เมื่อได้รับความไว้วางใจจากลี่จง มู่อันหรานก็ไม่ต้องนั่งแช่น้ำจนมือเปื่อยอีกต่อไป นางได้รับหน้าที่ใหม่ให้เป็คนคัดแยกผ้าและจัดเตรียมส่งคืนไปยังกองงานฝ่ายหน้า
ท่ามกลางผ้าที่กองสูงท่วมหัว เด็กสาวทอดสายตามองแผ่นหลังของนักโทษคนอื่นๆ ที่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในอกทุกครั้งที่นึกถึงหลินฮุย ทั้งๆ ที่ควรจะได้รับโทษร่วมกัน แต่นางกลับมีชีวิตที่ดีขึ้นในขณะที่หลินฮุยยังถูกขังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
นางเป็ห่วงหลินฮุยจนแทบคลั่ง แต่ความจริงที่แสนเ็ปคือในยามนี้ตัวนางเองก็ยังเอาตัวไม่รอด สิ่งเดียวที่นางทำได้เพื่อช่วยหลินฮุยและตนเองในอนาคต คือการพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้นโดยเร็วที่สุด!
มู่อันหรานดึงสติกลับมาที่ตะกร้าผ้าตรงหน้า นางพบว่าวิธีการส่งผ้าคืนนั้นสับสนปนเปยิ่งนัก บ่อยครั้งที่ผ้าม่านในห้องโถงถูกส่งสลับไปกับผ้าปูโต๊ะจากโรงครัว หรือผ้าห่มหนาของหัวหน้าบ่าวชายถูกส่งไปให้สาวใช้ในกองงานตัดเย็บ ความวุ่นวายนี้เองคือช่องทางที่นางมองเห็น
เด็กสาวเดินตรงไปยังเตาต้มน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับต้มผ้าขาว นางก้มลงเก็บเศษไม้ที่ไหม้ไฟจนดำมาใช้แทนพู่กันและหมึก จากนั้นนางจึงมองหาวัสดุที่จะใช้แทนกระดาษ
นางเลือกเศษผ้าที่ขาดรุ่งริ่งจนใช้การไม่ได้แล้วมาฉีกเป็แผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แล้วบรรจงคัดตัวอักษรลงบนผ้าเ่าั้
ผ้าปูโต๊ะ - โรงครัว
ผ้าคลุมลานซ้อม - เรือนองครักษ์
ผ้ากันลม - คอกม้า
เด็กสาวนำเศษผ้าที่เขียนอักษรเหล่านี้ไปผูกติดไว้ที่หูตะกร้าแต่ละใบอย่างประณีต ใจนางเต้นระรัว ภาวนาให้ข้อความเหล่านี้สะดุดตาใครสักคนที่มีอำนาจตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตนางได้
…
บ่ายวันนั้น ลี่จงสั่งให้บ่าวชายยกตะกร้าผ้าที่คัดแยกแล้วมุ่งหน้าไปส่งยังกองงานต่างๆ จังหวะที่ต้องเดินผ่านทางเดินที่เชื่อมระหว่างเขตชั้นนอกกับชั้นใน พวกเขาก็ต้องหยุดเพื่อให้เจิ้งหมัวมัวและสาวใช้กลุ่มหนึ่งเดินผ่านไปก่อน
“อ๊ะ!!” สาวใช้ที่เดินนำหน้าเจิ้งหมัวมัวชะงักเท้าหลบตะกร้าผ้าที่บ่าวชายคนหนึ่งสะดุดล้มจนเสียหลัก
“รีบเก็บขึ้นมาเร็วเข้า! เหตุใดจึงสะเพร่าเช่นนี้” สาวใช้ผู้นั้นบ่นอุบ พลางเข้าไปช่วยเก็บผ้าใส่ตะกร้าไม่ให้ขวางทางเดินของนางกำนัลสูงวัย
เจิ้งหมัวมัวไม่ได้เอ่ยปากตำหนิแม้เพียงครึ่งคำ ทว่าสายตาที่มองผ่านไปเพียงชั่วครู่ ก็ทำให้บ่าวชายเ่าั้หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดเกรง
เพราะคนในจวนต่างรู้ดีว่า เจิ้งหมัวมัวผู้นี้คือนางกำนัลาุโที่ถวายการรับใช้เหวินอ๋องมาั้แ่ครั้งยังทรงเป็พระโอรสในฮ่องเต้องค์ก่อน ท่านอ๋องให้ความเคารพรักแก่นางไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง คำพูดเพียงไม่กี่คำของนาง ย่อมมีน้ำหนักพอที่จะตัดสินความเป็ตายของพวกบ่าวไพร่ได้อย่างง่ายดาย
ท่ามกลางความเงียบนั้นเอง ลมสายหนึ่งก็พัดผ่าน ทำให้เศษผ้าผืนเล็กที่ผูกติดอยู่กับหูตะกร้าปลิวไสวไปมา สะดุดเข้ากับสายตาของนางกำนัลสูงวัย
เจิ้งหมัวมัวหยุดมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ แล้วโน้มตัวลงหยิบเศษผ้าหยาบผืนนั้นขึ้นมาพิจารณา
"ใครเป็คนเขียนป้ายนี้"
บ่าวชายที่ทำตะกร้าหลุดมือตอบตะกุกตะกัก "บะ...บ่าวไม่ทราบขอรับ พวกเรารับหน้าที่เพียงแบกของไปส่ง แต่ผ้าตะกร้านี้ส่งมาจากโรงซักล้างท้ายจวนขอรับหมัวมัว"
หญิงสูงวัยมิได้ซักไซ้ต่อ นางเพียงหลับตาลงนิ่งครู่หนึ่ง บรรจงพับเศษผ้าผืนนั้นซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างมิดชิดแล้วสะบัดมือเบาๆ เป็สัญญาณให้บ่าวรับใช้รีบจัดการความวุ่นวายตรงหน้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเยื้องกรายจากไปอย่างสงบ
……….
ภายในเรือนสำนึกตนหลังเล็กท้ายจวนที่สร้างขึ้นจากดินเหนียวและไม้ไผ่ ไร้ซึ่งช่องแสงและหน้าต่าง มีเพียงประตูไม้บานเดียวที่ถูกล่ามโซ่ไว้จากภายนอก
บรรยากาศด้านในอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับปนกับกลิ่นอาหารบูดเน่าและสิ่งปฏิกูลในกระโถนเก่าที่มุมห้อง ฝาไม้ที่ใช้ปิดนั้นแตกหักจนไม่สามารถกั้นกลิ่นฉุนกึกที่ชวนคลื่นเหียนได้ ความโสโครกนี้บีบคั้นให้ทุกลมหายใจของหลินฮุยกลายเป็ความทรมานยิ่งกว่าาแบนแผ่นหลัง
หญิงสาวนั่งขดตัวอยู่บนพื้นดินที่เย็นเยียบ นางประคองชามกระเบื้องบิ่นๆ ที่บรรจุข้าวสวยก้นถ้วยซึ่งเริ่มส่งกลิ่นบูดเน่า แม้จะเป็อาหารที่สุนัขในจวนยังเมินหน้าหนี แต่นางกลับเคี้ยวกลืนมันลงคอทีละคำอย่างช้าๆ ทุกเม็ดข้าวที่กลืนลงไปคือความเจ็บแค้นที่ถูกเพาะบ่มอยู่ภายใน
ความเจ็บแสบจากาแที่ถูกโบยสิบไม้หลังเริ่มอักเสบจนร้อนรุ่ม แต่นางกลับใช้ความเ็ปนั้นเตือนตนเองถึงใบหน้าของลี่จงและความไม่ยุติธรรมที่เกิดกับทาสเช่นนาง
ขณะที่นางกำลังจมอยู่กับความแค้น เสียงกระซิบกระซาบจากภายนอกก็ลอดผ่านรอยแตกของประตูเข้ามา
“ข้าสังเกตมาหลายวันแล้ว... นังทาสคนนี้มีคนมาส่งข้าวส่งน้ำแค่วันละมื้อตอนพลบค่ำ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครโผล่หัวมาแถวนี้เลยสักคน” เสียงแหบของบุรุษคนหนึ่งดังขึ้น
“จริงของเ้า ต่อให้นังนี่หายตัวไปหรือตายอยู่ในนี้ ก็ไม่มีใครเหลียวแลหรอก ข้าอดอยากมานานแล้ว วันนี้ขอระบายสักหน่อยเถิด!”
หลินฮุยหยุดเคี้ยวข้าวทันที ดวงตาของนางวาวโรจน์ขึ้นในความมืด ร่างกายที่ดูผอมเพรียวเกร็งเขม็ง บุรุษสองคนข้างนอกนั่นไม่ได้มาดีแน่! นางรีบมองไปรอบกายเพื่อหาทางรอด แต่กลับพบเพียงผนังสี่ด้าน!
หญิงสาวตัดสินใจถอดเสื้อตัวนอกที่เต็มไปด้วยรอยเืออกมาพันรอบชามกระเบื้องไว้แน่น ก่อนจะฟาดมันลงกับพื้นดินแข็งๆ อย่างแรงจนแตกเป็เสี่ยงๆ แล้วเลือกกระเบื้องชิ้นใหญ่ที่จับถนัดมือมาถือไว้
เสียงคลายโซ่ที่พันประตูด้านนอกไว้ดังขึ้นเพียงไม่นานบานประตูไม้ก็ถูกผลักออก แสงสลัวจากภายนอกสาดส่องเข้ามาให้เห็นร่างของทาสชายสองคนที่มีท่าทางหื่นกระหาย
ยามที่สายตาของพวกมันปะทะเข้ากับร่างของหลินฮุยที่กึ่งเปลือยท่อนบน พวกมันก็พากันกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“โอ้ว... ดูสิ ถึงกับเตรียมตัวรอรับพวกเราอยู่แล้วเชียวหรือน้องสาว?” ทาสคนหนึ่งเค้นเสียงหัวเราะอย่างหยาบโลน
หลินฮุยแสร้งทำเป็ใ นางถอยหลังกรูดไปจนหลังชนผนังดิน
“พวกเ้าจะทำอะไร... อย่าเข้ามานะ!”
เมื่อเห็นเหยื่อไร้ทางสู้ ทาสชายคนแรกก็พุ่งเข้าใส่นาง ทว่าในวินาทีที่มันกดตัวลงมา หลินฮุยกลับเบี่ยงกายหลบอย่างคล่องแคล่ว มือที่กำเศษกระเบื้องคมกริบไว้แน่นตวัดผ่านลำคอของมันสุดแรง!
ฉัวะ!
เืสดๆ ฉีดพุ่งออกมาแดงฉานเต็มใบหน้าของหญิงสาว ทาสชายผู้นั้นยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิต ร่างของมันก็กระตุกเกร็งและล้มพับลงไปกองกับพื้น บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยตัณหากลับกลายเป็ความสยดสยองในชั่วพริบตา
หลินฮุยไม่เปิดโอกาสให้ทาสอีกคนตั้งตัว นางพุ่งเข้าหาชายคนที่สองราวกับปีศาจจากขุมนรก มือที่ชุ่มเืแทงเศษกระเบื้องเข้าที่อกซ้ายของมันครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างบ้าคลั่งจนมือของนางเองก็ได้รับาเ็เช่นกัน
เมื่อทุกอย่างสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของหญิงสาวท่ามกลางร่างไร้ิญญาสองร่างที่จมกองเือยู่บนพื้น หลินฮุยถ่มน้ำลายทิ้งอย่างไม่ไยดี นางหยิบเสื้อขึ้นมาสวมทับดังเดิม ปล่อยให้เืของคนโฉดไหลนองไปตามร่องดิน
ทำไมนางต้องกลัว! ระหว่างชีวิตของตนเองกับชีวิตคนชั่วสองคนนี้ นางเลือกได้ไม่ยากเลย
ขณะที่นางกำลังคิดว่าจะเดินออกไปแจ้งข่าวนี้ หรือจะรอให้มีคนมาพบนางเอง สัญชาตญาณกลับร้องเตือนถึงความผิดปกติเื้ั ลมวูบหนึ่งปะทะเข้าที่ต้นคอ
ปึก!
ของแข็งบางอย่างกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของหญิงสาวอย่างแม่นยำและรุนแรง ทำให้โลกทั้งใบของหลินฮุยหมุนคว้าง ก่อนที่ดวงตาของนางจะพร่าเลือนและมืดดับลง
ร่างของนางทรุดฮวบลงข้างศพทั้งสอง ท่ามกลางเสียงฝีเท้าแ่เบาของบุคคลปริศนาที่เยื้องกรายเข้ามาในห้องมืดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเื
*หมายเหตุ หมัวมัว (嬷嬷): คำเรียกขานหญิงรับใช้สูงวัยในวังหลวงหรือจวนขุนนางชั้นสูง มักเป็หญิงที่มีประสบการณ์สูง ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สำคัญ เช่น แม่นม ผู้ดูแลความเรียบร้อย หรือผู้ฝึกอบรมกิริยามารยาทให้แก่เ้านาย