“พูดบ้าอะไร”
รองผู้อำนวยการอันจองกยูวางสายโทรศัพท์แล้วเดินไปยังดาดฟ้าซึ่งมีผู้อำนวยการพัคจุนฮยองอยู่
“แกจะเอาแบบนี้ใช่ไหม”
เมื่อเห็นรองผู้อำนวยการอันจองกยูผู้อำนวยการพัคจุนฮยองก็ตะคอกใส่ทันที
“ฉันไปทำอะไร”
“ไอ้เวร ลอกหัวข้อของทีมเราไปทั้งดุ้นอย่างนั้นได้ไงแกแอบเอาไปให้เขาใช่ไหม เอกสารของเราน่ะ!”
อันจองกยูไม่เข้าใจที่พัคจุนฮยองพูดเลยสักนิดเขาไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการอบรมพนักงานใหม่ตรง ๆ เลยสักครั้ง
แล้วจะแอบไปเอาเอกสารอะไรได้
“นี่แกชวนฉันทะเลาะอยู่ใช่ไหม”
เมื่ออันจองกยูถกแขนเสื้อขึ้นพัคจุนฮยองก็ถอยไปก้าวหนึ่ง
มาสู้กันอย่างลูกผู้ชายให้รู้แพ้รู้ชนะไปเลย
“เฮ้ย แกกำลังทำอะไร”
“ทำไม อยากกระชากคอเสื้อฉันเหรอ มาสิ เดี๋ยวจะเหวี่ยงลงไปกองกับพื้นให้ดู”
พัคจุนฮยองถอยหลังทันทีที่อันจองกยูตะคอกใส่จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ได้อยู่ในออฟฟิศ แต่เป็ดาดฟ้าที่ไม่มีคน
เมื่อพัคจุนฮยองถอยหลังอีกก้าวอันจองกยูก็พูดต่อ
“หมายความว่าไง ที่แกบอกว่าเด็กใหม่ของฉันไปลอกหัวข้อเด็กใหม่แก แล้วมาโวยวายเื่นั้นกับฉันทำไม”
“ถ้าไม่ใช่แก แล้วจะเป็ใครไอ้เด็กใหม่หน้าโง่นั่นจะมาทำหัวข้อที่ฝ่ายบุคคลรวมหัวกันทำ...”
“อะไรนะ หัวข้อที่ฝ่ายบุคคลรวมหัวกันทำงั้นเหรอ แกรู้ใช่ไหมว่ามันผิดกฎ”
จังหวะที่อันจองกยูจะคว้าคอเสื้อพัคจุนฮยองแต่อีกฝ่ายก็ปัดมือของเขาออกแล้วชิงพูดว่า
“มีหลักฐานหรือไง”
“อะไร”
“ถามว่ามีหลักฐานหรือไง”
อันจองกยูโกรธจัดเสียจนอยากจะเหวี่ยงหมัดใส่หน้าพัคจุนฮยองที่ตีหน้าตายให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ไม่ได้ทำ
เพราะต่อให้จะทะเลาะกันขนาดนั้นแต่ถ้าใช้กำลังก่อนเมื่อไรก็แพ้ทันที
“แล้วทำไมเด็กใหม่ทีมขายถึงได้เอาหัวข้อฝ่ายบุคคลไปนำเสนอนี่มันใช่เื่เหรอ”
“แล้วฉันจะรู้ได้ไง ไม่ได้สนใจด้วยซํ้าว่าเขาจะทำอะไร”
“ฮ่า ๆ! นี่ทำไขสืองั้นเหรอ”
“หา”
“ไอ้เวร ต่อให้ไม่มีหัวข้อแบบนั้นเด็กใหม่หน้าโง่ของแกก็ไม่มีทางชนะได้หรอกถ้าฉันได้เลื่อนตำแหน่งเป็กรรมการบริหารเมื่อไหร่ จะไล่แกออกเป็คนแรกเลยไอ้โจรเอ๊ย!”
เมื่อเห็นอันจองกยูชูกำปั้นขึ้นมาอย่างทนต่อไปไม่ไหวแล้วพัคจุนฮยองก็รีบหนีไปอย่างไว
“เฮ้อ!!!”
อันจองกยูะโไปหลายรอบแล้วเขาจึงสูบบุหรี่ไปสองมวนเพื่อสะกดความเดือดดาล จากนั้นก็ลงจากดาดฟ้าไป
“คิมชอลซู”
นํ้าเสียงสุดทุ้มตํ่านั้นทำให้คิมชอลซูลุกขึ้นอย่างกังวลโดยไม่รู้ตัว
“ครับ หัวหน้า”
“ตามมา”
คิมชอลซูเดินตามอันจองกยูเข้าไปในห้องประชุม
อันจองกยูถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วถาม
“มีข่าวว่านายไปลอกหัวข้อเด็กใหม่ฝ่ายบุคคล หมายความว่ายังไง”
คิมชอลซูเข้าใจเื่ราวได้ทันทีที่ได้ยินคำพูดของอันจองกยูคนที่พูดจาหมา ๆแล้วทำให้หัวหน้าอันโกรธอย่างนี้ได้มีเพียงผู้อำนวยการพัคจุนฮยองคนเดียว
“ไม่ได้ลอกครับ แค่หัวข้อเหมือนกันเท่านั้นครับ”
“หัวข้อเหมือนกันงั้นเหรอ”
“ครับ ผมทำเอกสารที่จะใช้ในการนำเสนอส่งไปแล้วครับแต่คุณฮวังแดฮุนยังไม่ทันได้เริ่มเลยด้วยซํ้าครับ ถ้าจะพูดว่าใครลอกก็น่าจะต้องเป็ฝ่ายบุคคลมากกว่าผมสิครับ”
“ฮะ จริงเหรอ”
“ครับ พวกเพื่อน ๆ ที่อบรมอยู่ด้วยกันก็น่าจะเห็นกันหมดนะครับ”
“แน่ใจนะ”
“ครับ หัวหน้า”
“แล้วทำไมถึงต้องทำหัวข้อของฝ่ายบุคคล ทำไมไม่ทำหัวข้อฝ่ายขาย”
“เพราะเป็หัวข้ออิสระครับผมเลยหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วเจออันที่ใช้ได้พอดีเลยใช้อันนั้นมาอ้างอิงน่ะครับ”
“ข้อมูลอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ตเหมือนกับเอกสารที่ฝ่ายบุคคลทำขึ้นมางั้นเหรอ”
“ครับ น่าจะเป็อย่างนั้นนะครับ”
คำพูดของคิมชอลซูทำให้อันจองกยูหัวเราะออกมาด้วยความเหลือเชื่อ
“ไม่ใช่การรวมหัวกันทำของพวกฝ่ายบุคคล แต่ลอกมาจากอินเทอร์เน็ตงั้นสินะส่งเอกสารนั้นเป็ข้อมูลอ้างอิงไปแล้วเหรอ”
“ครับ หัวหน้า”
“ชอลซู!”
“ครับ หัวหน้า”
“ฉันบอกว่าให้ทำดี ๆ ใช่ไหม! แล้วลอกมาจากเน็ตแบบนั้นมันใช่เหรอฮะ!!!”
อันจองกยูขึ้นเสียงใส่คิมชอลซูก็ตอบทันที
“เพราะอย่างนั้นผมเลยทำใหม่ไว้อีกอันแล้วครับ”
“อะไรนะ ทำไว้อีกอันเหรอ”
“ครับ หัวหน้า อันนี้ทำในมุมของทีมขายครับ”
“จริงใช่ไหม”
“ครับ”
“ไปเอามาเดี๋ยวนี้”
“รับทราบครับ”
“อ้อ แล้วก็อันที่เหมือนกับของฝ่ายบุคคลด้วย”
“ครับ หัวหน้า”
คิมชอลซูหยิบUSB ออกมาแล้วสั่งพรินต์อย่างละชุดก่อนจะกลับเข้าไปในห้องประชุมอย่างรวดเร็ว
อันจองกยูรับเอกสารที่เขาส่งให้แล้วเช็กเอกสารทั้งสองชุดอย่างละเอียดถี่ถ้วน
อะไรเนี่ยใช้ได้ทั้งคู่เลยนี่
อันจองกยูทำตาเขียวใส่คิมชอลซูอีกครั้งพร้อมกับพลิกดูหน้าต่อไป
แต่ละหน้ามีเนื้อหาที่ชัดเจนขนาดตัวอักษรกับรูปแบบตัวอักษรและการจัดวางก็เหมาะสมไม่มีการพิมพ์ผิดเหมือนอย่างที่เป็มาเสมอสมบูรณ์แบบจนสามารถนำไปเสนอท่านประธานใหญ่ตอนนี้ยังได้เลย
อันจองกยูมองคิมชอลซูด้วยสายตาอธิบายไม่ถูกแล้วปิดเอกสารทั้งสองชุด
“นี่นายทำเองจริง ๆ เหรอ”
“ครับ หัวหน้า”
งานแบบนี้มันต้องระดับผู้จัดการแล้วนะถึงจะคิดได้...
ไม่มีทางที่ผู้จัดการพโยอิลซูหรือผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักจะช่วยเขาแน่นอนเพราะทั้งคู่พยายามอย่างมากเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนเล่นงานดังนั้นนี่ต้องเอามาจากในอินเทอร์เน็ตหรือไม่ก็ทำเองคนเดียวจริง ๆ
ต้องลองไปตรวจสอบเนื้อหาที่เกี่ยวกับทีมขายดูแล้วละ
หัวหน้าอันจองกยูจัดการความคิดเสร็จแล้วจึงพูดกับคิมชอลซู
“หัวข้อเื่ของทีมขายก็โอเคนะ ทำไมถึงได้ส่งหัวข้ออื่นไปล่ะ”
“เพราะเป็หัวข้ออิสระและสามารถเปลี่ยนหัวข้อได้ตลอดผมเลยคิดว่าจะศึกษาดูหัวข้อที่เกี่ยวกับทีมขายอีกหน่อยน่ะครับถ้าหัวหน้าอยากให้ใช้หัวข้อของทีมขาย ผมจะไปเปลี่ยนหัวข้อเดี๋ยวนี้เลยครับ”
อันจองกยูจ้องมองคิมชอลซูนิ่งๆ พลางจิบชาหนึ่งจิบ
ถ้าคิมชอลซูเปลี่ยนหัวข้อไอ้พวกฝ่ายบุคคลก็จะเอาหัวข้อนั้นไปทั้งอย่างนั้นน่ะสิ ดูแล้วก็เป็หัวข้อที่ใช้ได้เลยด้วยปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้หรอก
“เมื่อกี้ว่าไงนะ! เปลี่ยนหัวข้อได้ตลอดเหรอ”
“ครับ หัวหน้า”
“งั้นค่อยเปลี่ยนก่อนวันนำเสนอแล้วกัน”
“อะไรนะครับ”
คิมชอลซูแสร้งถามหาเหตุผลพร้อมเบิกตากว้างแต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง
หัวหน้าอันรู้อะไรบางอย่างจริงๆ สินะ
“ไม่ต้องถามเหตุผล ทำตามที่ฉันบอกต้องสร้างความลำบากให้ไอ้พวกฝ่ายบุคคลแผนสูงสักหน่อย”
อันจองกยูพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ครับ รับทราบครับ”
“แล้วเื่ที่คุยกันที่นี่ห้ามบอกใครจนกว่าจะถึงวันนำเสนอล่ะ”
“ครับ หัวหน้า!”
“โอเค ไปได้แล้ว”
เมื่อคิมชอลซูออกไปจากห้องประชุมอันจองกยูก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
จุนฮยองเอ๊ยเด็กใหม่ในทีมฉันไม่ธรรมดาโว้ย คราวนี้แกพลาดแล้วละ
อันจองกยูยิ้มอย่างอารมณ์ดีอีกครั้ง
พลางคิดว่าถ้านำเสนอเนื้อหานั้นได้อย่างถูกต้องยอดเยี่ยมจะไม่ใช่แค่เอาชนะเด็กใหม่ฝ่ายบุคคลได้ แต่อาจได้ที่หนึ่งเลยด้วยซํ้า
เป็เนื้อหาที่ดีขนาดนั้นเลยละ
ให้ตายสิ!ไอ้เด็กน้อยที่น่ารักของฉัน
ทันทีที่กลับลงมาจากดาดฟ้า พัคจุนฮยองก็เรียกฮวังแดฮุนที่แทบไม่เหลือสติอยู่กับตัว
“เด็กใหม่ ตามมาครับ”
เมื่อได้ยินผู้อำนวยการพัคจุนฮยองเรียกฮวังแดฮุนก็สะดุ้งได้สติลุกขึ้นเดินตามพัคจุนฮยองเข้าไปในห้องให้คำปรึกษา
“ทำอะไรอยู่ครับ”
“ขอโทษครับ”
“ถ้าโดนโจมตีก็ต้องเตรียมโต้กลับสิครับ!”
“ขอโทษครับ ผู้อำนวยการ”
“แล้วจะทำยังไงครับ”
“ทำใหม่...”
ฮวังแดฮุนยังพูดไม่ทันจบพัคจุนฮยองก็ฟาดมือลงบนโต๊ะแล้วพูดแทรกขึ้นมา
“ทำใหม่อะไรครับ!”
“ขอโทษครับ ผู้อำนวยการ”
“ใช้อันเดิมนั่นแหละครับ”
ถ้านำเสนอทั้งอย่างนั้นก็มีแต่เราที่ต้องอับอายคนเดียวสิ
“ถ้าอย่างนั้นก็จะกลายเป็ว่าผมลอกนะครับ”
“แล้วไงครับ”
“ครับ?”
“คุณฮวัง ไม่รู้จักการใช้ชีวิตในออฟฟิศเหรอครับทำไมถึงคิดว่านั่นคือการลอกล่ะครับ คนสองคนสามารถนำเสนอหัวข้อเดียวกันได้นี่ครับ ไม่เห็นแปลก”
ยังไงเราก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการนำเสนอของพนักงานใหม่อยู่แล้วหากมีอะไรผิดพลาดเ้านั่นก็ต้องเป็คนรับไป แต่ถ้าฉันได้เลื่อนตำแหน่งเื่ทุกอย่างก็จบ
“ถ้าอย่างนั้น...”
พัคจุนฮยองตัดบทฮวังแดฮุนทันที
“ทำไปทั้งอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่เชื่อผมรู้ใช่ไหมครับว่าจะเป็ยังไง เดี๋ยวจะทำให้รู้ว่าชีวิตการทำงานน่ะแย่ขนาดไหน”
“เอ่อ ไม่ครับ รับทราบครับ ผู้อำนวยการ”
ฮวังแดฮุนทำได้เพียงจำใจพยักหน้ารับ
เฮอะบ้าจริง
ณ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่โดดเด่นเื่ซาชิมิ
พออันจองกยูเห็นกรรมการผู้จัดการชเวยองจุนก็โค้งศีรษะทักทาย
“เชิญนั่งครับ”
“ครับ ท่านกรรมการผู้จัดการ”
อันจองกยูนั่งลงและรินเหล้าใส่แก้วอย่างเป็ธรรมชาติจากนั้นพวกเขาก็ชนแก้วกันแล้วดื่ม
“เห็นว่า่นี้ทีมขายห้ากำลังไปได้ดีไม่มีปัญหาเลยนะครับ”
“ครับ เพราะท่านกรรมการผู้จัดการช่วยดูแลเป็อย่างดีครับ”
“ผมทำอะไรให้เมื่อไหร่กันครับ เป็เพราะหัวหน้าอันนำทีมได้ดีนั่นแหละครับ”
“ไม่เลยครับ ท่านกรรมการผู้จัดการ”
“รู้ใช่ไหมครับ ว่าผมไม่ค่อยรู้เื่งานด้านนี้เท่าไหร่เพราะผมแค่มาเรียนรู้งานชั่วคราวด้วยความเมตตาจากท่านประธานใหญ่เท่านั้น”
คำว่ามาเรียนรู้งานชั่วคราวทำให้อันจองกยูรู้สึกเศร้าขึ้นมา
“แต่เพราะมีคนอย่างหัวหน้าอัน ผมเลยอยากอยู่ให้นานขึ้นน่ะครับ”
อันจองกยูยิ้มออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
“การทำงานเป็เื่ของลูกน้องครับ ท่านแค่ตัดสินใจด้านการบริหารให้ดีก็จะสามารถนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จได้แน่นอนครับ”
“อย่างนั้นเหรอครับ”
“ครับ ใช่แล้วครับ”
ชเวยองจุนมองอันจองกยูที่ปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแล้วพยักหน้าในใจ
เป็คนดีใช้ได้
“การนำเสนอเื่ 6-Sigma เป็ยังไงบ้างครับ”
ชเวยองจุนคีบซาชิมิใส่ปากแล้วเคี้ยวหนุบหนับพลางถาม
เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับเด็กใหม่ที่ถูกส่งมาเพราะฝ่ายบุคคลตั้งใจกลั่นแกล้งหัวหน้าอันจองกยูแต่ถ้าหัวหน้าอันจองกยูชักนำทีมและทำผลงานออกมาได้ดี ก็จะทำให้เขามีความหวังขึ้นมาเล็กน้อย
“ดีกว่าที่คิดครับ”
“ดีกว่าที่คิดเหรอ”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความหวังของอันจองกยูทำให้ชเวยองจุนต้องหยุดเคี้ยวแล้วหันมาสนใจอันจองกยู
“ผมจับตาดูมาหนึ่งเดือนแล้วเก่งที่สุดในบรรดาพนักงานใหม่ที่ผมเคยรับมาเลยครับ”
คำพูดแบบนั้นออกมาจากอันจองกยูที่แทบไม่เคยเอ่ยปากชมลูกน้อง
ชเวยองจุนวางตะเกียบลงและตั้งใจฟังอันจองกยู
“เกินคาดเลยนะครับ เห็นว่าคะแนนตอนฝึกอบรมเป็อันดับสุดท้ายเลยนี่ครับ”
“ใช่ครับตอนผมเห็นข้อมูลจากฝ่ายบุคคลครั้งแรกก็คิดว่าไม่น่าจะทนได้ถึงหนึ่งปีด้วยซํ้าครับ”
“ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน”
“แต่การนำเสนอเื่ 6-Sigma คราวนี้เหมือนว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นนะครับ”
“เหตุการณ์ไม่คาดคิด ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
อันจองกยูพยายามตรวจสอบไฟล์นำเสนอของคิมชอลซูดูแล้วแต่กลับไม่มีบทความที่เกี่ยวกับเื่นั้นเลย ซึ่งแปลว่าคิมชอลซูทำขึ้นมาเอง
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมพนักงานใหม่ถึงได้มีคำถามเหมือนคนที่เฝ้าดูความเป็ไปของทีมขายมาเป็เวลานานแบบนั้นทว่าก็มีเื่แบบนั้นเกิดขึ้นตรงหน้าจริง ๆ
“คิดได้แค่ว่าฝ่ายบุคคลน่าจะประเมินพนักงานใหม่ในทีมผมผิดพลาด หรือไม่พนักงานใหม่ก็ตั้งใจซ่อนความสามารถไว้ครับ”
“น่าสนใจทั้งสองอย่างเลยนะครับแต่ยังไงสุดท้ายแล้วพนักงานใหม่สุดเก่งกาจคนนั้นก็เข้ามาอยู่ในทีมหัวหน้าอันใช่ไหมครับ”
“ครับ ใช่แล้วครับเพราะอย่างนั้นคราวนี้น่าจะพอให้เสี่ยงเดิมพันได้อยู่ครับ เพียงแต่...”
เมื่ออันจองกยูทิ้งท้ายอย่างนั้นชเวยองจุนก็กลืนนํ้าลายดังเอื๊อก
“แม้จะมีเหตุการณ์คาดไม่ถึงเกิดขึ้นในการนำเสนอแต่ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลต่อคะแนนมากแค่ไหนนะครับ”
“คะแนนเหรอครับ”
“ครับเพราะอย่างไรคนประเมินส่วนใหญ่ก็เป็คณะกรรมการบริหารที่สนับสนุนประธานยูจีฮุนอยู่น่ะครับ”
“อ๋อ อย่างนั้นหรือครับ แปลว่าปัญหาหลักคือระบบการทำงานของบริษัทสินะครับ”
“ครับ ท่านกรรมการผู้จัดการ”
อันจองกยูพูดจบแล้วก็รินเหล้าใส่แก้วเปล่าของชเวยองจุน
ชเวยองจุนคิดอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นพร้อมเอ่ยออกมา
“ผมมีวิธีดี ๆ อยู่ครับ”
“ที่ว่าวิธีดี ๆ นี่คืออะไรเหรอครับ”
“ถ้าเอกสารและการนำเสนอของพนักงานใหม่ยอดเยี่ยมจริง ๆ นะครับ”
“เื่นั้นผมมั่นใจได้ครับ”
ชเวยองจุนเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของอันจองกยูจึงคลี่ยิ้มออกมา
“ชนแก้วครับ”
อันจองกยูยกแก้วเหล้าขึ้นมา
“ในบริษัทของเรา มีคนที่สนใจเื่ความสามารถมากกว่าเื่ไหน ๆ อยู่นะครับ”
อันจองกยูชนแก้วกับชเวยองจุนแล้วก็รู้ทันทีว่าชเวยองจุนกำลังคิดอะไรอยู่
ท่านประธานใหญ่สินะถ้าเป็ไปได้จริงนี่ก็เป็ทางเลือกที่ไม่เลวเลยนะครับท่านกรรมการผู้จัดการ
“ผมจะลองเชื่อการเลือกของท่านกรรมการผู้จัดการดูครับ!”