สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 43 เรื่องราวของอาร์เซีย (2)

    "สุดยอด... สมกับเป็นสถาบันที่อยู่ในยุคสมัยนี้จริง ๆ"


    ฉันกวาดสายตามองอาคารหินสีขาวสูงตระหง่านตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งแกมประหลาดใจ ถึงแม้จะเคยได้ยินชื่อเสียงเกริกไกรของสถาบันลูนาเรียมาบ้างแล้ว 


    แต่การได้มาเห็นด้วยตาตัวเองนั้นให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง หอคอยที่ทอดตัวเสียดฟ้า วงเวทซับซ้อนที่ฝังอยู่ตามแนวผนัง และระบบเวทมนตร์แปลกตาที่ไม่เคยเห็นในยุคสมัยของฉัน หากเอาที่นี่ไปเทียบกับพระราชวังบางแห่งในอดีต... บอกได้เลยว่าไม่ได้ดูด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด


    ฉันถอนหายใจเบา ๆ ห้าร้อยปีผ่านไป... โลกใบนี้เปลี่ยนไปไกลโขจริง ๆ


    หลังจากผ่านการทดสอบและถูกจัดให้อยู่ในห้องเรียนพิเศษ ฉันก็เดินตามทางเดินจนมาหยุดอยู่หน้าบานประตูไม้บานใหญ่ ปลายสายนิ้วแตะลงบนลูกบิดเบา ๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผลักประตูเปิดออก


    สิ่งแรกที่ปะทะเข้าใส่ไม่ใช่เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ้าว แต่เป็นบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากคนในห้อง นักเรียนแต่ละคนภายในห้องนี้... ไม่มีใครธรรมดาเลยสักคน สัญชาตญาณของนักดาบที่ผ่านสนามรบส่งเสียงเตือนทันที เด็กพวกนี้ต่างมีบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งมานาหนาแน่น ทั้งพลังชีวิตแกร่งกล้าดั่งสัตว์ป่า


    ฉันกวาดสายตาสำรวจไปรอบห้อง ก่อนที่ดวงตาจะไปสะดุดเข้ากับเด็กสาวเรือนผมสีทองอ่อนยาวสลวย ใบหน้าสวยงามสง่างามและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ท่าทีสุภาพแต่ไม่อ่อนแอ... ความรู้สึกบางอย่างชวนให้คุ้นเคยอย่างประหลาด


    ...อ่า จำได้แล้ว

    บรรยากาศแบบนั้น ช่างเหมือนกับ "พี่" ไม่มีผิดเพี้ยน—ผู้ที่ได้รับการยอมรับจาก "ดาบศักดิ์สิทธิ์"


    ทายาทตระกูลดูแซลเบลด์งั้นเหรอ? ไม่อยากเชื่อว่าจะได้พบผู้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบันในสถานที่แบบนี้ โลกใบนี้ช่างแคบจริง ๆ


    ในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปทักทาย—


     ฟุ่บ!


     กระแสพลังศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศผ่านหน้าฉันไปอย่างเฉียดฉิว ทว่าเป้าหมายกลับไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเด็กหนุ่มผมสีแดงที่นั่งอยู่ไม่ไกล!


    ทันใดนั้น พลังงานมืดมิดสายหนึ่งก็ระเบิดทะลักออกมาปะทะกลางอากาศดัง


     ตูม!!


    ฉันหรี่ตาลง

    อะไรกัน?

    มานาของชายคนนั้น...เป็นเนโครแมนเซอร์

    ไม่สิ...

    ฉันเคยต่อสู้กับเนโครแมนเซอร์มานับไม่ถ้วนในชีวิตก่อน

    ฉันเคยเผชิญหน้ากับพวกที่ควบคุมศพนับหมื่น

    เคยต่อสู้กับผู้ใช้เวทต้องห้ามที่สามารถเปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นสุสาน

    แต่พลังของเด็กคนนี้...


    กลับทำให้ฉันรู้สึกน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้น

    มันไม่ได้เป็นเพียงพลังของเนโครแมนเซอร์

    มีบางอย่างซ่อนอยู่ลึกกว่านั้น

    ฉันยังไม่ทันได้วิเคราะห์มากกว่านี้ ก็หันไปมองเด็กสาวที่เป็นคนปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์


    ปริมาณพลังไม่ได้มากมายอะไร

    แต่ความบริสุทธิ์...

    บริสุทธิ์จนน่าตกใจ

    แม้แต่นักบุญที่ฉันเคยพบในยุคของฉันก็ยังไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ถึงระดับนี้

    นี่มันยุคแบบไหนกัน?

    ห้าร้อยปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย?

    ขณะที่ฉันกำลังพยายามประมวลผลข้อมูลทั้งหมด—

    ก่อนจะได้คำตอบ ประตูห้องก็เปิดอ้าพร้อมเสียงทักทายสดใส 


    "สวัสดีค่ะทุกคน!"

    เสียงสดใสร่าเริงดังขึ้น

    ฉันหันไปมอง

    เด็กสาวผมสีเขียวตัวเล็กเดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง ตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ดวงตาสดใส

    น้ำเสียงเป็นมิตร

    ถ้าพูดตามรูปลักษณ์...

    น่ารัก

    น่ารักมากด้วย

    แต่—


    ขนทั่วทั้งร่างกายของฉันกลับลุกชันขึ้นมาในทันที

    ฉันจำเธอได้

    ไม่มีทางลืม เมลินดา กรีนเวลล์

    แม่มดแห่งป่ากรีนเวลล์ มารดาแห่งเหล่าเงาอสูร

    หนึ่งในบุคคลที่ฉันเคยพบในยุคก่อน

    ผู้หญิงคนนี้เคยทำลายประเทศหนึ่งจนราบคาบ

    เพียงเพราะพวกมันไปยั่วยุเธอ

    ตอนนั้นฉันยังจำได้ดี ประเทศที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่

    กองทัพนับหมื่น นักเวทระดับสูงจำนวนมาก

    กำแพงเมืองที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดนั้น...

    หายไปในเวลาไม่กี่วัน

    และคนที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมด—

    กำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

    พร้อมรอยยิ้มสดใส


    "เอาล่ะค่ะทุกคน วันนี้ครูจะเป็นคนดูแลพวกเธอเองนะคะ!"

    ...

    เดี๋ยวนะ

    คนแบบนี้มาเป็นอาจารย์เนี่ยนะ?

    ฉันมองเมลินดาตั้งแต่หัวจรดเท้า

    เธอพูดจาน่ารัก ยิ้มง่าย

    แถมยังทำตัวเหมือนอาจารย์สาวธรรมดา ๆ

    นี่เธอปิดบังตัวตนเอาไว้?

    หรือชื่อเสียงในอดีตของเธอลบเลือนไปตามกาลเวลาแล้ว?

    ฉันกวาดสายตามองนักเรียนคนอื่น

    ไม่มีใครดูเหมือนจะรู้จักเธอ

    ไม่มีใครหวาดกลัว

    ไม่มีใครแสดงท่าทีผิดปกติ

    มีเพียงฉันคนเดียวที่กำลังคิดว่า—

    ทำไมแม่มดที่เคยทำลายประเทศถึงมายืนทำตัวน่ารักอยู่ตรงนี้ได้กันละเนี่ย? ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ

    และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ...

    ฉันยังต้องทำตัวเหมือนเด็กสาววัยสิบหกธรรมดาอีก

    ฉันถอนหายใจในใจ

    เอาเถอะ

    อย่าคิดมาก

    อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำอะไร

    ในตอนนี้

    หลังจากนั้น เมลินดาก็พาพวกเราออกไปสำรวจสถาบัน

    เธอพูดเร็วมาก

    ห้องเรียน ห้องทดลองเวทมนตร์ ห้องสมุด ห้องพักอาจารย์

    หอคอย พื้นที่กิจกรรม

    ทุกอย่างดูใหม่ไปหมดสำหรับฉัน

    หลายอย่างเป็นเทคโนโลยีเวทมนตร์ที่ในยุคของฉันยังไม่มี

    บางครั้งฉันถึงกับต้องพยายามเก็บสีหน้าไม่ให้ดูตื่นเต้นจนเกินไป


    โลกเปลี่ยนไปจริง ๆ

    แต่ในขณะเดียวกัน...

    ก็ยังมีบางสิ่งที่เหมือนเดิม

    ดาบ

    เวทมนตร์

    การฝึกฝน

    มนุษย์ที่พยายามก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

    สุดท้ายพวกเราก็มาถึงห้องฝึกขนาดใหญ่

    เมลินดาอธิบายเรื่องต่าง ๆ ก่อนเปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกอาวุธ


    ฉันเดินไปยังชั้นวางดาบ

    หยิบดาบฝึกขึ้นมา

    น้ำหนัก...สมดุล...วัสดุ...ใช้ได้

    ไม่เลวเลย สมกับเป็นสถาบันชั้นนำ

    เมลินดามองพวกเราแล้วพูดขึ้น


    "ไหน ๆ ก็อยู่ในห้องฝึกแล้ว..."


    เธอยิ้ม


    "มีใครสนใจอยากประลองเพื่อทำความรู้จักเพื่อนร่วมชั้นกันหน่อยไหมคะ?"


    เงียบ


    เงียบสนิท


    ฉันมองไปรอบ ๆ

    ไม่มีใครก้าวออกมา

    เด็กสมัยนี้นี่ไม่มีความกล้ากันเลยหรือไง?

    เมื่อก่อนถ้ามีคนชวนประลองแบบนี้ ป่านนี้คงมีคนแย่งกันออกมาแล้ว


    ฉันกำลังจะก้าวออกไป—


    "ฉันเอง"


    เสียงหนึ่งดังขึ้น

    ฉันหันไป

    เด็กสาวคนนั้น ผู้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์

    เธอก้าวออกมาข้างหน้า


    ฉันยิ้ม


    ดีนี่


    อย่างน้อยก็ยังมีคนที่กล้า

    หวังว่าจะสนุกนะ

    เมลินดามองพวกเราสองคน


    "งั้นคนที่จะสู้คือ อาร์เซีย ลูมินา กับ เอเลน่า ดูแซลเบลด์ สินะ!"


    เอเลน่า...

    ชื่อของเธอสินะ


    ฉันจับดาบแน่นขึ้นเล็กน้อย

    น่าสนใจ

    อยากรู้จริง ๆ ว่าผู้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์ในยุคนี้มีฝีมือแค่ไหน


    พวกเราเดินเข้าสู่สนาม

    เอเลน่าถือดาบด้วยท่าทางมั่นคง


    ดี

    ท่ายืนไม่เลว

    ส่วนฉัน...


    พยายามทำตัวให้เหมือนเด็กสาวที่เพิ่งเริ่มฝึกดาบ

    มันน่าอึดอัดชะมัด

    ฉันต้องระวังไม่ให้ร่างกายขยับตามสัญชาตญาณเดิมมากเกินไป


    ไม่อย่างนั้นความลับคงแตกตั้งแต่วันแรก

    เมลินดยกมือขึ้น


    "เริ่มได้!"


    ในวินาทีเดียวกัน—

    เอเลน่าพุ่งเข้ามา


    เร็ว


    ฉันยกดาบขึ้น


    เคร้ง!


    แรงปะทะส่งเสียงสะท้อนไปทั่วสนาม


    เธอฟันต่อทันที


    ฉับ!


    ฉันก้าวหลบ


    หมุนข้อมือ


    ปัดคมดาบออก


    เคร้ง!


    รวดเร็ว


    รุนแรง


    แต่...


    ซื่อตรงเกินไป


    ฉันอ่านจังหวะของเธอได้ง่ายมาก


    เอเลน่าหมุนตัวแล้วฟันจากอีกด้าน


    ฉันก้าวหลบเพียงครึ่งก้าว


    คมดาบเฉียดผ่านหน้า


    จากนั้นฉันสวนกลับ


    เธอก้มตัวหลบได้ทัน


    ดี


    อย่างน้อยก็ไม่ได้อ่อนแอ


    ทั้งสองคนถอยออกจากกัน


    เอเลน่ายิ้ม


    "ฝีมือดีนี่"


    "เธอก็เหมือนกัน"


    ฉันตอบ


    จากนั้นพวกเราก็พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง


    เคร้ง!


    เคร้ง!


    เคร้ง!


    การต่อสู้ดำเนินต่อไป


    เอเลน่าเริ่มเปลี่ยนจังหวะ


    การโจมตีมีระบบมากขึ้น


    เธอกำลังพยายามบีบพื้นที่ของฉัน

    ถ้าเป็นเด็กสาวทั่วไปคงรับมือยาก

    แต่สำหรับฉัน...

    มันยังไม่พอ


    ฉันขยับเพียงเล็กน้อย

    ใช้ปลายดาบเบี่ยงการโจมตี


    ก้าว


    หมุน


    สวน


    ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ฉันทำมานับไม่ถ้วนในชีวิตก่อน


    จนกระทั่ง—


    มานาเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างของเอเลน่า

    ฉันหยุดคิดเล่น ๆ ทันที


    โอ้?


    ได้เวลาเอาจริงแล้วสินะ


    มานาเคลือบอยู่บนคมดาบ


    แรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน


    ฉันมองเธออย่างจริงจัง


    นี่มัน...


    มานามหาศาล


    มากกว่าท่านพี่ตอนอายุเท่ากันเสียอีก


    ไม่สิ


    ถ้าเทียบกับคนในยุคเดียวกัน...


    เด็กคนนี้มีพรสวรรค์อย่างมาก


    เอเลน่าพุ่งเข้ามา


    ฉับ!


    ฉันยกดาบขึ้นรับ


    เคร้ง!


    แรงปะทะทำให้พื้นแตกร้าว


    ดี


    แรงขึ้นมาก


    แต่ยังอ่านง่ายอยู่


    ฉันหมุนข้อมือ


    เบี่ยงดาบของเธอ


    ก้าวเข้าไป


    หมุนตัว


    แล้ว—


    ปลายดาบหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเธอ


    วงเวทป้องกันสว่างขึ้นทันที


    การประลองจบลง


    ฉันลดดาบลง


    เอเลน่าหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย


    "ฉันแพ้แล้ว"


    ฉันยิ้ม


    "สู้ได้ดี"


    เธอมองฉัน


    "เธอไม่บาดเจ็บเลยสักนิด"


    "แค่โชคดีน่ะ"


    ฉันตอบไปตามนิสัย


    เอเลน่ามองฉันอย่างไม่เชื่อ


    "ไม่ใช่หรอก"


    ฉันหัวเราะเบา ๆ


    "งั้นเหรอ"


    เมลินดาปรบมือ


    "ทั้งคู่ทำได้ดีมากค่ะ!"


    ฉันเก็บดาบ


    ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง


    สายตา


    มีใครบางคนกำลังมองฉันอยู่


    ไม่ใช่สายตาแบบคนทั่วไป


    มันเหมือนกำลังมองทะลุเข้ามา


    ฉันหันกลับไป


    ชายหนุ่มผมสีแดง


    ถ้าจำไม่ผิด...


    ชื่อเรน


    สายตาของเขาแปลก


    ฉันสบตากับเขา


    "มองอะไรหรอ?"


    เขาชะงักเล็กน้อย


    "ไม่มีอะไรครับ"


    "งั้นก็ดี"


    ฉันหันกลับมา


    แต่ในใจกลับจำเขาเอาไว้


    เด็กคนนั้น...


    น่ากลัวจัง


    ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

    แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่า

    เขาไม่ธรรมดาแน่นอน

    หลังจากนั้นก็มีเด็กหนุ่มอีกคนยกมือขึ้น


    "อาจารย์"


    ฉันหันไปมอง

    ผมสีน้ำเงินแซมขาว

    ออร่าของเขาคมกริบ

    ไม่ได้มีแรงกดดันแบบเอเลน่า


    แต่กลับทำให้ฉันรู้สึกถึงความคมของดาบ

    เหมือนดาบที่ยังไม่ถูกชักออกจากฝัก

    แต่เพียงมองก็รู้ว่าคมแค่ไหน


    "ผมขอประลองกับเธอได้ไหมครับ?"


    ฉันยิ้ม

    น่าสนใจ

    เด็กคนนี้...


    อยากลองสู้ด้วยจริง ๆ

    น่าเสียดาย

    เมลินดามองนาฬิกา


    "อ๊ะ..."


    เธอทำตาโต


    "หมดเวลาแล้วค่ะ!"


    เด็กหนุ่มเงียบไป


    "หมดแล้วเหรอครับ?"


    "ค่ะ ไว้หาโอกาสอื่นนะคะ ตอนนี้ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว"


    เขาพยักหน้า


    "ครับ"


    ไม่มีท่าทีหงุดหงิด


    ไม่มีความเสียดายมากเกินไป


    เพียงเดินกลับไปวางดาบ


    ฉันมองตาม


    อัลเดน...


    เด็กคนนี้น่าสนใจจริง ๆ


    โรงอาหารของสถาบันลูนาเรีย...


    ฉันยอมรับเลยว่า


    นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันตื่นเต้นที่สุดตั้งแต่เกิดใหม่มา


    อาหารเยอะมาก!


    มีทั้งเนื้อย่าง


    ซุป


    ขนม


    อาหารเวทมนตร์


    อาหารเพิ่มพลังงาน


    อาหารฟื้นฟูมานา


    และอีกสารพัดอย่าง


    ฉันมองป้ายราคา


    ห้าคะแนน


    สามคะแนน


    สิบสองคะแนน


    สิบแปดคะแนน


    ยี่สิบคะแนน


    ...


    แพง


    ฉันเลือกอาหารชุดธรรมดา


    แต่เมื่อได้ชิมคำแรก—


    อร่อย!


    ฉันพยายามรักษาสีหน้าเอาไว้


    แต่ในใจกลับร้องออกมา


    สุดยอด!


    อาหารยุคนี้พัฒนาขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ?


    ข้าวนุ่ม


    เนื้อปรุงได้ดี


    เครื่องเทศก็เข้ากัน


    ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการไม่กินเร็วเกินไป

    เพราะตอนนี้ฉันเป็นเด็กสาวอายุสิบหก

    ไม่ใช่นักดาบวัยกลางคนที่เดินทางไปทั่วโลกแล้วกินอาหารแบบไม่สนภาพลักษณ์


    ฉันกำลังรับประทานอาหารอย่างเรียบร้อย


    จนกระทั่ง—


    "ขออนุญาตรบกวนสักครู่นะ"


    ฉันเงยหน้าขึ้น


    เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินแซมขาวยืนอยู่ตรงหน้า


    คนเมื่อครู่นี่เอง


    "ฉันชื่ออัลเดน เรเวนฮาร์ท"


    เขาพูดอย่างสุภาพ


    "เธอล่ะ?"


    ฉันวางช้อนลง


    "อาร์เซีย ลูมินา"


    "อาร์เซียเหรอ?"


    เขาพยักหน้า


    "ชื่อเพราะดีนี่"


    ฉันชะงักเล็กน้อย

    คำพูดธรรมดา


    แต่ทำไมรู้สึกแปลก ๆ กันนะ?


    "ขอบคุณค่ะ"


    อัลเดนมองเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม


    "ถ้าไม่ว่าอะไร ขอผมคุยเรื่องการประลองได้ไหม?"


    ฉันยิ้ม


    "ได้สิ"


    เขานั่งลง


    "ตอนที่ดูเธอสู้กับเอเลน่า ฉันรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเธอแปลก"


    ฉันเลิกคิ้ว


    "แปลกยังไง?"


    "ไม่มีท่าที่สูญเปล่า"


    ...


    เด็กคนนี้สังเกตเก่ง


    "งั้นเหรอ?"


    "ครับ"


    เขาพูดต่อ


    "เหมือนเธอไม่ได้คิดว่าจะโจมตีอย่างไร แต่รู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าควรขยับตรงไหน"


    ฉันยิ้มบาง ๆ


    "คงเป็นเพราะฉันฝึกมาดีมั้ง"


    "ตั้งแต่อายุเท่าไร?"


    "จำไม่ได้แล้ว"


    "จำไม่ได้?"


    "ฉันฝึกมานาน"


    อัลเดนเงียบไปครู่หนึ่ง


    "ฉันอยากสู้กับเธอ"


    ตรงไปตรงมาดี


    "ทำไม?"


    "อยากรู้ว่าตัวเองอยู่ระดับไหน"


    ฉันมองเขา


    "ถ้าฉันแข็งแกร่งกว่าเธอล่ะ?"


    "ก็ดี"


    "ถ้าฉันอ่อนกว่า?"


    "ก็ดีเหมือนกัน"


    ฉันหัวเราะ


    "คำตอบแบบไหนกัน?"


    อัลเดนมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง


    "ถ้าแพ้ ฉันก็จะได้รู้ว่าต้องฝึกตรงไหน"


    ...


    น่าสนใจจริง ๆ


    เด็กคนนี้ไม่ได้อยากสู้เพราะอยากโอ้อวด

    เขาอยากสู้เพราะต้องการพัฒนาตัวเอง

    ฉันยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย


    "งั้นฉันจะรอ"


    "จริงเหรอ?"


    "ถ้ามีโอกาส"


    "ตกลง"


    เขายิ้มบาง ๆ


    "ฉันจะไม่แพ้ง่าย ๆ แน่"


    "ฉันเองก็ไม่คิดจะออมมือให้หรอกนะ"


    เราสองคนมองหน้ากัน

    เป็นการสนทนาสั้น ๆ

    แต่ฉันรู้สึกได้ทันทีว่า...

    เด็กคนนี้อาจกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจในอนาคต


    ขณะที่กำลังคุยกัน ฉันกลับได้ยินเสียงจากโต๊ะใกล้ ๆ

    ฉันไม่ได้ตั้งใจฟัง

    แต่ชื่อของตัวเองทำให้หูของฉันขยับโดยอัตโนมัติ


    "เมื่อกี้อาร์เซียเก่งมากเลยนะ"


    เสียงของเอเลน่า


    ฉันชะงัก


    อัลเดนกำลังพูดอะไรบางอย่างต่อ แต่ฉันไม่ได้ฟังแล้ว

    เพราะหูของฉันกำลังจับเสียงจากอีกโต๊ะ


    "เหมือนคนแก่"


    เสียงของเด็กสาวอีกคนดังขึ้น


    ฉันสะดุ้งเล็กน้อย


    ...


    อะไรนะ?


    เหมือนคนแก่?

    ฉันหันไปมองเล็กน้อย

    เด็กสาวเผ่าที่ฉันเคยเห็นก่อนหน้านี้


    เนเรีย


    เธอกำลังกินอาหารด้วยสีหน้าจริงจัง

    ฉันเริ่มรู้สึกไม่ดี


    แย่แล้ว


    โดนจับได้แล้วหรอ?

    หรือว่าเด็กคนนี้มองออก?

    ฉันตั้งใจฟังต่อ

    เอเลน่าพูด


    "เนเรีย..."


    "ก็เหมือน"


    เนเรียตอบหน้าตาย


    "ท่าทางเหมือนคนแก่"


    ฉันรู้สึกหัวใจตกไปอยู่ที่พื้น


    แย่แล้ว!


    หรือเธอจะรู้ว่าฉันเป็นผู้กลับชาติ?

    ไม่สิ

    เป็นไปไม่ได้


    ไม่มีทาง


    ฉันพยายามควบคุมสีหน้า

    ก่อนจะได้ยินเสียงเรนดังขึ้น


    "เธออาจจะหมายถึงแก่ประสบการณ์"


    เนเรียพยักหน้า


    "ใช่"


    จากนั้น—


    "แต่ผมก็เห็นด้วยครับ"


    ฉันนิ่ง


    เอเลน่าหันไปมองเรน


    "นายก็คิดเหมือนกัน?"


    "ครับ"


    เขาตอบอย่างสงบ


    "เธอมีประสบการณ์มากกว่าที่รูปลักษณ์แสดงออกมา"


    ...


    ฉันนิ่งอยู่สองสามวินาที


    ก่อนถอนหายใจออกมาเบา ๆ


    เรื่องนั้นเองเหรอ?


    ยัยนี่ทำฉันตกใจแทบแย่


    ฉันเหลือบมองเรนอีกครั้ง


    เด็กคนนี้...


    ดูเหมือนจะสังเกตอะไรได้มากกว่าที่แสดงออกจริง ๆ

    แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรู้ความจริง

    ฉันยกช้อนขึ้นกินต่อ


    ทำตัวตามปกติ


    ในใจกลับคิดอย่างเงียบ ๆ

    วันแรกของชีวิตในสถาบันลูนาเรีย...

    ได้พบผู้ครอบครองดาบศักดิ์สิทธิ์

    เจอเนโครแมนเซอร์ประหลาดที่น่าหวาดหวั่น

    พบแม่มดที่เคยทำลายประเทศ

    ได้คนที่น่าสนใจอย่างอัลเดน


    ดูเหมือนว่า...

    การใช้ชีวิตแบบเด็กสาวธรรมดาของฉัน

    จะไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้วสิ

    คล้ายกับเรื่องสายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน