ใบหน้าคมคายของไคล์โน้มลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่เซน กลิ่นวิสกี้จางๆ ผสมกับไออุ่นจากกายแกร่งทำให้พิมพ์ดาว หายใจติดขัด ยิ่งเขาโน้มกายลงมาใกล้จนััได้ถึงไออุ่น เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น
ริมฝีปากหนาค่อยๆ ทาบทับลงมาบนปากบางอย่างแ่เบา ััคราแรกนั้นนุ่มนวลราวกับปุยเมฆที่ล่องลอย ทว่าเพียงชั่วอึดใจ ความอ่อนโยนก็แปรเปลี่ยนเป็ความหนักหน่วง ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมาตลอดสามปี
เขาเริ่มรุกรานด้วยการขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ สลับกับความหนักหน่วง กระตุ้นเร้าให้เธอเผยอปากรับััที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
จังหวะที่พิมพ์ดาวเผลอเผยอริมฝีปาก เพื่อโกยเอาอากาศเข้าปอด ลิ้นร้อนที่อัดอั้นไปด้วยความโหยหาแทรกซึมผ่านรอยแยกเข้าไปสำรวจความหวานล้ำภายในทันที เขาเกี่ยวกระหวัดรัดรึงลิ้นเล็กอย่างจาบจ้วงและเอาแต่ใจ ราวกับจะดูดกลืนิญญาของเธอให้หลอมละลายไปกับรสวิสกี้จางๆ ที่ปลายลิ้น
“อื้อ...”
พิมพ์ดาวสะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับมา เธอใช้มือยันแผงอกกว้างแล้วออกแรงผลัก จนไคล์ต้องยอมถอยห่างไปก้าวหนึ่ง
“เดี๋ยวก่อน... คุณไคล์” เธอหอบหายใจถี่ ใบหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู
“ทุกอย่างมัน... มันเร็วเกินไป ฉันเพิ่งเลิกกับแฟน และตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าลูกความของตัวเองคือผู้ชายที่ฉันเคยช่วยชีวิตไว้... ฉัน้าเวลาตั้งสติ!”
ไคล์จ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยสายตาที่ยังคงคุกรุ่นไปด้วยความปรารถนา
“เวลาสามปีที่ผมรอคุณมา มันยังไม่พออีกเหรอพิมพ์ดาว?”
แต่ก่อนที่กิจกรรมทางความรู้สึกจะดำเนินต่อ เสียงของวิทยุสื่อสารที่อยู่ในห้องรับแขกก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
[ นายครับ! เราเค้นความจริงจากมันได้แล้วครับ เป็คนของกลุ่ม ‘พยัคฆ์ใต้’ จริงๆ อย่างที่นายคาดไว้ครับ ]
บรรยากาศหวานล้ำเมื่อครู่ถูกทำลายลงทันที สีหน้าของไคล์เปลี่ยนจากชายหนุ่มที่กำลังคลั่งรัก กลายเป็มัจจุราชผู้เ็าในชั่วพริบตา ั์ตาของเขาแข็งกร้าว
“ดีมาก อย่าให้มันตายก่อนกูไปถึง” ไคล์ตอบกลับเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต
เขาหันมามองพิมพ์ดาวที่ยืนตัวสั่นเล็กน้อย สายตาเขามีความกังวลวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
“ผมต้องไปจัดการ คนที่บังอาจแตะต้องคุณ... อยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด”
ไคล์ก้าวเข้ามาคว้าท้ายทอยของเธอแล้วจูบหนักๆ ลงที่หน้าผากหนึ่งที “รอผมกลับมา... แล้วเราจะคุยเื่ ‘ของเรา’ ให้จบ”
เขาเดินออกจากระเบียงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พิมพ์ดาวยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวเพียงลำพัง ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอก ทั้งความวาบหวามจากจูบเมื่อครู่ และความหวาดกลัวต่อโลกสีเทาที่เธอกำลังถลำลึกเข้าไป
—————
เสียงน้ำหยดลงบนพื้นปูนดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดังร้าง มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลต์ดวงเดียวที่สาดลงบนร่างของชายฉกรรจ์ที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้เหล็ก สภาพใบหน้าบวมปูด และลมหายใจที่รวยริน บอกถึงความรุนแรงของบทลงโทษที่เพิ่งผ่านมา
ไคล์ ยืนอยู่ในเงามืด เขาสวมแจ็กเก็ตหนังสีดำที่ส่งให้รังสีอำมหิตของเขาดูรุนแรงขึ้นเป็เท่าตัว ในมือของเขาถือคีมเหล็กขนาดใหญ่ที่ลากไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังที่ชวนให้ขนลุก
“มึงรู้ไหม... สิ่งที่กูเกลียดที่สุดไม่ใช่คนที่มาฆ่ากู” ไคล์เอ่ยเสียงต่ำพลางก้าวเข้ามาใกล้ “แต่กูเกลียด ‘หนอน’ ที่บังอาจล้ำเส้นไปยุ่งกับคนของกู”
เขาใช้เท้าถีบเก้าอี้จนมันหงายหลังลงไปกับพื้น ชายคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ไคล์เหยียบลงบนหน้าอกของมันอย่างแรงพลางโน้มตัวลงไปจ้องหน้าคนบนพื้น
“กูจะไม่ฆ่ามึงตอนนี้หรอก... เพราะความตายมันง่ายไปสำหรับคนที่ทำให้พิมพ์ดาวต้องหวาดกลัว”
ไคล์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปภาพครอบครัวของชายคนนั้น
“มึงเลือกเอา... จะยอมบอกชื่อคนสั่งการ หรือจะให้กูส่ง ‘ของขวัญ’ ไปให้เมียกับลูกมึงที่บ้านคืนนี้ดี?”
“อย่า... อย่าทำอะไรพวกเขา!” มันละล่ำละลัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวถึงขีดสุด
“ผม... ผมจะบอก! นายใหญ่ที่แท้จริงคือ... อาเธอร์ วาเลน เขาไม่ได้ทำคนเดียว! เขาร่วมมือกับคู่แข่งของคุณที่สิงคโปร์เพื่อจะฮุบหุ้นทั้งหมด!”
ไคล์นิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “หึ... โลภจริงๆ นะอาเธอร์”
เขาหันไปสั่งลูกน้อง “เอามันไปขังไว้ อย่าให้มันตาย... กูยังมี ‘งาน’ ให้มันทำ”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงวัตถุบางอย่างตกกระทบพื้นดังมาจากมุมหนึ่งของโกดัง
“ใคร!” วิน ลูกน้องคนสนิทชักปืนหันไปทางต้นเสียงทันที
พิมพ์ดาว ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเธอซีดเผือด ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความใและหวาดกลัวต่อภาพความโหดร้ายตรงหน้า เธอแอบนั่งแท็กซี่สะกดรอยตามรถของไคล์มาเพราะความอยากรู้อยากเห็น และความเป็ทนายที่กลัวว่าเขาจะทำเื่ผิดกฎหมาย
“คุณไคล์... หยุดเถอะนะคะ!” พิมพ์ดาวโพล่งออกมา น้ำเสียงสั่นเครือ
“นี่มันไม่ใช่การหาความจริง... นี่มันคือการทรมาน! คุณกำลังจะทำลายทุกอย่างที่ฉันพยายามจะช่วยคุณในทางกฎหมาย!”
ไคล์ชะงัก เขาเดินตรงเข้าไปหาเธอด้วยท่าทางที่ยังคุกกรุ่นไปด้วยโทสะ “ผมบอกให้คุณรอที่บ้านไม่ใช่เหรอพิมพ์ดาว! ที่นี่มันไม่ใช่ที่สำหรับคุณ!”
“แล้วที่นี่มันที่สำหรับใครคะ? สำหรับปีศาจเหรอ?” พิมพ์ดาวจ้องเขาอย่างไม่ลดละ แม้จะหวาดกลัวสายตาของเขาแค่ไหนก็ตาม
“ถ้าคุณอยากให้ฉันช่วยในฐานะทนาย... คุณต้องหยุดทำเื่แบบนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะถอนตัว และฉันจะเป็คนส่งหลักฐานการทรมานนี้ให้ตำรวจ!”
ไคล์จ้องมองดวงตาที่เด็ดเดี่ยวของเธอ ความโกรธจัดเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความเ็ปวูบหนึ่งที่ถูกเธอมองว่าเป็เขา ‘ปีศาจ’ เขาคว้าข้อมือเธอแล้วลากออกไปจากโกดังทันที
“ไปขึ้นรถ!” ไคล์คำรามสั่ง
————
บนถนนเลียบแม่น้ำที่มืดสนิท รถ SUV สีดำกันะุพุ่งทะยานฝ่าความเงียบด้วยความเร็วสูง ไคล์กุมพวงมาลัยแน่น เส้นเืที่หลังมือปูดโปนด้วยความเครียด พิมพ์ดาวนั่งนิ่งอยู่ที่เบาะข้างๆ ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือดจากภาพเหตุการณ์ในโกดัง
“ฉันขอโทษ...” พิมพ์ดาวพึมพำทำลายความเงียบ “ฉันไม่ควรตามไปก้าวก่ายงานของคุณ แต่…” ยังไม่ทันได้พูดจบประโยค
ไคล์ก็พูดโพล่งขึ้นมา “หมอบลง!”
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่น ะุสองนัดถูกยิงเข้ามากระทบกระจกหลัง พิมพ์ดาวก้มหัวเอามือปิดหู หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา ไคล์หักพวงมาลัยหลบหลีกะุ พร้อมกับใช้อีกมือหนึ่งกดหลังพิมพ์ดาวให้หมอบต่ำลง
“พวกมันกัดไม่ปล่อยจริงๆ” ไคล์กัดฟันกรอด เขาหยิบปืนพกออกมาเตรียมโต้กลับ
“อาเธอร์คงรู้แล้วว่าผมได้ตัวคนซัดทอด มันเลยกะจะเก็บเราทั้งคู่!”
ในนาทีชีวิตที่ความตายไล่หลังมาติดๆ พิมพ์ดาวจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของไคล์ แววตาของเขาไม่ได้มีความโเี้เหมือนตอนอยู่ในโกดัง แต่มันเต็มไปด้วย ความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอ
เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า... เขาไม่ได้โหดร้ายเพราะอยากทำ แต่เพราะถ้าเขาไม่ร้าย คนที่เขารัก และตัวเขาเองจะไม่มีวันปลอดภัย
“ไคล์!” พิมพ์ดาวเรียกชื่อเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป “ระวังข้างหน้า!”
รถคันหนึ่งพยายามเบียดให้ รถของไคล์ตกขอบทาง ไคล์แสยะยิ้มก่อนจะเหยียบเบรกกะทันหันจนรถคันนั้นเสียหลักพุ่งลงข้างทางไปชนกับต้นไม้ เขาจอดรถ ก่อนจะลงไปจัดการกับคนที่ขับรถไล่ยิงเขา
ไม่กี่นาทีต่อมา ไคล์เดินกลับมาที่รถในสภาพเสื้อเปื้อนเืเล็กน้อย เขาเปิดประตูฝั่งพิมพ์ดาวแล้วดึงเธอเข้ามา กอดแน่นจนเธอััได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเขา
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ...” พิมพ์ดาวซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่ง “ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงต้องเป็ปีศาจในสายตาคนอื่น..”
ไคล์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “ผมไม่อยากเป็ปีศาจ … ผมแค่อยากเป็ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยรอดตายเพราะคุณ และเป็คนที่จะคอยปกป้องคุณ”