หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จ หูหลันเยวี่ยเห็นว่างานที่บ้านของเธอไม่ได้มากมายนัก จึงแวะไปบ้านข้างๆ
เวลานั้น ย่าหลินกับหลินซือหย่วนเพิ่งกินอาหารกลางวันเสร็จเช่นกัน
หลินซือหย่วนกำลังติดคำอวยพรตรุษจีนอยู่
ซึ่งเป็นคำอวยพรที่เขียนด้วยลายมือของหูหลันเยวี่ย
เธอพูดคุยกับหลินซือหย่วนไม่นาน จากนั้นก็เข้าไปหาย่าหลินที่อยู่ในบ้าน
ย่าหลินกำลังเตรียมอาหารสำหรับมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่า แม้ว่าจะมีเพียงเธอกับหลานชายสองคนที่รอกินอาหารมื้อนี้ แต่ย่าหลินก็ยังตั้งใจว่าจะเตรียมอาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าให้เต็มโต๊ะ
"ย่าใหญ่ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ?" หูหลันเยวี่ยยืนอยู่ข้างหลังย่าหลินแล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ย่าหลินที่กำลังยุ่งอยู่ รีบวางมือจากงานครัว แล้วหันกลับมายิ้มให้หูหลันเยวี่ย "งานพวกนี้ฉันทำคนเดียวก็พอแล้ว หนูเยวี่ย ไปเล่นกับหย่วนจื่อเถอะ ถ้าบ้านเธอมีอะไรให้เขาช่วย ก็ให้เขาไปช่วยได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจกัน"
หูหลันเยวี่ยหัวเราะ "ย่าใหญ่ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้าบ้านหนูมีอะไรให้ช่วย หนูจะมาเรียกเขาไปช่วยแน่นอน"
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว หูหลันเยวี่ยรู้สึกว่าถ้าไม่ช่วยย่าหลินทำอะไรเลย ก็คงจะไม่ดีนัก
เธอเห็นผักสดหลายอย่างที่ยังไม่ได้เด็ด เธอจึงนั่งลงแล้วเริ่มเด็ดผักเตรียมไว้ให้
เมื่อเธอตั้งใจจะช่วยทำงาน ย่าหลินก็ไม่ได้ห้ามอีก "หนูเยวี่ย หลังปีใหม่ ฉันกับหย่วนจื่อจะกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดฉันสักหน่อย ตอนที่พวกเธอหมั้นกัน ญาติๆ ทางบ้านเกิดฉันหลายคนไม่ได้มาร่วมพิธี พวกเขาอยากจะเห็นหน้าเธอกันทั้งนั้น เธอจะไปกับพวกเราไหม?"
"ย่าใหญ่คะ หนูกับหลินซือหย่วนยังไม่ได้แต่งงานกัน ไปเยี่ยมญาติๆ ตอนนี้คงดูไม่ดีเท่าไหร่มั้งคะ?" หูหลันเยวี่ยพูดด้วยความเขินอาย
ถึงแม้ว่าชาติที่แล้ว หลังจากแต่งงานกับสวีคังแล้ว ก็ยังไม่เคยไปเยี่ยมญาติๆ ด้วยกัน แต่นั่นมันอยู่ในเมือง
เธอคิดว่าชนบทมีความหัวโบราณมากกว่าในเมืองในหลายๆ ด้าน ดังนั้นในเรื่องทำนองนี้ หูหลันเยวี่ยจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ
ตัวเธอเองไม่เป็นไรหรอก แต่เธอรู้ว่าถ้าชื่อเสียงของเธอเสียหาย คนภายนอกจะต้องว่ากล่าวพ่อแม่ของเธอ และจะส่งผลกระทบต่อถิงถิงด้วย
ย่าหลินเข้าใจความกังวลใจของหูหลันเยวี่ยเป็นอย่างดี เธอจึงยิ้มแล้วตบไหล่หญิงสาว "ไม่ต้องกังวลให้มากมายนักหรอก เธอหมั้นกับหย่วนจื่อแล้ว การไปมาหาสู่กันระหว่างญาติๆ มันก็เป็นเรื่องปกติ เราไปเช้าเย็นกลับ ไม่น่ามีใครตำหนิอะไรได้หรอก แต่ยังไงเธอก็ลองกลับไปถามพ่อแม่ดูก่อน ถ้าพ่อแม่ไม่ให้ไปก็แล้วไป แต่ถ้าพวกเขาไม่คัดค้าน ตอนนั้นค่อยไปด้วยกันก็ได้"
เมื่อย่าหลินพูดถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าหูหลันเยวี่ยยังหาเรื่องปฏิเสธอีก ก็คงจะดูจะใจร้ายเกินไป
หลังจากพูดคุยอยู่ที่บ้านหลินได้ครึ่งชั่วโมง หูหลันเยวี่ยก็ขอตัวกลับบ้าน
มื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าในคืนนี้ หูหลันเยวี่ยจะเป็นคนทำอาหารเอง ในช่วงที่เธอไม่อยู่บ้าน ถิงถิงกับจ้าวหงเหมยได้เตรียมวัตถุดิบไว้เกือบหมดแล้ว
เมื่อกลับถึงบ้าน และพักผ่อนสักครู่ หูหลันเยวี่ยก็ผูกผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ที่เพิ่งซื้อใหม่เมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วเข้าไปยุ่งอยู่ในครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าอย่างกระตือรือร้น
ตลอดทั้งช่วงบ่าย หูหลันเยวี่ยเอาแต่ขลุกอยู่ในครัว โดยมีถิงถิงคอยช่วยงานเหลืองานต่างๆ
เมื่อตะวันลับฟ้า อาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่ามากมายก็พร้อมยกขึ้นโต๊ะ
อาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุดก็คือเมนู ไก่ยัดไส้
ไก่ยัดไส้เป็นอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่น แต่คนธรรมดาทั่วไปทำกันไม่มากนัก แม้ขั้นตอนการทำไม่ได้ซับซ้อนเป็นพิเศษอะไร แต่ส่วนใหญ่ที่ทำยากเป็นเพราะมีเครื่องปรุงเยอะ
วิธีทำไก่ยัดไส้ก็คือ ล้างไก่ให้สะอาด แล้วผ่าตรงคอ จากนั้นควักเอาเครื่องในออก แล้วใส่เครื่องเทศกับสมุนไพรจีนรวมกันประมาณสิบชนิดลงไปในท้องไก่ แล้วนำไปต้ม
นี่นับว่าเป็นครั้งแรกในชาตินี้ที่หูหลันเยวี่ยทำไก่ยัดไส้
หลังจากเคี่ยวด้วยไฟอ่อนตลอดบ่าย เมื่อไก่ยัดไส้สุก กลิ่นหอมก็โชยไปไกลแสนไกลแล้ว
นอกจากไก่ยัดไส้แล้ว หูหลันเยวี่ยยังทำอาหารจานเด่นอื่นๆ อีก อย่างเช่น มะเขือม่วงผัดน้ำมัน ปลาเปรี้ยวหวาน เนื้อผัดพริก เต้าหู้ทรงเครื่อง ปอเปี๊ยะทอด
รวมกับลูกชิ้น และรากบัวทอดที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ รวมกันเป็นอาหารทั้งหมดสิบสองอย่างเต็มโต๊ะแปดเซียนเล็กๆ
โดยปกติแล้ว ในช่วงตรุษจีน บ้านหูฉางหมินจะทำอาหารกันอย่างมากก็แค่แปดอย่างเท่านั้น
เมื่อเห็นอาหารมีสีสัน กลิ่น และรสชาติที่น่าลิ้มลองวางอยู่เต็มโต๊ะ แม่เฒ่าหูก็น้ำลายสออย่างเสียไม่ได้
เธอรู้สึกว่าการที่เธอหน้าด้านมาฉลองปีใหม่ที่บ้านใหญ่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
แต่เมื่อคิดว่าบ้านรองและบ้านสามไม่มีอาหารดีๆ แบบบ้านใหญ่ให้กิน แม่เฒ่าก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ก่อนกินอาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่า จะต้องจุดประทัดกันก่อน
ในขณะที่หูฉางหมินออกไปจุดประทัด หลินซือหย่วนก็ถือเต้าหู้ทรงเครื่องจานใหญ่ออกมา
หลังจากวางลงแล้ว หลินซือหย่วนก็กำลังจะกลับ หูหลันเยวี่ยจึงออกไปส่งเขาโดยอัตโนมัติ
เมื่อมาถึงป่าไผ่เล็ก หลินซือหย่วนหันกลับมายิ้มให้หลันเยวี่ย "ไม่ต้องไปส่งแล้ว รีบกลับไปกินข้าวเถอะ ฉันก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านเหมือนกัน"
หูหลันเยวี่ยรีบหันหลังกลับ เตรียมจะเดินกลับบ้าน แล้วก็ได้ยินเสียงของหลินซือหย่วนดังมาจากข้างหลังอีก "กินข้าวเสร็จแล้วออกมาด้วยนะ ฉันซื้อดอกไม้ไฟมาเยอะแยะเลย จุดคนเดียวมันไม่สนุกน่ะ"
หูหลันเยวี่ยตอบรับว่าเข้าใจแล้ว ก่อนจะเดินกลับไปที่บ้าน
หลังจากจุดประทัดเสร็จ การกินอาหารมื้อค่ำส่งท้ายปีเก่าก็เริ่มขึ้น
จ้าวหงเหมยป้อนอาหารให้ยายากินจนอิ่มก่อน แล้ววางเธอไว้ในตะกร้าเล็กๆ ให้เด็กน้อยได้เล่นสนุก
"คุณย่า จะดื่มเหล้าขาว หรือจะดื่มเหล้าหวานกับพวกเราดีคะ?" เหล้าหวานที่หูหลันเยวี่ยพูดถึงก็คือน้ำส้ม ซึ่งเป็นที่นิยมดื่มกันในช่วงนี้
แม่เฒ่ารีบพูดขึ้น "ฉันดื่มเหล้าขาว"
แม่เฒ่าดื่มเหล้าขาวกับหูฉางหมิน ส่วนจ้าวหงเหมยกับสองสาวพี่น้องดื่มน้ำส้ม
บนโต๊ะอาหาร แม่เฒ่ากินไม่หยุดปากจนไม่มีเวลาพูดจา
หลังจากดื่มไปสองสามกรึ๊บ คำพูดของหูฉางหมินดูมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เยวี่ยเยวี่ย ลูกเป็นคนสำคัญของบ้านเราจริงๆ ถ้าไม่มีลูก บ้านเราคงไม่มีวันนี้ พ่อขอดื่มเหล้าแก้วนี้ให้ลูก" หูฉางหมินพูดพลางยกจอกเหล้าขึ้น
หูหลันเยวี่ยรีบส่ายหน้า "พ่อคะ พ่อเป็นผู้ใหญ่ จะมีผู้ใหญ่ที่ไหนยกแก้วดื่มให้ผู้น้อยคะ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องพูดอะไรให้เป็นพิธีรีตรองขนาดนั้นหรอกค่ะ การที่บ้านเรามีวันนี้ได้ ไม่ใช่เพราะหนูคนเดียว แต่เป็นเพราะพวกเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันต่างหาก"
หูหลันเยวี่ยมองไปยังจ้าวหงเหมยที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่ตรงนั้น แล้วพูดต่อ "พ่อคะ ถ้าพ่ออยากจะขอบคุณจริงๆ ก็ต้องขอบคุณแม่หนู ขอบคุณที่แม่ให้กำเนิดลูกสาวที่สวยและฉลาดถึงสามคน แม่ไม่ได้มีความสุขอะไรมากมายตั้งแต่แต่งงานกับพ่อ แต่แม่ก็ไม่เคยบ่นอะไรเลย พ่อคะ ชาติที่แล้วพ่อคงทำความดีมาเยอะ ชาตินี้ถึงได้แต่งงานกับภรรยาที่ดีอย่างแม่ ที่ทั้งอ่อนโยน สวย และยังขยันขันแข็งด้วย ย่าคะ คิดว่าคุณพ่อควรจะยกแก้วให้คุณแม่ด้วยไหมคะ?"
"ใช่แล้ว ใช่แล้ว ฉางหมิน แกต้องขอบคุณเมียแกดีๆ" ถึงแม้ว่าในใจของแม่เฒ่าจะอึดอัด แต่เธอก็กินของเขาไปแล้ว จึงไม่กล้าพูดอะไรให้เสียบรรยากาศ
หูหลันเยวี่ยรีบพูดต่อจากแม่เฒ่า "พ่อคะ ได้ยินไหมคะ ย่าหนูยังคิดว่าพ่อควรถือโอกาสนี้ขอบคุณแม่หนูดีๆ พ่อก็ควรรีบแสดงออกให้แม่หนูเห็นหน่อยไม่ใช่เหรอคะ?"
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าสิ่งที่แม่เฒ่าทนไม่ได้มากที่สุดก็คือลูกชายกับลูกสะใภ้แสดงความสนิทสนมกันมากเกินไปต่อหน้า เธอจึงตั้งใจที่จะทำให้แม่เฒ่าได้กินอาหารมื้อนี้อย่างไม่สบายใจนั่นเอง