ห่างออกไปจากหมูบ้านเสือป่า ห้าสิบลี้
"ผู้กองครั้งนี้เราขอกำลังเสริมมาจากเมืองหน้าด่านถึงสองแสนนายรวมเข้ากับทหารของเราก็เกือบสามแสนห้าหมื่นนายครั้งนี้เราจะต้องหาสมบิติ และของวิเศษในป่าอาถรรพ์ ที่พวกโจรครอบคลองได้แน่"
ห่างจากหมู่บ้านออกไปนับห้าสิบลี่มีกองทหารตั่งกระโจมทำการปิดล้อมแถบเทือกเขาเสือป่าภายในกระโจมแม่ทัพกองทหารประจำเมืองมังกรทองนังอยู่พร้อมด้วย ทหารหัวหน้ากองคนสนิทนับสิบคนนังล้อมโต๊ะบัญชาการ
" มันมีที่ใหนกันสมบัติ มันก็เป็นแค่ข้ออ้างในการกวาดล้างเท่านั้นเอง เมื่อสิบห้าปีกอนบิดาข้านำทัพ ด้วยกองทหารนับแสนนายหมายจะเข้าจับกุมกลุ่มโจนเสือป่าพวกนั้น
แต่ไม่นึกเลยกับเกิิดเหตุการประหลาด ก้อนพลังงานแสงสีขาวมาจากใหนไม่มีผู้ไดทราบ กับทำลายร้างป่าไปเป็นแถบๆแล้วโชคร้ายที่กองทหารที่นำทัพโดยบิดาข้าดันไปอยู่ในรัศมีของแสงนั้นทำให้หายไปด้วย"
"แต่ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อนอีกพราะครั้งนี้ข้าได้เชิญผู้บัญชาการทัพหน้าด่านประจำทิศใต้ 'หม่าเป่าเฉิน' มาด้วยตัวเองอีกทั่งแม่ทัพคนสนิทของเขาพลังยุทธแต่ระคนก็ยากยังถึงภาระกิจครั้งนี้ต้องสำเร็จแน่กลุ่มโจรป่ากระจอกๆเหล่านั้นต้องชดใช้ กับการตายของบิดาข้า พรุ่งนี้ท่านหน้าจะเดินทางมาถึงเราจะเริ่มการปิดล้อมค้นหาจากทั้งสีทิศ"
ด้านหลังหมู่บ้าน
"วันนี้ข้าจะเข้าไปในหมู่บ้านเจ้าไม่ต้องตามไป ข้าจะไปหาอาห้าเจ้าสักหน่อย"
ไป๋หลิงมองออกไปภายนอกหน้าต่างออกไปใกลออกเลยไปนอกหมูบ้าน พร้อมกับบอกกับจ้าวหลง
"วันนี้เจ้าไปจับปลาให้ข้าสักหน่อยข้าอยากกินปลา ตอนกลับมาข้าจะทำ 'ปลาสามสหาย'ให้เจ้ากิน"
หน้าตาจ้าวหลงเบิกบานทันควันเมื่อพูดถึงของกินของโปรดตนเอง
"ได้ท่านยายข้าจะหามาให้เยอะเลย" หลังจากนั้นเขาวิ่งหายไปทางแม่น้ำ
ไป๋หลิงยื่นมองหลานชายวิ่งออกไปจากบ้านพร้อมกับเอ่ยเบ่าๆกับตัวเอง
" ข้าอยากอยู่กับเจ้าไปนานๆนะ 'จ้าวหลง' แต่ก็คงไม่มีโกาศข้าอยากพาเจ้าหายไปจากยุทธภพนี้แล้วไปอยู่กันตามลำพังยายหลาน แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะทิ้งพี่น้อง "
ไป๋หลิงมองด้านหลัง ของชายหนุ่มหายไปในป่าพร้อมกับใบหน้าที่ยิมแย้มเมื่อนึกย้อนในอดีตกับการใช้ชีวิตตามลำพังยายหลานมาหลายปีนางเดินออกมานอกบ้านแล้วเดินหายไปทางหมู่บ้าน
ค่ายกองทหารถูกวางเป็นแนวล้อมลอบป่า ใช้ทหารถึงสามแสนนายในการปิดล้อม
ตอนเที่ยงของวันถัดไป
" ได้เวลาแล้ว"
ผู้บัญชาการ หม่าเป่าเฉิน นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านหน้าเขามีแม่ทัพนั่งเรียงแถวอยู่ด้านหน้านับสิบคน โดยด้านข้างเขามีแม่ทัพเมื่องมังกร 'ซ่งจือ' ยืนขนาบด้านข้างแต่ระคนสวมชุดเกราะพร้อมลบ เต็มอัตราศึก
"เหลาเฮ่ย เจ้าไปคุมกองทหารทิศเหนื่อ"
เหลาเฮ่ยแม่ทัพหน้าเหี้ยม มีแผลเป็นใบหน้าฝังซ้ายรับธงบัญชาการทหารขี่ม้าพร้อมผู้ติดตามหายไปทางเหนือ
"ลู่จง เจ้าไปคุมกองทหารทิศตะวันออก "
ลู่จงชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหลอเหลามีสายตาคมดังเหยียวรับธงบัญชาการทหารขี่ม้าหายไปพร้อมผู้ติดตามไปทางทิศตะวันออก
"ฉิ่งหยวน เจ้าคุมกองทหารทิศตะวันตก หากครั้งนี้เจ้าทำได้ดี ข้าจะขอร้องกับทางจักรวรรดิเรื่องครอบครัวของเจ้าให้ แต่ข้าไม่รับรองว่าจะได้ผลแค่ใหน "
ม่าเป่าเฉิน มองไปยังแม่ทัพหญิงสาวสวมชุดลัดรูปสีแดง มีหน้ากากปกปิดครึ่งใบหน้าด้านล่าง เผยผิวที่เนียนขาวดังหยกมรกตเพียงส่วนบนหากเมื่อถอดหน้ากากนี้ออกหากจ้าวหลงมาเห็นคงตกใจถึงขั้นหัวใจวายชั่วคลาวได้เลยเพราะใบหน้าภายใต้หน้ากากมีความเหมือนใบหน้าหลิงเอ๋อเกือบเจ็ดส่วน
"ขอบคุณท่านผู้บัญชาการ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้"
ฉิ่งหยวนนั่งคุกเขาลงด้านหน้าม่าเป่าเฉิน
"เจ้าไปได้แล้วอย่าทำให้ข้าผิดหวัง"
ม่าเป่าเฉินมองไปทาง' ฉิ่งหยวน ' หากมีใครสังเกตุจะเห็นสายตาเหมือนหมาป่ามองลูกแกะเพียงชั่วแวบเดียวของ ม่าเป่าเฉิน ก่อนที่จะกลับมานิงเงียบขรึมเหมือนเดิม
ฉิ่งหยวนรับธงบัญชาการทหารขี่ม้าหายไปพร้อมผู้ติดตามทิศตะวันตก
ภายในหมู่บ้านในบ้านหลังหนึ่งมีกลุ่มคนหนึ่งนังล้อมโต๊ะประชุมอยู่หลายสิบคน
" กลางเดือนหน้าอีกยี่สิบวันจะมีขบวนเครื่องบรรณาการจาก' เมืองเทียนจง ' เดินขบวนผ่านมาทางนี้เราจะเข้าปล้น"
ชายหมุ่นมีอายุสามสิบปี 'ไป๋เฟิง' เป็นบูตรชายของไป๋หยุน มีตำแหน่งหัวหน้าของหมู่บ้านเสือป่าในขณะนี้
"ทุกปีจะมีขบวนเครื่องบรรณาการของหัวเมืองต่างๆจะนำเครื่องบรรณาการไปส่งให้กับทางจักรวรรดิปิงฉิน"
"ฮึ เครื่องบรรณาการ มันก็ขูดลีดจากประชาชนมาทั่งนั้นแหละ ตั่งแต่เมื่อยี่สิบกว่าปี่ก่อน จักรวรรดิปิงฉินเคยสงบสุขล้มเย็นประชาชนอยู่อย่างล้มลื่น แต่หลังจากเมื่อสิบกว่าปีก่อน จักรวรรดิปิงฉินกับเปลียนจากหน้ามือเป็นหลังมือ องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบัณ กับโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้"
มีเสียงพูดคุยเกิดขึ้นในบ้าน เป็นที่ประชุมของหมู่บ้าน
"ท่านหัวหน้า "
"ท่านหัวหน้า"
ขณะนั้นกับมีเสียงดังออกมาจากนอกบ้าน มีคนเปิดประตูเข้ามา แล้วเดินตรงไปหาไป๋เฟิง
"มีอะไร ไม่เห็นรึข้ากำลังประชุมอยู่"
ไป๋เฟิงพูดทั้งที่ไม่ได้หันหน้าไปหาคนที่พึ่งจะวิ่งเข้ามา เขาพูด้วยใบหน้านิ่งเรียบเชย
"แย่แล้ว ท่านหัวหน้าเมื่อสองชั่วยามก่อนมีรายงานมาจากชายป่าเข้ามา ว่าพบกองทหารปิดล้อมทั้งแถบเทือกเขานี้หน้าจะกำลังบุกเข้ามาในเร็วๆนี้ "
ผู้สื่อสารนั่งคุกเข่า เขารายรายงานด้วยซีหน้าซีดเซียวของการเร่งเดินทาง
"ทหารที่มามีจำนวนเท่าไหร"
ไป๋เฟิงมีสีห้าเคร่งเครียดขึ้นทันที
" จากที่คาดการณ์หน้าจะไม่ตำกว่าสามแสนนาย "
ผู้สื่อสารข่าวรายงาน
" บ้าไปแล้ว ทหารพวกนั้น มันบ้ากันไปหมดแล้ว พวกเราทั้งหมูบ้านรวมคนแก่ลูกเด็กเล็กแดง รวมกันยังไม่เกิน ห้าร้อยคน นี้มันถึงขนาดเคลื่อนทัพ มากันถึงสามแสนเลยหรือ"
มีเสียงดังขึ้นรอบนอกโต๊ะประชุมไม่รู้ว่าเป็นใครที่พูดออกมา
"นี้มันคิดจะกวาดล้างเข่นฆ้ากันไม่ให้มีทางหนีเลยหรองัย "
อีกเสียงดังขึ้นลอบวงประชุม
" จะใช้เวลาเดินทางมาถึงหมูบ้านเรา อย่างเร็วใช้เวลาครึ่งวัน อย่างช้าไม่เกินหนึ่งวัน"
ผู้ส่งข่าวรายงานต่อ ทุกคนหลังจากได้รับรายงานมีสีหน้าซีดเผือด เริ่มมีเม็ดเหงือไหลซึม บ้างหน้าเดียวดำเดียวเขียว
"ข่าวนี้เจ้ามันใจแค่ใหน"
ไป๋เฟิ่งในขณะนี้กับมีใบหน้าที่เคร่งเครียด
"ข่าวนี้ มีความจริงแน่นอน"
ผู้รายงานข่าวกล่าวพูดด้วยสีหน้าตึงเครียด
"จ้าวมิ่งเจ้าส่งม้าเร็วไปสืบข่าวมาสิว่าใครเป็นคนนำทัพมาในครั่งนี้"
ไป๋เฟิ่งหันหน้าไปสั่งการกับชายหนุ่มอีกคนนาม จ้าวมิ่ง ที่มีอายุไม่ตางจากเขา แต่ก่อนที่จ้ามิ่งจะออกจากบ้านกับมีเสียงของ ผู้ส่งอำนาจด้วยพลังวิณญาณขั้นพื้นฐาน ดังเข้ามา
"ไม่ต้องไปแล้วผู้ที่นำทัพคือ หม่าเป่าเฉิน ผู้บัญชาการด่านทิศใต้นำทัพมาด้วยตัวเอง"
ประตูเปิดออกมีผู้สูงอายุเดินเข้ามาสามคน"คาราวะ ท่านผู้อาวุโส""คาราวะ ท่านผู้อาวุโส""คาราวะ ท่านผู้อาวุโส"
เสียงคนในห้องดังขึ้น"ถ้าเป็นอย่างที่ท่านพ่อว่ามา คราวนี้เห็นทีหมูบ้านเราคงจะประสปกับปัณหาร้ายแรงเป็นแน่"
ไป๋เฟิ่งทำความเคารพไปทางผู้อาวุโสทั้งสองที่เดินตามบิดาตนมา พร้อมกับใบหน้าวิตกกังวล
"มันก็ไม่แน่นักหลอก ป่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้วิเศษในสมัยโบราณ มีค่ายกลอยู่ภายในป่าทำให้ป่านี้ไม่ต่างจากเมืองลับแล การที่จะฝ่าเข้ามาโดยตรงก็เป็นเรื่องยาก ถ้าไม่ใช้ผู้อาวุโสเก่าแก่ของหมู่บ้านพบเจอโชควาสนาโดยบังเอิญได้พบกับแผนผังของป่านี้ในอดีต ป่านี้ก็คงจะยังไม่มีผู้ใดเข้ามาได้จนถึงป่านนี้หลอก และถ้าไม่ได้ป่าแห่งนี้ หมู่บ้านเราคงพังพินาศไปนานแล้วกระมัง"
ผู้อาวุโสสี่ พูดแทรกขึ้นมา
" มันก็จริงอย่างน้องสี่พูดมา แต่เราจะวางใจไม่ได้ ไป๋เฟิ่งเจ้าจงสั่งให้เตรียมการอพยบผู้คน นอกจากนักสู้ผู้ที่มีพลังยุธต่ำกว่าขั้นพื้นฐานให้ลงไปหลบอยู่ในหลุมหลบภัย กันปัณหาที่จะเกิดขึ้น ให้เวลาเจ้าครึ่งชั่วยาม"
ไป๋หยุ่นมีสีหน้าเคร่งขรึมเมื่อมองดูบนโต๊ะ บนโต๊ะจะมีแผนภาพขนสัตว์ขนาดใหญ่อยู่บนโต๊ะหนึ่งแผ่น ในแผนภาพจะบอกตำแหน่งของการเดินป่าโดยรอบ และจุดค่ายที่อยู่ในป่า
" ท่านพ่อถ้าเราไปขอความช้วยเหลือจากเมืองหน้าด่านทิศเหนื่อ ให้ท่าน อ๋องตู้เอ๋อคา ช้วยท่านคิดว่าเป็นเช่นไร "
ไป๋เฟิงมองไปทางไป๋หยุ่นด้วยสิหน้ามีความหวัง
"มันเป็นไปได้ยากที่ ท่านอ๋องจะส่งคนมาช้วยได้ทัน แล้วก็ไม่แน้ว่าครั้งนี้ท่านจะยื่นมือเข้าช้วยเหลือเพราะทางท่านเองก็ถูกคนทางจักรวรรดิเพ่งเล่ง จ่องจะเล่นงานท่านอยู่เช่นกัน ใหนจะพวกขุณนางกังฉินพวกนั้นรอคอยจังหวะใช้เรื่องราวในอดีตที่ท่านช้วยเหลือตะกูลไป๋เรา เหมือนเมื่อครั้งในอดีตกดดันจนท่านต้องไปอยู่ที่หัวเมือง "
ไป๋หยุนมองออกไปด้านนอกทางทิศเหนื่อ ซึ่งเป็นที่ตั่งของเมื่องกั่วไห่ เป็นเมืองหน้าด่านปัจจุบันถูกปกครองโดย อ๋องตู้
" เห็นทีครั้งนี้เราจะต้องเผชิญหน้าศึกนี้เพียงลำพังแล้ว"
ไป๋หยุนเอามือไขว้หลังพร้อมถอนหายใจหันหน้าไปทางทิศใต้