หลังจากเดินวนตลาดมาได้พักนึงหนิงหนิงก็ได้ซื้อพวกเครื่องปรุงเพิ่มมาด้วยอีกนิดหน่อย แล้วก็ผักอีกเล็กน้อย จากนั้นพวกนางก็เดินออกจากตลาดแต่ในขณะที่นางกำลังเดินผ่านโรงขายสัตว์ก็ได้มีลูกแมวตัวนึงวิ่งมาเกาะขานาง
“....” หนิงหนิง ไหนท่านเทพบอกว่ามีแค่สัตว์ป่าไง
หนิงหนิงมองเ้าก้อนกลมๆสีน้ำตาล ที่กำลังเกาะขาของนางอยู่ด้วยความสงสัยเพราะนางไม่คิดว่าเพียงแค่นางเดินอยู่บนถนนดีๆ จะมีลูกแมววิ่งมาเกาะได้
“มิ้วมิ้ว” เสียงลูกแมวที่ยังไม่หย่านมร้องะโออกมาอย่างออดอ้อนทำเอาคนเป็ทาสหมาแมวอย่างหนิงหนิงใจละลาย ก่อนนางจะก้มลงไปอุ้มมันขึ้นมา
“หืมเ้าตัวเล็กอยากไปอยู่กับข้าหรือ”เด็กสาวเอ่ยเสียงหวาน จนทำให้หนิงหลงรู้สึกขนลุกกับเสียงของผู้เป็พี่
“....” หนิงหลง พี่สาวข้าท่านพูดอย่างงี้ก็เป็หรือ
“มิ้ววว”เสียงเล็กๆ ร้องออกมาด้วยความยินดี พร้อมกับเอาหัวถูไถนางอย่างออดอ้อนนั้นมันทำให้หนิงหนิงใจละลาย ถึงแม้เ้าแมวนี่จะยังเล็กไปน้อยแต่หนิงหนิงก็พอจะมองออกว่ามันต้องไม่ใช่แมวบ้านแน่นอนและดูจากสภาพมอมแมมและผอมแห้งของมันแล้วก็ยิ่งทำให้นางมั่นใจมากขึ้นว่ามันต้องไม่มีเ้าของ
“งั้นก็ดีกลับกันเถอะเสี่ยวหลง” หนิงหนิงหันไปบอกน้องชายพร้อมกับกอดแมวไว้ในอ้อมแขน
“ขอรับพี่หญิง”หนิงหลงมองลูกแมวในอ้อมกอดด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาเองก็ชอบแมวเหมือนกัน
ในระหว่างที่สองพี่น้องกำลังเดินกลับไปจุดขึ้นเกวียนในจังหวะที่เด็กสาวกำลังเดินผ่าน นางก็ได้เดินสวนกับสาวงามคนนึงจนทำให้เด็กสาวต้องหันไปมองคนผู้นั้น
“.....” เด็กสาวหันไปมองด้านหลังอย่าลืมตัว
“พี่หญิงท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ”
“หืมป่าวหรอกไม่มีอะไรพวกเรารีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกเรายังต้องไปช่วยงานที่บ้านท่านปู่ชุนอีก”
“ขอรับ”
.
.
ทั้งสองคนกลับถึงบ้านใน่ปลายยามเว่ย(13:00-14:59)เมื่อมาถึงบ้านพวกเขาก็เอาของไปเก็บแล้วไปบ้านท่านหมอชุนต่อส่วนแมวน้อยนั้นนางก็ปล่อยให้มันวิ่งเล่นอยู่ในบ้านไปก่อนเพราะตอนนี้มีเื่ที่สำคัญกว่าคือ บ้านของท่านหมอชุนกำลังจัดเลี้ยงหมูป่าอยู่ซึ่งก็เป็หมูป่าที่นางล่ามาได้เมื่อวันก่อน
แต่เพราะกลัวว่าจะมีคนไม่เชื่อนางเลยเอาไปให้ท่านหมอชุนจัดการ ถึงยังไงในตอนนั้นก็มีชุนหยางจื่ออยู่ด้วยนางจึงอ้างว่าเป็ฝีมือเขาได้ด้วยเหตุนี้เองหนิงหนิงจึงได้โยนเื่ยุ่งยากอย่างการจัดงานเลี้ยงไปให้บ้านชุนส่วนตัวเองก็ปลอมตัวเป็ชาวบ้านไปช่วยงานนิดๆ หน่อยๆ พอซึ่งเมื่อทั้งคู่ไปถึงก็ถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยงพอดี
หนิงหนิง:งานยุ่งยากอย่างการจัดงานเลี้ยงนั้น อย่าได้มาใช้นางเชียว เดี๋ยวมันจะกลายเป็งานเก็บกวาดแทน
“พวกเ้ามากันแล้วรึ”หยางจื่อที่กำลังทำหน้าที่รับแขกอยู่เอ่ยทักสองพี่น้องที่กำลังเดินเข้ามาในลานบ้าน
“พี่หยางจื่อ/พี่ชุน”
“มาแล้วก็เข้ามาก่อนเถอะเดี๋ยวข้าจะพาไปที่โต๊ะเอง”พูดจบร่างสูงของหยางจื่อก็นำทางสองพี่น้องไปนั่งที่โต๊ะของเขาที่โต๊ะนั้นนอกจากท่านหมอชุนแล้ว ก็ยังมีหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ด้วย
หัวหน้าหมู่บ้านซีซานหรือจางไห่หลินเขาเป็อดีตทหารผ่านศึกที่มีชีวิตรอดจากาครั้งใหญ่เมื่อสี่ปีที่แล้วซึ่งหลังจากที่รอดมาจากาได้เขาก็กลับบ้านมารับ่ต่อตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านจากพ่อของเขาซึ่งก็คือผู้เฒ่าจางที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่านหมอชุน
“ท่านปู่ชุนท่านปู่จาง หัวหน้าหมู่บ้านสวัสดีเ้าค่ะ/สวัสดีขอรับ”ทั้งสองคนเอ่ยทักทายผู้ใหญ่เบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ทั้งสองคนกลับมาจากตัวเมืองแล้วรึเป็ไงบ้างไปเที่ยวเมืองครั้งแรกสนุกหรือไม่” ท่านหมอชุนเอ่ยถามสองพี่น้องก่อนจะเรียกให้พวกเขามานั่งข้างตน
“ก็สนุกดีเ้าค่ะมีของขายเต็มไปหมด” หนิงหนิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนคนฟังได้แต่คิดว่านางสนุกจริงๆ หรือ
“แล้วเ้าละสนุกหรือไม่เสี่ยวหนิง”ท่านหมอชุนหันไปเอ่ยถามเด็กน้อยบ้าง
“ก็ดีขอรับ”หนิงหลงเอ่ยเสียงเรียบไม่ต่างจากคนพี่
“....” ท่านหมอชุน เหตุใดสองพี่น้องนี่ถึงได้เหมือนกันขนาดนี้นะ
“เสี่ยวหนิง”หัวหน้าหมู่บ้านเรียกหนิงหนิง หากแต่..
“เ้าค่ะ/ขอรับ”
“....” หัวหน้าบ้าน อ่านี่เขาลืมไปได้อย่างไรกันว่าพวกนางมีชื่อคล้ายกัน
“อะแฮ่มลุงหมายถึงหนิงหนิงนะ เ้าสบายดีหรือไม่” หัวหน้าหมู่บ้านจางแก้ตัวใหม่โดยการเรียกชื่อของหนิงหนิง
“ข้าสบายดีขอบคุณที่เป็ห่วงเ้าค่ะ”หนิงหนิงยังคงตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย
หนิงหนิง:สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือรอยยิ้มการค้า
“ดีแล้วที่เ้าสบายดีคือลุงต้องขอโทษแทนบุตรสาวของลุงด้วยนะหนิงหนิง”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะอีกอย่างเื่นี้เองข้าก็เป็คนผิดมาั้แ่ต้น ดังนั้นท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษบุตรสาวของท่านเลยเ้าค่ะ”
“หนิงหนิง”หัวหน้าหมู่บ้านเรียกชื่อนางด้วยเสียงอ่อน
เมื่อเห็นว่าแม่นางน้อยเบื้องหน้าไม่ได้มีท่าทีโกรธหรือว่าหงุดหงิดกลับกันเขากลับััได้ว่านางนั้นดูเปลี่ยนไปน้ำเสียงของนางในยามที่พูดก็อ่อนหวานไม่มีท่าทีเกรี้ยวกราดเหมือนดังเช่นทุกครั้งก็ทำให้เขาเริ่มเชื่อข่าวเื่ที่นางความจำเสื่อมขึ้นมาบ้าง
“ว่าแต่ท่านลุงพรุ่งนี้ท่านพอจะมีเวลาว่างหรือไม่เ้าคะ”
“หืมหนิงหนิงมีเื่ธุระอะไรกับลุงหรือ”
“คือเื่นี้ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ได้หรือไม่เ้าคะ”
เมื่อได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้นหัวหน้าหมู่บ้านจางก็คิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตกลงส่วนเด็กสาวก็ถอดหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาสนใจอาหารเบื้องหน้าบ้างซึ่งอาหารบนโต๊ะก็เต็มไปสารพัดเมนูหมู แล้วก็เมนูผักอีกเล็กน้อย
“....” หนิงหนิง หมดนี้มันกี่แคลกันนะ
นางมองอาหารมากมายบนโต๊ะที่ส่วนใหญ่จะเป็เมนูตุ๋นแล้วได้กลืนน้ำลายลงคอ บอกตามตรงนางเองก็ไม่ได้กินเมนูนี้มานานแล้วถ้ากินสักหน่อยคงจะไม่อ้วนหรอกมั้งว่าแล้วนางก็เริ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นเนื้อหมูตุ๋นขึ้นมากินบ้าง
รสชาติกลมกล่อมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นของเครื่องเทศเนื้อหมูตุ๋นทำเอาคนที่ปากบอกว่าจะกินแค่นิดเดียว ก็ซัดข้าวไปถึงสองชามเต็มซึ่งมันก็ทำให้ผู้ใหญ่บนโต๊ะได้มองนางด้วยความเอ็นดูและคิดว่าคงเป็เพราะพวกนางไม่ได้กินเนื้อมานานจึงกินเยอะเป็พิเศษส่วนน้องชายนั้นก็ได้แต่สงสัยว่าพี่สาวของตนยังกินไหวอยู่รึ แล้วซาลาเปากับบะหมี่ละนางเอาไปไว้ที่ใดกัน
“....” หนิงหลง ท่านพี่เอาซาลาเปากับบะหมี่ไปยัดไว้ที่ใดกัน
“>_<” หนิงหนิง อร่อยยยย
.
.
ตกเย็นยามโหย่ว(17:00-18:59)
หนิงหนิงที่พึ่งไปช่วยเหล่าป้าในห้องครัวล้างจานเสร็จก็กำลังเดินไปที่ลานหน้าบ้าน เด็กสาวที่กำลังเดินตรงไปข้างหน้า ก็ได้ชนเข้ากับพี่สาวคนงามที่นางได้เจอเมื่อ่บ่ายในจังหวะที่นางกำลังเห็นพี่สาวกำลังจะล้มแล้ว นางก็รีบเอื้อมมือไปคว้าเอวพี่สาวไว้เพื่อรั้งไม่ให้เ้าตัวล้ม จึงทำให้ทั้งสองอยู่ในท่าคล้ายท่าเต้นลีลาศท่าหนึ่ง
ตาสองคู่มองประสานกันใบหน้างามล้ำราวกับบุปผาแรกแย้มของคนงามทำให้หนิงหนิงผู้ชื่นชอบความสวยงามตกอยู่ในภวังค์ สันจมูกโด่งคมชัดคิ้วเข้มงามดังกระบี่ ดวงตาสีนิลงามดังเมล็ดซิ่ง มีไฝเม็ดเล็กๆ ตรงใต้ตาข้างซ้ายริมฝีปากอวบอิ่มแดงคล้ายผลอิงเถา (เชอรี่) รูปร่างผอมเพรียว
เรียกได้ว่าคนตรงหน้านั้นงามมากงามจนเหมือนออกมาจากภาพวาดโบราณที่นางเคยเห็น ทำเอาหนิงหนิงที่เคยเห็นดาราสวยๆมาแล้วหลายคน ต้องยอมแพ้ให้กับคนงามในอ้อมแขนของนางหากแต่เมื่อนางเบนสายตาไปที่ชุดที่พี่สาวคนงามสวมอยู่...
“...?” หนิงหนิง ทำไมถึงใส่ชุดผู้ชาย
“แม่นางข้าไม่เป็อะไรแล้วช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่-///-” พี่สาวคนงามพูดด้วยใบหน้าเขินอายน้ำเสียงอันไพเราะเหมือนพิณ ดังออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ใบงามแดงคล้ายผลผิงกั่ว(แอปเปิ้ล) ทำเอาเด็กสาวตกหลุมรักเข้าอย่างจัง
“ขะขอโทษที่เสียมารยาทเ้าค่ะ” หนิงหนิงเอ่ยขอโทษแล้วก็รีบช่วยให้พี่สาวคนงามยืนตัวตรงแล้วนางก็ถอยออกห่างเล็กน้อย พร้อมกับก้มหน้าลงไม่กล้ามองอีกฝ่าย
หนิงหนิง:อ้ากกพี่สาวสวยจังงง
“ขอบคุณที่ช่วย”เสียงอันไพเราะของพี่สาวดึงสติที่กำลังหลุดลอยของเด็กสาวให้กลับมา
“มะไม่ต้องขอบคุณหรอกเ้าค่ะเป็ข้าเองที่เดินไม่ดูทาง จึงได้ไปชนพี่เข้า”
“ไม่ไม่ทางนี้ต่างหากที่ไม่ระวังยังไงก็ต้องขอบคุณแม่นางอีกครั้งที่ช่วยข้าไว้” พี่สาวคนงามเอ่ยขอบคุณหนิงหนิง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ>///<”อ้ากกก เสียงของพี่สาวเพราะจัง หนิงหนิงคิดในใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพี่คนงามให้ชัดๆ อีกรอบ แล้วนางก็ได้แต่สะบัดในใจว่านี่มันลูกรักพระเ้าเพราะคนเบื้องหน้านั้นช่างงามเหลือเกิน
“....” พี่คนงาม แม่นางน้อยเป็อะไรน่ะ
“>-<” หนิงหนิง พี่สาวสวยจัง
“หากแม่นางไม่มีธุระอะไรแล้วข้าต้องขอตัวก่อนนะ”
“อ่ะอ่าเชิญค่ะพี่สาวคนงาม” ว่าจบหนิงหนิงก็ขยับหลีกทางให้อีกฝ่ายเดิน
“ขอบคุณเพียงแต่ข้าไม่ชะ-”
“พี่หญิงได้เวลากลับแล้วนะขอรับ”ก่อนที่คนงามจะได้เอ่ยจบหนิงหลงก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนร่างเล็กจ้องมองใบหน้าเคลิบเคลิ้มของผู้เป็พี่ด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองอีกคนที่อยู่ด้วยเขาก็เห็นเพียงแค่แผ่นหลังของบุรุษผู้นึงที่ไม่ได้สูงมากนักเพราะอีกฝ่ายสูงเลยพี่สาวเขาไปแค่หน่อยเดียว
“....” หนิงหลง คงมิใช่นางจะตกหลุมรักเขาหรอกใช่ไหม
“เสี่ยวหลงเองหรือว่าแต่เตรียมของเสร็จแล้วรึ?” หนิงหนิงที่ได้ยินเสียงของน้องชายก็หันไปถาม
“เสร็จแล้วขอรับพี่หยางจื่อให้มาตามท่าน”
“อืมพี่จะไปเดี๋ยวนี้แหละพี่สาวคนงามไว้เจอกันใหม่นะเ้าคะ”หนิงหนิงบอกลาพี่สาวคนงามเสร็จแล้วก็วิ่งไปหาน้องชายทิ้งไว้แต่คนที่พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง ได้แต่มองตามหลัง
“....” พี่คนงาม ข้าไม่ใช่พี่สาวสักหน่อย...
.
.
.
ตัดมาที่สองพี่น้องที่กลับมาถึงบ้านแล้วและกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการเนื้อหมูป่าอยู่
“ทะท่านเหตุใดถึงมองข้าแบบนั่นละขอรับ”หนิงหลงที่กำลังล้างมือหลังจากจัดการหมักเนื้อเสร็จ เอ่ยถามพี่สาวของตนเมื่อเห็นว่านางเอาแต่จ้องเขาด้วยสายตาแปลก
“อื้อ...อาหลงหากเ้าอยากใส่ชุดสตรีก็บอกพี่ได้นะ”
หนิงหนิงที่สรุปได้แล้วว่าทำไมพี่สาวคนงามถึงใส่ชุดผู้ชายก็พูดกับน้องชายบ้าง เพราะนางคิดว่าในยุคนี้มันคงเป็ที่ยอมรับได้ยากหากจะมีคนอยากแต่งหญิงแต่งชายบ้างหรือชอบไม้ป่าเดียวกัน นางจึงบอกน้องชายอย่างอ้อมๆ ว่าไม่ว่าเขาจะเป็อะไรนางก็จะสนับสนุนเอง
“หาท่านบ้าไปแล้วหรือข้าเป็บุรุษนะ ข้าไม่ใส่หรอกชุดสตรีน่ะ”หนิงหลงผู้ไม่เข้าใจความหมายแฝงของพี่สาว ก็บอกปัดอย่างไม่ไยดี
หนิงหลงมองพี่สาวของตนด้วยความไม่วางใจเพราะสายตาที่นางจ้องเขานั้น มันทำเอาเขาต้องเอามือมาบังตัวเองโดยอัตโนมัติส่วนคนมองก็คิดว่าบางทีน้องชายคงเด็กเกินกว่าจะเข้าใจจึงเอามือขึ้นมาตบไหล่เขาเบาๆ
“ไม่เป็ไรหรอกหากวันนึงเ้าเกิดอยากใส่ขึ้นมาก็บอกพี่ได้นะไม่ต้องอาย” หนิงหนิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“....” หนิงหลง พี่สาวของเขาคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ
.
อีกด้านนึงท่านเทพแห่งโชคชะตาผู้ซึ่งลืมไปแล้วว่านอกจากพรสองข้อแล้วตนยังได้ส่งของขวัญไปให้หนิงหนิงด้วยอีกสองสามอย่างก็กำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า มหาเทพผู้ปกครอง์
โรงละคร
ท่านเทพ:ท่านมหาเทพเื่นี้ข้ายอมรับผิดแต่โดยดีขอรับ
มหาเทพ:ย่อมต้องเป็เช่นนั้น หากแต่ของชดเชยมันไม่แปลกไปหน่อยรึ
ท่านเทพ:แต่มหาเทพท่านก็รู้ว่าโลกใบนั้นหาได้มีอันตรายต่อนางไม่ดังนั้นข้าจึงคิดเพียงเท่านี้ก็น่าเพียงพอแล้ว
มหาเทพ:นั้นก็จริงแต่ข้าเราควรเพิ่มของชดเชยอีกหน่อย
ท่านเทพ:ถ้าเช่นนั้นท่านจะเพิ่มอะไรอีกหรือขอรับ
มหาเทพ:ยกป่าพื้นนั้นให้นางเป็อย่างไร มิใช่ว่านางชอบพวกต้นไม้หรือ
ท่านเทพ:สมกับที่เป็ท่านมหาเทพข้าน้อยเองก็ลืมคิดเื่นี้ไป
มหาเทพ:แน่นอนเพราะข้าคือมหาเทพอย่างไรละ
ท่านเทพ:………
ด้วยเหตุนี้เองหนิงหนิงจึงได้กลายเป็เ้าคนใหม่ของูเาหลังบ้านหากแต่ไม่ว่าจะมหาเทพหรือท่านเทพก็ไม่มีผู้ใดบอกเื่กับนางเลยจนทำให้เ้าของคนใหม่อย่างหนิงหนิงได้แต่กุมขมับทุกครั้งที่เข้าป่า....
หนิงหนิง:นี่มันเื่บ้าอะไรอีกเนี้ยยยย