นอกจากรูปจะเป็หลักฐานยืนยันว่าฉันผิดกฎของป๊า การมีแฟนเป็เื่คอขาดบาดตาย เป็สิ่งต้องห้าม อีกอย่างอาการป่วยตลอด 1 สัปดาห์เต็มก่อนหน้านี้ยิ่งเป็ที่จับสังเกต อาการประหลาดทั้งเหม็นกลิ่นอาหาร คลื่นไส้อยากอาเจียน เวียนศีรษะ เอาแต่นอนซมในห้องนอน ยิ่งทำพาลสงสัยพยายามคาดคั้นหาความจริง เมื่อไม่ได้คำตอบจึงลงท้ายด้วยการขับไล่ไสส่งฉันออกจากบ้าน เพราะอาการพวกนั้นมันคลับคล้ายคลับคลากับตอนที่ม้าตั้งท้องเรา 3 คนพี่น้องแทบไม่มีผิด
“ฉันกินยาคุมฉุกเฉินหลังมันเกิดขึ้น” ฉันบอกเขาพลางบีบไม้บีบมือเข้าหากันแน่น
“ฉันเห็นแล้วล่ะ” เขาพยักหน้ารับรู้ เชื่ออย่างสุดหัวใจว่าความผิดพลาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของฉัน แต่มันเป็ความผิดพลาดของเราทั้งคู่
เวลาตลอดวันที่อยู่ด้วยกัน เซ็กส์ระหว่างคนแปลกหน้าที่ไม่ทันเตรียมเนื้อเตรียมตัว แม้พยายามป้องกันด้วยถุงยางอนามัย แต่เพียงครั้งหนึ่งครั้งเดียวเท่านั้นที่ป้องกันด้วยวิธีทางธรรมชาติ ซึ่งความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นตอนนั้น
มันเป็ความสัมพันธ์ชั่วครู่ชั่วยาม ไร้ซึ่งการผูกมัด แต่คล้ายว่าตอนนี้มันกำลังจะพันธนาการเราเอาไว้เสียแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แต่ฉันยังไม่มั่นใจหรอกนะบางทีมันอาจจะไม่เป็แบบนั้นก็ได้” ฉันบอกเขาคำพูดนั้นราวกับ้าหลอกลวงตัวเองเพื่อให้เราทั้งคู่สบายใจขึ้นอีกสักนิดเพื่อให้ผ่านคืนนี้ไปได้ก่อน
“ไม่ต้องกังวลหรอก เพราะถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ …ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่าง” น้ำเสียงของเขาสุขุม จนสามารถเชื่อถือได้ว่าในประโยคนั้นเป็ความจริงทั้งหมด แม้ครั้งหนึ่งเคยสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเขาไปแล้วก็ตาม
“ฉันแค่อยากขอที่พักชั่วคราวเท่านั้น ไม่อยากสร้างปัญหาให้คุณ ดังนั้นคุณไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบเราหรอกนะคะ”
“เื่นั้นเธอวางใจเถอะ ที่นี่เป็ของฉัน เธออยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่้า”
ฉันยิ้มอย่างขอบคุณแม้ไม่้าความรับผิดชอบแต่ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป อีกทั้งสมองมึนเบลอจากการอดอาหารมื้อหลักที่ไม่สามารถกลืนลงคอได้อย่างใจ จึง้าจบการสนทนาอย่างเร็วที่สุดเพื่อเข้านอน
เราพักการคุยไว้เพียงเท่านั้นเพราะเวลาล่วงเลยเกือบเที่ยงคืน ไนล์ให้ฉันยืมชุดเสื้อยืดกับกางเกงผ้าฝ้ายขายาวของเขา ส่วนสูงเราต่างกันมาก ชุดของเขาจึงดูใหญ่เกินไปตอนมันสวมอยู่บนตัวฉัน
ไนล์ออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนเกือบจะเป็แพทเทิร์นแบบเดียวกันกับเสื้อผ้าบนตัวฉัน เพียงแต่มันพอดีตัวเขามากกว่าเพราะมันเป็ไซซ์สำหรับผู้ชายรูปร่างเพรียวสูง ดังนั้นเมื่อสวมบนร่างของคนที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเขาร่วม 20 เิเ จึงหลวมโครกอย่างไม่น่าแปลกใจ
เขากลั้นยิ้มเมื่อเห็นเสื้อผ้าของตัวเองบนร่างของฉัน ไม่น่าแปลกใจสักนิดเดียวเพราะแม้กระทั่งฉันส่องกระจกหมุนตัวไปมาหลังสวมครั้งแรกยังนึกขำตัวเองด้วยซ้ำไป ดูเหมือนเด็กผู้หญิงหญิงตัวเล็กแอบเอาเสื้อผ้าของพ่อมาใส่ไม่มีผิด
“คุณจะให้ฉันนอนตรงไหนคะ” ฉันถามเก้ๆ กังๆ พลางปัดแขนเสื้อที่ตกถึงข้อศอกไปด้านหลัง ลูบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแม้รู้ว่าพยายามไปมันก็ไม่ช่วยให้ดูดีขึ้นจากการสวมชุดต่างจากไซซ์ตัวเองหลายเบอร์ก็ตามที
ไนล์ยังคงความดูดีกระทั่งยามสวมชุดนอน ผมชื้นๆ เสยขึ้นพ้นกรอบหน้าซึ่งมีประกอบด้วย คิ้ว ดวงตา จมูก และริมฝีปาก ได้รูปราวกับถูกบรรจงวาดจากจิตรกรฝีมือดี
“ขึ้นไปชั้นบนสิ” ไนล์พูดแล้วเป็ฝ่ายเดินนำ คอนโดมิเนียมของเขาถูกปรับแต่งให้ชั้นลอยเหลือเพียง 1 ห้องนอน ข้างกันคือห้องออกกำลังกาย
“ใช้เตียงของฉันได้เลยนะ” ไนล์ผายมือไปที่เตียงนอนซึ่งตั้งตระหง่านกลางห้องที่ผ่านการออกแบบอย่างลงตัวทั้งดีไซน์ โทนสีสบายตาั้แ่เพดาน พื้น วอลล์เปเปอร์ติดผนัง เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงม่านบังแสง ทั้งหมดล้วนอยู่ในโทนสีเทาดูเรียบง่ายทว่าแฝงความหรูหรา
สายตาของฉันตรึงที่เตียงนอนซึ่งครั้งหนึ่งเราเคยใช้ด้วยกัน กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย
“แล้วคุณจะนอนที่ไหนคะ”
เขาไม่ใช่หนุ่มโสด ฉันรู้หลังจากการมีความสัมพันธ์แแ่ต่อกัน หากแต่ห้องนี้กลับไร้เครื่องบ่งบอกของการใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้หญิงอีกคน
“ตรงนั้นละกัน” ไนล์หมายถึงโซฟาชิดผนังห้องฝั่งตรงข้ามกับประตูกระจกสำหรับเปิดสู่ระเบียงกว้าง
เราต้องรักษาระยะห่างจากกัน เขาตระหนักความสำคัญข้อนี้ดีเพราะฉันเคยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีทางยุ่งกับผู้ชายของคนอื่นอีกเป็อันขาด เขาคงจำทุกคำพูดสีหน้าของฉันในวันที่เราแตกหักได้ขึ้นใจ และคงไม่คิดก้าวล้ำเส้นที่ฉันขีดมันขวางกั้นระหว่างเราอีกแล้ว
เขารอกระทั่งฉันนั่งลงบนเตียงแล้วจึงเลี่ยงเดินไปนั่งตรงโซฟากดรีโมทปิดสวิตช์ไฟแต่บรรยากาศภายในห้องไม่ได้มืดสนิท แสงสว่างจากหัวเตียงยังส่องแสงเหลืองนวลสบายตา พอมองเห็นรูปร่างสิ่งของทุกอย่างภายในห้องเลือนราง
“นอนเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ” เขาส่งเสียงบอก ดวงตาคมยังจับที่ร่างของฉันที่ยังคงนั่งอยู่ตรงขอบเตียงไม่ขยับเขยื้อน
“ไนล์ ขอบคุณนะคะที่ช่วยเหลือฉัน”
“ฉันยินดี... พูดตามตรงนะหลิน ั้แ่วันนั้นฉันยังคิดถึงเธอตลอด และก็ดีใจจนบอกไม่ถูกที่เห็นเธอปรากฏตัวโดยที่ไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีก”
น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นแทบทำให้ฉันเกือบเผลอยิ้มด้วยความยินดี หากแต่ต้องข่มใจไม่ให้หลงคำพูดของคนจอมโป้ปดหลอกลวงอย่างเขาซ้ำอีก
ฉันเอนหลังลงบนเตียงนอนนุ่ม ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง หนุนหมอนขนเป็ดกลิ่นหอมแบบผู้ชายลอยเข้าจมูกยังไม่ได้เอ่ยประโยคใดตอบรับคำพูดแสนใส่ใจของเขา
แม้พยายามข่มตา ร่างกายเรียกร้องอยากพักผ่อนเต็มที่ แต่เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันก็ไม่สามารถหลับได้โดยง่าย ความกลัว ความวิตกกังวล ภาพความโกรธเกรี้ยวราวกับถูกพายุโหมกระหน่ำของป๊าผนวกกับความกังวลใบหน้าของม้ายังวนเวียนฉายซ้ำไปมา
“หลิน”
ไนล์คงนอนไม่หลับ และคงรู้ด้วยว่าฉันยังนอนไม่หลับหลังพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนไปมาหลายรอบ
“คะ?”
“ฉันอยากขอโทษ”
“คุณเคยขอโทษแล้วนี่”
“...”
คำตอบของเขามีเพียงเสียงผ่อนลมหายใจยาวอย่างคนทิ้งความกลุ้มใจไม่สำเร็จ และไม่ได้เอ่ยสิ่งใดเลยหลังจากนั้นคงเพราะเข้าใจไปเองว่าฉันไม่มีวันให้อภัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่รู้เลยว่าฉันไม่ได้โกรธเขา เพียงแค่ผิดหวังจนไม่กล้าไว้เนื้อเชื่อใจหรือคาดหวังสิ่งใดจากเขาอีกเป็หนที่สอง
…