HACK ME! ศึกรักสังเวียนไซเบอร์ (มี Ebook)

    ตอนที่ 4 ทำไมแม่มองข้ามโผม!

    4 | ทำไมแม่มองข้ามโผม!

    “ปา ป๊า...”เสียงออดอ้อนร้องเรียกทันทีที่เจ้าตัวเล็กหันมาเห็นผมเข้า หนูเกลปีนลงมาจากกระดานหกเตี้ย ๆ สีส้มแจ๋นในสนามเด็กเล่น แล้วคว้ากระเป๋าเป้วิ่งตื๋อมาหาผม กางแขนน้อย ๆ เตรียมให้ผมอุ้ม“ปะป๊ามาช้าจังเลย”ผมกดจมูกหอมแก้มยุ้ย ๆ ก่อนตอบ “ปะป๊าเพิ่งเสร็จงานน่ะค่ะ เสร็จปุ๊บก็รีบมารับหนูเกลเลยนะ”“อื๋อ ปะป๊าทำขนมอะไรอยู่เหรอคะ”“เอ่อ...” โกหกเด็กนี่บาปมากไหมครับ “ขนมที่หนูเกลชอบนั่นแหละ รีบกลับบ้านไปกินกันดีไหม”“ดีค่า!”ผมจูงมือน้อย ๆ มาที่รถเก๋งคันเก๋าซึ่งจอดอยู่หน้าโรงเรียน เปิดประตูให้เจ้าตัวเล็กก้าวขึ้นไปนั่งแล้วจึงอ้อมมาประจำที่คนขับ ระหว่างทางหนูเกลเล่าเรื่องเพื่อนคนโน้นแกล้งเพื่อนคนนี้ให้ฟัง เรื่อยมาถึงเรื่องคุณครูสอนแปรงฟัน แล้วยังไงก็ไม่ทราบครับ มาจบที่เรื่องน้าซันสุดสวยจนได้“ปะป๊าทำขนมมาเผื่อน้าซันกับคุณยายด้วยหรือเปล่าคะ”“เผื่อสิคะ เดี๋ยวเรากลับเข้าบ้าน รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกินขนมกันที่บ้านน้าซันดีไหม”ผมหาแนวร่วม ขณะเลี้ยวพวงมาลัยเข้าหมู่บ้าน“น้าซันยังไม่กลับบ้านหรอกค่ะปะป๊า”เจ้าตัวเล็กบอกมา แต่ผมรู้ดีครับว่าคุณซันเธอเลิกงานกี่โมง ป่านนี้คงกำลังช่วยแม่จันทร์ทำกับข้าวอยู่ในครัว“เลิกงานแล้วน้าซันต้องไปร้านดอกไม้ก่อนค่ะ”หลานรักของน้าซันให้ข้อมูลมาอีก ผมเลี้ยวรถเข้าซอยอีกที โน่นครับ บ้านผมอยู่ข้างหน้านั้น สองชั้น หลังคาสีน้ำเงิน“เพราะเพื่อนน้าซันจะมาหาน้าซันที่ร้านดอกไม้ทุก ๆ เย็นเลย”ผมเบรกรถดังเอี๊ยด ก่อนจะถึงหน้าบ้านสามเมตรครึ่ง“ใครเหรอคะ เพื่อนน้าซัน”“โอย ปะป๊าเบรกรถแรงจังเลย หนูเกลหัวแทบทิ่ม”“โอ ปะป๊าขอโทษทีค่ะ ว่าแต่ เพื่อนน้าซันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”“ผู้ชายค่ะ”หา!“หนูเกลเคยเจอเหรอคะ”“เจอกันตั้งหลายรอบแล้วค่ะ ปะป๊านี่ตกข่าวจังเลย เพื่อนน้าซันชื่อคุณลุงภาคิณค่ะ เป็นผู้ชายตัวสู๊งสูง หล่อม้ากมาก”แน่ะ! รู้จักซะด้วยนะว่าผู้ชายหล่อเป็นยังไง ลูกสาวใครเนี่ย!แต่เฮ้ย...“แล้วหนูเกลไปรู้จัก เอ่อ... หนูเกลรู้จักกับลุงภาคิณตั้งแต่เมื่อไรคะ ปะป๊าไม่เห็นรู้เลย”“รู้จักกันตั้งนานแล้วค่า คุณลุงเคยพาหนูเกล น้าซัน แล้วก็คุณยายไปกินไอติมด้วย อร๊อยอร่อย แต่ปะป๊าไม่เคยอยู่บ้านเลย ไม่อย่างนั้นจะได้ไปกินไอติมด้วยกัน”หน็อย...ฉวยจังหวะที่เราตั้งหน้าตั้งตาปั่นงานเตรียมสินสอด เข้ามาเจ๊าะแจ๊ะกับคุณซันงั้นเรอะ!“คุณยายเคยบอกว่า คุณลุงรวยม้ากมาก มีบ้านหลังโต๊โตด้วยนะคะปะป๊า”อั๊ยยะ! แม่จันทร์เปิดทางซะด้วย“งั้นเดี๋ยวเราเข้าบ้าน แล้วโทร. ชวนคุณลุงภาคิณมากินขนมด้วยกันดีไหมคะปะป๊า”ผมกัดฟันกรอด ครุ่นคิด แล้วไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นเกียร์ถอยหลังก็ทำงาน กลับรถ แล้วพุ่งออกจากหมู่บ้านทันที!
    รถกระป๋องมือสองเล็ก ๆ น่ารักของผมเลี้ยวเข้าตลาดอย่างปราดเปรียว พริบตาเดียวก็มาถึงร้าน Sun Flowerนั่นไง เบนซ์สีดำเงาวับ ป้ายแดงแรงฤทธิ์จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล หน้าร้านดอกไม้พอดิบพอดีมันเป็นใครกันฟระ!ผมขยับหาที่จอดรถอย่างรวดเร็ว กะว่าต้องไปเจอหน้าไอ้หมอนั่นให้ได้ แต่เย็น ๆ อย่างนี้รถเยอะจริง ๆ ครับ สุดท้ายผมก็ได้ที่จอดตรงริมฟุตบาท ข้างแผงขายหมู คร่อมแอ่งน้ำครำพอดิบพอดี เฮ่อ..“หนูเกล ไปกันลูก!”หนูเกลทำปากจู๋ ชะเง้อคอมองไปนอกกระจกรถ คงกำลังคิดว่าจะข้ามแอ่งน้ำสกปรกข้างล่างนี่ไปยังไงดี โถ...แม่คุณ ผมเลยไม่รอช้า เปิดประตูรถแล้วกระโดดแผล็วออกมา อ้อมมาเปิดประตูข้างคนขับอุ้มหนูเกลไว้ในอ้อมแขน ผลักประตูปิดแล้วจัดการล็อกรถทว่า... พอหันมาอีกที เมอร์ซิเดสเบนซ์คันงามก็แล่นจากไปเสียแล้ว เห็นแต่ตูดสีดำ ๆ ป้ายทะเบียนแดง ๆ เลี้ยวออกไปไว ๆ เท่านั้น“ตุ๊ดนี่หว่า อิโธ่เอ๊ย... แน่จริงอย่าหนีดิโว้ย!”“ปะป๊าว่าใครเหรอค้า”อุย... ลืมไปครับว่ามีเด็กอยู่ด้วย ต้องพูดเพราะ ๆ เป็นตัวอย่างที่ดี“เปล่าค่า ปะป๊าเห็นหมามันจะมาขโมยคาบเนื้อหมูไปกินน่ะ แต่มันหนีไปแล้ว เราไปหาน้าซันกันดีกว่าเนอะ”เดินไปอีกแค่สองสามก้าว คุณน้าซันของหนูเกลก็ปรากฏตัวตรงหน้า ท่าทางเธอจะตกใจไม่น้อยที่เจอผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมลอบสังเกตเสื้อผ้าหน้าผมของเธอก็เห็นว่าดูสวยเป็นพิเศษ หึ...“มองอะไรของนาย!”และนี่ก็คือคำทักทายของเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อหนุนกันตลอดมา ใช่เซ้...ผมไม่ได้ขับเบนซ์นี่!ผมวางหนูเกลลง “ไปหาคุณยายก่อนนะลูก เดี๋ยวปะป๊าตามไปนะคะ”“ค่า...”หนูเกลวิ่งตื๋อเข้าร้านดอกไม้ไป พ้นหลังไว ๆ ของเจ้าตัวเล็ก ผมก็หันขวับกลับมามองคนตรงหน้าทันที“ได้ข่าวเดี๋ยวนี้มีอาเสี่ยมารับมาส่งเหรอคุณ” ผมทำหน้ากวนโอ๊ย ลองเชิงไปงั้นคุณซันขมวดคิ้วมุ่น ทำไมนะ เวลาคุยกับผมเนี่ย เธอไม่เคยไม่อารมณ์เสียเลย “พูดดี ๆ นะนายนักรบ ไม่งั้นมีเรื่องแน่”โหเฮ้ย... ไม่ปฏิเสธด้วย แสดงว่าไปรับไปส่งกันจริง!“แล้วผมพูดผิดตรงไหน ดีจังเลยนะ อยากนั่งรถเบนซ์มั่งจัง ว่าง ๆ ขอติดรถไปเที่ยวด้วยคนสิคุณ”คราวนี้เหมือนคิ้วเรียวสวยของเธอจะคลายลงเล็กน้อย “อ๋อ นั่นเพื่อนฉันน่ะ แล้ว...นายมาที่นี่มีธุระอะไร”“ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นก้างขวางคอคุณหรอกน่า”“นี่! พูดงี้หมายความว่าไงฮะ”“ผมก๊อแค่...แวะมาส่งหนูเกลน่ะ แบบว่าทางผ่านไปร้านเบเกอรีน่ะ เข้าใจมะ”“อ้อ จริงสินะ” คุณซันเท้าเอวหมับ “งั้นก็รีบ ๆ ไปซะสิ เดี๋ยวคุณเจนจะรอแย่”อ้าวเฮ้ย... เจนมาเกี่ยวอะไรด้วย นั่น...มีสะบัดหน้าหนีด้วยครับ“คุณ ว่างอยู่หรือเปล่าล่ะ ไปร้านขนมด้วยกันไหม” โดนงอนงง ๆ อย่างนี้ ผมก็ได้แต่ง้อแบบมึน ๆ ละครับ“ไม่ไปหรอกย่ะ! ฉันก็ไม่อยากเป็นก้าง”“ขนมร้านผมอร่อยนะคุณ ถึงจะไม่ได้หรูหราราคาแพงอย่างที่อาเสี่ยอะไรของคุณพาไปกินก็เถอะ”“นี่! พูดอย่างงี้จะหาเรื่องกันใช่ไหม”“แต่ถ้าคุณรังเกียจผมก็เข้าใจ ใช่เซ้...ผมมันก็แค่รถกระป๋อง”“นายนักรบ!”“อ้าว ๆ คุยอะไรกันอยู่หน้าร้าน” และแล้วคนห้ามทัพก็ปรากฏกายขึ้นครับ แม่จันทร์นั่นเอง “เข้ามาก่อนสิรบ ซันนี่ก็ ไม่ชวนนักรบเข้ามา ปล่อยให้ยืนคุยแบบนี้เสียมารยาทจริงเชียว”“ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ นายนักรบเขากำลังจะไป...”“ดีเลยครับแม่!” ผมชิงประจบก่อน เรื่องตีเนียนเนี่ยขอให้บอก “ผมขอน้ำกินสักแก้วนะครับแม่ ยืนเถียง เอ้ย...คุยกับคุณซันตั้งนาน คอแห้งมากเลย”“ได้สิจ๊ะ” แม่จันทร์หันมาตอบเสียงอาทร แล้วหันไปดุลูกสาว “เห็นไหมยัยซัน เอ้า! ยังยืนเฉยอยู่อีก เอาน้ำให้รบเขาสิลูก”คุณตะวันวาดเธอหน้าเหวอเลยครับ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ผมเลยยิ้มยียวนพร้อมยักคิ้วให้แผล็บนึง แล้ววิ่งตามร่างท้วมดูอบอุ่นของแม่จันทร์เข้าร้านไปยังกับเป็นลูกเขย เอ้ย...ลูกชายเจ้าของร้าน วะฮะฮ่า!
    ผมมีชื่อที่รู้จักกันในวงการแฮ็กเกอร์ว่า ‘the Ripper’ สังกัดองค์กรมืดยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อสั้น ๆ ว่า ‘Cloned’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถนัดการโจมตีศัตรูด้วยวิธีสแกนข้อมูลตัวอย่างแล้วทำการลอกเลียนแบบ ก่อนจะสร้างข้อมูลชุดใหม่ขึ้นมาให้มีหน้าตาเหมือนของเดิมเปี๊ยบ ก็คล้ายกับการโคลนนิ่งแกะดอลลี่นั่นละครับ เสร็จแล้วก็นำข้อมูลปลอมไปสลับกับข้อมูลจริงในระบบของเป้าหมาย แล้ว...ส่งคำสั่งทำลายระบบซะ ก็เป็นอันเรียบร้อยปัจจุบันผมทำงานให้กับบริษัทคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งชื่อว่า Cosmos International ในตำแหน่ง CSG หรือ Cyber Security Guard ฟังดูคล้าย ๆ เป็นพี่ยามใช่ไหมครับ จริง ๆ ก็คล้าย ๆ กันเพียงแต่ผมดูแลรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ จับพวกหัวขโมยไซเบอร์ที่เรียกกันว่าแคร็กเกอร์หรือแฮ็กเกอร์ทั้งหลายที่ชอบมาเจาะข้อมูลบริษัทเอาไปทำปู้ยี่ปู้ยำ ไม่ใช่จับโจรในโลกจริง ๆ แบบพี่ รปภ. ที่ป้อมข้างหน้าตึกฟังดูเท่ใช่ไหมครับ เหมือนเป็นฮีโร่ปกป้องบริษัทยังไงยังงั้นเลย แต่เดี๋ยวก่อน...อย่าเพิ่งสรรเสริญกันเลยครับ โอว...ผมเขินจะแย่แล้ว เพราะจริง ๆ แล้ว พวกเจ้าหน้าที่ CSG อย่างผมไม่ได้มีแต่ด้านสีขาวเท่านั้น ยังมีด้านสีดำคือการใช้ความสามารถระดับอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ ทำลายล้างศัตรูคู่แข่งตามคำสั่งเบื้องบนที่ได้รับมาด้วย พวกผมจึงถูกขนานนามว่า...อัศวินสีเทา และต้องจัดเป็นบุคคลลึกลับ ไม่มีใครรู้ตัวตน หน้าตา ที่มา หรือประวัติใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของบริษัทและตัว CSG เองในวันนี้ อัศวินสีเทาอย่างผมกำลังลุยภารกิจลับระดับสุดยอดของบริษัทอยู่ เป็นงานใหญ่แห่งปีเลยทีเดียว ซึ่งผมได้ตั้งใจไว้แล้วครับว่า ทำงานชิ้นนี้สำเร็จเมื่อไร ผมจะลาออกไปแต่งงาน เอ้ย... ออกไปใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไปเขาเป็นกัน งานยักษ์อำลาวงการที่ว่านี้ก็เป็นด้านสีดำมืดของอัศวินอย่างนายนักรบเสียด้วย นั่นก็คือ...‘ว่าไงนะครับ เจาะระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุดของ Dazzle’นี่เป็นเสียงของผมเองครับ ขณะที่ทำการประชุมลับหน่วย CSG เมื่อเดือนก่อน‘ใช่ ระบบปฏิบัติการใหม่D.O.S ที่พวก Dazzle โฆษณาว่าปลอดภัยสูงสุด ไม่มีใครสามารถแกะระบบได้ และไม่มีใครสามารถปล่อยไวรัสได้นั่นละ’ หัวหน้าผมกล่าวอย่างมั่นใจ ‘ตอนนี้ระบบพัฒนาไปได้เกือบสมบูรณ์แล้ว เราต้องหาทางเจาะให้ได้ พอเจาะได้แล้วเราก็ปล่อยไวรัสเข้าไป ทีนี้บริษัท Dazzle ก็จะเสื่อมเสียชื่อเสียง ว่าทำไมระบบที่ว่าปลอดภัยสูงสุดถึงโดนเจาะตั้งแต่ยังไม่ออกสู่ตลาดอย่างเป็นทางการได้ ทีนี้ละ พวก Dazzle ต้องขาดทุนป่นปี้ กอบกู้หน้ากันไม่หวาดไม่ไหว วะฮะฮ่า...’หัวหน้าผมยืดอกหัวเราะลำพองใจ แต่ขอโทษเถอะ ผู้ปฏิบัติการน่ะ ผมนะครับ!เป็นงานที่ไม่ง่าย แต่ก็คงไม่ยากเกินไปสำหรับ the Ripperผมถอดแว่นสายตากรองรังสีออกหลังจากที่เครื่องคอมพิวเตอร์สภาพเก่า แต่ระบบปฏิบัติการภายในเป็นระดับท็อปทั้งสามเครื่องถูกปิดลง ผ่อนลมหายใจยาวอย่างปลอดโปร่ง วันนี้ทำงานคืบหน้าไปมากพอสมควร ส่วนภารกิจหัวใจที่แอบลอบปฏิบัติอยู่เงียบ ๆ ก็ยังอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้อยู่ แม่จันทร์ชอบพายกรอบเม็ดบัวสูตรพิเศษของผมมาก และคุณซันกับหนูเกลก็ติดกันเป็นแป้งเปียกจนแทบจะแยกจากกันไม่ออกงานก็รุ่ง ความรักก็ราบรื่นแบบนี้ ใครจะโชคดีเท่านายนักรบ!?
    “แม่ว่า... พ่อภาคิณก็ดีนะลูก”เอ๊ะ ๆ เมื่อกี้ใครว่าอะไรนะ!?“รูปก็หล่อ กริยามารยาทก็ดี ท่าทางภูมิฐานอยู่นะ”นั่นมัน...เสียงว่าที่แม่ยายในอนาคตของผมนี่!ผมชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปเก็บผ้าขนหนูของหนูเกลที่ตากอยู่บนราวหลังบ้าน รีบผลุบลงนั่งหลบข้างกำแพงซึ่งติดกับห้องครัวของบ้านข้าง ๆ แม่จันทร์กับคุณซันกำลังทำกับข้าวอยู่เสียงดังก๊องแก๊ง ๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยลอยมายั่วน้ำลายคนบ้านนี้อย่างไม่ปรานีเลยทีเดียว“แม่... อยากให้ลูกสาวรีบมีแฟน แสดงว่าไม่อยากให้ซันอยู่กับแม่นาน ๆ หรือไงคะ”“แน้...แม่เห็นว่าคุณภาคิณเขาเป็นคนดี ต้องปกป้องลูกสาวของแม่ได้แน่ ดู ๆ แล้วแม่ว่าเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะฝากชีวิตเอาไว้ด้วยเชียวละ ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกนะลูก รูปลักษณ์ภายในก็น่าคบหาทีเดียวน้า”หา! ผมฝันไปหรือเปล่าครับเนี่ย คนพูดใช่แม่จันทร์จริง ๆ เหรอ ผมแอบหยิกแขนตัวเองแล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก เจ็บวุ้ย... ไม่ได้ฝันไปจริง ๆ ด้วยว่ะ“โห...แม่คะ กลายเป็นแม่ยกคุณภาคิณตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย”นั่นซิครับ แม่ยายคร้าบ“ก็ในเมื่อแม่ ‘ยก’ขนาดนี้แล้ว ซันจะว่าไงล่ะลูก”เฮ้ย... ทำไมน้ำเสียงแม่จันทร์ฟังดูจริงจังขนาดนี้ ไม่นะ... ไม่“ซัน ยังไม่รู้หรอกค่ะแม่ ซัน....ซันกลัวค่ะแม่ แม่อย่าเพิ่งกดดันซันสิคะ”คุณซัน...“แม่ก็แค่กลัวว่าซันจะต้องอยู่คนเดียวน่ะสิลูก”“ซันก็มีแม่ไงคะ ทำไมแม่พูดแบบนี้ล่ะคะ”ใช่ ๆ คุณก็ยังมีผมอยู่อีกทั้งคนนะคุณซัน“ซัน...แม่เองจะอยู่กับลูกได้นานแค่ไหนยังไม่รู้เลย แม่กลัวว่าถ้าไม่มีแม่แล้ว ซันจะต้องอยู่คนเดียว แม่เป็นห่วงนะลูก”“แม่...”เสียงคุณซันเธอสั่นเครือ เล่นเอาผมทำอะไรไม่ถูกเลย“ซัน... ลูกลองเปิดใจสักหน่อยสิจ๊ะ เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง อย่าให้ความเลวร้ายในอดีตมันกลายเป็นโซ่ตรวนกักขังหัวใจตัวเองไว้สิลูก ให้โอกาสมันได้แก้ตัว ได้เลือกอีกสักครั้งเถอะ ไม่มีใครพบเจอแต่สิ่งผิดพลาดไปตลอดชีวิตหรอกลูก สักวันหนึ่ง ดอกทานตะวันของแม่จะต้องผลิบานอย่างสง่างามอีกครั้ง และแม่อยากเห็นวันนั้นด้วยตัวแม่เอง ตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ข้าง ๆ หนูนะลูก”“แม่คะ ซัน...ซัน...ขอโทษ”คุณซันคงกำลังร้องไห้อยู่ครับ และผมก็จินตนาการเห็นภาพแม่จันทร์กอดปลอบลูกสาวอยู่ โธ่...อย่าร้องไห้เลยนะคุณซัน ขอร้องละ ผมทรมาน“ไม่ ลูก มันไม่ใช่ความผิดของซันหรอกลูก”“แต่ซัน...”“ไม่ต้องรีบก็ได้จ้ะ ให้เวลาค่อย ๆ ประคองหนูไป แม่จะคอยเอาใจช่วยอยู่ข้าง ๆ นะลูกนะ”ผมก็เอาใจช่วยคุณเหมือนกันนะ ไม่ว่าคุณกำลังเศร้าเสียใจเรื่องอะไร อยากให้รู้ไว้ว่าคุณยังมีนายนักรบคนนี้อยู่อีกหนึ่งคนนะ“ขอบคุณค่ะแม่..”“แต่แม่ก็ยังแอบหวังว่า ปลายทางของหนูจะเป็นคุณภาคิณนะลูก”เอื๊อก!“แม่...คลุมถุงชนนี่นา”นั่นสิ! อย่าได้ยอมเชียวนะคุณซัน“คลุมที่ไหน เห็นหน้ากันจะ ๆ เลยนี่แหละ หล่อซะด้วยนะ อย่างกับดาราหนัง”คุณซันหัวเราะคิก “แม่ชอบดูหนังตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย”ผะ ผม...ผมเองก็หน้าเหมือนดาราหนังเกาหลีนะครับแม่ ทำไมแม่มองข้ามโผม!ตายละวา! แม่จันทร์เปลี่ยนใจไปเชียร์ตาแก่ภาคิณอะไรนั่นเสียแล้ว เอ...หรือจริงๆ ไม่เคยเชียร์ผมเลยตั้งแต่แรก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันทันใดนั้น หัวสมองอันสุดแสนฉลาดปราดเปรื่องของผมก็พลันจินตนาการภาพร่างสูงโปร่งระหงของคุณซันคนสวยในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ผิวขาวอมชมพูของเธอสะอาดสะอ้าน เรือนผมสีน้ำตาลเข้มประดับด้วยดอกไม้ มีหมวกตาข่ายสีขาวปกคลุม เธอหันมา ส่งรอยยิ้มหวานอย่างที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน เป็นเจ้าสาวแสนสวย สดใส บริสุทธิ์ และมีความสุขอย่างที่สุด เธอยื่นมือมาหาผมช้า ๆแต่ว่า...คนที่ยื่นมือไปจับมือเธอ มันไม่ใช่ผม!แต่เป็นไอ้แก่หน้าเหี่ยว พุงโล ผมหงอก ในชุดสูทสีดำ ใส่ทองเส้นละห้าบาทสองเส้นกับเส้นละบาทอีกเส้นหนึ่งคุณซันกอดแขนมันไว้แน่นอย่างแสนรัก และ โอ้ว... ไอ้แก่นั่นมันโน้มใบหน้าต่ำลงมาหาเธอครับ!เธอค่อย ๆ หลับตา แล้วเผยอริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูหวาน รอรับจูบจากไอ้เฒ่าตัณหากลับนั่น!ไอ้หัวงูไม่รอช้า มันก้มหน้าต่ำลงมาหาเธออีกและแล้ว... ไม่นะ ไม่นะ!ม่าย!ผมสะดุ้งสุดตัว หอบหายใจถี่ระรัว รีบตบหน้าตัวเองแรง ๆ หลาย ๆ ทีไล่ความคิดบ้าบอกคอแตกนี่ไปให้พ้นไม่ได้การละ ผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาด

          ****************************************************************

            ฝากผลงานจ้า...

            Messy Buddy คุณบัดเดอร์ใช่เธอหรือเปล่า? (พิมพ์โดย สนพ. กรู๊ฟ พับลิชชิ่ง)


            #E-Book

            พร้อมให้ดาวน์โหลดที่ MEB ขอหัวใจ 5 ดวงด้วยนะค้าาา

            #หนังสือเล่ม

            สั่งซื้อได้ที่เพจเฟสบุ๊ก Groove Publishing

            หรือเพจแสนแก้ว ได้เลยค่ะ ยินดีพูดคุยและเซ็นให้ทุกเล่มค่ะ