ผมกับไวโอเล็ทรู้ทันทีว่ามันเป็เสียงของัดิน
“ไม่ใช่เลเวล 60 แล้วแต่มันต้องไม่น้อยกว่า 80 ไม่อย่างนั้นก็จะพูดไม่ได้หรอก”
ผมถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน
“แบบนั้นก็แย่น่ะสิครับ” ถึงแม้ผมจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับอะไรต่างๆมากมายแต่ก็แทบจะใช้ไม่ได้กับการตะลุยดันเจี้ยนที่นี่แม้แต่นิดเดียว
“บอกว่ากลับมาก่อนไม่ได้ยินเหรอ”ัดินกระแทกเสียงอย่างดุดัน
ร่างของผมกับไวโอเล็ทก็ถูกฉุดกระซากจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าัดิน
“ในเมื่อมีแขกมาฉันก็ต้องต้อนรับอย่างดีสิ”
“ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นก็ได้ พวกเราแค่มาสำรวจข้างในนี้เท่านั้นเองว่ามันมีอะไร”ผมพูดออกไปทันที
“สำรวจ ฮ่า ฮ่า สำรวจสินะ ไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์อย่างแกนี่จะปั้นน้ำเป็ตัวได้หน้าตาเฉยขนาดนี้”
“ขอบคุณที่ชม”
“ไม่ได้ชมแกสักหน่อย ไม่มีทางหรอกที่แกจะมาแค่สำรวจเื่ที่พวกแกพูดกันหน้าดันเจี้ยนบิดาผู้นี้ได้ยินหมดแล้วเข้าใจไหม”
“เฮ้อ นี่ไม่เข้าใจเหรอ”
“ลองอธิบายมาซิว่าบิดาไม่เข้าใจอะไร”
“ก็พวกเราพูดเล่นกันไปเรื่อยเื่ที่ได้ยินก็อาจไม่จริงก็ได้ ก็อย่างที่เข้าใจมนุษย์อย่างพวกเราเป็พวกพูดไปเรื่อยอยู่แล้ว”
“แบบแกใช่ไหม”
“แน่นอนแบบผมเอง”
“นี่ไม่คิดว่าแกจะหน้าด้านได้ขนาดนี้ถามหน่อยเถอะ เข้ามาที่นี่มาทำอะไร? หรือว่าจะมาเก็บพวกมันไปจากบิดาผู้นี้”
“ก็ไม่นะ แค่จะมาสำรวจดูไม้ชมวิวไปเรื่อยก็บอกแล้วพวกเรามาสำรวจ อีกอย่างหินนี่น่ะผมมีเป็ูเาหลายร้อยลูกแล้วจะไปอยากได้น้อยนิดจนไม่พอกินไปทำไมกัน”
“แกนี่มันกวนประสาทจริงๆนะ”
“ขอบคุณ”
“ไม่ได้ชมเว้ย เข้าเื่เถอะ แกอยากตายแบบไหน”ัดินพูดไปพร้อมกับหยิบหินพลังเข้าปากของมัน
“ผมจะไปอยากตายทำไมกัน มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้วอีกอย่าง…”ผมเอื้อมมือไปโอบเอวของไวโอเล็ทเอาไว้แต่ก่อนทำผมก็ส่งสัญญาณให้เธอก่อนแล้วเรียบร้อย “ผมก็มีภรรยาแสนสวยอยู่ข้างๆพวกเราพึ่งจะแต่งงานกันไปไม่นาน ผมยังต้องดูแลเธออีกเยอะ”
“เฮอะ ภรรยา? คิดว่าบิดาผู้นี้จะเชื่อเหรอ ดูๆแล้วั้แ่เข้าดันเจี้ยนมาพวกแกก็เว้นระยะห่างกันพอประมาณ แล้วสามีภรรยาที่ไหนเขาทำกันแบบนั้น”
“ก็พวกเรากำลังเรียนรู้อีกอย่างก็กำลังหาเื่กระตุ้นอะไรแปลกๆไงไม่งั้นจะเดินมาแวะแถวนี้ทำไมกัน ัแบบคุณก็ถามอะไรแปลกๆ”
“โอ๊ย ปวดประสาทกับแกจริงๆ ไม่ต้องพูดเยอะแล้วรีบๆตายเถอะ”
“เดี๋ยวก่อน”
“แกมีอะไรอีก”
“ัอย่างคุณคงยังไม่ออกไปไหนมาไหนนักใช่ไหมเอาแบบนี้ผมจะทำอะไรให้ดู”
“อืม เอาสิถ้าแกทำได้ดีบิดาจะพิจารณาไว้ชีวิต”
ในระหว่างนั้นผมแอบขีดเขียนอะไรบางอย่างเป็ลายลักษณ์อักษรให้ไวโอเล็ทเห็นแล้วสื่อสารกัน
‘คุณมีอะไรที่มันเก็บของได้เยอะๆไหม’
‘มีอยู่เป็แหวนที่อยู่บนนิ้วของฉันเองทำไมเหรอ’
‘เอามันมาให้ผมก่อน ผมจะเก็บหินพลังให้’
‘เดี๋ยวนะ แบบนี้มันจะไม่แย่เอาเหรอ แล้วนายจะไปเก็บยังไง’
‘เอาน่าเอามาเถอะ คุณรอดูผลลัพธ์ได้เลย’
‘เข้าใจแล้ว’
ใน่ที่ัดินกำลังง่วนกับการคุยกับผมไปเรื่อยผมก็แอบเอาแหวนเก็บของมาจากไวโอเล็ทอย่างแเี
“ก่อนอื่นจำเป็ต้องเอาหินพลังใส่ในแหวนนี่ก่อนเพราะผมต้องรวบจำนวนมาทำทีละมากๆถ้าต้องวิ่งไปหอบไปหอบมามันก็ลำบากไม่น้อย”
“อืม ไม่มีปัญหาแล้วไงต่อ”
“ก็พอใส่เข้าไปผมก็จะนำมันออกมาแล้วก็ทำให้มันทวีคุณภาพขึ้นมา ผมจะได้สอนให้คุณทำแบบผมได้แบบที่ด้านนอกนั่นน่ะ” ผมเข้าไปใกล้ๆัดินอีกหน่อยคล้ายจะไปพูดกระซิบเบาๆ “ที่นั่นน่ะผมบังเอิญได้รู้วิธีทำมันน่ะสิ ผมก็จะสอนให้ัอย่างคุณได้รู้ไว้อีกอย่างผมเองก็ไม่มีทางรอดจากน้ำมือคุณไปได้หรอกจริงไหม ขนาดลมหายใจของคุณเบาๆผมกับภรรยาของผมยังเอาตัวไม่รอดเลย”
“บิดาจะถามอีกครั้ง แกทำได้จริงๆเหรอ”
“แน่นอน”
ัดินดูคล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยที่ผมกับไวโอเล็ทยังไงก็ตามก็ไม่รอดจากน้ำมือของมันไปได้การจะให้ผมได้ลองทำก็ไม่เสียหายแล้วการที่ผมจะกอบโกยหินพลังไปทั้งหมดก็เป็ไปไม่ได้อีก
“เอาสิบิดาผู้นี้จะเก็บหินพลังให้”
ัดินนำแหวนไปดูดนำหินพลังที่เป็ูเาเลากาทั้งหมดเข้ามาในแหวนในเวลาเดียวกันมันก็มองผมไม่หยุดเพราะกลัวผมเล่นตุกติกอะไร ั้แ่ต้นจนจบเ้านั่นก็เห็นผมยืนยิ้มใช้มือไขว้หลังข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งก็เหยียดปกติ
แน่นอนว่าภาพที่เห็นดูเหมือนผมไม่มีพิษมีภัยสำหรับมันแต่ผมที่ยืนยิ้มแบบนั้นเพราะผมกำลังมีความสุขที่ผมไม่จำเป็ต้องออกแรงขนหินพลังเข้าไปในแหวนเองส่วนมือที่ไขว้หลังมาก็เป็มือที่ยกโป้งขึ้นทำให้ไวโอเล็ทเห็นแล้วก็ยิ้มซื่อๆออกมาแต่ไม่กล้าที่จะหัวเราะออกมาเพราะกล้วัดินจะจับได้
ผ่านไปนานพอสมควรหินพลังที่เป็ูเาก็หายไปจนหมดแล้ว แน่นอนมันได้เข้าไปอยู่ในแหวนเก็บของทั้งหมดแล้ว จากนั้นัดินก็ยื่นมันมาให้กับผมในทันทีแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูผมอย่างใกล้ชิด
“คุณจับตาดูให้ดีนะ การทำให้ได้มาของหินพลังที่มีคุณภาพสูงเป็ยังไง”
ผมก็ทำสีหน้าจริงจังจากนั้นก็เดินวนเวียนไปมาพึมพำอะไรบางอย่างเป็ตุเป็ตะ มันดูสมจริงจนัดินถึงกับเชื่อสนิทใจว่ามันเป็การเชื่อมจิติญญาสื่อสารกับสรรพสิ่งและอาจเป็ทักษะหนึ่งของผม ขนาดไวโอเล็ทที่มองดูการกระทำของผมยังตกตะลึงมากเพราะมันดูสมจริงอย่างไม่น่าเชื่อ หากว่าเธอไม่รู้จักผมมาก่อนก็อาจเชื่อสนิทใจจริงๆก็ได้
ในระหว่างที่ผมเดินไปมาพร้อมกับพึมพำไปมา ผมได้ดึงพลังเวทมนตร์ออกมาจากร่างของบีบอัดมันเป็สัญลักษณ์แปลกๆแล้วใช้ทักษะรังสรรค์เสริมเติมแต่งบารมีให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นไปอีก ผมที่เดินไปมาจนครบสามสิบกว่ารอบก็ลงมานั่งกับพื้นพร้อมกับนำหินพลังออกมาจำนวนสองก้อนจากนั้นก็ใช้เวทมนตร์สลักอักษรแปลกๆลงไป ไม่เพียงแค่นั้นผมยังดึงอำนาจจิติญญาที่มีมากมายของตัวเองเป็ตัวนำพาไป
ระหว่างนั้นผมก็แอบใช้ทักษะอัพเกรดมันขึ้นหนึ่งระดับทำให้หินพลังมันแผ่พลังงานอันมากมายออกมากว่าปกติจนัดินไม่มีความสงสัยอีกแล้วมันมีแต่ความตกตะลึงและพยักหน้าตาม
หลังจากผมอัพเกรดไปหนึ่งครั้งผมยังไม่ลุกขึ้นไปไหนแต่นำหินพลังไปวางตรงหน้าแล้วนั่งนิ่งๆต่อไปอีกเป็ชั่วโมง พอเสร็จผมก็ลุกขึ้นมาก่อนจะเอาหินพลังออกมาอีกกว่าร้อยก้อนก่อนจะทำอะไรต่อผมก็วางหินพลังสองก้อนแรกไว้บนๆกลายเป็สัญลักษณ์อะไรบางอย่างขึ้นมา
ขั้นตอนต่อไปผมก็ขีดเขียนอะไรบางอย่างลงพื้นดินแล้ววาดวงกลมล้อมรอบหินพลังร้อยก้อนที่ว่าก่อนจะแอบใช้ทักษะรังสรรค์ไปพร้อมกับทักษะอัพเกรดไปสองครั้งอำนาจพลังงานของหินพลังก็พุ่งสูงขึ้นกว่าสองก้อนแรกเข้าไปใหญ่
พอขั้นตอนนี้เสร็จผมก็ยืนพึมพำอะไรบางอย่างยาวเหยียดไปอีกนานกระทั่งนำหินพลังออกมาอีกกว่าหนึ่งพันก้อน
ัดินที่ดูั้แ่ต้นจนจบมันก็คิดว่าขีดจำกัดของผมอยู่ที่หนึ่งร้อยก้อนแต่พอผมนำออกมาอีกหนึ่งพันก่อนมันก็แสดงสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาทันที
ก่อนที่ผมจะเริ่มทำการนำหินพลังหนึ่งพันก้อนออกมาผมก็ส่งสัญญาณไปหาไวโอเล็ทแล้วบอกประมาณว่าเตรียมตัวได้เลย
ไวโอเล็ทที่ตื่นตัวตลอดเวลาเธอก็เตรียมพร้อมเอาไว้อย่างรวดเร็วอะไรที่คิดว่าเป็ประโยชน์ก็เอาออกมาเตรียมขึ้นมาใช้
หินพลังหนึ่งพันก้อนเรียงรายต่อจากหินพลังหนึ่งร้อยก้อน ผมก็ได้นำหินพลังสองก้อนแรกแล้วก็หนึ่งร้อยก้อนเข้าสู่แหวนเก็บของเอาไว้ ก่อนที่จะทำต่อไปแน่นอนว่าัดินไม่ได้สงสัยอะไรแล้วตอนนี้มันก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าผมจะทำอะไรเพราะสุดท้ายมันก็เป็คนได้ประโยชน์สูงสุดอยู่ดี
ทันใดนั้นเองผมก็ใช้ทักษะรังสรรค์ออกมาสร้างหมอกควันแล้ววางประทับม่านพลังเวทย์ขึ้นมาอีกต่อหนึ่งจากนั้นใช้ทักษะกลืนกินกับหินพลังทั้งหนึ่งร้อยสองก้อนที่ผมเก็บกลับมาเปลี่ยนถ่ายพลังที่กลืนกินมาผสานเข้ากับม่านพลังเวทย์บดบังการรับรู้ของัดินเอาไว้ทั้งหมดั้แ่การมองกระทั่งไปถึงการัั ผมไม่ลืมที่จะสร้างร่างกายของผมที่เป็ร่างหยาบๆที่ไม่มีพลังอะไรขึ้นมาจากทักษะรังสรรค์ให้นั่งประจำอยู่แน่นอนผมก็ไม่ลืมที่จะเก็บหินพลังหนึ่งพันก้อนกลับเข้ามาในแหวนอีกรอบ
ผมวิ่งออกมาจากหมอกควันแล้วส่งแหวนให้กับไวโอเล็ททันที จากการเตรียมพร้อมที่ดีของไวโอเล็ทเธอนำแผ่นอาคมหนีฉุกเฉินที่แพงแสนแพงออกมาให้ผมใบหนึ่งแล้วเธอก็ใช้อีกใบหนึ่งก่อนที่ทั้งผมกับเธอจะใช้มันทำให้เคลื่อนย้ายร่างออกมาใกล้กับปากทางเข้าดันเจี้ยนและห่างจากัดินแบบชนิดที่ว่ายังไงพลังของมันก็ใช้ไม่ถึง
ระหว่างที่แผนสำเร็จลุล่วงัดินที่ลืมตาขึ้นมามันรีบใช้มือปัดหมอกควันออกไปดวงตาของมันก็เหลือบไปเห็นร่างกายของผมเปล่าๆที่ไม่มีอะไรเลยกำลังสลายไปอย่างช้าๆรวมถึงม่านพลังเวทย์ที่ไม่อาจต้านทานการสะบัดมือของัดินได้ พอมันได้เห็นแค่นั้นมันถึงกับคลุ้มคลั่งขึ้นทันที
“ไอ้พวกบัดซบ พวกแกต้องตายยยยยยย”
ติ๊ง
หลอกลวงัดินผู้เป็ดั่งาาแห่งผืนดินทั้งหลายสำเร็จ
คุณได้รับฉายา นักต้มตุ๋นั
คำอธิบายฉายา ผู้ฉายานี้สามารถพูดคุยให้เผ่าพันธ์ุัเชื่อใจได้ง่ายมากขึ้น 30%
คุณได้รับความสามารถพิเศษ ค่าพละกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้น 50 ค่าจิติญญาสูงสุดเพิ่มขึ้น 50
ผมกับไวโอเล็ทวิ่งหนีสุดชีวิตจนห่างออกมามากแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงของความเดือดดาลที่ัดินะโจนะเืแผ่นดินได้
“คิกๆ นายคิดแผนแบบนั้นมาได้ยังไงกันมันดูสมจริงมากเลยนะ”
“แน่นอนก็ผมทำมันได้จริงๆ เอาไว้ผมจะบอกกับคุณอีกทีตอนนี้หนีไปให้ได้ก่อนเถอะ”
“เข้าใจแล้ว”
ทันใดนั้นเองแผ่นดินที่ควรสงบนิ่งก็กลับผุดรอยแยกมากมายขึ้นใต้ฝ่าเท้าของผมกับไวโอเล็ท
……….