“เอือ~~~”
เสียงบิดี้เีดังขึ้นในตอนเช้าตรู่ทำเอาตงฟางต้องตื่นตามเมื่อเพื่อนของเขาส่งเสียงดังเกินไป
“สบายจริงๆ หลังจากนอนแบบหวาดระแวงมาหลายวัน”
ตงฟางย่นคิ้วกับคำพูดของเพื่อนตัวเอง ตลอดหลายวันที่เดินทางมายังเมืองหลงไห่ เขาไม่เห็นลู่จิวระแวงเลยสักนิด ทุกครั้งที่เพื่อนของเขาหลับตานอนล้วนแล้วหลับสบายไม่ต่างจากนอนอยู่บ้าน ต่อให้ตำแหน่งนั้นจะอยู่ใจกลางป่า เขาไม่เห็นท่าทางระแวงของเพื่อนเลยสักนิดเดียว
เช้านี้ลู่จิวกลับบอกว่าตัวเขาไม่ต้องระแวง ทำเอาตงฟางถึงกับกลุ้มใจ ยังไงก็ตามพวกเขาต้องรีบออกไปตัดฟืนให้เสร็จ หลังจากได้ยินเสียงใครบางคนกำลังผ่าฟืนอยู่ด้านนอก
“พี่สาว เดี๋ยวผมกับเพื่อนรับ่ต่อเอง พี่ไปพักเถอะ”
ลู่จิวรีบวิ่งออกไปนอกบ้านด้วยความดีใจจนมาหยุดอยู่ลานกว้างหลังบ้าน ตงฟางที่ตามมาติดๆเขาได้มองจ้องไปยังพี่สาวผมสีดำกำลังส่งยิ้มหวานมาให้พวกเขาพร้อมกับปาดเหงื่อ
“เดินทางมาเหนื่อยๆพักอีกสักหน่อยก่อนก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรครับพี่สาว พวกเราพร้อมแล้ว” ตงฟางเลิกคิ้วเล็กน้อย เขายังไม่พร้อมผ่าฟืน ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำเพราะตอนนี้ลู่จิววิ่งไปผ่าฟืนด้วยความคล่องแคล่วไม่สนสิ่งใดแล้ว เขาตกลงกับพี่สาวผมดำเอาไว้จึงต้องทำงานแลกห้องพักเช่นเดียวกัน
“พี่สาว พี่ชื่ออะไรอย่างนั้นเหรอครับ ผมตงฟาง ยินดีที่ได้รู้จัก” ตงฟางฉีกยิ้มจนเห็นฟันส่งไปให้หญิงสาวผมดำ ด้วยรูปร่างของเธอนั้นช่างดูเซ็กซี่เป็อย่างมาก แม้จะสวยนิดหน่อยแต่เธอกลับมีเสน่ห์ตรงรูปร่างมีส่วนเว้าโค้งของเธอ นับได้ว่าเป็ผู้หญิงคนแรกที่เขาเข้าใกล้ในการเดินทางมาเมืองหลงไห่
“พี่สาวหนิงลี่” รอยยิ้มกระชากใจส่งมาให้ตงฟาง เขารู้สึกชอบใจกับรอยยิ้มไม่น้อยจนต้องรีบยิ้มตอบ
“ผมลู่จิวครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“พี่สาวหนิงลี่ ว่าแต่ พี่สาวอยู่คนเดียวเหรอครับ สวยขนาดนี้เป็ไปได้เหรอที่ชายหนุ่มจะมองข้ามพี่ไป”ตงฟางรีบถาม
“ใช่แล้วจ้ะ พี่สาวอยู่คนเดียว พวกผู้ชายน่ะ น่ารำคาญพี่เลยไม่อยากมีใคร”
“อ๋อ ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ พวกผู้ชายหลายๆคนน่ะ น่ารำคาญมากๆ ดีนะที่ผมไม่เป็อย่างนั้น” ตงฟางมองดูพี่สาวหนิงลี่เดินไปทางห้องครัวด้วยรอยยิ้ม แล้วเริ่มลงมือผ่าฟืน แต่เมื่อเขาหันมองกองฟืนเขาถึงกับตะลึงเพราะหากว่าผ่าทั้งหมด ฟืนเหล่านี้คงใช้ได้เป็ปี
“ตงฟาง แกจะยืนเหม่อทำไม เร็วเข้า เรามาอาศัยอยู่กับพี่หนิงลี่แล้วต้องช่วยแบ่งเบางาน”
ตงฟางพยักหน้ารับแล้วเริ่มผ่าฟืน สำหรับรูปร่างของพี่หนิงลี่มันสามารถยั่วยวนชายทุกคนได้ แต่เพื่อนของเขากลับมุ่งเน้นไปยังการผ่าฟืนมากเกินไป จนไม่สนใจพี่หนิงลี่เลยสักนิด
“เฮอ ไอ้หมอนี่มันจะซื่อเกินไปหน่อยไหม สาวสวยมายืนตรงหน้าแท้ๆ”
ั์ตาสีน้ำตาลมองจ้องผ่านรูเล็กๆของห้องครัวไปยังกองฟืนหลังบ้าน เมื่อรู้ว่าเด็กทั้งสองขยันทำงาน หนิงลี่ก็เริ่มทำอาหารให้พวกเขาทั้งสองคน
“พักทานข้าวเที่ยงก่อนนะหนุ่มๆ”
“ครับ~!”
ลู่จิววางขวานแล้วรีบล้างมือมาทานข้าวเที่ยง ตงฟางทำเช่นเดียวกันแต่เขากลับพบเข้ากับบางอย่างบนจานข้าวในวันนี้ สิ่งแรกที่เขาััได้จนผิดปกติคือกลิ่นคาวเืบนจาน ทั้งๆที่ทุกอย่างในจานมีเพียงแค่ข้าวและผัก ไม่มีเนื้อสักอย่างเดียว เขาจึงใช้งานตาทิพย์มองจ้องอาหารในจานข้าว จนพบว่ามันเป็ข้าวและผัดผักราดด้วยเืสีแดงข้น
“กินสิ แกไม่หิวเหรอ”
“ใช่ ยังไม่หิวเลย ว่าจะกินข้าวเย็นครั้งเดียว”
“งั้นฉันขอนะ”
ตงฟางยื่นจานให้ลู่จิวไปกินด้วยความอร่อย หากเขาเทข้าวในจานทิ้งมันจะนำปัญหามาให้เขาภายหลังแน่นอน เขาจึงยื่นจานให้ลู่จิวด้วยท่าทางเต็มใจแล้วแสดงท่าทางว่าเขาไม่หิวเลยสักนิด จากนั้นจึงเดินไปตัดฟืนต่อ
“รีบกินเร็วๆไอ้ลู่จิว แล้วมาผ่าฟืน”
ตงฟางร้องบอกเพื่อนของเขาให้มาทำงาน ทำเหมือนว่าข้าวที่ลู่จิวกินไปนั้นเป็ข้าวธรรมดาไม่ได้มีเื เขาไม่สามารถแสดงท่าทางใกับเืในจานข้าวได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกเล่นงาน แม้เขาจะรู้สึกหิวก็ตามยังไงในห่อผ้าที่เขาพกมาด้วยยังมีขนมปังพอให้เขาประทังความหิวได้นิดหน่อย ที่เหลือก็รอให้ค่ำเท่านั้น
ปัก ปัก ปัก
เสียงผ่าฟืนดังขึ้นติดๆกันจากตงฟางและลู่จิว หญิงสาวผมดำที่มองจ้องจากภายในบ้านล้วนแล้วส่งยิ้มให้ทั้งสอง โดยมีตงฟางยิ้มรับตลอดเวลา
“บรือ~! รอยยิ้มนี่มันอะไรกัน ทำไมรู้สึกขนลุกแบบนี้นะ”
ตอนแรกที่เห็นรอยยิ้มตงฟางรู้สึกว่ามันเป็ยิ้มที่มีเสน่ห์ ตอนนี้รอยยิ้มของพี่สาวหนิงลี่กลับทำให้เขาขนลุกชันหลังจากเห็นเืในจานข้าวเที่ยงของพวกเขา ถึงอย่างนั้นเขายังต้องแกล้งแสดงท่าทางว่าเขาไม่เห็นอะไรต่อไป ตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็ที่เดียวให้เขาอาศัยในเมืองหลงไห่ได้
“หนุ่มๆ ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะจ๊ะ”
“อ้าวพี่หนิงลี่ ไม่กินด้วยกันเหรอครับ”
ตงฟางถามพี่สาวหนิงลี่ด้วยความสงสัย หลังจากวางอาหารให้พวกเขา ตงฟางก็เห็นพี่สาวหนิงลี่ถือตะกร้าใบใหญ่กำลังเดินออกจากบ้านไป
“พี่จะไปซื้อของข้างนอกเล็กน้อย”
“ผมไปด้วยได้ไหมครับ” ตงฟางรีบเสนอตัว ฟืนเหลืออีกไม่เยอะหากลู่จิวลงมือจะเสร็จในอีกเร็วๆนี้
“พี่หนิงลี่ ผมพึ่งมาเมืองนี้ยังไม่รู้จักอะไรเลย ให้ผมไปด้วยนะ นะ ” ท่าทางออดอ้อนทำให้หนิงลี่ส่งยิ้มให้ตงฟางด้วยความเอ็นดู เขาที่เห็นมือกวักเรียกจึงวางขวานแล้วรีบวิ่งตามไปทันที
การเดินทางออกไปจากบ้านของตงฟางครั้งนี้ เขาไม่ได้เดินออกไปเที่ยวเล่น ไม่ได้เดินออกไปสำรวจเมือง เขาเดินทางไปขัดขวางเื่ลับๆที่พี่หนิงลี่กำลังจะแอบทำ อย่างน้อยเขาก็อยู่รอดปลอดภัยอีกสักวัน ไม่เพียงเท่านั้น การออกไปของเขาเพื่อซื้อข้าวกินด้วย เพราะข้าวในบ้านของพี่หนิงลี่ล้วนแล้วมีเืเป็ส่วนประกอบ หากไม่ใช้ทักษะดวงตา ไม่สามารถมองเห็นเืบนจานข้าวได้แน่นอน
“พี่หนิงลี่ พี่จะไปไหนอย่างนั้นเหรอครับ”
“ไปตลาดจ้ะ พี่ต้องซื้อเนื้อไปตากแห้งแล้วซื้อผักไปดอง”
“อ๋อ แล้วตลาดในเมืองหลงไห่มีเยอะไหมครับ”
“ตลาดในเมืองหลงไห่มีด้วยกัน 4 ตลาด มันจะอยู่ติดกับประตูเมืองทั้ง 4 ด้าน”
“โวว ทำไมมีเยอะจังเลยครับ”
“ก็เพราะว่ามันเป็เมืองที่ใหญ่มากๆ หากตั้งอยู่ติดประตูทิศตะวันตก ผู้คนทางฝั่งทิศตะวันออกคงจะเดินไกลอย่างแน่นอน จึงแยกตลาดออกเป็ 4 แห่งด้วยกัน”
“ใหญ่มากๆเลยนะครับ หมู่บ้านที่ผมจากมามีร้านขายเนื้อและร้านขายผักแค่ 2 ร้านเท่านั้น ต่างจากที่นี่ลิบลับเลย”
“เดี๋ยวก็ชินไปเองจ้ะ” ตงฟางเดินตามหลังพี่สาวหนิงลี่ พลางแอบฟังบทสนทนาของใครหลายๆคน ส่วนมากที่เขาได้ยินล้วนเป็คำกล่าวชมของเหล่าผู้ชาย เมื่อเห็นพี่สาวหนิงลี่ เขานึกว่าตัวเองมองผิด ที่ไหนได้พี่สาวหนิงลี่ยังคงเป็สาวสวยในสายตาของผู้ชาย ผิดจากลู่จิวเพราะมันไม่ได้มองพี่สาวหนิงลี่เหมือนที่เขามองเลยสักนิด เรียกได้ว่ามันจะไม่มีทางตายเพราะมารยาผู้หญิงอย่างแน่นอน
“พี่หนิงลี่ ไอ้นี่คืออะไรเหรอ”
“มันคือขนมแป้งยัดไส้ถั่ว”
“งั้นผมขอลองกินมันก่อนนะครับ” ตงฟางซื้อขนมแป้งยัดไส้ถั่วข้างทาง เขาไม่ได้ซื้อเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น เพราะได้ซื้อให้พี่สาวหนิงลี่ด้วย ไม่เพียงแค่ขนมแป้งยัดไส้ถั่วเท่านั้นที่เขาหยุดซื้อ ทุกๆอย่างที่เขาไม่เคยเห็นตงฟางหยุดซื้อทั้งหมด ด้วยการแสดงท่าทางตื่นเต้นกับของกิน
“พี่สาวซื้อของครบแล้วนะ ตงฟางล่ะอิ่มหรือยัง”
“อิ่มแล้วครับ เรากลับกันเถอะ วันนี้รู้สึกสนุกมากๆเลย ของกินในเมืองหลงไห่ก็อร่อยอีกด้วย”
สองเท้ารีบก้าวตามพี่สาวหนิงลี่กลับไปยังบ้านพัก พอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับลู่จิวนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ดูท่าฟืนกองใหญ่จะผ่าเสร็จแล้ว อาหารทั้งสองจานที่พี่สาวหนิงลี่ทำให้ก็ถูกกินไปจนหมดแล้ว ตงฟางที่เห็นใบหน้าลู่จิวกำลังส่งยิ้มมากล่าวขอโทษหลังจากกินข้าวส่วนของเขาไป ตงฟางจึงโยนอาหารหลายอย่างที่ซื้อมาฝากให้มันไปอีก เพื่อบอกว่าเขานั้นกินมาจากข้างนอกแล้วเช่นกัน
“พี่หนิงลี่ พรุ่งนี้เช้าพวกผมว่าจะลองเดินหาห้องพักใหม่”
“เอ๊ะ ทำไมไม่พักที่นี่อีกสักหน่อยล่ะ เหลือเวลาอีก 2 วันที่การทดสอบจะเริ่ม พักที่นี่ก็ได้นะ”
“ผมรู้สึกเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่สาวรู้สึกสนุกไม่น้อย อยู่ต่อสักหน่อยก็ได้ ไว้วันสอบพี่จะไปส่ง”
“ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะครับ”
ตงฟางเดินกลับเข้าห้องพักของตัวเองพลางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตอนนี้ที่เป็ปัญหาคือลู่จิว เขาไม่รู้ว่าเืสีแดงที่เพื่อนของเขากินเข้าไปจะมีผลเสียต่อร่างกายไหม ยังดีที่เขาเลี่ยงได้ตลอดจึงยังไม่ดื่มเืลงไปสักหยด
“นี่ตงฟาง เราผ่าฟืนหมดแล้วพรุ่งนี้เราจะทำอะไรดี”
“นั่นสิ ไว้ถามพี่หนิงลี่ก็แล้วกัน เอาเป็ว่าตอนนี้นอนได้แล้ว”
“ยังกินของที่แกซื้อให้ไม่หมดเลยนะ”
“งั้นก็รีบกินแล้วรีบนอน”
ตงฟางไม่คิดจะถามเพื่อนเกี่ยวกับรสชาติอาหารที่กินเข้าไป ว่ามีรสของเืปะปนมาหรือไม่ เขากลัวว่าจะถูกดักฟัง หลังจากพลิกตัวหันหน้าเข้าหาผนัง ตงฟางก็เริ่มใช้หูทิพย์ตรวจสอบรอบๆบ้านดูท่าทีของพี่หนิงลี่ทันที เขากลัวว่าเธอจะทำอันตรายกับพวกเขา หรือถ้าเขามองผิดพี่หนิงลี่อาจจะไม่ได้ทำ เขาจึงต้องหามือที่ 3 ที่คอยยืมมือพี่หนิงลี่
“ฝันดีเพื่อน”
ลู่จิวทิ้งหัวลงหมอนแล้วนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว ตงฟางที่ไม่พบมือที่สาม พบเพียงแค่เสียงขยับตัวเล็กน้อยของพี่หนิงลี่ที่เข้าไปอาบน้ำแล้วกลับเข้าห้องนอน เขาก็เลือกที่จะนอนเช่นกัน ดูท่าทางพี่หนิงลี่คงไม่ใช่ผู้ร้ายที่ใส่เืลงไปในจานข้าวของพวกเขา คนที่ลงมือคงไม่อยู่ในบ้านตอนนี้ เขาจึงต้องรอให้มันปรากฎตัว
“ฝันดีลู่จิว หวังว่าเราจะไม่ตายในคืนนี้นะ” ตงฟางค่อยๆหลับตานอน พร้อมกับกางพลังจิตคลุมตัว อย่างน้อยๆมันช่วยเขาป้องกันการโจมตีแรกได้ จนเขาไม่ต้องตายในตอนหลับ
————————-
บ๊วบ~!
เปลือกตาค่อยๆลืมตื่นขึ้นมาใน่กลางดึกหลังจากหูทิพย์ได้ยินเสียงคนกำลังดูดบางสิ่งบางอย่างด้วยความดูดดื่ม เขาจึงลืมตาตื่นขึ้นมาดูสิ่งๆนั้น
“เสียงอะไรกัน”
ตงฟางค่อยๆลุกจากเตียงพลางใช้หูทิพย์นำทางไปยังต้นเสียง จนพบเข้ากับเสียงดูดดื่มอันเผ็ดร้อนดังมาจากห้องพี่หนิงลี่ เขาจึงแสดงท่าทางสงสัยออกมา ว่าพี่สาวกำลังทำอะไรใน่กลางดึก
“ไปดูสักหน่อยก็ไม่เสียหายหนิ”
รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าที่เริ่มแดง ด้วยเสียงที่ได้ยินทำเอาตงฟางคิดไปไกล ตอนนี้ภายในห้องของพี่หนิงลี่ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น ตงฟางจึงค่อยๆก้าวเท้าย่องไปยังห้องของพี่สาวเพื่อดูว่าเธอทำอะไรในห้องดึกๆดื่นๆ
สวบ บ๊วบ~!
“บ้าเอ๊ย ผู้ชายคนนั้นคงจะฟินไม่น้อย ไม่นึกเลยว่ามือที่สามจะเป็ชู้รักกับพี่หนิงลี่”
ตงฟางหลบอยู่หลังหน้าต่าง จากเสียงที่เขาได้ยินทำให้เขาคิดไปไกล เขาที่อดใจไม่ไหวจึงมองลอดผ่านรูเล็กๆเข้าไปดูสิ่งที่ชายหญิงกำลังกระทำกัน ทันใดนั้นดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้าง เมื่อสิ่งที่เขาคิดกับสิ่งที่เขาเห็นมันสวนทางกันอย่างชัดเจน
“นั่นใคร!”