บทที่ 8 ถูกแย่งชิงพี่ชาย
ณ ห้องพักข้างเคียง หลิวชุนฮวาเ็ปและหิวโหยไม่ได้นอนทั้งคืน เธอรู้สึกอยู่เสมอว่าหนิงหนิงเป็หายนะ เธอผลักกู้เจี้ยนเป่าชายข้างกายซึ่งกรนเสียงดังและถามอย่างใช้ความคิดว่า "บอกฉันที เมื่อตอนหัวค่ำเป็เพราะหนิงหนิงตั้งใจชนฉันให้ล้มหรือเปล่า? ผัดผักจึงได้หกไปทั้งหมดแบบนั้น”
กู้เจี้ยนเป่ากำลังนอนหลับตอบกลับมาด้วยความมึนงงว่า "คุณตัวอ้วนเป็หมูตอนแบบนี้ หนิงหนิงจะมาชนให้คุณล้มได้ยังไง"
หลิวชุนฮวา "..."
เธอรู้สึกโกรธมาก ผู้ชายคนอื่นพูดถึงภรรยาของตนเองแบบนี้บ้างไหม?
น่ารำคาญจริงๆ! ไอ้หมาแก่เอ๊ย!
...
เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ซึ่งกินเวลาหลายวัน ทัศนคติของหลิวชุนฮวาที่มีต่อหนิงหนิงนั้นไม่ค่อยดีนัก ในวันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มมาก จ้าวกุ้ยฮวาจึงสั่งให้เด็ก ๆ ในครอบครัวไปทีู่เาเพื่อเก็บฟืนล่วงหน้า
ในครอบครัวมีเด็กหลายคน และแต่ละคนสามารถเก็บฟืนเพื่อนำมาเผาได้อีกหลายวัน
ก่อนที่เด็กๆ จะไปเก็บฟืน หลิวชุนฮวาที่กำลังสับหมูอยู่ก็พูดว่า "บอกไว้ก่อนนะ พวกแกห้ามไปช่วยหนิงหนิงเด็ดขาด หล่อนคือหายนะสำหรับครอบครัวพวกเรา"
เธอสอนกู้พ่านเหวินลูกชายหัวแก้วหัวแหวน กู้พ่านเหวินเปิดปากของเขาและพูดว่า "แม่ สงสัยสายตาแม่จะมีปัญหาแล้วละ หนิงหนิงทำงานได้ดีกว่าผมอีก ผมไม่ต้องไปช่วยเธออยู่แล้ว"
ตอนนี้แม้แต่บุตรชายสุดที่รักก็ไม่เชื่อฟังเธอและยังยอกย้อนกลับมาอีกด้วย หลิวชุนฮวาโกรธจนสมาธิไม่ได้อยู่กับการสับหมู สุดท้ายมีดก็บาดนิ้วมือโดยไม่รู้ตัว เืไหลออกมาจากนิ้วจนหลิวชุนฮวาต้องรีบวิ่งหาสมุนไพรวุ่นวายไปหมด
ในอีกด้านหนึ่ง ป้าสะใภ้รองอย่างหม่าเถี่ยหลานกำลังทุ่มเทให้กับการล้างหม้อ ถึงแม้จะไม่ได้มีใครบอกเื่นี้ แต่เมื่อเห็นสภาพที่น่าสังเวชของพี่สะใภ้ หม่าเถี่ยหลานจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า "เซี่ยงหยวน เซี่ยงฟาง แกสองคนก็อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับหนิงหนิงเด็ดขาดละ เธอเป็ตัวซวยสำหรับพวกเรา"
ดูสิ พี่สะใภ้ที่แสนน่าสงสาร! ขนาดเตือนไม่ให้ลูกๆ ไปยุ่งเกี่ยวกับหนิงหนิง สุดท้ายก็ต้องทำมีดบาดมือตนเองจนได้
เซี่ยงหยวนและเซี่ยงฟางมองหน้ากัน เซี่ยงฟางเป็คนตรงไปตรงมา จึงกล่าวตอบคนเป็แม่ไปว่า "แม่ ตอนนี้เป็ยุคใหม่แล้ว ความเชื่อเื่โชคลางควรจะหมดไปได้แล้วนะ ระวังนะ ถ้ามีคนได้ยินเข้า พวกเขาจะพาแม่ไปขังห้องมืดเอาได้นะ”
เธออุตส่าห์สอนลูกๆ ด้วยความเมตตา แต่กลับถูกลูกชายของตนเองสอนกลับมา แล้วหม่าเถี่ยหลานจะทนได้อย่างไร? “ไป ไป ไป ฉันไม่อยากสนใจพวกแกอีกแล้ว!”
เพิ่งพูดจบ ขี้นกจากท้องฟ้าก็ตกลงมาใส่ตัวเธออย่างพอดิบพอดี
หม่าเถี่ยหลานพูดอย่างโมโหว่า "ฉันเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้ามาเมื่อเช้านี้เองนะ!!"
สกปรกหมดแล้วเนี่ย!
...
ลูกหลานทั้งหลายของตระกูลกู้กำลังจะขึ้นไปบนูเา และหนิงหนิงก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า "เดี๋ยวก่อนนะ ฉันเก็บแผ่นหยกไว้ที่บ้านเพื่อไม่ให้มันตกหายไประหว่างทางก่อนดีกว่า" เธอพูดแล้วหันกลับไป นำแผ่นหยกไปเก็บเอาไว้ที่บ้าน
ดวงตาของกู้เหยาเป็ประกาย เธอเฝ้าดูหนิงหนิงเข้าไปในห้องทางทิศตะวันตก และรอให้หนิงหนิงออกมา ก่อนที่เธอจะพูดว่า "ทุกคนต้องมารอเธอคนเดียวเนี่ย เสียเวลาจริงๆ"
ยิ่งเธอทำตัวร้ายกาจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีสำหรับหนิงหนิงมากเท่านั้น
หนิงหนิงดึงแขนเสื้อของกู้เซี่ยงหยวนด้วยความรู้สึกผิดในหัวใจ "พี่เซี่ยงหยวน พี่เซี่ยงฟาง นี่เป็ความผิดของฉันเอง ฉันทำให้ทุกคนต้องเสียเวลาแล้ว" น้ำเสียงช่างอ่อนหวานยิ่งนัก
"เสียเวลาอะไรกัน ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีเลยมั้ง" กู้เซี่ยงหยวนเหลือบมองกู้เหยาอย่างไม่เห็นด้วย "เหยาเหยาเดี๋ยวนี้เธอกลายเป็คนใจแคบั้แ่เมื่อไหร่กัน?"
ใจแคบ? กู้เซี่ยงหยวนยังเป็พี่ชายที่รักเธอมากที่สุดอยู่อีกหรือเปล่า?
กู้เหยากระทืบเท้าของเธอด้วยความโกรธ และเดินไปข้างหน้าพร้อมกับตะกร้าที่สะพายอยู่บนแผ่นหลัง กู้เหยาคิดว่าตามปกติพี่เซี่ยงหยวนจะรู้สึกสงสารที่เธอสุขภาพร่างกายอ่อนแอ และไม่สามารถแบกของหนักๆ ได้ แต่โดยไม่คาดคิด กู้เซี่ยงหยวนไม่ได้ตามเธอมาเพื่อเอ่ยปากช่วยเหลือเลย
สิ่งนี้ทำให้กู้เหยายิ่งโกรธ และเงี่ยหูฟัง
อย่างไรก็ตาม กู้เซี่ยงหยวนที่เคยดูแลเธอ จู่ๆ ก็พูดกับหนิงหนิงด้วยความห่วงใยว่า "หนิงหนิงเอาตะกร้ามาให้ฉันสิ เธอแบกไปไม่หมดหรอก"
ในความเป็จริง ่นี้หนิงหนิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผิวของเธอเปลี่ยนเป็สีขาว ใบหน้าของเธอดูเรียบเนียนมากขึ้น ดวงตาของเธอมีเสน่ห์เย้ายวนและบุคลิกของความเป็คุณหนูผู้เรียบร้อยไม่เหมาะกับงานในไร่เลย
กู้เซี่ยงฟางที่อยู่ข้างๆ เขาก็พูดด้วยหน้าตาบูดบึ้งว่า "ให้ฉันเถอะ ฉันแข็งแรงกว่าตั้งเยอะ"
หนิงหนิงยิ้มอย่างขอบคุณและเสียงของเธอก็นุ่มนวลขึ้นเรื่อย ๆ "ขอบคุณค่ะพี่ชายเซี่ยงหยวน ขอบคุณค่ะพี่เซี่ยงฟาง" เธอให้ตะกร้ากู้เซี่ยงหยวนด้วยมือข้างหนึ่งและเคียวอีกข้างหนึ่ง และเธอก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างมีความสุข
เมื่อกู้เหยาเห็นฉากนี้ ยิ่งจ้องมองมากเท่าไหร่ เธอก็ยังรู้สึกทนไม่ได้มากเท่านั้น กู้หนิงกำลังจะแย่งสมาชิกทุกคนในครอบครัวไปจากเธอ ดังนั้นเธอจึงเริ่มต้นวางแผนทันที
เนื่องจากเป็เพียงการเก็บฟืน ทุกคนจึงไม่ไปไกลเกินไป พวกเขาเพียงเดินขึ้นเขาไปที่เชิงเขาเหลียนหวู่เท่านั้น
ทันทีที่ทุกคนมาถึงสถานที่นั้น กู้เซี่ยงฟางซึ่งทำงานอย่างรวดเร็วก็กางเชือกป่านลงบนพื้นทันทีและแบ่งงานอย่างคล่องแคล่ว "หนิงหนิง เหยาเหยา พวกเธอไปเก็บใบไม้กับใบบัวที่แห้งแล้วมาใส่ในตะกร้าพวกนี้ซะ ส่วนฉันจะแยกไปกับเซี่ยงหยวนกับพ่านเหวิน"
การเก็บใบไม้เป็งานที่ง่ายที่สุด ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสาวๆ คงทำได้ไม่มีปัญหา
หนิงหนิงก็เข้าใจเช่นกันและรีบชิงพูดก่อนเหยาเหยาว่า "ขอบคุณค่ะพี่เซี่ยงฟาง"
พี่น้องสองคนกู้เซียงหยวนและกู้เซี่ยงฟางส่งเสียงะโขณะตัดฟืน เรียกได้ว่าพวกเขาดูมีพลังกันอย่างล้นเหลือมาก
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการตัดฟืน เพราะเถาวัลย์เ่าั้ไม่ง่ายที่จะตัด และใช้เวลานานในการตัดกว่าจะได้บางส่วนมา แต่ในส่วนของหนิงหนิงและคนอื่นๆ ทำได้ง่ายกว่ามาก
เธอพาน้องชายหยางหยางไปที่ป่าใกล้ ๆ เพื่อเก็บใบไม้และใส่ไว้ในตะกร้า
หลังจากนั้นไม่นาน กู้เหยาก็กุมท้องของเธอขึ้นมา "พี่สาว ฉันปวดท้องมากเลย ฉันขอตัวกลับก่อนนะ" หลังจากพูดจบ ก่อนที่หนิงหนิงจะตอบอะไรได้ เธอก็วิ่งหนีไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
หนิงหนิงเฝ้าดูเธอจากไป และยิ้มอย่างมีความหมาย บังเอิญกู้เซี่ยงหยวนที่อยู่ข้างๆ หันมาเห็นเข้าพอดีจึงถามว่า "ทำไมเหยาเหยาถึงกลับไปแล้วล่ะ?"
หนิงหนิงกล่าวว่า "เธอบอกว่าเธอปวดท้องน่ะ"
กู้พ่านเหวินตอบทันที "ฉันว่าี้เีทำงานมากกว่ามั้ง"
หนิงหนิงยิ้มและพูดอย่างอารมณ์ดีว่า "งั้นพวกเราก็มาทำงานกันเถอะค่ะ"
ประโยคนี้เพิ่มความไม่พอใจของกู้พ่านเหวินขึ้นสู่จุดสูงสุดในทันที แม้แต่กู้เซี่ยงฟางที่ซื่อสัตย์และไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใครก็ไม่พอใจเล็กน้อย "เหยาเหยาร้ายกาจมาก สู้หนิงหนิงไม่ได้เลยสักนิด"
หนิงหนิงไม่ได้พูดอะไร เธอไปเก็บใบไม้แทนตำแหน่งของกู้เหยาและหยิบใบไม้อย่างขยันขันแข็ง หยางหยางวัย 11 ปีที่อยู่ถัดจากเธอพูดอย่างไม่มีความสุขว่า "พี่เหยาเหยาชักจะี้เีเกินไปแล้ว" บรรดาสมาชิกรุ่นหลานทุกคนในตระกูลกู้ล้วนได้ยินกันอย่างทั่วถึง
หนิงหนิงยื่นมือของเธอออกมาแล้วหยิกแก้มน้องชายเล็กน้อย "ช่างเถอะน่า รีบเก็บใบไม้ต่อเถอะ ยิ่งเก็บเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้กลับบ้านเร็วเท่านั้นนะ" เธอเพิ่งพูดจบก็พบว่ามีรังไข่อยู่ใต้ใบไม้กองใหญ่ และมีไข่ป่ามากกว่าสิบฟอง ไข่เ่าั้มีสีขาวสีดำสีเทามองดูเพลินตายิ่งนัก
หนิงหนิงใ "อ้า พวกเราเจอไข่ป่าละ!"
ครั้งนี้กู้เซี่ยงฟางและคนอื่น ๆ ก็รีบวิ่งมาดูเช่นกัน และเมื่อพวกเขาเห็นรังไข่ พวกเขาก็กลอกตาทันที "จริง ๆ เลยนะหนิงหนิง เธอคือดาวนำโชคของพวกเราจริงๆ"
ถ้ากู้เหยาไม่ได้รีบกลับบ้านไปก่อน กู้เหยาอาจจะเป็คนเจอก็ได้
กู้พ่านเหวินดีใจทันที "เหยาเหยากลับไปแล้ว พวกเราก็กลับกันบ้างดีกว่า"
“ตกลง” ในฐานะพี่ชายคนโตกู้เซี่ยงหยวนกล่าวขึ้นมา และเก็บไข่อย่างระมัดระวัง “กลับบ้านกันเถอะ ให้คุณย่าทำไข่ให้พวกเรากินกัน”
...
ตระกูลกู้
หลิวชุนฮวาและหม่าเถี่ยหลานอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งเอามือห่อขี้เถ้า อีกคนซักผ้าสกปรก เอ่ยปากสาปแช่งด้วยความโกรธ "หนิงหนิง นังดาวหายนะ เจอทีไรเป็ต้องซวยทุกที!"
ทันทีที่พวกเธอพูดจบ พวกเธอก็ได้ยินเสียงของเด็ก ๆ ที่ขึ้นไปบนูเาเพื่อเก็บฟืนกลับมาที่บ้าน และกู้เซี่ยงหยวนก็พูดเสียงดังว่า "แม่ แม่ หนิงหนิงเก็บไข่กลับมาได้เยอะเลย!"
กู้พ่านเหวินยิ่งพูดเสียงดังมากกว่าเดิม "เธอไม่ใช่ดาวหายนะ แต่เธอเป็ดาวนำโชค!"
หลิวชุนฮวาและหม่าเถี่ยหลาน "..."
พวกเขาไม่คู่ควรเป็ลูกชายของพวกเธออีกแล้ว!