บทที่ 21 สไตล์กำลังภายใน?
ต้องยอมรับเลยว่า รางวัลในครั้งนี้ถาโถมเข้ามาเร็วเกินคาด
มันรวดเร็วและกะทันหันเสียจนฟางหานตั้งตัวแทบไม่ติด
จนถึงนาทีนี้ แต้มความชอบของฟางหานเพิ่งจะทะลุหลักสามพันมาได้หมาด ๆ เมื่อรวมกับแต้มที่เขาเคยใช้แลกทักษะชั่วคราวก่อนหน้านี้ หากคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาเพิ่งจะได้รับแต้มความชอบรวมทั้งหมดเพียงเจ็ดพันกว่าแต้มเท่านั้น ทว่า แต้มที่จำเป็ต้องใช้ในการแลกทักษะขั้นต้นแบบถาวรเพียงอย่างเดียว กลับสูงถึง 50,000 แต้ม
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แต้มความชอบที่ฟางหานสะสมมาตลอดนับั้แ่ได้รับระบบมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะแลกทักษะขั้นต้นได้แม้แต่ครั้งเดียว
นับจากวันที่เขาได้รับระบบมาจนถึงวันนี้ก็ครบสิบวันพอดี หากยึดตามอัตราการสะสมนี้ เขาต้องใช้เวลาเกือบสามเดือนถึงจะแลกทักษะขั้นต้นแบบถาวรได้หนึ่งอย่าง และนั่นคือในกรณีที่เขาไม่ยอมเสียแต้มแลกทักษะชั่วคราวเลยแม้แต่แต้มเดียว ส่วนทักษะขั้นกลางนั้นต้องใช้ถึง 500,000 แต้ม ซึ่งหากคำนวณตามสัดส่วนเดิม เขาอาจต้องใช้เวลานานถึงสามสิบเดือน หรือเกือบสามปีเต็ม
สามปีเพื่อแลกทักษะขั้นกลางแบบถาวรเพียงอย่างเดียว แค่คิดก็ชวนให้ท้อใจแล้ว
แน่นอนว่าหากมองตามความเป็จริงทักษะขั้นกลางที่มีความเชี่ยวชาญเทียบเท่ากับแพทย์ชำนาญการ ไปจนถึงรองหัวหน้าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การใช้เวลาบ่มเพาะสามปีอาจจะไม่ถือว่านานเกินไปนัก แต่ประเด็นสำคัญคือทักษะของระบบนั้นถูกจำแนกแยกย่อยออกเป็ส่วน ๆ ใครจะรับประกันได้ว่าแพทย์เฉพาะทางหรือแพทย์เ้าของไข้ทั่วไป จะมีความสามารถในการวินิจฉัยขั้นกลางหรือการฝังเข็มขั้นกลางได้ครบถ้วนในทุกมิติ?
ดังนั้นเมื่อครั้งก่อนที่ได้รับรางวัลทักษะขั้นกลางถาวร (เลือกเอง) ฟางหานจึงดีใจจนเนื้อเต้น และในครั้งนี้เขาก็ได้รับมันมาอีกครั้ง มันช่างเป็เื่ที่น่าอิ่มเอมใจอย่างที่สุด
เมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ลง ฟางหานก็พอจะเริ่มจับจุดเจตจำนงของระบบได้บ้างแล้ว
เป้าหมายของระบบบ่มเพาะแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ คือการเคี่ยวกรำเขาให้ก้าวสู่การเป็ปรมาจารย์แพทย์และยอดฝีมือระดับชาติอย่างแท้จริง การจะเป็ปรมาจารย์ด้านการแพทย์แผนจีนได้นั้น จำเป็ต้องมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ทักษะการรักษา แต่ยังรวมไปถึงจริยธรรมและคุณธรรมอันสูงส่ง ดังนั้นนอกจากแต้มความชอบที่ได้จากการสะสมตามปกติ ระบบจึงมีกลไกรางวัลที่ซ่อนอยู่เปรียบเสมือนภารกิจลับในโลกของเกมนั่นเอง
แต้มความชอบอาจจะเป็การเก็บค่าประสบการณ์จากการกำจัดมอนสเตอร์ตามปกติ ส่วนภารกิจลับคือรางวัลตอบแทนชิ้นใหญ่ที่ได้มาโดยไม่คาดฝัน
"พวกนายตามแพทย์ประจำบ้านหลี่ไปศึกษาหน้างานก่อนนะ ฉันขอเวลาทบทวนเนื้อหาจากการประชุมปรึกษาเคสระหว่างแผนกเมื่อครู่นี้ให้ละเอียดอีกรอบ" ฟางหานเอ่ยสั่งการกับกลุ่มเพื่อนฝึกงานและแพทย์ประจำบ้านหลี่ ก่อนจะปลีกตัวเดินเข้าไปในห้องพักเพียงลำพัง
ตอนนี้เขาแทบจะรอให้ถึงวินาทีที่จะได้เลือกทักษะไม่ไหวแล้ว และที่สำคัญยังมีสิทธิ์สุ่มรางวัลอีกหนึ่งครั้ง ที่เขายังลุ้นอยู่ว่าจะได้อะไร
ฟางหานจัดท่านั่งให้สบายที่สุดภายในห้องพัก พลางหลับตาลงเพื่อสื่อสารกับระบบในใจ
'ระบบ เปิดแผงทักษะ'
ทันใดนั้น แผงทักษะก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา รายการทักษะมากมายั้แ่ทักษะขั้นต้นไปจนถึงทักษะขั้นสูง และขั้นปรมาจารย์เรียงรายจนละลานตา
[การมองตรวจขั้นกลาง การฝังเข็มขั้นกลาง การปรุงยาขั้นกลาง การวิเคราะห์เคสการแพทย์ขั้นกลาง วิทยานิพนธ์ขั้นกลาง...]
'วิทยานิพนธ์ขั้นกลาง?'
ฟางหานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรายชื่อทักษะนี้ การเขียนวิทยานิพนธ์ถือเป็อาวุธสำคัญที่แพทย์อาชีพทุกคนขาดไม่ได้ ใน่ที่ยังเป็นักศึกษา พวกเขาก็ได้รับการฝึกฝนด้านนี้มาบ้าง และก่อนจะจบการศึกษา ทุกคนต้องส่งวิทยานิพนธ์หนึ่งฉบับเพื่อเป็เครื่องพิสูจน์ความรู้
หากจะอ้างอิงคำพูดของอาจารย์ที่เคยพร่ำสอน วิทยานิพนธ์คือเครื่องมือในการต่อสู้ของแพทย์ และเป็หนทางที่รวดเร็วที่สุดในการสร้างชื่อเสียงและเกียรติยศ
ในโลกของความเป็จริง ไม่ใช่มีคำกล่าวที่ว่า คนดังมักจะมีเื่อื้อฉาวคอยตามรังควานหรอกเหรอ?
แพทย์ที่ไร้ชื่อเสียงย่อมไม่มีใครสนใจ แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มโดดเด่นและมีแสงสว่างส่องถึง ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกโจมตีจากรอบทิศ
ไม่ว่าจะเป็ความอิจฉาริษยา การอยากเกาะกระแส หรือการใช้คุณเป็บันไดเพื่อก้าวข้าม ผู้คนร้อยพ่อพันแม่อาจถาโถมเข้ามาหาคุณได้ทุกเมื่อ
แล้วจะใช้อะไรในการรับมือ? คำตอบที่ทรงพลังที่สุดย่อมหนีไม่พ้นวิทยานิพนธ์
ในแวดวงวิชาการแพทย์นั้นมีสังคมที่เฉพาะตัว บางครั้งเคสการแพทย์ที่คุณรักษาสำเร็จ อาจไปขัดหูขัดตาใครบางคนจนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ว่า คุณรักษาไม่เป็มืออาชีพ หรือบุ่มบ่ามเกินกว่าเหตุ ในวินาทีนั้น การตอบโต้อันทรงประสิทธิภาพที่สุดคือ การงัดเอาวิทยานิพนธ์ที่อัดแน่นด้วยข้อมูลและทฤษฎีมารองรับ
นอกจากนี้ เมื่อแพทย์คนใดรักษาเคสที่ยากและซับซ้อนได้สำเร็จ การนำเสนอในรูปแบบวิทยานิพนธ์ย่อมเป็การประชาสัมพันธ์ผลงานและสร้างชื่อเสียงในระดับสากลได้ดียิ่งขึ้น
'วิทยานิพนธ์ขั้นกลาง...'
ฟางหานจมอยู่กับความคิด ในฐานะผู้ระบบ การมีชื่อเสียงย่อมนำมาซึ่งทั้งผู้ชื่นชมและผู้ที่จ้องจะจับผิด แต่นั่นคือทางลัดสู่การเติบโตอย่างก้าวะโ ดังนั้นการเขียนวิทยานิพนธ์ให้เก่งฉกาจจึงเป็เื่สำคัญอย่างยิ่ง
ทว่าในด้านวิชาการ ฟางหานยอมรับว่าตนเองไม่ได้โดดเด่นนัก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่จบมาจากวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนหลินโจว ซึ่งไม่ใช่สถาบันชั้นนำของประเทศ
ส่วนรากฐานด้านงานเขียนวิทยานิพนธ์ เขายิ่งมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ โชคดีที่มีฝีมือในด้านปฏิบัติการรักษาที่โดดเด่นกว่าใครเพื่อน เขาจึงได้รับโควตาฝึกงานที่โรงพยาบาลเจียงจงซึ่งมีที่ว่างเพียงไม่กี่ที่สำหรับนักศึกษาจากสถาบันของเขา
แต่หากจะให้เขาเสียสิทธิ์การแลกทักษะขั้นกลางแบบถาวรที่หาได้ยากยิ่ง เพื่อไปแลกกับความสามารถในการเขียนวิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียว มันจะไม่ดูสิ้นเปลืองเกินไปเหรอ? งานเขียนอาจจะพอฝึกฝนกันได้ และความเร็วในการพัฒนาคงจะไวกว่าการเรียนรู้ศาสตร์การรักษาหลายเท่าตัวนัก
ความลังเลเกาะกินใจจนเขาต้องเกาหัวแกรก ๆ ด้วยความลำบากใจ...
"อ๊ะ คุณหมอฟาง อยู่คนเดียวเหรอคะ?" ทันใดนั้น เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นที่ข้างหู พยาบาลสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยน้ำชาในมือ
"สวัสดีครับพี่พยาบาล" ฟางหานรีบเอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท
พยาบาลสาวดูจะมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย ใบหน้าขาวนวลเริ่มซับสีเืจาง ๆ "พอดีเห็นคุณหมอฟางเดินเข้ามาในห้องพัก คิดว่าเมื่อวานคุณคงจะพักผ่อนไม่เพียงพอ เลยตั้งใจชงน้ำชามาให้สักถ้วยค่ะ"
"ขอบคุณมากครับ" ฟางหานยื่นมือไปรับถ้วยน้ำชาพลางกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
"คุณหมอฟางอย่าเกรงใจไปเลยค่ะ ฉันชื่อหลินอวี่ซาน เรียกชื่อฉันเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ" พยาบาลสาวรีบบอก เธอรู้สึกเขินอายที่ถูกคนหน้าตาดีอย่างเขาเรียกว่าพี่
"ถ้าอย่างนั้น ผมขออนุญาตเรียกว่าพยาบาลหลินนะครับ" ฟางหานกล่าว
"ได้ค่ะ" หลินอวี่ซานตอบรับ แม้ในใจลึก ๆ จะแอบผิดหวังที่เขายังคงรักษาระยะห่างด้วยการเรียกตำแหน่ง แทนที่จะเรียกชื่อเล่นของเธอเพื่อให้ดูสนิทสนมขึ้น
"คุณหมอฟางคะ คุณถนัดการรักษาด้านไหนเป็พิเศษไหมคะ? วันหน้าถ้ามีคนไข้ที่ตรงกับความเชี่ยวชาญของคุณ ฉันจะช่วยคัดกรองมาให้คุณโดยเฉพาะเลยค่ะ"
ในระบบของแผนกฉุกเฉิน ไม่มีการระบุชื่อแพทย์ผู้รักษาเป็การล่วงหน้า เมื่อคนไข้เดินทางมาถึงจะต้องผ่านจุดคัดกรองตามลำดับและอาการ ก่อนที่พยาบาลประจำจุดจะจัดสรรให้พบแพทย์ที่เหมาะสม
สำหรับเคสวิกฤตอย่างอาการใจสั่นเมื่อครู่ มักจะมีการแจ้งเหตุล่วงหน้าและมีการกดกระดิ่งฉุกเฉิน ซึ่งเป็หน้าที่ของทั้งแผนกที่ต้องรุดไปช่วย
แต่สำหรับเคสทั่วไป เช่น อาการเวียนศีรษะ ปวดหัว มีไข้ หรืออาเจียน พยาบาลที่จุดคัดกรองคือผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะส่งคนไข้ไปให้แพทย์คนใดเป็ผู้ดูแล
ดังนั้นในโรงพยาบาล พยาบาลที่มีประสบการณ์และชั่วโมงบินสูงมักจะมีบารมีไม่น้อยไปกว่าแพทย์ บางครั้งอาจจะมีอำนาจการจัดการมากกว่าแพทย์ประจำบ้านเสียอีก แม้แต่กับแพทย์เฉพาะทาง พยาบาลก็ไม่จำเป็ต้องประจบประแจงมากนัก เพราะถือเป็คนละสายงานกัน ยกเว้นในกรณีที่เป็ระดับหัวหน้าแผนก
อย่าได้ดูแคลนวิชาชีพพยาบาลเด็ดขาด แม้รายได้อาจจะไม่สูงลิ่ว แต่พวกเขามีโลกทัศน์ที่กว้างขวางและได้พบเจอกับผู้คนระดับหัวกะทิอยู่เสมอ
ในโลกออนไลน์มักจะมีมุกตลกล้อเลียนว่า 'อย่าได้หาแฟนเป็พยาบาล ลองจินตนาการดูสิ ในแต่ละวันพยาบาลสาวต้องติดต่อประสานงานกับเหล่านักศึกษาปริญญาเอกหรือศาสตราจารย์ในห้องวิจัย อย่างน้อยที่สุดก็คือแพทย์จบใหม่ระดับปริญญาตรี ที่ขยันขันแข็งและมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน เมื่อเธอกลับบ้านไปพบแฟนหนุ่มที่จบปริญญาตรีทั่วไปที่เอาแต่เล่นเกมมือถืออย่างไร้จุดหมาย ความแตกต่างนี้ย่อมสร้างรอยร้าวในใจได้ไม่ยาก'
สำหรับนักศึกษาแพทย์ฝึกงาน พยาบาลคือบุคคลที่พวกเขาต้องผูกมิตรไว้ให้มั่น เพราะโอกาสในการได้ลงมือรักษาจริง หรือภาระงานที่จะได้รับมอบหมาย บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของพยาบาลเหล่านี้เอง
หลินอวี่ซานรู้ดีว่า สิ่งที่นักศึกษาแพทย์ฝึกงานอย่างฟางหาน้ามากที่สุดคือโอกาสในการพิสูจน์ฝีมือ เธอจึงเลือกยื่นข้อเสนอที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้
"ผมยินดีทำทุกด้านเลยครับ หากมีเคสที่เหมาะสม รบกวนพยาบาลหลินช่วยเอ็นดูผมด้วยนะครับ" ฟางหานตอบกลับพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์
"เดี๋ยวฉันจะช่วยกำชับพี่ ๆ ที่จุดคัดกรองให้อีกแรงค่ะ" หลินอวี่ซานยิ้มหวานจนตาหยี "ถ้าอย่างนั้น ฉันไม่รบกวนเวลาศึกษาของคุณหมอฟางแล้วนะคะ"
พยาบาลสาวช่างพูดได้อย่างน่าฟัง ทั้งที่ในความเป็จริงฟางหานกำลังนั่งอู้งานและจมอยู่กับระบบในหัวแท้ ๆ
หลังจากหลินอวี่ซานเดินจากไป ฟางหานก็กลับมาตกอยู่ในภวังค์ความลังเลเื่ทักษะขั้นกลางอีกครั้ง
"ช่างมันเถอะ... สุ่มรางวัลก่อนก็แล้วกัน"
เมื่อคิดไม่ตก เขาจึงตัดสินใจเลือกรับรางวัลอีกชิ้นก่อน นั่นคือสิทธิ์ในการสุ่มรางวัล
'ระบบ ผม้าสุ่มรางวัล!'
[กำลังเปิดแผงสุ่มรางวัล โฮสต์ยืนยันจะเริ่มการสุ่มในขณะนี้เลยหรือไม่?]
ในมโนภาพของฟางหาน แผงควบคุมเปลี่ยนเป็วงล้อขนาดใหญ่ที่มีเข็มชี้อยู่้า นี่คือโหมดวงล้อเสี่ยงโชคที่คุ้นตา รอบวงล้อแบ่งเป็ช่องต่าง ๆ ซึ่งระบุของรางวัลในครั้งนี้ไว้
แต่เมื่อสายตากวาดไปเห็นรายการรางวัล ฟางหานถึงกับเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ นี่มันเื่จริงหรือนี่?
[ฝ่ามือแปดทิศ มวยสิงอี้ มวยไทเก๊ก มวยหย่งชุน มวยปาจี๋...]
'ระบบ คุณติดไวรัสหรือเปล่า?' ฟางหานจ้องมองรายชื่อวิทยายุทธ์บนวงล้อด้วยความสับสน 'ไหนตกลงกันว่าเป็ระบบบ่มเพาะแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ไง ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็ระบบกำลังภายในไปได้ล่ะ?'
'นี่มันนิยายแนวใช้ชีวิตในเมืองหลวงนะ คุณจะมาเปลี่ยนเป็แนววิทยายุทธ์กะทันหันแบบนี้ ผู้อ่านจะตามไม่ทันเอานะ'
ในขณะที่ถาม ฟางหานก็รู้สึกตื่นเต้นปนกังวลในคราวเดียวกัน
ระบบกำลังภายในดูจะน่าตื่นตาตื่นใจกว่าระบบแพทย์เป็ไหน ๆ แม้่เริ่มต้นอาจจะดูธรรมดา แต่หากก้าวสู่ระดับสูงจนสามารถเหินเดินอากาศ หรือมีอายุยืนยาวนับร้อยปีได้ นั่นคงจะเป็จุดสูงสุดของชีวิตเลยไม่ใช่เหรอ?
เขาจำได้ ระบบเคยบอกว่า ในอนาคตจะมีการอัปเกรดระดับขึ้นไปอีก หากเป็แบบนั้น ความเป็ไปได้ที่จะเข้าสู่เส้นทางสายเหนือธรรมชาติก็มีอยู่สูง
หรือว่าเขาจะต้องเปลี่ยนวิถีทางจริง ๆ? จากแนวหมอในเมืองกลายเป็ยอดฝีมือกำลังภายใน แล้วพัฒนาสู่แนวเทพเซียนแฟนตาซีในอนาคต?
ความกังวลลึก ๆ ในใจคือ เขากลัวว่าระบบจะรวนจริง ๆ การได้ระบบนี้มาไม่ใช่เื่ง่าย ต่อให้เป็เพียงแนวใช้ชีวิตธรรมดาแต่มันก็คือสูตรโกงที่ล้ำค่า หากมันพังไปเขาก็คงใจสลาย
[ระบบไม่ได้ติดไวรัส และจะไม่มีวันเกิดขึ้น การแพทย์แผนจีนมีรากฐานและความสัมพันธ์ที่เกี่ยวพันอย่างแแ่กับวิทยายุทธ์ ลัทธิเต๋า และพุทธศาสนา ในฐานะอาจารย์แพทย์ระดับชาติ การเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง ในขณะเดียวกันทักษะขั้นสูงบางประการของศาสตร์การจัดกระดูกและการฝังเข็ม จำเป็ต้องใช้สมรรถภาพร่างกายที่สูงเกินกว่าที่โฮสต์อยู่ในปัจจุบัน] ระบบอธิบายอย่างใจเย็น
'สรุปคือ วิทยายุทธ์เหล่านี้มีไว้เพื่อเสริมสร้างร่างกายเท่านั้นเหรอ? ไม่มีลมปราณภายใน ไม่มีพลังแฝงหรือวิชาตัวเบาเดินบนกำแพงอะไรพวกนั้นใช่ไหม? แล้วการเดินข้ามแม่น้ำด้วยไม้ไผ่เพียงลำเดียวล่ะ?' ฟางหานแอบผิดหวังเล็กน้อย หรือมันจะเป็เพียงแค่มวยรำที่พวกคุณปู่ฝึกกันตามสวนสาธารณะ?
[สิ่งเหล่านี้คือมวยภายในของแท้ แม้ลมปราณในจินตนาการจะไม่มีอยู่จริง แต่หากโฮสต์สามารถสุ่มได้วิทยายุทธ์ขั้นปรมาจารย์ การรับมือกับคนธรรมดานับสิบด้วยตัวคนเดียวก็มิใช่เื่ยากเกินกำลัง]
'เก่งยิ่งกว่าาาทหารรับจ้างอีกงั้นเหรอ?' ฟางหานสูดลมหายใจเข้าลึก แม้จะไม่มีพลังภายในเหนือธรรมชาติ แต่การเป็ยอดฝีมือในโลกความเป็จริงก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว
เมื่อพิจารณาวงล้ออย่างละเอียด เขาพบว่าช่องวิทยายุทธ์แต่ละแขนงถูกแบ่งย่อยออกเป็สามระดับความเชี่ยวชาญ คือ เริ่มต้น เชี่ยวชาญ และปรมาจารย์
[ยืนยันคำถามอีกครั้ง โฮสต์้าเริ่มสุ่มรางวัลหรือไม่?]
'สุ่มเลย!' ฟางหานตัดสินใจเด็ดขาด เขาเลิกจดจ้องที่วงล้อเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน ในเมื่อมันคือมวยภายในที่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เพื่อรองรับทักษะการแพทย์ที่สูงขึ้น เขาก็ไม่มีอะไรต้องลังเล สุ่มได้อันไหนก็ถือเป็กำไรชีวิตทั้งนั้น
หนึ่งวินาทีผ่านไป...
สิบวินาที...
หนึ่งนาที...
ห้านาทีผ่านไป...
ฟางหานเริ่มอยู่ไม่สุขจนต้องเข้าตรวจสอบระบบอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าแผงวงล้อหายไปแล้ว แต่ระบบกลับไม่มีเสียงแจ้งเตือนใด ๆ ออกมาเลย
'ระบบ สุ่มเสร็จหรือยัง?'
[การสุ่มรางวัลเสร็จสิ้นแล้ว]
'แล้วรางวัลที่ผมได้ล่ะ?' ฟางหานใจหายวาบ เขานึกขึ้นได้ว่าบนวงล้อเหมือนจะมีช่องว่างอยู่ด้วย หรือว่าเขาจะดวงซวยสุ่มได้ความว่างเปล่า?
[รางวัลถูกสุ่มออกมาเรียบร้อยแล้ว โฮสต์้ารับรางวัลในขณะนี้เลยหรือไม่?]
'รับเลยสิ! มัวรออะไรอยู่ล่ะ?' ฟางหานตบหน้าอกตัวเองเสียงดังปึก ใแทบแย่ นึกว่าจะเสียสิทธิ์ไปฟรี ๆ เสียแล้ว ขอเพียงแค่ได้รางวัลมา ระดับเริ่มต้นเขาก็พอใจมากแล้ว