บทที่ 20 ขอโทษอย่างใจจริง
จ้าวซู่อวิ๋น “......”
เ้าเด็กบ้านี่เพิ่งไม่ได้เจอกันแค่ครึ่งวัน แต่เขากล้าพูดกับเธอแบบนี้เลยหรือ?
แม้ว่าซูหลีจะรู้สึกว่าเสี่ยวเย่ปิงพูดจาเสียดสีจ้าวซู่อวิ๋นจะทำให้ตัวเองรู้สึกดี แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจแแล้วว่าจะสั่งสอนลูกอย่างดี ก็ไม่ควรปล่อยให้ลูกของตัวเองหยาบคายได้
“เย่ปิง ลูกไม่ควรพูดกับย่าแบบนั้น”
เสี่ยวเย่ปิงเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง แล้วพยักหน้า “แม่ครับ ถึงตาแม่เดินแล้ว”
ซูหลีก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วะโต่อเนื่องอีกหลายก้าว เกือบจะบุกเข้าไปถึงฐานหลักของเย่ปิงแล้ว
เย่ปิงมองดูแล้วรู้สึกทั้งโกรธและร้อนใจในทันที
“แม่ครับ ทำไมแม่ถึงไม่ยอมให้ผมบ้างเลย ทำไมแม่ถึงรังแกผมแบบนี้ล่ะ”
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจนแทบะเิ พลางเปลี่ยนสีหน้าทันที
“ซูหลี นี่เธอสอนลูกแบบนี้เหรอ? เื่เมื่อตอนกลางวันฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอให้เสร็จเลยนะ”
ซูหลีก็ไม่อยากสนใจแม่สามีคนนี้เลยสักนิด พอเห็นเธอทำท่าทางโวยวายอยู่ตรงนั้นก็คล้ายจะปวดหัวขึ้นมาทันที
หญิงชราคนนี้ปกติแล้วถือตนเป็ใหญ่ อยากให้ทุกคนในครอบครัวห้อมล้อมรอบตัวเอง แต่เมื่อตัวเองถูกละลเลยบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลายชายสุดที่รัก ก็จินตนาการได้เลยว่าว่าอารมณ์ของเธอจะรุนแรงมากแค่ไหน
ผลลัพธ์คือเสี่ยวเย่ปิงลุกขึ้นยืนอย่างหงุดหงิด ชี้ไปที่เธอแล้วพูดว่า “คุณย่าครับ ช่วยพูดเบา ๆ หน่อยได้ไหม ย่ากำลังทำให้ผมเสียสมาธิในการเล่นหมากรุก”
“เสี่ยวปิง ทำไมวันนี้หลานไม่สนใจย่าเลย ทำไมสนใจแต่การเล่นหมากรุกพวกนั้นล่ะ?”
จ้าวซู่อวิ๋นไม่สามารถเข้าใจได้ ไม่ได้เจอหลานชายแค่่บ่ายเดียวเท่านั้น หลานชายก็เริ่มไม่เชื่อฟังแล้ว
ก่อนหน้านี้หลานชายเคยเชื่อฟังเธอมาก
ต้องเป็เพราะซูหลีแน่!
แน่นอนว่าตอนบ่าย ซูหลีต้องพูดใส่ไฟเสี่ยวเย่ปิงเกี่ยวกับเื่ของเธอไม่น้อย หลานชายถึงได้เมินเฉยใส่เธอแบบนี้... ไอ้หมาป่าน้อยนี่ แค่บ่ายเดียวก็เปลี่ยนข้างซะแล้ว?
“ซูหลี ตอนบ่ายเธอพูดอะไรกับเสี่ยวเย่ปิง? เธอพูดให้เด็กไม่สนใจฉันแล้วใช่ไหม? ถ้าเธอไม่พอใจอะไรฉัน ก็มาเผชิญหน้ากันตรง ๆ สิ การที่เธอยุยงเด็กแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?”
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจัดจนะโใส่ซูหลี “อย่าคิดนะว่าตอนนี้เธอท้องแล้วฉันจะไม่กล้าไล่เธอ ที่เธอยังอยู่ในบ้านตระกูลเย่ของเราก็เพราะเธอเองที่ไม่ยอมไปไหน... คนเราต้องมีหน้ามีตา ต้นไม้มีเปลือก แต่ฉันว่าเธอนั้นแหละที่ไร้ยางอาย”
ตอนนี้ซูหลีกำลังเล่นหมากรุกกับเสี่ยวเย่ปิงอยู่ ทั้งไม่อยากทะเลาะกับจ้าวซู่อวิ๋น แต่พอได้ยินเธอพูดจาหยาบคายมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที
“ฉันเรียกคุณว่าแม่สามีก็เพราะเคารพว่าคุณเป็แม่ของเย่เส้า แต่ถ้าคุณจะดื้อดึงไร้เหตุผลแบบนี้ เราก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ร่วมกันอีกต่อไป!”
ซูหลีคิดอย่างชัดเจนว่าการรับมือกับคนอย่างจ้าวซู่อวิ๋น ยิ่งสุภาพก็ยิ่งไร้ผล
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจนเอามือเท้าสะเอว คิดว่าลูกสะใภ้คนนี้ช่างใช้การไม่ได้ ชัดเจนแล้วว่ากำลังจะก่อฏ
“เธอหมายความว่ายังไง?”
ซูหลีหัวเราะเยาะเย้ย ค่อย ๆ เผยอริมฝีปาก…