ตอนที่ 25 การเพาะเห็ดรา
ครั้นนึกมาถึงตรงนี้ ฉาจื่ออันกลับอยากปลอบโยนนาง เขาวางเจี่ยนเจี่ยนที่กำลังนิ่งอึ้งลง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วดึงนางนั่งลง “ซานฉิง ไม่มีพื้นดินให้เราปลูกแล้ว ปีหน้าพวกเราค่อยปลูก ข้าจะออกไปช่วยคนอื่นคัดลอกหนังสือหาเงิน เ้าก็อย่าได้เครียดมากเกินไป อยู่ที่บ้านดูแลเจี่ยนเจี่ยนให้ดีก็พอ”
นางจะเสียสติไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องใส่ใจความรู้สึกนางให้ดี
หลิงซานฉิงโบกมือ ตบไหล่เขาเบา ๆ และกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฉาจื่ออัน ข้าจะบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ข้า้าปรับปรุงพื้นดินนั้น ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะอยู่ด้านนอก ส่วนเ้าอยู่แต่ด้านใน ไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดก็ห้ามซักถาม และห้ามขัดขวาง เข้าใจหรือไม่?”
“ซานฉิง เ้าไม่สบายรึ?” เขาเอามือไปแตะหน้าผากนางก็ไม่รู้สึกว่าผิดปกติอะไร “เ้าเป็อะไร? พื้นที่นั่นถูกไฟไหม้จนกลายเป็อย่างนั้นแล้ว เป็ไปไม่ได้ที่ปีนี้จะปลูกสิ่งใดได้อีก เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรโง่ ๆ เลย ยังมีปีหน้าอยู่นะ ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วควรเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน เ้าจะได้ไม่ต้องวิ่งไปทั่ว”
หากนางออกไปทั้งอย่างนี้ เขาก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
หลิงซานฉิงตบหลังมือเขาเบา ๆ “จะรออะไรปีหน้า ปีนี้ก็ทำได้ เื่นี้เ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง คอยดูข้าทำมันให้สำเร็จก็พอ หากฝนหยุดตกแล้วข้าจะทำทันที เ้าแค่อยู่บ้านดูแลลูกก็พอ”
ภรรยาคนนี้จะก่อเื่อะไรอีก ฉาจื่ออันฟังแล้วไม่สบายใจนัก เขารีบก้าวไปขวางหน้านางไว้ “ซานฉิง พืชไร่ในพื้นที่นั้นถูกทำลายไปหมดแล้ว เ้าอย่าทำให้มันแย่ลงเลย เ้า…”
มุมปากหลิงซานฉิงกระตุก เ้าคนซื่อบื้อนี่คงไม่คิดว่านางบ้าหรอกใช่ไหม?
ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ดี ไม่อยากโต้เถียงเขาเกี่ยวกับเื่เหล่านี้จึงโบกมือไล่ “เ้าคนซื่อบื้อ คอยดูให้ดีแล้วกัน ตอนนี้ดูแลเจี่ยนเจี่ยนให้ดี ส่วนเื่อื่นเ้าไม่ต้องไปสนใจ” ขณะพูดนางก็เดินไปที่โต๊ะ นางต้องวางแผนให้ดีว่าต้องใช้วัสดุอะไรบ้าง
หลังจากที่นางเตือนฉาจื่ออัน เขาก็นึกถึงเจี่ยนเจี่ยนขึ้นมา พลางเดินเข้าไปอุ้มเจี่ยนเจี่ยนที่อยู่ข้างเตียงแล้ววางไว้บนโต๊ะ โต๊ะเล็ก ๆ จึงถูกเจี่ยนเจี่ยนทั้งหมด
เ้าซื่อบื้อคนนี้ตั้งใจจะเป็ศัตรูกับนางให้ได้เลยสินะ นางขมวดคิ้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายแล้วพูดออกมาว่า “อุ้มเจี่ยนเจี่ยนออกไปก่อน เหตุใดจึงไม่รู้เื่ถึงเพียงนี้ เทียบกับเด็กก็ยังไม่ได้เลย ไปอยู่ตรงโน้นไป” นางโบกมืออย่างไม่แยแส
การเพาะเชื้อราต่าง ๆ นั้นไม่ใช่เื่ยาก แต่นางทนการคุกคามของชายหนุ่มผู้นี้ไม่ไหว
สีหน้าฉาจื่ออันแดงก่ำ เขาะโออกมาทันที “เ้ารู้แค่ว่าตัวเองยุ่งรึ เหตุใดเจี่ยนเจี่ยนถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ เ้ามาดูเขาหน่อย”
“เขาก็พูดไม่ได้อยู่แล้ว เ้ากำลังจะหาเื่ข้าใช่หรือไม่?” นางพ่นคำพูดออกไปโดยไม่ทันคิด บรรยากาศจึงเงียบลงในทันที นางกระแอมไอออกมาเบา ๆ พลางมองเจี่ยนเจี่ยน บีบใบหน้าเล็กรูปไข่ของเด็กน้อยและยิ้มแห้งออกมา “เจี่ยนเจี่ยนเป็อะไรไป กลัวเพราะอยู่บ้านคนเดียวรึ?”
น้ำเสียงนางอ่อนโยนกว่าปกติถึงแปดเท่า ฉาจื่ออันชำเลืองมอง “เกิดความรู้สึกผิดแล้วสินะ” เขาจงใจไม่ลดเสียงลงเพราะอยากให้นางได้ยิน หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่นางพลั้งปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด นางคงไม่อ่อนโยนถึงเพียงนี้หรอก
หลังจากที่หลิงซานฉิงถลึงตาใส่เขา นางก็ละสายตากลับมามองเจี่ยนเจี่ยนอีกครั้ง “เจี่ยนเจี่ยน ข้ากลับมาแล้ว เจี่ยนเจี่ยนเป็อะไรไป หรือเมื่อครู่กินข้าวไม่อิ่มรึ?” สาเหตุที่เด็กโกรธมีไม่กี่อย่างหรอก จะต้องเป็เพราะพวกเขารีบออกไปกันหมด และคงโกรธที่ไม่ได้กินข้าว
คล้ายกับเจี่ยนเจี่ยนเข้าใจสิ่งที่นางพูด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ เด็กน้อยส่ายหน้าก่อน แล้วก็พยักหน้า แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ท่าทางนี้เหมือนกับโมโหมากกว่า
หลิงซานฉิงอุ้มเจี่ยนเจี่ยนขึ้นมา “ก็ได้ พวกเราจะอยู่ด้วยกันทุกวันเลย จะได้มีโอกาสกินข้าวด้วยกันมาก ๆ พรุ่งนี้พวกเรากินด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง และพ่อกับแม่จะอยู่บ้านกับเ้าด้วย” นางส่งเจี่ยนเจี่ยนให้กับฉาจื่ออัน “เ้าไปทำอะไรเล็กน้อยมาให้เจี่ยนเจี่ยนกินสิ อย่าเอาแต่กวนข้า”
“ผู้หญิงไร้ความอดทน” เพื่อจัดการสิ่งเหล่านี้ แม้แต่ลูกชายตัวเองก็ไม่สนใจ ช่างเป็ผู้หญิงที่ไร้คุณธรรมเสียจริง ฉาจื่ออันเดินออกไปนอกบ้านและไม่ลืมที่จะบ่นออกมาด้วย “เจี่ยนเจี่ยนไปกับข้านะ พวกเราไม่้าแม่เ้าแล้ว” เขาจงใจเอ่ยเสียงดัง
“ไอ้ตัวแสบ”
หลิงซานฉิงยังไม่รู้ แต่เจี่ยนเจี่ยนรู้เื่มาโดยตลอด เด็กน้อยเคยร้องไห้ฟูมฟายั้แ่เมื่อไหร่กัน หากประมาทตอนนี้ อาจจะเกิดบางอย่างขึ้นในอนาคต
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ฉาจื่ออันเปิดประตู เขาก็ใกับสิ่งที่อยู่ในสวน
เขาไม่สนใจว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว และะโขึ้นทันที “หลิงซานฉิง เ้าออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้! นี่มันอะไรกัน เ้าผู้หญิงล้มเหลว ยังอยากจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปหรือไม่!”
ใบหน้าขาวซีดของเขาแดงก่ำเพราะความโมโห นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้โมโหมากถึงเพียงนี้ เสียงะโที่ดังนั้นไม่เพียงแต่เรียกหลิงซานฉิงออกมา แต่ยังปลุกบ้านใกล้เรือนเคียงให้ตื่นด้วย
ครั้นหลิงซานฉิงได้ยินเสียงะโ นางก็รีบผลักประตูสวนออกมา เมื่อเห็นฉาจื่ออันยืนอยู่ในสวน นางก็ไม่สนใจว่าสีหน้าของเขาจะเป็เช่นไร ทั้งยังเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยหอบ “เ้าออกมาก็ดีแล้ว รีบมาช่วยข้าย้ายท่อนไม้นี้เข้าไปที ของสิ่งนี้อิ่มน้ำและมันค่อนข้างหนัก”
นางพูดพลางกวักมือไปด้วย และไม่สนว่าฉาจื่ออันจะเคลื่อนไหวหรือไม่
“เข้าไป? เ้าดูสิว่ามีที่ให้ข้าเข้าไปยืนหรือไม่? เ้าเอาของพวกนี้กลับมาทำอะไร? ไม่ว่าสวนจะใหญ่แค่ไหนก็ไม่ควรทำลายมัน” ผู้หญิงคนนี้น่าจะบ้าไปแล้ว? นำท่อนไม้เน่าเสียที่ถูกเผาเหล่านี้กลับมาทำไมกัน แถมยังวางกองกันอยู่เต็มสวน ไม่อยากใช้ชีวิตต่อแล้วรึ?
หลิงซานฉิงเหลือบมองเขาอีกครั้ง “เ้าซื่อบื้อจะรู้อะไร เดี๋ยวช่างไม้หลี่จะนำชั้นวางมาส่งให้ ท่อนไม้เหล่านี้ก็จะมีที่วางแล้ว เ้ารีบไปทำอะไรมาให้ข้ากินหน่อย ข้าคนเดียวเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"
โชคดีที่เ้าของร่างเดิมเคยชินกับการทำไร่ทำสวนและมีพละกำลังมาก ไม่เช่นนั้นคงต้องจ้างคนมาสักสองสามคน
“เ้าว่าอะไรนะ? เ้าจ้างช่างไม้หลี่ด้วยรึ? หลิงซานฉิงเ้าไม่อยากใช้ชีวิตต่อไปใช่หรือไม่? และยังคิดที่จะกินข้าวอีก ฝันไปเถอะ!” เขาถลึงตามองนาง กล่าวตำหนิออกมาอย่างโกรธเคือง และทำท่าทางหันหลังกลับเข้าบ้าน
ช่างไม้หลี่เป็ช่างไม้ที่มีชื่อเสียงไปทั่วหมู่บ้านในอำเภอหรงอิน
ฝีมือชั้นยอด ราคาย่อมสูง เื่นี้ทุกคนต่างรู้กันดี แต่ไม่นึกเลยว่าหลิงซานฉิงจะจ้างช่างไม้หลี่มา รู้เลยว่าต้องเสียเงินไปมากเท่าใด
เมื่อวานพวกเขาใช้เงินไปมากมายกับปลาและเนื้อในมื้ออาหาร วันนี้ยังจ้างช่างไม้หลี่มาอีก พวกเขายังจะมีเงินใช้จ่ายรึ? แม้จะมีเงิน ก็ไม่ควรนำไปใช้จ่ายเช่นนี้
หลิงซานฉิงหัวเราะเยาะ “ไม่มองการณ์ไกลเลย”
คาดว่าคงหวังพึ่งเขาไม่ได้แล้ว นางจึงลากท่อนไม้เข้าไปในสวนด้วยตัวเอง ทำทั้งเช้าข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้อง แขนทั้งสองไร้เรี่ยวแรงราว แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปลากท่อนไม้เข้ามา?
ฉาจื่ออันมองดูท่าทางเหนื่อยล้าของนางก็รู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ เขายังเป็เสาหลักของครอบครัว เป็ถึงชายชาตรี แต่กลับให้ผู้หญิงต้องทนทุกข์ทรมานมากมายเพียงนี้
แต่ผู้หญิงคนนี้ก่อความวุ่นวาย เหตุใดถึงไม่สงบเสงี่ยมบ้าง และมีสิทธิ์อะไรมาใช้เขา น่าจะปล่อยให้นางได้ซึมซับบทเรียนไปเสีย
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะโมโห ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในบ้าน
เมื่อได้ยินเสียงดังมาจากด้านหลัง เขาก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว และเห็นเพียงท่อนไม้หล่นลงมาจากไหล่ของหลิงซานฉิง นางกำลังนวดไหล่และแอบด่าอะไรไม่รู้
ผู้หญิงคนนี้ช่าง... ฉาจื่ออันไม่รู้จะทำอย่างไรกับนางแล้ว เขาเดินอ้อมท่อนไม้ที่อยู่บนพื้นสวนอย่างโกรธจัด และยกท่อนไม้ขึ้นมา แต่น้ำหนักในมือก็ทำให้เขาถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที
เหตุใดท่อนไม้นี้หนักถึงเพียงนี้?
แล้วนางที่เป็ผู้หญิงนำสิ่งเหล่านี้กลับมาได้อย่างไร?
แววตาหลิงซานฉิงแฝงไปด้วยรอยยิ้ม นางปรบมือและมองไปที่เขา “ช่างเกิดมาเพื่ออ่านหนังสือจริง ๆ แรงมีน้อยขนาดนี้ มา ข้าช่วยเ้าเอง”
ฉาจื่ออันที่หน้าแดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงขึ้นราวกับอาทิตย์ตกดิน เขาพ่นเสียงออกมาอย่างเ็า “ไม่ต้อง! ผู้ชายร่างใหญ่อย่างข้า จะทำเื่เล็กน้อยนี้ไม่ได้ได้อย่างไร? เ้าที่เป็ผู้หญิง...รีบไปก่อไฟทำกับข้าวที่บ้านเถอะ” เขาใช้แรงทั้งหมดพลางพูดไปด้วยหอบไปด้วย
หลิงซานฉิงส่งเสียงจิ๊ปาก ยืนยิ้มมองเขาอยู่ที่หน้าประตู บัณฑิตไร้ความสามารถ แม้คำเหล่านี้จะรุนแรงไปหน่อย แต่นำมาใช้ในตอนนี้กลับประจวบเหมาะพอดี
ฉาจื่ออันกึ่งลากกึ่งดึงท่อนไม้เข้าไปในสวน ในขณะที่หลิงซานฉิงทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว
หมั่นโถวธรรมดาและเป็ของเหลือจากเมื่อคืน ตอนที่ทานข้าว นางเห็นเจี่ยนเจี่ยนยังคงนิ่งเฉย จึงคีบเนื้อปลาใส่ลงในถ้วยของเด็กน้อย “เจี่ยนเจี่ยนคิดอะไรอยู่ เมื่อคืนฝันร้ายรึ?”
คล้ายกับเจี่ยนเจี่ยนได้ยินคำพูดของนาง เด็กน้อยจึงชะงักและส่ายหัว
หลิงซานฉิงเห็นเขาไม่ร้องไม่สร้างปัญหาก็ไม่ได้คิดสิ่งใดมาก กัดหมั่นโถวไปคำหนึ่ง “ฝนตกเมื่อครู่ อาจจะมีเห็ดเติบโตในูเา ไม่รู้ว่าจะมีในแบบที่ข้า้าหรือไม่”
เช้านี้ทำอะไรไปตั้งหลายรอบก็ยังไม่เสร็จ แล้วนี่จะออกไปเก็บเห็ดอีกหรือ ฉาจื่ออันได้ยินก็รู้สึกปวดหัว “เ้าหยุดบ้างได้หรือไม่ คนไปเก็บเห็ดหลังฝนตกมีตั้งมากมาย และตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว คงไม่มีเห็ดให้เ้าแล้วล่ะ…”
หลิงซานฉิงได้ฟังก็ยิ่งโกรธ นางตีตะเกียบของเขาและพูดว่า “เหตุใดจะไม่มีถึงข้าล่ะ เดี๋ยวข้าจะไปเก็บเห็ดกลับมา เ้าไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น และดูแลเห็ดอยู่ที่บ้าน”
เก็บเห็ดไม่ง่ายจริง ๆ คนมากมายรู้กันดีว่าเห็ดมีค่ามาก พอฝนหยุดตกก็วิ่งขึ้นไปบนเขา และพยายามหาเห็ดให้ได้
แต่นางจะสนใจสิ่งเหล่านี้ไม่ได้อีกแล้ว จะมีหรือไม่นั้นนางก็คงต้องไปดู
ฉาจื่ออันใเล็กน้อย ถามหยั่งเชิงออกมา “เ้าจะเพาะเห็ดในสวนรึ?”
แม้สวนนี้จะใหญ่แค่ไหนก็ไม่สามารถใช้เป็ทุ่งนาได้ ฉะนั้นการเพาะเห็ดจึงเป็ไปไม่ได้
หลิงซานฉิงกลอกตามองเขา สวนเล็กจะปลูกอะไรได้? ต้องปลูกในดินสิถูกแล้ว นางมองเขาด้วยแววตาคล้ายกับจะถามว่า ‘เ้าเป็คนโง่รึ’
ฉาจื่ออันพูดไม่ออกทันที เขาถลึงตาใส่นาง ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำอะไรตามกฎเกณฑ์ ทว่าครั้งที่แล้วนางกลับพาพวกเราหาเงินได้ และยังนำตัวเขาออกมาจากศาลาว่าการได้อีก ไม่สู้เชื่อนางอีกสักครั้งดูหรือ?
หลิงซานฉิงมองไปรอบ ๆ สวน และพูดว่า “สวนนี้ไม่สามารถใช้เป็ทุ่งนาได้ แต่มันมากเกินพอที่จะทำห้องบ่มเพาะได้”
“เ้าห้ามไปยุ่งกับสวนนี้เด็ดขาด!” ฉาจื่ออันโต้กลับโดยไม่ต้องคิด เดี๋ยวพอชั้นวางของนางมาอีกก็ไม่รู้ว่ามันจะกินเนื้อที่ไปเท่าไหร่ ยังจะคิดปรับแก้สวนนี้อีกหรือ ฝันไปเถอะ!
หลิงซานฉิงมุ่ยปาก นางแค่คิดขึ้นมาได้อย่างกะทันหันเท่านั้น และไม่ได้เอาความอะไรกับเขา นางเพียงกระซิบเสียงเบาออกมาว่า “ขี้เหนียว”
ผู้ชายที่ตัดใจให้ใช้ไม่ได้แม้แต่สวน ไม่ใช่ว่าเป็คนขี้เหนียวหรอกรึ
ฉาจื่ออันแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน เขายอมถูกนางบ่นว่าเป็คนขี้เหนียวดีกว่านำสวนให้นางเอาไปทำอะไรเล่น ๆ