เงียบ...ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ
เมขลาหน้าเสียแล้วก็หันไปบอกสามีว่า “คุณฉันจะปีนเข้าไปดูไอ้รุ้งมันหน่อย คุณช่วยดันฉันหน่อยซิ”
“ผมปีนเองดีกว่าคุณรออยู่นี่แหละ” อติเทพบอกแล้วก็เกาะประตูรั้วเหวี่ยงตัวปีนข้ามไป พอข้ามไปได้เขาก็เดินลิ่วๆไปเปิดประตูบ้าน แล้วก็เดินเข้าไปข้างใน สักพักใหญ่ อติเทพก็ออกมาบอกว่า“ไม่มีใครเลยคุณ”
“ไม่มีได้ไงคุณรถก็จอดอยู่ ประตูรั้วก็ล็อกข้างใน แล้วไอ้รุ้งมันจะไม่อยู่ได้ไงคุณ” เมขลาแว็ดใส่สามี
“งั้นคุณก็เข้ามาดูเองล่ะกัน”อติเทพบอกอย่างอารมณ์เสียที่ถูกภรรยาแว็ดใส่ เมขลาตั้งท่าจะปีน อติเทพรีบห้าม“เดี๋ยวๆ คุณ ไม่ต้องปีนเดี๋ยวผมไขกุญแจให้”
เขาชูลุกกุญแจในมือที่หยิบมาจากโต๊ะรับแขกในบ้านเมขลาชะงัก! แล้วก็สั่งว่า “รีบไขเลยคุณ”
“คร้าบๆ”อติเทพรับคำอย่างประชดนิดๆ เขาไขกุญแจเปิดประตูรั้วแล้วก็ค้อมตัวผายมือเชิญ“เชิญคร้าบเ้าหญิง”
เมขลาค้อนขวับแล้วก็รีบเดินเข้าไปเธอเดินลิ่วๆ เข้าไปในบ้านพลางะโเรียกเพื่อน “ไอ้รุ้งๆๆ แกอยู่ไหน? ไอ้รุ้งๆๆ”
เธอเดินหาเพื่อนทุกห้องทุกซอกทุกมุม แล้วก็เดินหารอบบริเวณบ้าน แต่ก็ไม่เจอรุ้งมณีเลย จนไปถึงหน้าบ้านเธอก็พูดกับสามีว่า“ไม่เจอเลยคุณ”
“ผมบอกแล้วคุณก็ไม่เชื่อผม”อติเทพบอก เมขลาเป็กังวล “แล้วมันหายไปไหนคะ? ข้าวของมันก็อยู่ครบนะคะคุณ”
อติเทพส่ายหน้าอย่างจนปัญญาเมขลายิ่งกังวลหนัก “มันหายไปไหนของมันนะ?”
“เค้าไปหาญาติหรือเพื่อนที่ไหนรึเปล่าคุณ?”อติเทพบอก เมขลาส่ายหน้า “เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ข้าวของมันยังอยู่ครบ รถก็จอดอยู่รองเท้าก็อยู่ มันจะบ้าเดินออกจากบ้านโดยที่ไม่เอาอะไรไปเลยได้ยังไงคะ?แล้วมันมีญาติกับเขาซะที่ไหนล่ะคุณ มันตัวคนเดียวญาติพี่น้องก็ไม่มี เพื่อนมันที่สนิทที่สุดก็ฉันนี่แหละมันจะเป็จะตายจะไปไหนมันต้องบอกฉันก่อน ฉันว่าต้องเกิดเื่กับมันแน่ๆเลยค่ะ”
“ถ้างั้นก็โทรแจ้งตำรวจเถอะคุณ”อติเทพแนะนำ เมขลาพยักหน้าแล้วก็กดโทรศัพท์แจ้งตำรวจอย่างร้อนใจ
ณ วัดบ้านใต้ คนเจ็บทยอยอาการดีขึ้นกันทุกคน ต่างก็สำนึกในบุญคุณของรุ้งมณีที่ช่วยรักษาแผลให้รุ้งมณีช่วยรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยจนเลื่องลือกันไปปากต่อปากว่านางเป็หมอเทวดาเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปก็มีชาวบ้านจากต่างหมู่บ้านต่างเมืองพากันเดินทางมุ่งหน้ามาหาหมอเทวดากันอย่างเนืองแน่นจนพระคุณเ้ากับพวกชาวบ้านต้องช่วยกันสร้างโรงศาลาเพิ่มเพื่อเป็สถานที่รักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วยยิ่งเวลาผ่านไปชื่อเสียงของหมอเทวดาก็ยิ่งขจรขจายออกไปจนกระทั่งล่วงรู้ไปถึงพวกกาสีและชาวเมืองลวปุระ
ณ ค่ายทหารของกองทัพกาสี จ้าวราชคีร์นอนคว่ำบนตั่งครางอย่างเ็ปเพราะปวดแผลกลางหลังทำให้การเคลื่อนทัพชะงักงัน
“หมอมารึยังวะ?”จ้าวราชคฤห์ะโถามทหาร มองน้องชายต่างมารดาอย่างร้อนใจ
“มาแล้วขอรับ”ทหารกราบทูลพร้อมกับผลักหมอหลวงเข้าไป หมอหลวงตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว เพราะหมอหลวงคนก่อนถูกสั่งปะาเสียสิ้นไปแล้วถึง5 คนเพราะมิอาจจะรักษาาแของจ้าวราชคีร์ให้หายได้
“มาแล้วก็รีบเข้ามาซิวะ”จ้าวราชคฤห์สั่ง จ้องหน้าหมอด้วยสายตาดุดัน
“ขอรับ”หมอรีบคลานเข่าเข้าไป จ้าวราชคีร์ร้องครางอย่างเ็ปเกินจะทานทนไหว“โอย...ปวดเหลือเกิน”
หมอตรวจแผลแล้วก็เปลี่ยนยาพอกแผลให้ใหม่พอทำแผลเสร็จแล้วเขาก็กราบทูลต่อจ้าวราชคฤห์ว่า “ข้าเปลี่ยนยาให้ใหม่แล้วขอรับอีกมินานแผลของท่านราชคีร์ก็คงจะทุเลาขอรับ”
จ้าวราชคฤห์ถีบผางเข้าให้“นี่แน่ะยาใหม่ หน๊อย! น้องข้าพอกยาหลายวันแล้วแผลก็ยังมิหายกลับยิ่งบวมมากขึ้นทุกทีๆ”
หมอล้มลงตัวสั่นงันงก
“ทหารเอามันไปตัดหัว!” จ้าวราชคฤห์ทรงะโลั่น หมอก้มลงกราบตัวสั่นงันงก“ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยขอรับ”
จ้าวราชคีร์ได้ยินพี่ชายสั่งฆ่าหมอก็รีบคัดค้านว่า“ไว้ชีวิตมันด้วยเถิดท่านพี่ โอย... มันยังเป็ประโยชน์ต่อกองทัพได้”
จ้าวราชคฤห์มองน้องชายแล้วเหลือบมองหมอหลวงอย่างไม่พอใจ“ก็ได้ ข้าเห็นแก่เ้า ข้าจะไว้ชีวิตมัน เอามันไปขังไว้ก่อน”
“ขอบพระคุณขอรับที่ไว้ชีวิตข้า”หมอกราบปะหลกๆ ด้วยความดีใจที่อย่างน้อยหัวก็ยังมิหลุดจากบ่า แล้วทหารก็รีบเข้าไปลากตัวหมอหลวงออกไป
“โอย...ท่านพี่ข้าปวดเหลือเกิน” จ้าวราชคีร์คราง
“ตามหมอมาเร็วเข้า! น้องข้าปวดแผล” จ้าวราชคฤห์ะโสั่ง ทหารหน้าเสียกราบทูลว่า “มิมีหมอแล้วขอรับ”
“ก็ไปตามมาซิโว้ย!” จ้าวราชคฤห์ตวาดลั่น จ้าวราชคีร์ร้องโอดโอย “โอย...ปวดเหลือเกิน”
แม่ทัพสิลารีบกราบทูลว่า“ข้าได้ยินมาว่าที่เมืองเวสาลีมีหมอเทวดาขอรับ”
“หมอเทวดารึ?”จ้าวราชคฤห์ทวนคำ
“ขอรับ”แม่ทัพสิลาพยักหน้า จ้าวราชคฤห์คิดๆ เวสาลีมิได้ไกลจากที่นี่นัก แล้วก็สั่งว่า“เอ็งไปเตรียมม้ากับทหารฝีมือดีๆ อีก 4 คนสั่งให้พวกมันแต่งกายเยี่ยงชาวลวปุระข้าจะลอบเข้าไปสืบความเื่หมอเทวดาด้วยตัวข้าเอง”
“แต่ว่า...”แม่ทัพสิลาค้าน แต่พอสบตากับดวงตาดุดัน เขาก็หุบปากฉับแล้วก็รับคำสั่งว่า “ขอรับ”
แล้วเขาก็รีบไปเตรียมม้าเตรียมคนตามคำสั่งครั้นพอม้าและคนพร้อมแล้วจ้าวราชคฤห์ก็ลอบออกจากค่ายอย่างลับๆ
1 ชั่วยามต่อมาจ้าวราชคฤห์ก็ขี่ม้าไปถึงเมืองเวสาลีเขาเร่งม้ามิหยุดพักเพราะเป็ห่วงอาการของน้องชาย เมื่อถึงเมืองเวสาลี ก็สั่งให้คนไปสืบความว่าหมอเทวดาอยู่ที่ใด?ระหว่างที่รอก็พักม้าพักคนไปด้วย ครั้นพอได้ความแล้วจ้าวราชคฤห์ก็รีบขี่ม้าตรงไปยังวัดใต้ทันที
ณ วัดใต้ ผู้คนเนืองแน่นเต็มไปหมดดั่งมีงานบุญ จ้าวราชคฤห์หยุดม้าที่ชายป่าห่างจากวัดพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกตของชาวบ้าน
“ที่นั่นรึ?”เขาถามพลางมองไปที่วัด
“ขอรับ”แม่ทัพสีลาทูลตอบ
“ดีงั้นเอ็งไปกับข้า ส่วนคนอื่นรออยู่ที่นี่” จ้าวราชคฤห์สั่งแล้วก็ตวัดตัวลงจากหลังม้าจากนั้นก็เดินไปที่วัด แม่ทัพสิลารีบตวัดตัวลงจากหลังม้าตามไปทันที ส่วนคนอื่นๆก็รออยู่ที่นั่นตามคำสั่ง
จ้าวราชคฤห์เบียดเสียดไปกับผู้คนอย่างกลมกลืนแม่ทัพสิลาก็รีบตามไปคุ้มกัน
“เอ้าเข้าแถวดีๆ นะ อย่าแตกแถว ได้เจอหมอเทวดากันทุกคนแน่ อย่าแย่งกันถ้าใครแตกแถวหมอมิรักษานะโว้ย!” ผู้ชายที่หน้าวัดถือดาบร้องบอกพลางคอยจัดแถวมิให้ผู้คนแย่งกันเข้าไปหาหมอส่วนผู้ชายอีก 2 คนก็คอยคุมแถวพลางแจกน้ำให้ดื่มกินแก้กระหาย
“คนมากยิ่งนักขอรับ”แม่ทัพสิลากระซิบเป็ภาษากาสี
“เอ็งพูดให้เหมือนชาวลวปุระอย่าให้ถูกจับได้เป็อันขาด” จ้าวราชคฤห์กระซิบดุ แม่ทัพสิลาพยักหน้า“คนมากยิ่งนักดั่งมีงานบุญเชียว”
“รึว่าพวกเรามาผิดที่กระมัง?”จ้าวราชคฤห์พูดพลางมองไปรอบๆ
“อย่าแตกแถวๆได้เจอหมอกันทุกคน” เสียงะโบอกเป็ระยะๆ แม่ทัพสิลาก็กระซิบว่า “ไม่ผิดหรอกจ้ะที่นี่แหละจ้ะ”
จ้าวราชคฤห์พยักหน้าแล้วก็เข้าแถวอย่างกลมกลืนกับผู้คน ถึงแม้ว่าในในจะร้อนรนเพียงใดก็จำต้องอดทนเอาไว้เพื่อให้แน่ใจว่าเป็หมอเทวดาอย่างที่ผู้คนร่ำลือกันทั้งสองยืนเข้าแถวอยู่นานมาก นี่ถ้าหากมิใช่เพราะว่าเป็ห่วงน้องชายจ้าวผู้ครองเมืองเช่นเขามิยอมอดทนเช่นนี้แน่ แถวค่อยๆ ขยับเข้าไปทีละหน่อยๆจนกระทั่งเหลืออีกสองคนข้างหน้า จ้าวราชคฤห์ก็ชะเง้อมองอย่างอยากรู้
รุ้งมณีกำลังตรวจคนไข้อยู่ในศาลา
“เป็อะไรมาจ๊ะ?”เธอถามคนไข้
“ข้านะ...หนาว”คนไข้ตอบเสียงสั่น รุ้งมณียกหลังมือแตะหน้าผากและลำคอคนไข้ “ตัวร้อนมากนะ”
แล้วเธอก็ถามว่า“เป็มากี่วันแล้วจ๊ะ?”
“หลายวันแล้วจ้ะแม่หมอแม่ข้าไม่สบายมาหลายวันแล้วจ้ะ” ลูกสาวคนไข้ตอบแทนแม่ สีหน้าทุกข์ร้อน จ้าวราชคฤห์เห็นผู้หญิงในศาลาก็หันไปกระซิบกระซาบกับแม่ทัพสิลาว่า“หมอเทวดาเป็แม่หญิงรึ?”
แม่ทัพสิลาส่ายหน้า“ไม่รู้จ้ะ”
รุ้งมณีถามลูกสาวคนไข้อย่างใจเย็น“หลายวันนี่กี่วันกันแน่จ๊ะ? 2 วัน 3 วันหรือว่า 4 วันหรือ 5 วันจ๊ะ?”
ลูกสาวคนไข้ทำหน้างงแล้วก็บอกว่า“ั้แ่หลังวันพระจ้ะ”
รุ้งมณีถอนหายใจแล้วเธอก็หันไปหยิบกระดานข้างหลังขึ้นมาดูพลางนับนิ้ว “4 วันแล้ว”
จ้าวราชคฤห์เห็นหมอเทวดาดูกระดานชนวนก็รู้สึกประหลาดใจที่แม่หญิงผู้นี้อ่านอักขระได้ด้วยรึ?
รุ้งมณีวางกระดานลงแล้วก็ถามต่อว่า“เป็ไข้แล้วรู้สึกหนาวอย่างนี้มากี่วันแล้วจ๊ะ?”
ทั้งคนไข้และลูกสาวทำหน้างงๆมิรู้จะตอบหมอว่าอย่างไรดี “มิรู้จ้ะ”
รุ้งมณีถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่คนไข้ไม่สามารถบอกอาการของตัวเองได้อย่างถูกต้องอย่างที่เธอ้าครั้นเมื่อสบตากับคนไข้ซึ่งทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธอก็นึกสงสาร
“น้องแดงจ๊ะพาป้าคนนี้ไปนอนรอที่ศาลานั่นก่อนก็แล้วกัน แล้วก็คอยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวบ่อยๆ นะจ๊ะแล้วก็หายาลดไข้ให้กินด้วยนะจ๊ะ” เธอสั่งแดง แดงลุกขึ้นแล้วก็พาคนไข้ไปนอนรอที่ศาลาข้างหลังรุ้งมณีหันไปทางแถวคนไข้แล้วก็กวักมือ “เข้ามาจ้ะ”
ผู้ชายที่ยืนคุมหัวแถวก็ดันคนไข้คนต่อไปให้เข้าไปหาหมอ“เข้าไปซิ”
ญาติคนเจ็บรีบหามคนเจ็บเข้าไปหาหมอทันที
“โอย...ช่วยข้าด้วย”คนเจ็บครางอย่างเ็ป รุ้งมณีเห็นคนไข้แล้วก็ใเพราะคนเจ็บเอามือกุมไหล่เืไหลแดงฉานไปหมด “นั่นไปโดนอะไรมา?”
“โอย...ข้าโดนมีดฟันเมื่อเช้าจ้ะ”คนเจ็บบอก พอได้ยินคำตอบรุ้งมณีก็ดุคนเจ็บว่า “โดนฟันั้แ่เช้าแล้วทำไมถึงเพิ่งพามา!”
เธอจับมือคนเจ็บออกเพื่อดูแผล
“ก็พวกข้างหน้าเขาบอกว่าให้เข้าแถวถ้าไม่เข้าแถวหมอจะไม่รักษาจ้ะ” ญาติคนเจ็บบอก รุ้งมณีถอนหายใจเฮือกๆ อย่างเหนื่อยใจนี่ถ้าหากทุกคนอ่านหนังสือออกก็คงจะดี เธอจะได้ติดป้ายประกาศบอกลำดับการรักษาซะเลยทำเหมือนอย่างโรงพยาบาลในยุคของเธอ แล้วเธอก็บอกว่า “คราวหน้าไม่ต้องรอเข้าแถวนะเจ็บขนาดนี้รีบพามาเลย มัวรอเข้าแถวเกิดตายไปจะทำยังไงล่ะ”
คนเจ็บส่ายหน้า“โอย...มิมีคราวหน้าแล้วจ้ะ โอย...”
รุ้งมณีนึกขำแล้วเธอก็หันไปสั่งเงินกับมากว่า “ลุงจ๊ะ เตรียมเย็บแผลจ้ะ”
แล้วเธอก็เดินไปล้างมือ
“จ้ะแม่รุ้ง”เงินรับรู้แล้วก็รีบหันไปเตรียมอุปกรณ์ในการเย็บแผลส่วนมากก็ลุกไปเอาน้ำร้อนมาเทใส่อ่าง รุ้งมณีชี้ไปที่แคร่แล้วก็บอกว่า“หามไปที่แคร่นั่นเลยจ้ะ”
ญาติคนเจ็บก็ช่วยกันหามคนเจ็บไปที่แคร่ตามคำสั่งหมอบรรดาผู้ช่วยก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือคนหนึ่งจับคนเจ็บนอนลงแล้วเอาผ้าชุบน้ำเช็ดเื อีกคนก็เอาผ้าให้คนเจ็บกัดไว้แล้วก็จัดแจงมัดคนเจ็บไว้กับแคร่พอเสร็จแล้วก็บอกรุ้งมณีว่า “พร้อมแล้วจ้ะแม่รุ้ง”
รุ้งมณีล้างมือเสร็จก็หันไปหยิบเข็มกับด้ายขึ้นมาเงินกับมากก็ช่วยกันจับตัวคนเจ็บกดไว้กับแคร่กันดิ้น แล้วรุ้งมณีก็ลงมือเย็บแผลให้คนเจ็บ
“อ๊ากกกก...”คนเจ็บร้องเสียงหลง ดิ้นหนี แต่เพราะถูกกดไว้แน่นจึงดิ้นไม่ได้ ญาติคนเจ็บได้แต่ยืนดูอย่างตะลึงปนสยองเคยได้ยินเขาลือกันว่าหมอเทวดารักษาเช่นไรครั้นพอได้มาเห็นเองก็พากันกลัวจนต้องเบือนหน้าหนี รุ้งมณีเย็บแผลอย่างคล่องแคล่วเพียงครู่เดียวเธอก็เย็บแผลเสร็จ พอเย็บแผลพันผ้าเสร็จแล้ว เงินกับมากก็ปล่อยตัวคนเจ็บ
“ตัวใหญ่เสียเปล่าร้องดั่งควายถูกเชือดเชียวนะเอ็ง” มากตบไหล่คนเจ็บข้างที่มิเจ็บ ส่วนเงินก็เอายาแก้ปวดให้คนเจ็บกิน“เอ้า กินยาเสียจะได้มิปวดนัก”
รุ้งมณีหันไปล้างมือพลางบอกว่า“อย่าให้แผลโดนน้ำจนถึงวันพระหน้า พ้นวันพระไปแล้วก็กลับมาหาฉันนะฉันจะตัดด้ายที่เย็บแผลให้”
“โอย...มิต้องมาได้หรือไม่จ๊ะแม่หมออูย...” คนเจ็บถาม
“ไม่ได้! ต้องมาตัดด้ายออก” รุ้งมณีตวาดเสียงดุ
“จ้ะแม่หมอ”คนเจ็บรับคำอย่างกลัวๆ พลางนึกในใจว่า ข่าวที่เขาลือว่าหมอเทวดาใจดี มิจริงเลยสักนิดเขารับถ้วยยาจากเงินไปดื่มแล้วก็เบ้หน้าด้วยความขม
“เอ้าน้ำ” เงินส่งขันน้ำให้ คนเจ็บรีบคว้าขันน้ำไปดื่มแก้ขมอึกๆ รุ้งมณีล้างมือเสร็จแล้วก็หันไปพูดกับญาติคนเจ็บว่า“พาไปนอนที่ศาลาก่อนนะ เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะไปดูแผลให้อีกครั้ง”
ญาติคนเจ็บยกมือไหว้ปะหลกๆ“ขอบใจจ้ะแม่หมอ”
แล้วญาติก็ช่วยกันหามคนเจ็บไปนอนรอตามที่แม่หมอสั่ง
จ้าวราชคฤห์มองวิธีการรักษาอย่างประหลาดใจหันไปถามคนที่ยืนคุมแถวว่า “นั่นแม่หญิงผู้นั้นทำอะไรรึพ่อรูปงาม?”
คนคุมแถวยืดอกอย่างภาคภูมิใจที่ถูกเรียกว่า‘พ่อรูปงาม’แล้วก็ตอบว่า “แม่หมอเย็บแผลให้เ้าคนนั้นอย่างไรล่ะ”
แล้วเขาก็คุยอีกว่า“มิว่าใครโดนฟันมาหนักหนาสาหัสเท่าใดแม่หมอก็รักษาได้หมดแหละ มิใช่เฉพาะไอ้พวกที่โดนฟันมาเท่านั้นนะไอ้พวกที่ป่วยปางตายหามกันมาหาแม่หมออาการร่อแร่แม่หมอยังรักษาจนหายเดินเหินกลับไปเสียนักต่อนักแล้ว”
พอรุ้งมณีกวักมือเรียกคนไข้รายต่อไปคนคุมแถวก็บอกว่า “เอ้า เอ็งไปซิแม่หมอเรียกแล้วนั่น”
จ้าวราชคฤห์พยักหน้ารับแล้วก็เดินไปหาแม่หมอพร้อมกับแม่ทัพสิลารุ้งมณีนั่งที่แคร่ พอคนไข้รายใหม่เข้ามาเธอก็ถามว่า “เป็อะไรมาจ๊ะ?”
จ้าวราชคฤห์จ้องแม่หมออย่างพิจารณาพลางพูดว่า “ตัวข้ามิได้เป็อะไรหรอกแต่น้องข้าเจ็บหนัก ข้าอยากจะให้แม่ไปช่วยรักษาน้องข้าที่ค่าย...เอ้ย! ที่เรือนของข้าน่ะ”
เงินได้ยินเช่นนั้นก็รีบบอกปัดแทนว่า “แม่หมอไปมิได้หรอกพ่อคนเจ็บคนป่วยมารอให้แม่หมอรักษาทุกวันตั้งมากมายก่ายกอง เอ็งมิเห็นรึไงเอ็งกลับไปพาน้องเอ็งมาให้แม่หมอรักษาที่นี่เถอะ”
“ไอ้นี่บังอาจ...” แม่ทัพสิลาตวาด จ้าวราชคฤห์รีบศอกใส่แม่ทัพสิลา “หยุด!”
“อุก!” แม่ทัพสิลาชะงัก! หยุดพูดทันควันรุ้งมณีหันไปดุเงินว่า “เดี๋ยวซิพี่เงิน ฉันยังไม่ได้ถามเขาเลยนะ”
เงินเงียบหน้าจ๋อย รุ้งมณีหันไปพูดกับชายคนนั้นว่า “น้องคุณ...เอ้ย! น้องพ่อป่วยเป็อะไรจ๊ะ?”
“น้องข้าถูกฟันที่หลังาเ็หนักยิ่งนัก” จ้าวราชคฤห์บอก
“พ่อกลับไปพาน้องมาได้ไหมจ๊ะ?” รุ้งมณีถาม
“น้องข้าาเ็หนัก หากพาขึ้นเกวียนมาข้าเกรงว่า...” จ้าวราชคฤห์ชะงัก! มิพูดต่อ รุ้งมณีมองเขาแล้วก็นิ่งคิดเห็นสีหน้าเป็กังวลของญาติคนเจ็บก็อดสงสารไม่ได้ แล้วเธอก็ถามคนคุมแถวว่า“พี่ทองมีใครที่เจ็บหนักอีกไหมจ๊ะ?”
ทองเดินไปดูแถวคนไข้แล้วก็เดินมาบอกว่า “มิมีแล้วจ้ะแม่รุ้ง”
รุ้งมณีพยักหน้ารับรู้แล้วก็บอกว่า“ถ้างั้นพี่ทองให้ใครไปตามป้านากกับแม่ชีมาช่วยดูคนเจ็บคนป่วยก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวฉันกับพี่เงินแล้วก็ลุงมากจะไปดูคนเจ็บสักหน่อยจ้ะ”
แล้วเธอก็หันไปถามชายคนนั้นว่า “บ้าน...เอ้ย!เรือนพ่ออยู่ที่ไหนจ๊ะ? อยู่ไกลไหมจ๊ะ?”
“อยู่มิไกลหรอก” จ้าวราชคฤห์บอก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ