความโกรธแค้น สีหน้าดูน่าสยดสยองยิ่งนัก จากนั้นก็รีบหันกลับไปคุกเข่าลงกับพื้น ร่างที่ค่อมงอโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างต่อเนื่องพลางเอ่ยด้วยความหวาดกลัวว่า
“ท่านราชันย์สูงสุด ผู้น้อยสำนึกผิดแล้ว ขอท่านราชันย์สูงสุดโปรดไว้ชีวิตผู้น้อยด้วย ต่อไปสำนักศพผีของข้าจะยอมสยบแทบเท้าท่าน และปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการขอรับ!”
เขาหวาดกลัวจริง ๆ !
ภายใต้แรงกดดันระดับราชันย์สูงสุด ความรู้สึกที่สูญเสียพลังบำเพ็ญทั้งหมดไปในชั่วพริบตาทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้าน
ภายใต้ระดับราชันย์สูงสุด ทุกคนล้วนเป็ดั่งมดปลวก!
เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของปรมาจารย์ศพผี ซูฉางเกอก็ลอบทอดถอนใจในอก นี่คือจุดจบของตัวร้ายหลังจากพ่ายแพ้สินะ ปรมาจารย์ศพผีจะว่าไปก็นับเป็ตัวร้ายตัวเล็ก ๆ ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ เมื่อครู่โอหังเพียงใด ตอนนี้ก็อนาถเพียงนั้น
จึ๊ จึ๊ จึ๊!
แม้จะมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี แต่ในฐานะตัวร้าย ปรมาจารย์ศพผีคนนี้ยังอ่อนหัดเกินไป ในเมื่ออย่างไรเสียก็ต้องเป็บันไดให้พระเอกโชว์เทพตบหน้าอยู่ดี ให้เขามาเป็แท่นเหยียบให้ข้าในตอนนี้ก็ถือว่าดีเหมือนกัน
ในฐานะตัวร้ายเหมือนกัน
แถมยังเป็ซูเปอร์ตัวร้ายของโลกแฟนตาซีแห่งนี้ด้วย
ซูฉางเกอย่อมไม่เป็เหมือนปรมาจารย์ศพผี เพราะเขารู้ว่าจุดจบของตัวร้ายจะเป็อย่างไร ดังนั้นก่อนที่แผนการของเขาจะเริ่มต้นขึ้น ซูฉางเกอจะไม่มีวันเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด เว้นแต่ว่าไพ่ตายของเขาจะแข็งแกร่งพอที่จะท้าทายแดนเทพะได้!
และเท่าที่รู้ในตอนนี้ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าดินแดนลับาของราชวงศ์เซียนหมื่นปีจะเปิดออก ถึงเวลานั้นสำนักมารโบราณนับพันนับหมื่นจะตื่นขึ้น แม้แต่ราชันย์สูงสุดจากยุคาก็อาจจะตื่นขึ้นมา สิ่งเหล่านี้แหละคือไพ่ตายใบแรกของเขา
มีเพียงการควบคุมไพ่ตายใบนี้ แผนการตัวร้ายในการ่ชิงค่าโชคชะตาของพระเอกในภายหลังถึงจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น!
ในตอนนี้ ปรมาจารย์ศพผีไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลอีกต่อไป
ความจริงแล้วหากซูฉางเกอลงมือกับเขาจริง ๆ การจัดการกับผู้ฝึกตนระดับเปลี่ยนิญญาขั้นกลางสักคนย่อมเป็เื่ง่ายดาย ส่วนการสร้างยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดที่ไม่มีตัวตนขึ้นมา นอกจากเหตุผลที่ระบบสั่งให้เขาขี้เก๊กแล้ว นั่นยังผ่านการคิดคำนวณมาอย่างดี
การปรากฏตัวของยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุด โดยเฉพาะในสถานที่อย่างห้าดินแดนใหญ่ ย่อมดึงดูดความสนใจจากผู้คนนับไม่ถ้วน ตัวตนของเขาจะเข้าไปอยู่ในสายตาของหลายคน ลองคิดดูว่าผู้าุโนิกายที่อายุยังน้อยแต่มีเื้ัเป็ยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุด คนอื่นจะคาดเดาตัวตนของเขาว่าอย่างไร?
องค์ชายราชวงศ์เซียน?
บุตรศักดิ์สิทธิ์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์?
ผู้คนจะคาดเดาหรือจินตนาการเกี่ยวกับตัวเขาไปอย่างไร ซูฉางเกอไม่สนใจ เขารู้เพียงว่าตัวตนนี้เพียงพอที่จะกระตุ้นความสนใจของพระเอกอย่างเย่เฟิงและรัชทายาทเผ่ามาร ความทรงจำจากชาติก่อนบอกว่า เพราะเหตุผลของเฟิ่งหว่านชิง เย่เฟิงจึงดูถูกเขาอย่างมาก และนั่นคือเหตุผลที่ซูฉางเกอคนเดิมต้องกำจัดเย่เฟิงให้ตาย
แต่ตอนนี้ ให้แสร้งใช้ตัวตนนี้เข้าหาพระเอกเย่เฟิงไปก่อน รอจนดินแดนลับาของราชวงศ์เซียนหมื่นปีเปิดออก ถึงตอนนั้นค่อยหาทางจัดการ!
ค่าโชคชะตาก็จะตกมาอยู่ในมืออย่างง่ายดายไม่ใช่หรือ
ขณะที่ซูฉางเกอกำลังครุ่นคิด เขาก็เดินมาหยุดตรงหน้าปรมาจารย์ศพผี
เมื่อมองดูสภาพอันน่าสมเพชของอีกฝ่าย เขาก็ทอดถอนใจเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงเขาสองคนที่ได้ยินว่า “อยากรอดชีวิตหรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงของซูฉางเกอกะทันหัน ปรมาจารย์ศพผีมองเขาด้วยสายตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง จากนั้นก็รีบพยักหน้าทันที
“ขอองค์ชายโปรดบอกให้ท่านราชันย์สูงสุดไว้ชีวิตข้าด้วย ต่อไปข้ารับรองว่าจะไม่เหยียบย่างเข้าสู่นิกายเซียนกระบี่เมฆาอีกแม้แต่ก้าวเดียวขอรับ!”
ซูฉางเกอยิ้มบาง ๆ “ตกลง เ้าไปได้”
“เอ๊ะ?!”
ปรมาจารย์ศพผีงุนงงไปชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ดีใจจนคลุ้มคลั่ง เขาไม่สนใจสิ่งใดอีก รีบโคจรพลังิญญาเฮือกสุดท้ายในร่างกาย พุ่งทะยานออกไปนอกเขาเจี้ยนอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
“วิชาหนีเอาตัวรอดนี่ระดับหนึ่งเลยนะ” ซูฉางเกอส่ายหน้า แล้วหันไปมองเสวี่ยหลิวหลีที่อยู่ด้านหลัง จ้องมองใบหน้าอันงดงามที่ยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจของนาง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“เขาไม่กล้าคิดอะไรกับเ้าแล้ว แล้วเ้าล่ะ อยากให้ข้าปล่อยเขาไปหรือไม่?”
เมื่อสบตาซูฉางเกอ ใบหน้าสวยของเสวี่ยหลิวหลีก็ขึ้นสีระเรื่อ นางหลบสายตา แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ปรมาจารย์ศพผีทำกับนาง แววตาก็พลันเย็นเยียบและเอ่ยด้วยความแค้นว่า
“ไม่เ้าค่ะ! ข้าอยากฆ่าเขา!”
ผู้หญิงนี่ เป็สิ่งมีชีวิตที่โเี้จริง ๆ !
เมื่อได้ยินดังนั้น
ซูฉางเกอก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น “ได้ ข้าจะช่วยเ้าเอง”
สิ้นคำพูด
เขายกนิ้วขึ้นเบา ๆ ลำแสงพลังิญญารวมตัวกันที่ปลายนิ้ว จากนั้นก็พุ่งออกไปพร้อมกับคลื่นกระแทกพลังิญญาที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัว ทะลวงร่างของปรมาจารย์ศพผีต่อหน้าต่อตาทุกคน!
กระบวนท่าเดียว สังหารปรมาจารย์ศพผีระดับเปลี่ยนิญญาขั้นกลาง!
แม้ว่าปรมาจารย์ศพผีจะสูญเสียพลังบำเพ็ญส่วนใหญ่ไปภายใต้แรงกดดันของท่านราชันย์สูงสุด แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดทั่วไปจะทำได้อย่างง่ายดาย
เป็อย่างที่คิด บุคคลที่ท่านราชันย์สูงสุดเรียกว่าองค์ชาย พลังฝีมือจะเรียบง่ายเหมือนที่เห็นภายนอกได้อย่างไร
เสวี่ยหลิวหลีไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อคิดว่าซูฉางเกอปกป้องนางถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเชิญยอดฝีมือระดับราชันย์สูงสุดมาเพื่อนาง ในส่วนลึกของหัวใจก็เกิดความรู้สึกหวานล้ำอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน สายตาที่มองซูฉางเกอยิ่งทวีความอ่อนโยนขึ้นอย่างมาก...
[ติ๊ง! ทำเท่สำเร็จ ได้รับรางวัลสุ่ม 777 แต้มคนเลว!]
[ค่าความประทับใจของเสวี่ยหลิวหลี +10!]
[ค่าความประทับใจของเสวี่ยหลิวชิง +20!]
[ปัจจุบันค่าความประทับใจของเสวี่ยหลิวหลีถึง 75 มีใจให้โฮสต์แล้ว โฮสต์เปลี่ยนแปลงเส้นทางความรักระหว่างพระเอกเย่เฟิงและเสวี่ยหลิวหลี ได้รับรางวัล 500 แต้มคนเลว, 500 ค่าโชคชะตา!]
[ติ๊ง! ค่าโชคชะตาถึง 510 ร้านค้าโชคชะตาเปิดใช้งานแล้ว!]
ซูฉางเกอ : “???”
บ้าน่า ชอบเขาแล้วเหรอ?
ต่อไปคงไม่ใช่ว่าอยากจะสารภาพรักกับเขาหรอกนะ?
บ้าเอ๊ย! ขี้เก๊กเกินไปแล้ว
“ผู้าุโซู!”
ในตอนนี้พวกโจวยวนก็มาถึงตำหนักชิงอวิ๋น มองซูฉางเกอด้วยสายตาที่ซับซ้อน ไป๋อวิ้นเฉินถือกระบี่หิมะยืนอยู่ด้านข้าง แต่ดวงตางามกลับคอยชำเลืองมองซูฉางเกอและเสวี่ยหลิวหลีสลับกัน ในใจโกรธจนกัดฟัน!
ซูฉางเกอเ้าคนสารเลว!
กล้ามาจีบผู้หญิงต่อหน้าต่อตาข้า!
ไอ้คนเฮงซวย ไอ้คนระยำ
เมื่อััได้ถึงไอเย็นะเืที่แผ่มาจากด้านหลัง ซูฉางเกอก็รู้สึกสงสัย พอหันกลับไปก็เห็นสายตาที่เย็นเฉียบของไป๋อวิ้นเฉินกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา...