เสียงกริ่งโรงเรียนดังขึ้นพร้อมกับเสียงลมหวิวที่พัดผ่านซอกอาคารร้าง มันไม่ได้ดังแบบปกติที่เคยได้ยินใน่เวลาเรียน แต่กลับแฝงไปด้วยเสียงสะท้อนก้องไกลราวกับว่ากำลังประกาศอะไรบางอย่าง ธันวาหยุดยืนมองอาคารเรียนตรงหน้า—'อาคาร 6' โรงเรียนเพิ่งตัดสินใจเปิดใช้อีกครั้งหลังจากปิดตายไปกว่า 30 ปี แต่ไม่เคยมีใครเล่าให้เขาฟังถึงเหตุผลที่แท้จริงของการปิดมันลง
"ดูเหมือนพวกเราจะเป็นักเรียนกลุ่มแรกที่ต้องมาใช้มันอีกครั้ง…" กรณ์พูดขึ้นเสียงเบา ขณะที่พยายามใช้ไฟฉายส่องสำรวจความมืดที่คืบคลานเข้าไปในซอกตึก
แพรไหมยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ สายตาของเธอสะท้อนความไม่ไว้ใจ "พวกนายแน่ใจใช่ไหมว่าแค่เื่ห้องเรียนไม่พอ? ทำไมต้องเป็อาคารนี้? ทำไมต้องเป็พวกเรา?"
ธันวาไม่ได้ตอบ แต่เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นกว่าเดิม จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างชั้นสองของอาคารนั้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย—เพราะมีบางอย่างสะท้อนอยู่ในกระจก เงาของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง…ยืนอยู่ตรงนั้น จ้องลงมาตรง ๆ …แต่มันไม่ได้เคลื่อนไหว
ลมหายใจของธันวาสะดุด เขากระพริบตาแล้วมองอีกครั้ง—หน้าต่างกลับว่างเปล่า
"นายเห็นอะไร?" กรณ์ถามเมื่อเห็นสีหน้าธันวาเปลี่ยนไป
"ไม่มีอะไร… คิดไปเองน่ะ" ธันวาตอบ แม้ในใจเขาจะไม่ได้คิดเช่นนั้น
ทันใดนั้น ประตูเหล็กของอาคาร 6 เปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงแหลมสูงของบานพับที่ขึ้นสนิม เสียงนั้นทำให้ขนแขนของทั้งสามคนลุกชันไปพร้อมกัน พวกเขาหันมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไร ก่อนที่กรณ์จะเป็คนแรกที่ก้าวไปข้างหน้า "เอาล่ะ พวกเราไปกันเถอะ… ไม่มีอะไรหรอก"
ธันวาไม่แน่ใจว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่ห้องเรียนของตัวเอง…หรือกำลังเดินเข้าสู่กับดักของบางสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ั้แ่แรกกันแน่
ภายในอาคารเรียนเก่ามืดสนิท พื้นที่แคบของทางเดินมีกลิ่นอับของไม้ผุและฝุ่นสะสมมาตลอดหลายสิบปี อากาศเย็นะเืทั้งที่เป็เวลากลางวัน เมื่อไฟฉายของกรณ์ส่องไปทั่วบริเวณ พวกเขาเห็นตู้เก็บของเก่าที่ถูกทิ้งร้าง ผนังมีคราบน้ำรั่วเป็ด่างดวง และมีข้อความขีดเขียนด้วยปากกาลูกลื่นเลือนรางอยู่ตามมุมกำแพง
"นี่มัน… ดูเหมือนว่าจะมีคนเคยเข้ามา" แพรไหมพูดขณะที่ใช้นิ้วลูบรอยขีดเขียนบนกำแพง
กรณ์ขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ และเพ่งสายตาอ่านข้อความเ่าั้—
'อย่าหันกลับไป'
'ถ้าคุณได้ยินเสียงกริ่งหลังเที่ยงคืน… มันมาหาคุณแล้ว'
"พวกนาย… ฉันเริ่มไม่ชอบที่นี่แล้วล่ะ" กรณ์พึมพำ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาเผลอขยับถอยหลัง—บนกำแพง มีรอยมือสีแดงซีด ๆ ประทับอยู่ และมันดูเหมือนถูกพิมพ์ไว้ด้วยของเหลวที่ไม่ใช่สี
ธันวาสูดหายใจเข้าลึก เขาพยายามคิดว่าเื่นี้อาจเป็แค่การล้อเล่นของนักเรียนรุ่นก่อน แต่ทุกอย่างในที่นี้มัน 'เก่าเกินไป' จนไม่น่าเป็ไปได้
"ไปห้อง 206 กันเถอะ" เขาพูดเสียงหนักแน่น พร้อมเดินนำไปก่อน
กรณ์และแพรไหมมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งสองจะรีบเดินตามไป ในใจของพวกเขาทั้งสามคนรู้สึกเหมือนกัน—นี่จะเป็คืนแรกของพวกเขาในอาคารต้องสาป…และพวกเขาไม่แน่ใจว่ามันจะเป็คืนสุดท้ายหรือไม่