ตอนที่ 6 ความรู้สึกที่ไม่อาจจะพูดออกไป
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
หญิงสาวได้ตื่นขึ้นบนเตียงของเธอในยามเช้า เธอมีอาการปวดหัวเล็กน้อยหลังจากตื่น
พร้อมด้วยอาการความทรงจำที่ผิดปกติอยู่นิดหน่อย แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก
เธอลุกลงไปชั้นล่างของบ้านเพื่อหาอะไรกินในตอนเช้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากหน้าบ้าน
หญิงสาวเปิดประตูก็พบกับชายในขุดสูทสองคนยืนอยู่หน้าประตูบ้าน
“คนขององค์กรเหรอ มีอะไรถึงมาที่นี่ละ” หญิงสาวพูดกับชายใส่สูททั้งสองคน
เหมือนเธอจะรู้ว่าพวกเขาเป็ใคร
“ใช่ครับ คุณอีฟไม่เป็อะไรแล้วเหรอครับ ทางเราได้รับแจ้งอาการผิดปกติของคุณ
ทางองค์กรจึงส่งเรามาเพื่อดูอาการของคุณ” ชายในชุดสูทพูดกับอีฟ
“แค่ปวดหัวนิดหน่อยตอนเช้า ถึงกับต้องส่งคนมาดูเลยหรือไง ฉันไม่เป็อะไรกลับไปได้แล้ว”
อีฟเหมือนจะไม่ชอบสักเท่าไรที่มีคนขององค์กรเข้ามายุ่งเื่ของเธอ
คำตอบที่ได้ยินจากบอกอีฟโดยตรงก็ทำให้ชายสองคนนั้น จากที่พวกเขาได้รับรายงานมา
อาการของเธอน่าเป็ห่วงมากกว่านี้ แต่พอมาถึงอีฟกับไม่เป็อะไรเลย
ชายทั้งสองจึงต้องกลับไปยังองค์กรโดยไม่ได้อะไรจากอีฟเลย
“อะไรของพวกองค์กรเนี่ย เราไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย จะส่งคนมาทำไม”
อีฟดูไม่พอใจที่มีคนขององค์กรมาหาเธอ
“รีบไปโรงเรียนดีกว่า” อีฟที่คิดได้ว่าต้องไปโรงเรียนก็รีบแต่งตัวทันที
ณ บ้านหลังหนึ่ง เสียงเรียกให้ลงมากินข้าวก็ดังขึ้นในตอนเช้าเป็ประจำทุกวัน
ปลุกให้ชายหนุ่มลุกจากเตียงลงไปกินข้าว เขารีบลงไปกินข้าวและอาบน้ำเพื่อไปโรงเรียน
และเมื่อไปถึงโรงเรียน เหมือนว่าจะมีกิจกรรมของทางโรงเรียน
ใน่ฤดูร้อนประจำปีทางโรงเรียน จะมีกิจกรรมเข้าค่ายฤดูร้อนที่นักเรียนรอค่อยกัน2กิจกรรม
กิจกรรมแรกของฤดูร้อนก็คือเข้าค่ายฤดูร้อนทีู่เา ซึ่งการเดินทางจะเริ่มในอีก2วัน
“เข้าค่ายฤดูร้อนงั้นเหรอ คุณจิน่าคิดว่าไงครับ” แม็กม่าพูดกับจิน่าที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ
“ก็ดีเหมือนกันนะ ฉันอยากจะพักเื่เรียนสักหน่อยก็ดี แล้วนายละ”
คุณจิน่าพยายามอย่างหนักทั้งเรียนและเื่เป็นักปราบปีศาจ ทำให้เธออยากมีเวลาพักหน่อย
“ผมไม่เคยไปเข้าค่ายฤดูร้อนมาก่อนเลยนะ” แม็กม่าไม่เคยไปเข้าค่ายั้แ่ ม.ต้น
แต่ก่อนที่จะได้คุยกันต่อ อาจารย์ที่บอกเื่เข้าค่ายก็เริ่มสอนตามปกติแล้ว
ทั้งสองได้คุยกันต่อในตอนกลางวันเื่เข้าค่ายที่กำลังจะมาถึง
“นายไม่เคยเข้าค่ายฤดูร้อนมาก่อนเลยเหรอเนี่ย”
จิน่าพูดเื่ที่แม็กม่าไม่เคยเข้าค่ายในตอน ม.ต้น
“เท่าที่จำได้ โรงเรียน ม.ต้นมีแต่เื่เรียน” แม็กม่าตอบกลับ
“แย่สุดๆ ไปเลยนะ ม.ต้นมีแต่เื่เรียนเนี่ย” จิน่า
“คุณจิน่าเคยไปเข้าค่ายตอน ม.ต้นด้วยเหรอ” แม็กม่า
“เคยอยู่ ตอน ม.ต้นปี3 ก็สนุกดี ดีกว่านั่งเรียนในห้องเยอะเลย” จิน่า
ทั้งสองนั่งคุยกันจนเสียงหมดเวลาพักเที่ยงดังขึ้น
“จริงสิ วันนี้ยัยอีฟดูไม่เป็อะไรเลยนะ” จิน่าพูดถึงอีฟที่มาเรียนตามปกติหลังหยุดไป1วัน
“นั้นสินะครับ (อย่างน้อยยัยอีฟก็หายแล้วและจำเื่เราไม่ได้) ” แม็กม่าตอบกลับพร้อมคิดในใจ
เมื่อถึงตอนเย็นจิน่าก็เ้ามาคุยกับแม็กม่าเื่เข้าค่ายระหว่างเดินกลับบ้านด้วยกัน
“พรุ่งนี้ตอนเย็นว่างไหม ไปซื้อของเข้าค่ายด้วยกันหน่อยสิ” จิน่า
“ได้สิครับ ไปเข้าค่ายใช้อะไรบ้างเหรอ” แม็กม่า
“เดี๋ยวค่อยบอกตอนไปซื้อแล้วกัน แล้วเจอกันนะ” จิน่าแยกกับแม็กม่าตรงทางแยก
หลังจากแยกจากกัน หญิงสาวอย่างจิน่าจับที่หน้าอกตัวเอง หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าปกติ
“นี่เราเริ่มชอบเขาแล้วสินะ ไหนบอกกับตัวเองว่าจะเป็แค่เพื่อนไง” หญิงสาวพูดกับตัวเอง
แต่เหมือนเธอจะยังไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดมากนัก
เมื่อจิน่ากับมาถึงบ้านเธอก็เห็นอีฟกำลังคุยอยู่กับพ่อของเธอและพวกซิสเตอร์
“เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย อีฟ” จิน่าถามอีฟว่ามาทำอะไรที่นี่
“เธอเป็นักปราบปีศาจในเมืองนี่สินะ ฉันมาสืบเื่กลิ่นอายปีศาจที่มีต้นต่อมาจากเมืองนี้”
อีฟบอกสาเหตุที่มาถึงที่นี่ ทำให้จิน่านึกถึงตอนที่ได้กลิ่นอายปีศาจกระจายไปทั่วโรงเรียน
[ในตอนที่2 ตอนที่แม็กม่าใช้สกิลหยุดเวลาครั้งแรกทำให้กลิ่นปีศาจกระจายไปทั่วโลก]
“ฉันอยากจะมาถามว่าเธอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับมัน” อีฟในตอนนี้เธอกลับมาเป็คนเดิมแล้ว
ภารกิจเดิมที่มาที่นี่คือ สืบหาสาเหตุของเื่กลิ่นอายปีศาจที่กระจายไปทั่วโลก
“ไม่รู้หรอก เื่มันนานมาแล้ว แถมไม่ได้เกิดอีกเลยหลังจากเหตุการณ์นั้น”
จิน่าเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากเกี่ยวกับมัน เธอจึงให้ข้อมูลอะไรอีฟไม่ได้
“ทั้งสองคนรู้จักกันยังงั้นเหรอ” พ่อของจิน่าไม่รู้ว่าทั้งสองเรียนห้องเดียวกัน
“พ่อไม่ได้ดูชุดนักเรียนของหนูกับอีฟเลยสินะ” จิน่าตอบพ่อของเธอ
ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าอีฟก็ต้องไปเข้าค่ายฤดูร้อน จิน่าจึงชวนอีฟไปซื้อของตอนเย็นพรุ่งนี้ด้วย
“อีฟ พรุ่งนี้ไปซื้อของตอนเย็นกับฉันไหม ยังไงเธอก็ต้องไปเข้าค่ายอยู่แล้ว”
จิน่า จริงๆ แล้วจิน่ายังไม่อยากไปกับแม็กม่าคนเดียว มันจะดูเหมือนการเดทมากไป
เธอยังไม่พร้อมที่จะรู้สึกรัก เธอจึงชวนอีฟไปเป็เพื่อนเพื่อที่จะไม่คิดเื่นี้มากนัก
“ได้สิยังไงก็ว่างอยู่แล้ว จะได้เดินหาสาเหตุในเมืองด้วย” อีฟตอบตกลง
เมื่อถึงตอนเย็นของวันพรุ่งนี้ แม็กม่าตามนัดที่หน้าสถานีรถไฟฟ้า จิน่ามาพร้อมชุดสุดน่ารัก
แต่เธอไม่ได้มาคนเดียวเธอมาพร้อมกับอีฟ ทำให้แม็กม่าสะดุ้งเล็กน้อยที่อีฟมาด้วย
แม็กม่าก็นึกได้พึ่งจะลบความทรงจำเธอไปเอง อีฟคงจะจำเื่ของเขาไม่ได้
เขาต้องทำตัวให้เป็ธรรมชาติมากที่สุดและไม่ใช้พลังเพื่อไม่ให้อีฟจับได้อีกรอบ
“ฉันลืมบอกไปว่าจะมีเพื่อนไปด้วยนะ นายโอเคใช่ไหม” จิน่าลืมบอกแม็กม่าตอนอยู่โรงเรียน
“ไม่เป็ไรหรอกครับจะไปกันเลยไหม” แม็กม่าตอบกลับ
“คนนี้ก็เพื่อนในห้องนี่น่า” อีฟจำแม็กม่าได้เพราะเป็เพื่อนร่วมห้องกัน
“ไปกันเลยดีกว่า จะได้ไม่กลับบ้านดึก” จิน่าพาทั้งสองขึ้นรถไฟฟ้าเข้าเมืองไป
อีฟเสนอตัวไปซื้อตั๋วรถไฟให้ทั้งสองเอง ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ด้วยแค่สองต่อสอง
“เราต้องพูดอะไรหน่อยแล้ว แต่จะพูดอะไรดีละ” แม็กม่าคิดในใจเมื่ออยู่กับจิน่าสองคน
“แย่ละสิ พออยู่สองคนดันคิดเื่นั้นอีกแล้ว (เื่ที่เธออาจจะชอบแม็กม่า) ” จิน่าคิดในใจ
“วันนี้ดูแปลกๆ ดีนะครับ” แม็กม่าพูดเื่แปลกใส่จิน่า
ประสบการณ์พันปีในต่างโลกไม่ได้สอนอะไรแม็กม่าเลย มันมีแต่เื่สู้กับพวกผู้กล้า
“แปลกยังไงเหรอ” จิน่าเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบกลับยังไง เธอเองก็ไม่เคยเจอเื่แบบนี้เหมือนกัน
“หมายถึงชุดนะครับ ดูเข้ากันดีนะ” แม็กม่าพูดเื่ชุดของจิน่า
“ขอบ....ขอบใจนะ” จิน่าทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนชมเื่ชุด แต่ก่อนที่จะได้คุยกันต่ออีฟก็กลับมาพอดี
“ซื้อมาครบแล้วไปกันเถอะ” อีฟพูดกับทั้งสอง
ทั้งสามจึงได้นั่งรถไฟเข้าเมืองใหญ่ไปด้วยกัน เมื่อมาถึงจิน่าพาทั้งสองไปห้างเพื่อซื้อของใช่
สองสาวได้เดินช็อปปิ้งตามภาษาของพวกผู้หญิงไป ส่วนแม็กม่าก็เดินเลือกซื้อของใช้
เมื่อซื้อของกับครบเรียบร้อยก็ทั้งสามก็เจอกันเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
“ผมถือให้ไหม” แม็กม่าเสนอตัวถือของให้สองสาว ซึ่งสองสาวก็ยินดี
แม็กม่าถือของให้สองสาวไปจนถึงสถานีรถไฟใกล้บ้านและก็แยกกัน
“เจอกันพรุ่งนี้ตอนเช้า อย่าลืมของละ” จิน่าบอกลาทั้งสองคน
หลังจากจิน่าได้กลับถึงบ้าน พ่อของจิน่ารอบอกบางอย่างกับเธออยู่ เื่ที่เธอถามพ่อก่อนหน้านั้น
“เื่ที่ลูกถามพ่อก่อนหน้านั้น เอานี่เอามันไปให้กับหญิงชราที่อยู่ในวัด”
พ่อของจิน่ายืนบางอย่างให้เธอ
“วัดอะไรคะ คุณพ่อ” จิน่า สงสัยว่าทำไมพ่อถึงให้สิ่งนี้กับเธอตอนนี้
“วัดนี้เป็วัดที่อยู่ใกล้ๆ กับค่ายฤดูร้อนที่ลูกกำลังจะไป เอาไปให้หญิงชราคนหนึ่ง”
พ่อของจิน่ารู้ว่าเธอจะไปเข้าค่ายที่ไหน จิน่าก็รับมันมาและจะเอามันไปให้หญิงชราดังกล่าว
เมื่อยามเช้าของวันใหม่ได้มาถึง วันนี้คือวันแรกของการเข้าค่ายฤดูร้อน
แม็กม่าบอกให้แมวสาวอยู่บ้านโดยไม่ต้องตามมา แมวสาวก็ไม่เห็นด้วยสักเท่าไร
แต่ก็ขัดคำสั่งนายท่านไม่ได้ เธอจึงต้องอยู่บ้าน แม็กม่ารีบโรงเรียนไปให้ทันก่อนรถบัสจะออก
ทางด้านจิน่าเธอจัดของไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว เธอรีบมาโรงเรียนให้ทันรถบัส
แต่พอรู้ตัวอีกที่ก็นั่งอยู่ข้างๆ แม็กม่าบนรถบัส
“เรามาช้าเลยไม่มีที่นั่งสินะ เลยได้มานั่งข้างๆ แม็กม่า” จิน่าคิด หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น
“เต้นเบาหน่อยสิหัวใจบ้า” จิน่ากลัวแม็กม่าจะได้ยินเสียงหัวใจของเธอ
“ทำไมหัวใจเราเต้นแรงละเนี่ย ความรู้ชอบคนอื่นคือแบบนี้สินะ”
แม็กม่าเริ่มรู้สึกตัวว่าชอบจิน่า แต่ก็ยังไม่มั่นใจสิ่งที่รู้สึกของตัวเองมากนัก
เขาไม่เคยตกหลุมรักใครมาก่อน แม้จะมีพันปีในต่างโลกก็ตาม
บนรถบัส ชายหญิงทั้งสองได้นั่งข้างกัน ความรู้สึกเริ่มก่อตัวขึ้นทีละนิด
บวกกับความรู้สึกเดิมที่มีอยู่แล้ว ทำให้ทั้งสองรู้หัวใจของตน แต่ก็ไม่อาจจะพูดออกไปได้
ถ้าพูดออกไปและอีกฝ่ายไม่ตอบรับ ก็กลัวว่าจะเสียเพื่อนที่ดีต่อกันมา
ทำให้ทั้งสองต่างไม่กล้าจะพูดออกได้แต่เก็บมันไว้ในใจ
จิน่านึกย้อนไปตอนที่แม็กม่าพูดกับเธอบนดาดฟ้า จิน่าคิดในใจ
“เขาก็แค่อยากจะเป็เพื่อนกับเราก็เท่านั้นนี่น่า เราคงบอกไปไม่ได้สินะ” (ในตอนที่2)
ส่วนทางด้านแม็กม่า เขานึกย้อนไปตอนที่ขอจิน่าเป็เพื่อนครั้งแรก
“กว่าจะขอคุณจิน่าเป็เพื่อนได้ยังยากเลย ถ้าบอกไปคงโดนเทแน่ๆ” (ในตอนที่2)
ทั้งสองคิดไปเองโดยที่ไม่ได้รู้หัวใจของอีกฝ่าย