บทที่ 57
ทุกอย่างมันผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากที่เกียรติไกรกลับเข้ามา เขาก็ยังสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อไอซ์เป็นอย่างดี นอกจากที่เขาจะจัดการเจรจากับตระกูลศิลาชัยพฤกษ์แล้ว เขายังทำการโอนหนี้ของปังปอนมาเป็นหนี้สินของธนาคาร เพื่อให้เป็นสัญญาสองต่อที่ปลอดภัยกับตัวของปังปอนมากขึ้น แน่นอนว่าไอซ์ชอบการทำงานของชายคนนี้เป็นอย่างมาก จะเรียกว่าเขาโชคดีเลยก็ว่าได้ ที่ในวันนั้นเขาตัดสินใจไปทำธุรกรรมในสาขาที่เกียรติไกรเป็นผู้จัดการ“วันนี้คุณทำได้ดีมาก.. กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้อย่าลืมนัดของผมล่ะ” ไอซ์กล่าว“ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์ ผมจะไปอย่างตรงเวลาครับ” เกียรติไกรกล่าวพร้อมกับคิดในใจว่าเขาจะได้พักจริงๆหรือเปล่าวันนี้ เขามองนาฬิกาข้อมือเล็กน้อยเวลานี้มันเป็นเกือบจะ 18.00 น. และหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้เขาได้ออกบ้านอีก หลังจากเกียรติไกรออกไปจากห้อง VVIP ของโรงพยาบาลรัตนโกสิน ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่ไอซ์ที่กำลังปั้นหน้ายิ้มไม่ได้พูดอะไรกับสองแม่ลูกที่กำลังประมวลผลความคิด วันนี้มันเป็นวันที่เธออาจจะต้องจดจำไปทั้งชาติ ชายคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร แต่จริงๆเขาร้ายกาจจนน่าเหลือเชื่อ และมันยิ่งกว่านายน้อยตูมตามที่ตามติดปังปอนเสียอีก“วันนี้ขอบคุณที่จัดการธุระให้หลายอย่างนะจ๊ะ..” เป็นกัญญาที่เอ่ยออกมาก่อน เธอพยายามทำให้บรรยากาศภายในห้องไม่เป็นบรรยากาศที่มาคุ เพราะดูเหมือนว่าลูกสาวเธอจะเสียอาการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ไม่เป็นอะไรครับคุณน้า มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ถ้ามีอะไรสามารถเรียกผมได้ตลอดเลยนะครับ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนหวาน กัญญาที่ได้ฟังก็ยิ้มตอบรับเช่นกัน ก่อนที่เธอจะนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวมีนัดทานข้าวกับชายหนุ่มคนนี้ และจะได้ดำเนินการเรื่องที่ดินให้เรียบร้อย“เราสองคนมีนัดไปทานข้าวกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ..” กัญญากล่าวถาม“ใช่ค่ะ แต่ปอนต้องรอพี่แป้งกลับมาก่อน ไม่รู้ว่าป่านนี้ถึงไหนแล้ว.. เดี๋ยวปอนโทรตามพี่แป้งก่อนนะคะ” ปังปอนตอบกลับ มือน้อยๆของเธอเคลื่อนไปหยิบมือถือในกระเป๋าแล้วก็กดโทรออกไป แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครรับสาย สีหน้าของเธอไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะเธอรู้ว่าพี่แป้งน่าจะอยู่ในดันเจี้ยนอยู่ เรื่องนี้แม่ของเธอยังไม่รู้ แน่นอนว่าไอซ์รู้ว่าเธอกำลังลำบากใจอะไรสักอย่าง“ผมคิดว่าเราสั่งเดลิเวอรี่มาทานที่นี่ไหมครับ สั่งหลายๆร้านก็น่าสนใจดีนะครับ อีกอย่างคุณน้าจะได้ทานด้วย” ไอซ์เสนอความคิด ถ้าเป็นห้องผู้ป่วยรวมปังปอนคงต้องคิดหนัก แต่ห้อง VVIP นี้มันทั้งกว้าง และเป็นส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก“ถ้าคุณไอซ์ว่าอย่างนั้น ปอนก็เห็นด้วยค่ะ คุณแม่จะได้ทานอะไรอร่อยๆด้วย” ปอนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม กัญญาไม่ได้ขัดอะไรทั้งสองคน เธอเพียงพยักหน้าให้กับทั้งคู่เป็นเชิงว่าอนุญาต“ถ้าอย่างนั้น ใช้เครื่องของผมสั่งนะครับ ผมผูกบัตรเอาไว้แล้ว สั่งได้เต็มที่เลยนะครับ..” ไอซ์กล่าว“เอ๊ะ!! ถ้าอย่างนั้นปอนก็ไม่ได้เลี้ยงคุณไอซ์เลยน่ะสิคะ อย่างนี้ไม่ได้นะคะ” ปังปอนกล่าว“ผมแค่พูดเล่นน่ะครับเรื่องที่จะให้คุณปอนเลี้ยง ยังไงผู้ชายก็ต้องเป็นคนออกเงินถึงจะถูก ต้องขอโทษที่โกหกนะครับ ผมก็แค่อยากทานข้าวกับคุณเท่านั้น” ไอซ์กล่าวไปตามตรง ใจจริงเขาจะเป็นคนเลี้ยงตามที่กล่าวไป หากให้ผู้หญิงออกเงินค่าอาหารตอนไปทานกันสองต่อสอง คนอื่นจะไม่มองเขาเป็นแมงดาเกาะผู้หญิงกินหรือยังไง“..อย่างนั้นปอนก็ไม่ได้ตอบแทนอะไรเลยสินะคุณไอซ์..” ปังปอนกล่าวพร้อมกับสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเอาแต่รับจากอีกฝ่ายจนไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไรแล้ว มันทำให้เธอรู้สึกแย่เอามากๆ“อย่าคิดอย่างนั้นเลยครับ.. งั้นเอาเป็นอย่างนี้ไหมครับ ครั้งหน้าที่ผมไปทานข้าวที่บ้านคุณ คุณปอนก็ช่วยคุณน้าลงมือทำอาหารดีไหมครับ” ไอซ์กล่าว ปังปอนที่ได้ยินก็เงยหน้าแสดงท่าทีเขินๆออกมา“ปอนทำอาหารไม่ค่อยอร่อยน่ะค่ะ ปอนกลัวคุณไอซ์จะผิดหวังจัง..แต่ปอนจะไปฝึกมานะคะ คุณไอซ์ชอบทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” ปังปอนกล่าว“คุณปอนทำอะไรให้ผมทาน ผมก็ทานหมดแหละครับ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับจ้องไปที่ปังปอน แน่นอนว่าเธอก็ต้องเขินเป็นธรรมดา ก่อนที่เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องเป็นเรื่องของอาหารที่จะสั่งทานในเย็นวันนี้“..คุณแม่อยากทานอะไรคะวันนี้..” ปังปอนหันมาพึ่งกัญญาคุณแม่ของเธอ เมื่อเธอเห็นว่าเจ้าลูกสาวส่งมุขนี้ก็สะดุ้งเล็กน้อย เธอกำลังฟินๆกับบรรยากาศที่ดูยังไงก็เหมือนคู่แต่งงานใหม่“แม่ทานอะไรก็ได้จ้ะ.. สั่งเผื่อแม่ด้วยก็แล้วกัน..” กัญญายิ้มตอบกับลูกสาว“คุณปอนค่อยๆเลือกก็ได้ครับ ไปนั่งบนโซฟาตรงนั้นก่อนไหมครับ จะได้เลือกจากหลายๆร้านมาทานได้” ไอซ์กล่าว“เออ..ก็ได้ค่ะ แต่ว่าคุณไอซ์ต้องมาช่วยปอนเลือกนะคะ..” ปังปอนเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะตอบตกลงตามที่เขาแนะนำ แต่จะให้เธอเลือกคนเดียวได้ยังไง อย่างน้อยมันก็เป็นเงินของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเธอจะสั่งอะไรไปบ้าง“ก็ได้ครับ..” ทั้งสองเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่โดยที่มีปังปอนเป็นคนถือมือถือของไอซ์เลื่อนๆหาร้านอาหารที่เธอต้องการ บรรยากาศที่กัญญาเห็นมันทำให้เธอฟินยิ่งกว่าซีรีย์เกาหลีเสียอีก รอยยิ้มของทั้งสองเวลาคุยกันมันเหมือนมีแสงสีชมพูลอยขึ้นมาอย่างเด่นชัด หมอนที่อยู่บนตักของเธอถูกจิกลงไปอย่างรุนแรง ‘เบื่อเว้ย!! ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ.. โอบไหล่เลยสิ.. อย่างน้อยจับมือกันหน่อยก็ยังดี’ อารมณ์ติ่งเกาหลีของคุณแม่กำลังประทุขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องเงียบ และรอลุ้นกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศอย่างนี้ตามในพล็อตเรื่องแล้ว มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ และดูเหมือนว่าเธอจะคิดถูก“คุณไอซ์คะ ปอนว่าชุดนี้น่าสนใจดีนะคะ..” ปังปอนเอียงตัวเข้าไปหาไอซ์เพื่อให้เขาดูสิ่งที่เธอจะสั่ง ไอซ์ที่ได้ยินก็เอียงตัวเข้าหาเช่นกัน และด้วยจังหวะซิทคอมที่เห็นได้ทั่วไปบนจอโทรทัศน์ นิ้วของทั้งสองแตะไปที่เมนูเดียวกัน ก่อนมันจะชนสปาร์คกันตามเนื้อเรื่อง และด้วยความตกใจนั้นเอง มันทำให้ทั้งคู่หันมามองหน้าของกันและกันอย่างช่วยไม่ได้ แน่นอนว่าความใกล้ระดับนั้น แม้แต่ลมหายใจของอีกฝ่ายพวกเขาทั้งสองก็สามารถสัมผัสมันได้ ดวงตาที่มันเปล่งประกายราวกับดวงตามันดึงดูดให้ทั้งคู่จ้องมองกันอย่างนั้นอยู่นาน ‘อ๊ายยยยยย จูบเลย จูบเลย..’ กัญญาได้เชียร์อยู่ในใจ ตอนนี้เรียกได้ว่าเธอกัดหมอนไปแล้วก็ว่าได้ กริ๊งงงงง!! กริ๊งงงงง!! แน่นอนว่าจังหวะอย่างนี้มันก็ต้องมีอะไรมาขัดตามสูตร กัญญาทำหน้าเซ็งไม่น้อยเลยทีเดียวที่เห็นว่าโทรศัพท์ของลูกสาวของเธอดังขึ้น ทั้งไอซ์ และปังปอนเองก็ตกใจที่ได้ยินเสียงนี้ ทำให้พวกเขากระโดดแยกจากกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปังปอนหันหน้าไปถอนหายใจตั้งสติก่อนจะกดรับสาย“..อ่า!! โทษทีนะปอน พี่ลืมเปิดเสียงกับเปิดสั่น.. ว่าแต่เธอกับแม่หายไปไหนแล้วล่ะ พี่มาที่เตียง ไม่มีใครเลย” แป้งกล่าวกับน้องสาวด้วยความสงสัย เสื้อผ้าข้าวของอะไรก็หายไปหมดเลย“ที่ปอนโทรหาก็เพราะเรื่องนี้แหละค่ะ ตอนนี้พวกเราย้ายมาอยู่ห้อง VVIP ที่ชั้น 18 ค่ะพี่” ปอนกล่าว“ห๊ะ!! VVIP อะไร? ยังไง? ทำไม?... อะหรือ.. อะหรือว่า คุณแม่ต้องเข้าโครงการลับของรัฐบาล เพื่อค้นหายีนที่สามารถกลายพันธุ์เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ได้ แล้วบังเอิญคุณแม่มียีนที่สามารถพัฒนาการได้ ด็อกเตอร์ผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้ จึงเชิญคุณแม่ให้เข้าร่วมทีม Z-MAN..” แป้งกล่าวอย่างหูดับไฟไหม้“ปอนว่าพี่ควรเลิกดูหนังได้แล้วนะคะ..”