ความเงียบสงัดที่แท้จริงคือความเงียบที่ทำให้เราได้ยินแม้กระทั่งเสียงชีพจรของตัวเองเต้นเป็จังหวะอยู่ในหัวหู
ฉันเดินก้าวเข้ามาในห้องเก็บเสียงทรงสี่เหลี่ยมผ้านิรภัยขนาดกลางที่ตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าของฉัน ประตูเหล็กหนาหนักที่ถูกกรุด้วยเบาะหนังสีดำเข้มปิดงับลงตามหลังเสียงดัง แกรก พร้อมระบบกลอนแม่เหล็กไฟฟ้าอัจฉริยะที่ล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ ในวินาทีนั้น เสียงลมพัดกรรโชกและเสียงเครื่องยนต์รถยนต์จากท้องถนนเบื้องล่างคอนโดมิเนียมหรูชั้นที่ 42 พลันถูกตัดขาดหายไปในทันทีราวกับโลกทั้งใบถูกกดปุ่มปิดเสียง
ฉันหันหลังพิงประตูบานหนา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาความเงียบงันที่เย็นะเืและปลอดภัยเข้ามาในปอด สายตามองสำรวจไปรอบๆ ห้องที่ออกแบบและตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลโมเดิร์น แผงซับเสียงสีเทาเข้มสลับดำเรียงตัวเป็ระเบียบบนผนัง พื้นห้องปูพรมหนานุ่มสีเทาดำที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกของเสียงได้ดีเยี่ยม มีเพียงโต๊ะทำงานกระจกสีดำดีไซน์หรู เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ และโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นตัวเดียวที่ตั้งอยู่
ทุกตารางนิ้วในห้องนี้... สำเร็จเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยฝีมือการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างของอานนท์ สถาปนิกใหญ่วัย 52 ปีผู้นั้น
เมื่อคิดถึงใบหน้าคมเข้มภายใต้กรอบแว่นสีดำและรอยยิ้มอบอุ่นดูใจดีของเขา หัวใจของฉันก็พลันเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ โดยเฉพาะััอุ่นร้อนของนิ้วมือหนาที่จงใจลากครูดไล้หลังมือของฉันตอนยื่นแท็บเล็ตให้เซ็นรับมอบงานเมื่อวานนี้ รวมถึงคำพูดกระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มดุดันที่เปลี่ยนจากลุงสถาปนิกแสนดีเป็เสือร้ายคุกคามในพริบตา...
'แม้กระทั่งเสียงครางหลงครางระเส่ายามตื่นตระหนก... ก็ไม่มีวันเล็ดลอดออกไปทำลายหน้ากากแสนสุภาพของคุณแน่นอนค่ะ คุณเกล'
คำพูดประโยคนั้นของเขายังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในสมองของฉันวนเวียนไปมาจนหน้าร้อนวูบวาบ ลุงนนท์ดูออกอย่างนั้นเหรอ? เขาล่วงรู้ได้อย่างไรว่าเื้ัใบหน้าสุภาพเรียบร้อยและกิริยาอันสง่างามของ 'กิรณา ผู้ประกาศข่าวสาวระดับประเทศ' ที่สังคมยกย่องหนาหู จะซ่อนตัวตนอันแสนร่านร้อนและเสพติดตัณหาราคะดิบเถื่อนเอาไว้?
ทุกวันนี้ชีวิตของฉันแขวนอยู่บนเส้นด้ายของคำชมเชยและความคาดหวังของสังคม ฉันต้องสวมหน้ากากกุลสตรีพูดจาไพเราะ วางตัวสุภาพ และมีศีลธรรมอันดีงามหน้ากล้องโทรทัศน์ทุกคืนวันละหลายชั่วโมง ความกดดันมหาศาลเ่าั้ทับถมจนฉันแทบบ้า และหนทางเดียวที่ฉันใช้ปลดปล่อยระบายความเครียดสะสมก็คือ... การปลดปล่อยอารมณ์ใคร่และความ้าทางเพศอันสูงลิ่วของตัวเองอย่างบ้าคลั่งในพื้นที่ปิดตายที่ไม่มีใครเห็นและไม่ได้ยินเสียง
และห้องเก็บเสียงนี้... ก็คือสถานที่ที่ฉันยอมทุ่มเงินหลักล้านจ้างเขามาสร้างเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
คืนวันศุกร์เวลาเที่ยงคืนครึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นการจัดรายการข่าวดึกอันแสนเหน็ดเหนื่อย ฉันเดินกลับเข้ามาในเพนต์เฮาส์ ถอดรองเท้าส้นสูงและวางกระเป๋าลงอย่างอ่อนแรง ร่างกายของฉันร้อนรุ่มและปั่นป่วนอย่างประหลาดเพราะความเครียดและแรงกำหนัดที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ปะทุขึ้นมา ฉันเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องเก็บเสียงอัจฉริยะทันที ล็อกประตูเหล็กแ่า
ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแ่เบา ฉันค่อยๆ ถอดเสื้อสูททำงานสีเทาเข้มโยนลงบนเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวคัตติ้งเนี้ยบออกทีละเม็ดด้วยนิ้วมือที่สั่นเทา สลัดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกจากกายจนร่างเปลือยเปล่า ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับผิวขาวเนียนละเอียด ขับเน้นทรวงอกอวบอิ่มชูชันคู่โตที่สะท้อนแสงไฟสลัวสีส้มจากโคมไฟ ปลายยอดถันสีหวานแข็งชันตึงชูชันรับความเย็น
ฉันเดินไปทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพรมหนานุ่มกลางห้อง แผงซับเสียงรอบด้านดูเหมือนจะคอยจ้องมองดูเรือนร่างของฉันในความเงียบ
"อืม..."
ฉันหลุดปากครางแ่เบาในลำคอเมื่อใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยกกุมเต้าอวบอิ่มของตัวเอง บีบเค้นเนื้อนุ่มหยุ่นเบาๆ ก่อนจะใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือบดบี้เนินปทุมถันสีหวานเขี่ยสะกิดรัวเร็ว ความเสียวซ่านแล่นริ้วจากยอดอกลงสู่ท้องน้อยทันที ร่างกายของฉันบิดส่ายสะโพกกลมกลึงไปมาบนพื้นพรม ความเงียบงันสะท้อนเสียงหายใจหอบกระชั้นของฉันให้ดังชัดเจนเสียจนปลุกเร้ากามารมณ์ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"อ๊า... อานนท์... อานนท์ขา..."
ฉันเผลอร้องครางเรียกชื่อของลุงสถาปนิกผู้นั้นออกมาอย่างลืมตัว จินตนาการถึงใบหน้าคมเข้มและฝ่ามือหยาบกร้านของชายวัย 52 ปีที่น่าจะจับตรึงข้อมือของฉันไว้แล้วกระแทกกระทั้นความดิบเถื่อนเข้าใส่ร่างเปลือยนี้อย่างไร้ความปรานี ยิ่งคิดถึงคำเรียก 'เด็กดี' ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันของเขา ช่องทางรักกึ่งกลางลำตัวของฉันก็พลันบีบรัดตัวแน่นตึงและหลั่งไหลน้ำรักอุ่นร้อนใสๆ ออกมาจนเปียกชุ่มต้นขาอ่อน
ฉันเอนตัวนอนหงายราบไปกับพื้นพรมหนา แยกเรียวขาสองข้างออกกว้าง มือขวาเลื่อนลงต่ำ แตะัักลีบเนื้อชุ่มฉ่ำชื้นน้ำหวานของตัวเอง นิ้วกลางเลื่อนครูดไล้จุดอ่อนไหวสีชมพูบดบี้เน้นหนักจนตัวโยนครางระเส่าเสียงหวานลั่นห้อง
"ฮื้อ... เสียว... อานนท์... เกลเสียว... มัดเกลที... อ๊า..."
ในห้องเก็บเสียงที่ปิดตายแห่งนี้ ฉันไม่ต้องกังวลเื่การคุมโทนเสียง ไม่ต้องเหนี่ยวรั้งคำหยาบคายลามกใดๆ ฉันครางลั่นห้อง ปล่อยเสียงกระเส่าเครือสั่นสะท้านและใช้คำพูด ลามกพูดถึงความร่านร้อนของตัวเองอย่างสะใจ นิ้วมือขยับสอดแทรกสวมลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่นตึง ตอกขยับเข้าออกอย่างรวดเร็วระรัวบดเบียดจุดกระสันซ้ำๆ เสียงเฉอะแฉะของน้ำรักกระทบนิ้วดังชัดเจนก้องห้องที่เงียบสงัด
ร่างกายของฉันแอ่นโค้งขึ้นเหนียวแน่น สองเต้าอวบสั่นไหวตามแรงขยับนิ้ว ความเสียวซ่านสะสมทวีคูณขึ้นจนทนไม่ไหว ฉันขยับนิ้วรัวเร็วบดเบียดจุดเสียวเน้นหนักครั้งสุดท้ายก่อนจะกรีดร้องครางยาวนานสะท้านลั่นห้อง กายบางเกร็งกระตุกริ้วหลายครั้ง ปลดปล่อยน้ำหวานเปียกชุ่มนองเต็มนิ้วและพื้นพรม นอนหอบหายใจรวยรินอย่างหมดสภาพปวกเปียกคาพื้นห้องอย่างเป็สุขใจที่ได้สลัดหน้ากากผู้ดีออกจนหมดสิ้น
ทว่า... ใน่เวลาเดียวกันนั้นเอง
ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ณ ห้องทำงานในคฤหาสน์หรูส่วนตัวของชานนท์
ลุงนนท์กำลังเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สวมหูฟังครอบหูระดับสตูดิโอเกรดดีที่สุด ั์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นจ้องมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่กำลังทำงานเชื่อมระบบเสียง Streaming ไร้สายจาก Panic Room ของเกลโดยตรง เสียงหอบสั่นสะท้าน เสียงครวญครางลามกหยาบโลนร้องขอความดิบเถื่อน และเสียงเนื้อเฉอะแฉะยามนิ้วเรียวกดบี้ร่องรักดังคมชัดระดับ HD เข้าสู่รูหูของเขาในทุกรายละเอียด
นนท์ใช้นิ้วหนาลูบไล้ริมฝีปากตัวเองพลางเผยยิ้มร้ายกาจอย่างสะใจในอารมณ์ความใคร่ของเสือร้ายจอมวางแผน
"หึ... เป็เด็กดื้อที่ร่านร้อนกว่าที่อาคิดไว้เสียอีกนะ... หนูเกล" นนท์พึมพำเสียงพร่า พลอยรู้สึกซ่านกระสันแข็งตึงตามเสียงครางหวานของสาวเรียบร้อยไปด้วย
เขานั่งฟังทุกจังหวะการบิดส่ายกระตุกตัวเสร็จสมของเธออย่างใจเย็น รอจนกระทั่งเสียงหอบของเกลเริ่มคงที่บ่งบอกว่าเธอทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว นนท์จึงถอดหูฟังออก หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพิมพ์ข้อความแชตส่วนตัวส่งตรงหาเกลในยามวิกาลทันที
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนข้อความดังขึ้นข้างตัวเกลที่นอนแผ่อยู่บนพื้นพรมห้องเก็บเสียง เกลเอื้อมมืออันอ่อนแรงไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ทันทีที่เห็นชื่อผู้ส่งเป็ 'อานนท์ (สถาปนิก)' หัวใจของเธอก็พลันกระตุกวูบหน้าร้อนผ่าว รีบกดเปิดอ่านข้อความทันทีด้วยความสงสัยระคนระแวง
[อานนท์]: แอดมินระบบเสียงแจ้งเตือนระบบเข้ามาในเครื่องของอาว่า... พบคราบน้ำและความชื้นหยดเลอะเทอะสะสมอยู่บนพื้นพรมบริเวณกึ่งกลางห้อง จากท่อระบายความชื้นอัจฉริยะ้าค่ะ... เกรงว่าระบบระบายอากาศอาจจะมีปัญหาเปียกชื้นเกินไปนิดหน่อย
เกลเบิกตากว้างช็อกสุดขีด มือไม้สั่นเทาราวกับจะร่วงหลุดจากโทรศัพท์ คราบน้ำและความชื้นที่เปียกเลอะเทอะกึ่งกลางห้องพรมงั้นเหรอ? นั่นมัน... คราบน้ำรักเปียกเยิ้มจากการช่วยตัวเองของเธอเมื่อครู่นี้ชัดๆ!
นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความลนลานสับสนทันที
[เกล]: เอ๋... คราบความชื้นเหรอคะ? ระบบเตือนขนาดนั้นเลยเหรอคะอานนท์... เกลขอโทษด้วยนะคะที่ทำเลอะ
ไม่กี่วินาทีถัดมา ข้อความจากลุงสถาปนิกใหญ่ผู้แสนสุภาพก็ส่งสวนตอบกลับมา พร้อมคำพูดสุภาพเรียบร้อยแต่แฝงเจตนาล่วงล้ำสองนัยอย่างน่าหวาดหวั่นใจ
[อานนท์]: ไม่เป็ไรเลยค่ะเด็กดี... จุดเปียกชื้นตรงกลางห้องนั้นเปราะบางและบอบบางมาก หากทิ้งไว้พรมจะขึ้นรานะคะ... เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เช้า 9.00 น. อาจะเข้าไปช่วยเปิดประตูตรวจเช็คและบดขยี้ทำความสะอาดจุดเปียกชื้นเ่าั้ให้หนูเกลด้วยตัวเองนะคะ พักผ่อนให้สบายตัวนะคะคนดีของอา
เกลอ้าปากค้างหน้าร้อนผ่าววูบวาบจนแทบจะเป็ไข้ ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวปนกามารมณ์ที่ปะทุเดือดขึ้นมาอีกครั้งทันทีในความเงียบงัน
อาจะเข้าไปตรวจเช็คและบดขยี้จุดเปียกชื้นเ่าั้... ด้วยตัวเองงั้นเหรอ?
คำพูดกำกวมแสนดุดันแต่ใช้สำนวนสุภาพของคุณอาวัย 52 ปีผู้นั้น ปลุกเร้าจินตนาการแสนหยาบโลนของเธอให้เตลิดเปิดเปิง จนร่องสาวที่เพิ่งแห้งผากกลับปะทุหลั่งน้ำรักเปียกชุ่มซึมเลอะออกมากระทบพรมหนาอีกครั้งในความมืดที่ไร้แสงไฟอย่างสิ้นเชิง!