นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 54 โฆษณา

    ตอนที่ 54  โฆษณา

     

    เยี่ยงไรเสีย เสี่ยวเฉาจะได้หุ้นส่วนตั้งครึ่งหนึ่งทั้งๆ ที่ลงทุนไปแค่ 90 ตำลึงเท่านั้นรึ ? นี่มันไม่...เหมือนว่านางเรียกร้องมากเกินไปเยี่ยงนั้นรึ? นางมิได้เรียกราคาเองก็จริง แต่ในอนาคตยังมีโอกาสที่พวกเขาจะร่วมมือกันอีกดังนั้นนางควรปรับแผนระยะยาวเพื่อผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กว่า

     

    “ข้ามิอยากได้หุ้นส่วนครึ่งหนึ่งหรอกเจ้าค่ะขอเพียงแค่สี่ในสิบส่วนก็พออย่างแรกเลยเรามาทำข้อตกลงกันก่อน ข้าจะจัดการแค่เรื่องสูตรของซอสเท่านั้น อย่างอื่นมิรับผิดชอบนะเจ้าคะ! ” แค่หุ้นส่วนโรงงานซอสหอยนางรมสี่ในสิบส่วน นางก็จะสามารถมีรายได้โดยที่ไม่ต้องทำอะไรแล้วในอนาคตจะมีสิ่งใดดีไปกว่านี้ได้อีก ?

     

    พ่อบ้านโจวพยักหน้าอยู่ในใจและยอมรับว่าคุณชายของเขาตัดสินใจได้ดีเด็กหญิงตระกูลหยูคนนี้มิใช่คนโลภแม้ว่าจะมาจากครอบครัวที่ยากจน

     

    “ข้าตกลงตามที่เจ้าได้เอ่ยมา ! ” โจวซือชู่พอใจเป็นอย่างมาก “กลับไปข้าจะเขียนสัญญาขึ้นมา เจ้าเขียนชื่อตนเองได้ใช่หรือไม่? ข้อตกลงของธุรกิจนี้จะเป็นการร่วมมือกับเจ้าเพียงคนเดียวหรือกับทั้งตระกูลหยู ? ”

     

    “ท่านก็เห็นสถานการณ์ของครอบครัวข้าแล้ว ! ถ้าทั้งตระกูลไปเกี่ยวข้องด้วย บ้านสองของข้ามิมีทางได้เงินแม้แต่อีแปะเดียวเป็นแน่! ดังนั้นข้าหวังว่าจะมิมีผู้ใดรู้เรื่องการร่วมมือกันครั้งนี้ยกเว้นท่านกับข้า! ” หยูเสี่ยวเฉาวางแผนที่จะใช้การเป็นหุ้นส่วนของคุณชายสามโจวในครานี้เป็นการหาเงินออมส่วนตัว! นางต้องคว้าเงินเอาไว้ในมือตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ยายแก่ใจร้ายของบ้านใหญ่เอาไป!

     

    “ได้ !เยี่ยงนั้นโรงงานนี้จะเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้ากับข้าเพียงสองคนเท่านั้น ! ”  โจวซือชู่สรุป

     

    หลายปีต่อมาเครื่องปรุงรส ‘เซียนเอ้อร์เหม่ย’ก็โด่งดังไปทั่วแผ่นดินราชวงศ์หมิง แต่ไม่มีผู้ใดคิดเลยว่ามันจะถูกสร้างขึ้นมาจากการคุยกันระหว่างเด็กหนุ่มอายุ13 ปีกับเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ...

     

    “แต่...ซอสอันอื่น ๆ คืออะไรรึ ? เจ้าบอกข้าได้หรือไม่? ” ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนย่อมมีความอยากรู้อยากเห็น ยิ่งเด็กหนุ่มอายุ 13 ปียิ่งไม่ต้องพูดถึง

     

    “อันแรกคือ ‘ซอสถั่วดำ’ ส่วนอีกอันคือ ‘ซอสถั่วปากอ้า’ซอสถั่วดำสามารถเอาไปใช้ทำอาหารอย่างซี่โครงหมูอบซอสถั่วดำ, ปลาทอดราดซอสถั่วดำ,ไก่ตุ๋น, เป็ดตุ๋น, หมูตุ๋น และอย่างอื่นอีกมากมายส่วนซอสถั่วปากอ้าก็เหมาะกับการทำผัดมะเขือยาว, ผัดถั่วฝักยาว, ผัดเห็ด, ฯลฯ... ”

     

    ขณะที่โจวซือชู่ฟังหยูเสี่ยวเฉาอธิบายต่อไปเรื่อยๆ เขาก็รู้สึกว่าได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่มาที่นี่ การมาครานี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาของเขาได้แต่ยังได้ของขวัญที่พิเศษเพิ่มมาอีกด้วย โจวซือชู่ พ่อบ้านโจว และหยูเสี่ยวเฉาปรึกษากันเรื่องชื่อและการดำเนินธุรกิจของโรงงานผลิตเครื่องปรุงรส

     

    เวลาผ่านล่วงเลยไปนานเท่าใดแล้วก็มิมีผู้ใดรู้ตัว

     

    “โครก โครก... ! ”

     

    เสียงแปลก ๆ ดังขึ้นฉีโตวที่ฟังพวกเขาปรึกษากันจนง่วงก็ลุกขึ้นนั่งทันทีและร้องออกมาว่า “อ่า ! พี่สามยังมิได้กินข้าวเช้าเลยนี่ !พี่สามหิวจนท้องร้องแล้ว ! ”

     

    โจวซือชู่มองหยูเสี่ยวเฉาที่เอามือปิดพุงด้วยสีหน้าเขินอายเขาพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “ข้าซื้อขนมมาด้วย เอาไปกินก่อนไป ! แล้วข้าจะมาหาอีกหลังจากที่เขียนสัญญาเสร็จแล้ว แล้วจะมาเจรจารายละเอียดต่อในภายหลัง”

     

    “มิต้องหรอกเจ้าค่ะ อีกสองสามวันข้าจะขอให้ท่านพ่อพาข้าเข้าเมืองไปซื้อของก่อนปีใหม่พวกเราค่อยเจรจากันตอนนั้นก็ได้ คุณชายสามโจวก็เห็นสถานการณ์ของบ้านข้าแล้ว เยี่ยงนั้นข้าคงจะมิขอให้ท่านอยู่กินข้าวด้วยกันหรอกนะ! ” หยูเสี่ยวเฉากลัวว่าท่านย่าจะสงสัยถ้าโจวซือชู่มาหานางอีก

     

    “ได้ !เยี่ยงนั้นข้าขอกลับก่อน ! ”คุณชายสามโจวยิ้มกว้างจนปากจะฉีกถึงหูและเดินออกจากห้องตะวันตกหยูเสี่ยวเฉาอยากไปส่งเขาด้วยตนเอง

     

    แต่ตอนนั้นเองหยูไห่ก็กลับมาจากข้างนอกพอดีและได้เจอคุณชายสามโจวในชุดหรูหรา  ตอนแรกเขาก็ชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มให้อย่างอบอุ่นและเอ่ยถามว่า “คุณชายสามโจวมาที่นี่อันใดเยี่ยงนั้นรึ? ”

     

    โจวซือชู่เห็นคนจากห้องใหญ่และห้องตะวันออกโผล่หัวมาแอบดูจึงโกหกไปว่า“ท่านอาหยูเพิ่งกลับมาจากเมืองรึขอรับ ? วันนี้อากาศดีจริง ๆ ข้าเลยพาผู้ช่วยไปล่าสัตว์ที่ภูเขาตะวันตกพอดีผ่านหมู่บ้านตงชานเลยแวะมาเยี่ยมน่ะขอรับ”

     

    “วันนี้ไม่เหมาะสำหรับล่าสัตว์หรอกขอรับ ! ถ้าหากคุณชายสามสนใจค่อยกลับมาใหม่ตอนฤดูใบไม้ร่วงเถิด ถึงตอนนั้นคาดว่าคงจะมีสัตว์ป่ามากมายให้ล่าอีกทั้งยังอ้วนอีกด้วยด้วย ! ” หยูไห่ไม่ใช่คนโง่เขาสังเกตเห็นว่าทั้งสามคนไม่ได้เอาเครื่องมือล่าสัตว์มาด้วยเลย ดังนั้นจึงเข้าใจได้ว่าโจวซือชู่แค่หาข้ออ้างเพราะไม่สะดวกที่จะเอ่ยออกมา

     

    โจวซือชู่เอ่ยขึ้นอีกคราว่า “ช่วงนี้ท่านอาหยูส่งสัตว์ให้เราน้อยลงไปมากเลยนะขอรับผู้จัดการร้านเจินซิวของเราบ่นให้ข้าฟังหลายคราแล้ว”

     

    หยูไห่กล่าวขอโทษขอโพยว่า“ช่วงนี้ล่าสัตว์ยากเป็นอย่างมาก เพราะหิมะในภูเขายังละลายไม่หมด ข้าเลยทำได้แค่วางกับดักที่ชายป่าเท่านั้นเมื่อสองสามวันก่อนก็ยังดี ๆ อยู่ แต่สองวันมานี้ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นจำนวนสัตว์ที่จับได้น้อยลงไปมาก ขอโทษจริง ๆ ขอรับที่ทำให้ทางร้านต้องลำบากไปด้วย”

     

    “มิใช่ความผิดของท่านอาหยูหรอกขอรับร้านเจินซิวเป็นร้านเดียวในเมืองที่ยังมีสัตว์ป่าขายอยู่ในตอนนี้ทั้งหมดต้องขอบคุณท่านอาหยูด้วยซ้ำขอรับที่ช่วยเหลือพวกเรา ! ” ในเมื่อหยูไห่คือพ่อของหยูเสี่ยวเฉา ท่าทีของโจวซือชู่จึงเป็นมิตรอย่างมากถ้าเป็นพรานคนอื่นคงไม่สามารถเข้าพบคุณชายสามโจวได้เป็นแน่

     

    หยูเสี่ยวเฉาฟังแล้วก็รู้สึกร้อนใจไปด้วยคนอื่นไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นแต่นางรู้ ! ถ้ามิมีน้ำหินศักดิ์สิทธิ์ของนางก็คงจะแปลกถ้าสัตว์ป่าพวกนั้นจะออกมาในช่วงที่อากาศหนาวจนสามารถทำให้แข็งตายได้เช่นนี้ถ้าพวกเขาจับสัตว์ไปขายมิได้ พวกเขาก็จะไม่ได้เงิน  คุณชายสามโจวเอาเงินทั้งหมดของนางไปแล้ว เงินเพียงไม่กี่สิบตำลึงของนางจะทำสิ่งใดได้สำหรับโรงงานใหญ่เยี่ยงนั้น? หมอนั่นจงใจกลั่นแกล้งนางอย่างแน่นอน !

     

    “หือ ? กวางโรตัวนี้อ้วนดีจัง เนื้อมันต้องนุ่มมากเป็นแน่พวกคนรวยในเมืองชอบกินลูกแกะกับลูกหมูเป็นอย่างมาก เหตุใดมิขายมันให้กับข้าเล่า ? ”โจวซือชู่หันไปสนใจกวางโรตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอย่างมีความสุขอยู่ในลานบ้าน

     

    เหมือนเจ้ากวางน้อยจะเข้าใจคำพูดของโจวซือชู่มันหยุดวิ่งทันทีและรีบไปหลบอยู่ด้านหลังของหยูเสี่ยวเฉาบางครั้งมันก็ยื่นหน้าออกมาแอบดูคุณชายสามโจว เมื่อเห็นคุณชายสามยังคงมองมันอยู่มันก็จะตัวสั่นและรีบหดหัวกลับทันที

     

    “น่าสนใจยิ่ง ! กวางโรตัวนี้ท่าทางฉลาดเสียด้วย น่าจะเหมาะเป็นสัตว์เลี้ยงเสียมากกว่าถ้าเอามันไปที่เมืองหลวง พวกหญิงสูงศักดิ์จะต้องชอบมันเป็นแน่ รับรองว่าจะต้องขายได้ราคาดีเป็นอย่างมาก! ”โจวซือชู่ค่อนข้างประหลาดใจในความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจที่เจ้ากวางโรตัวน้อยมีให้กับเสี่ยวเฉา

     

    น้องชายของนางรักเจ้ากวางโรตัวน้อยสุดหัวใจอีกทั้งยังผูกพันกันเป็นอย่างมาก ดังนั้นหยูเสี่ยวเฉามิมีทางขายมันเพื่อเงินเป็นแน่นางก้มลงลูบหัวเจ้ากวางโรตัวน้อยแล้วยิ้มขึ้น “มันชื่อ ‘เจ้าตัวเล็ก’ มีคนไว้ใจให้ครอบครัวเราดูแลมัน เยี่ยงนั้นข้าจึงตัดสินใจเรื่องขายมันด้วยตนเองมิได้หรอกเจ้าค่ะ”

     

    โจวซือชู่เองก็ไม่ได้จริงจังอะไรอยู่แล้วเขาจึงเอ่ยแบบสบาย ๆ ว่า “ถ้าอยากขายให้ได้ราคาดี ๆ ข้าสามารถช่วยติดต่อลูกค้าตอนไปที่เมืองหลวงให้ได้เอาล่ะ ! เจ้ายังมิหายดี  รีบกลับเข้าห้องไปพักผ่อนได้แล้ว! ”

     

    โจวซือชู่กำลังจะไปที่เมืองหลวงเพื่อร่วมการประชุมธุรกิจกับท่านลุงใหญ่ที่จริงๆ แล้วเป็นพ่อแท้ ๆ ของเขา ประมุขของตระกูลโจวคนปัจจุบันมีลูกชายที่เป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฏหมายอยู่2 คน ในด้านพรสวรรค์การทำธุรกิจนั้น ลูกชายคนที่สองจะเก่งกว่าก่อนที่ลูกชายคนที่สองจะบรรลุนิติภาวะ เขาก็ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจอยู่ก่อนแล้วหากไม่มีลูกชายคนที่สอง ตระกูลโจวก็คงไม่ได้ตำแหน่งพ่อค้าใหญ่มาเป็นแน่

     

    โชคร้ายที่ลูกชายคนที่สองของเขาถูกโจรฆ่าตายระหว่างเดินทางค้าขายตอนยังอายุน้อย  เยี่ยงนั้นแล้วก็คงบอกได้ยากว่าผู้ใดจะได้เป็นประมุขของตระกูลคนต่อไป

     

    ลูกชายคนที่สองตายเร็วจึงมิมีโอกาสได้แต่งงานยิ่งทายาทยิ่งมิต้องเอ่ยถึง ! ผู้คนในยุคโบราณให้ความสำคัญกับชีวิตหลังความตายเป็นอย่างมากประมุขของตระกูลโจวกลัวว่าหลังจากเขาตายไปแล้ว จะมิมีผู้ใดกราบไหว้ลูกชายคนที่สองของเขาเขาจึงตัดสินใจให้ลูกชายคนโตรับผิดชอบทั้งสองบ้านและให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของนักธุรกิจที่ตกต่ำลงคนหนึ่งเพื่อให้สายตระกูลของบ้านสองยังคงสืบไปได้ต่อ

     

    พูดอีกอย่างก็คือถึงแม้คุณชายสามโจวจะเป็นลูกแท้ ๆ ของลูกชายคนโต แต่ก็ถือว่าเขาเป็นเด็กของบ้านสองดังนั้นโจวซือชู่จึงเรียกเขาได้เพียงแค่ว่า ‘ลุงใหญ่’ เท่านั้น ทุกครั้งที่ลูกชายคนโตของตระกูลโจวเห็นคุณชายสามโจวอารมณ์ของเขาจะซับซ้อนเป็นอย่างมาก ลูกชายคนแรกของเขาไม่สนใจทำธุรกิจขณะที่อีกคนทะเยอทะยานแต่ขาดพรสวรรค์

     

    แต่โจวซือชู่ที่เป็นทายาทของบ้านสองกลับมีพรสวรรค์ในการทำธุรกิจตั้งแต่เด็กร้านอาหารที่เขาดูแลกำลังเจริญรุ่งเรืองนอกจากนั้นเขายังวางแผนจะก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องปรุงอีกด้วยดูเหมือนตำแหน่งประมุขตระกูลคนต่อไปจะต้องตกไปอยู่ที่บ้านสอง  เขาไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก !

     

    โจวซือชู่ไม่รู้ว่าท่านลุงใหญ่มีความรู้สึกผสมปนเปกันเนื่องจากพรสวรรค์ในการทำธุรกิจของเขาเองเขาตามบ้านหนึ่งไปเพื่อเข้าร่วมการประชุมทางธุรกิจในเมืองหลวง และได้รับผลตอบรับที่ไม่คาดคิด

     

    บรรดาเจ้าของร้านอาหารในเมืองหลวงอยากได้สูตรซอสหอยนางรมของคุณชายสามโจวมานานมากแล้วแต่เนื่องจากตระกูลโจวเป็นพ่อค้าใหญ่จึงมิมีผู้ใดกล้าบังคับเอาสูตร ระหว่างนี้ก็มีหลายคนที่วางแผนแอบสอบถามเรื่องสูตรอย่างลับๆ แต่ในตระกูลโจวนั้นมีคุณชายสามโจวเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สูตรทำซอสหอยนางรมดังนั้นคุณชายสามโจวจึงกลายเป็นจุดสนใจของการประชุมในครานี้

     

    นายท่านใหญ่ของตระกูลโจวรู้สึกกังวลอยู่ในใจ‘หลาน’ ของเขายังเด็กมาก แล้วจะสามารถรับมือกับเหล่าจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนี้ได้เยี่ยงนั้นรึ?

     

    แต่ทว่า มิมีผู้ใดคาดคิดว่าโจวซือชู่เองก็กำลังรอให้จิ้งจอกเฒ่าเหล่านี้นำเรื่องซอสหอยนางรมขึ้นมาเจรจาด้วยเช่นกัน!

     

    แต่เมื่อท่านลุงอีกคนได้เอ่ยถึง ‘ซอสหอยนางรม’ โจวซือชู่จึงใช้โอกาสนี้เอ่ยขึ้นเสียงดัง

     

    “ท่านลุงฟางขอรับสูตรซอสหอยนางรมเป็นของเพื่อนข้า ข้าสัญญากับเขาแล้วว่าจะมิเปิดเผยสูตรให้ผู้ใดรู้แต่หลังจากปีใหม่ปีนี้ ข้าวางแผนจะก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องปรุงโดยมีซอสหอยนางรมเป็นผลิตภัณฑ์หลักนอกจากซอสหอยนางรมแล้วยังมีเครื่องปรุงใหม่อีก 2 อย่างด้วยขอรับ ถ้าท่านลุงสนใจก็ช่วยสนับสนุนโรงงานเครื่องปรุงของข้าให้มากๆ ด้วยขอรับ ! ”

     

    เมื่อกลุ่มนักธุรกิจได้ยินข่าวนี้ พวกเขาต่างก็พากันตกตะลึงทันใดนั้นก็มีคนถามขึ้นมาว่า “หมายความว่าหลานจะผลิตซอสหอยนางรมออกขายเยี่ยงนั้นรึ ? ”

     

    “ใช่ขอรับ ! ” โจวซือชู่ไม่สนใจลุงใหญ่ที่พยายามห้ามเขาอย่างร้อนรน และพยักหน้ายืนยัน

     

    ลุงใหญ่ของโจวซือชู่รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากเขาเตรียมจะเปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ในเมืองหลวงโดยมีซอสหอยนางรมเป็นเมนูหลักเขาเชื่อว่าหากมีซอสหอยนางรมซึ่งเป็นสูตรพิเศษเฉพาะของพวกเขาร้านอาหารของเขาจะมีสถานะที่มั่นคงในเมืองหลวงอย่างแน่นอน

     

    เขาเพิ่งมารู้แผนทำโรงงานซอสหอยนางรมของหลานชายเขาวันนี้ถ้าเขารู้ก่อนหน้านี้ เขาคงทำทุกอย่างเพื่อห้ามหลานชายเขาให้ได้ แต่ตอนนี้ข่าวได้กระจายออกมาแล้วเขาจะทำอันใดต่อไปได้กัน !

     

    “เยี่ยมมาก ! เจ้าเจริญรอยตามพ่อของเจ้าจริง ๆ !สมัยนั้นลูกชายคนที่สองของตระกูลโจวก็มีความกล้าหาญและมีสายตาที่แหลมคมมิต่างจากเจ้าในตอนนี้เลยมิคิดเลยว่าลูกชายของเขาก็มีความกล้าตั้งแต่ยังเด็กเยี่ยงนี้ด้วยเช่นกัน ! หลานรัก หากโรงงานของเจ้าเปิดเมื่อใด ลุงคนนี้จะช่วยสนับสนุนเจ้าอย่างแน่นอน! ” นายใหญ่ฟางแห่งร้านอาหารจู่เสียนตบบ่าโจวซือชู่และยิ้มจนตาหยี

     

    “ได้ยินว่ามีสูตรเครื่องปรุงอีก 2 สูตรมาจากคนเดียวกันหรือไม่ ? ” หลังจากได้รับการยืนยัน นายใหญ่ฟางก็กล่าวอย่างภูมิใจ“เยี่ยงนั้นก็มิมีปัญหาอันใดแล้ว ! เอาไว้ค่อยเจรจารายละเอียดเรื่องการค้าขายสำหรับเครื่องปรุง3 อย่างนี้ทีหลังก็แล้วกัน ! ”

     

    พ่อค้าคนอื่นๆที่เป็นเจ้าของร้านอาหารย่อมไม่ปล่อยให้นายใหญ่ฟางครอบครองธุรกิจนี้ ดังนั้นพวกเขาทุกคนจึงแสดงความต้องการที่จะค้าขายกับโจวซือชู่ทันที เครื่องปรุงยี่ห้อ‘เซียนเอ้อร์เหม่ย’ยังไม่ทันจะออกสู่ตลาดก็กลายเป็นกระแสร้อนแรงในเมืองหลวงไปเสียแล้ว

     

    นายท่านใหญ่ของตระกูลโจวมองโจวซือชู่แห่งบ้านสองที่กลายเป็นจุดสนใจในการประชุมในครานี้เขาทั้งภูมิใจและกลุ้มใจ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกต่าง ๆ ผสมปนเปกันไปหมด

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159