เช้าวันต่อมา วาโยตื่นขึ้นมาเพราะแสงจากดวงอาทิตย์ส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา เธอลุกขึ้นไปเปิดม่านจึงพบกับบรรยากาศเขียวชอุ่มด้านนอก มองดูแล้วรู้สึกสดชื่นโดยทันที แม้ว่าจะยังมีอาการมึนๆ อยู่บ้าง แต่ได้มองสีเขียวๆ ด้านนอกก็รู้สึกดีขึ้น เธอจัดการทำภารกิจส่วนตัว เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงเดินออกจากห้อง
ทันทีที่เปิดประตูออกมา กลิ่นอาหารก็แตะจมูกเธอ เธอสูดดมเต็มปอด กลิ่นหอมยั่วยวนจนท้องไส้ปั่นป่วน จึงรีบเดินตรงไปยังห้องครัว
ร่างสูงกำลังยืนอยู่หน้าเตา วันนี้เธอสวมเชิ้ตบางสีขาว รวบผมมวยสูงไว้หลวมๆ สองมือกำลังตั้งใจปรุงอาหาร
"เช้านี้แม่ครัวทำอะไรให้ทานคะ" วาโยเอ่ยถามเมื่อเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างๆ คนตัวสูง
"ข้าวต้มกุ้ง ใกล้เสร็จแล้ว ไปนั่งรอก่อน"
"ไม่นั่งได้ไหม อยากยืมมองคุณรินทำอาหาร ทำไมคุณรินเก่งจัง"
ร่างสูงเบนสายตาจากหน้าเตา มามองหน้าคนข้างๆ แทน
"ยังเมาอยู่เหรอ"
"เปล่านี่คะ ใครเมา เมื่อคืนฉันเมาเหรอคะ"
"อืม ใช่ เมามากด้วย"
"บ้าจริง จำอะไรไม่ได้เลย ฉันไม่ได้เผลอทำอะไรที่ไม่ดีใช่มั้ยคะ"
"เธอจูบฉัน"
"ห้ะ ตลกเถอะค่ะคุณริน ฉันเนี่ยนะ"
"ใช่ เธอนี่แหละ"
"ไม่มีทางอะ ถึงฉันจะเมาขนาดไหน ฉันก็ไม่ได้ขาดสติจนไปจูบใครมั่วๆ นะคะ"
วาโยปฏิเสธหนักแน่น ภาพในสมองไม่มีภาพจำสักนิดว่าเธอจูบอีกฝ่ายไปเมื่อคืนนี้
"ี้เีจะเถียง ไปกินข้าวเถอะ"
ศิขรินพูดก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มสองถ้วยไปวางบนโต๊ะกินข้าว แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบแก้วน้ำส้มคั้นสองแก้วออกมา เดินมายังโต๊ะก็พบว่าอีกคนนั่งรออยู่แล้ว ศิขรินวางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะให้อีกฝ่าย
"ขอบคุณสำหรับมื้อเช้านะคะคุณริน น่ารักจัง"
วาโยตอบพร้อมส่งยิ้มหวาน อีกฝ่ายเบี่ยงหน้าแสร้งมองออกไปนอกหน้าต่าง
"อืม ไม่เป็ไร"
วาโยลงมื้อทานมื้อเช้า เธอมีความสุขสุดๆ กับการได้ทานของอร่อยๆ คนที่ตื่นแต่เช้า ลงมือทำมื้อเช้าอย่างตั้งใจก็พอใจกับภาพที่เห็น
"วันนี้ฉันจะพาเธอไปไร่ลุงพิชัย เขาเป็พี่ชายของพ่อฉัน ที่ไร่ของลุงมีร้านกาแฟและขนมอร่อยๆ หลายอย่าง ลุงทำแยมองุ่นเองด้วย อร่อยนะ"
"จริงเหรอคะคุณริน มีให้ชิมรึเปล่าคะ น่าอร่อยจัง"
"มีสิ เธอได้ชิมแน่นอน" ศิขรินมองดูแววตาที่เปล่งประกายคู่นั้น เมื่อพูดถึงขนม ราวกับเด็กห้าขวบ มองๆ ดูก็ไม่ต่างจากเด็กน้อยจริงๆ
"คุณรินคะ หลังจากกลับจากสวนลุงพิชัยแล้ว เราไปไหว้พระกันมั้ยคะ ฉันอยากไปทำบุญ"
"เข้าวัดก็เป็เหรอ คิดว่าเข้าเป็แต่ร้านเหล้า"
ได้โอกาสก็ไม่วายจะแซวคนตรงหน้าเสียทุกครั้ง รอยยิ้มมุมปากก็เกิดขึ้นโดยทันที
"โถ่ คุณริน ฉันก็ไม่ได้เมาทุกวันหรอกนาาา"
วาโยค้อนเธอ ก่อนจะก้มหน้างุด ตักข้าวต้มในชามเข้าปากต่อ
"เสร็จจากไร่แล้วฉันจะพาไปละกัน"
ได้ยินแบบนั้น คนตรงหน้าจึงเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอัตโนมัติ
"คุณรินน่ารักที่สุดเลยค่ะ"
ร่างสูงไม่ตอบกลับอะไร แต่เสียงในหัวใจดังขึ้นมาแทน หากอีกคนนั่งใกล้กว่านี้อีกนิดก็คงจะได้ยิน ทุกครั้งที่วาโยพูดหวานๆ กับเธอพลางทำหน้าออดอ้อน ใจเธอก็เต้นแรงทุกที เธอแพ้คำพูดแบบนี้ การกระทำแบบนี้ แปลกตรงที่ แค่กับเธอคนนี้ด้วย ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครเลยสักคน ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ สวยกว่านี้ก็มี น่ารักกว่านี้ก็มี แต่ทำไมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครเลยนะ
หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ศิขรินจึงขับรถพาวาโยไปยังสวนของลุงพิชัย ไม่นานนักรถหรูก็มาจอดหน้าร้านกาแฟร้านหนึ่ง ด้านนอกเป็กระจกใสล้อมรอบ มีสองชั้นด้วยกัน ด้านเป็แบบโอเพ่นแอร์ ใครที่ชอบรับอากาศบริสุทธิ์ก็มักจะเลือกนั่งชั้นสอง ร้านกาแฟแห่งนี้มีทั้งกาแฟสด กาแฟดริปแบบหม้อต้ม และเครื่องดื่มอื่นๆ อีกหลายอย่าง รวมถึงเบเกอรี่ ครัวซอง และแยมผลไม้ที่ทางร้านทำเองอีกด้วย
วาโยเดินเข้ามาในร้านด้วยความตื่นเต้น ขนมมากมายที่วางอยู่ในตู้กระจกใสชวนให้ลิ้มลองไปเสียทุกอย่าง คนตัวเล็กมองดูไม่วางตา
“น่ากินทุกอย่างเลยค่ะคุณริน” วาโยพูดบอกคนข้างๆ แต่สายตาก็ยังไม่วายจากตู้ใส่ขนม
“จะกินอะไรก็สั่งเลยนะ วันนี้มีเวลา ลุงพิชัยติดทำแยมที่โรงงาน วันหลังฉันจะพามาเจอใหม่”
“งั้นโยไม่เกรงใจน๊าาา หนูกินเยอะนะ พี่จ่ายไหวป่าววว”
วาโยพูดเสียงออดอ้อนพร้อมทำหน้าน่ารัก คนที่ยืนมองดูการกระทำนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา
“พูดอะไรของเธอ อย่างกับคนเมาเมื่อคืนเลย”
“แต่คุณรินก็ยิ้มได้เพราะคนเมาคนนี้ใช่มั้ยล๊าาาา” อีกฝ่ายได้ยินแบบนั้นสีเปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบเฉยในทันที
“ฉันไม่ได้ยิ้มเพราะเธอ อย่าเข้าใจผิด”
“อ้อออ โอเคค่ะ งั้นโยคงคิดไปเอง” คนร่างเล็กพูดไปยิ้มไปเหมือนรู้ว่าเธอบ่ายเบี่ยงความจริง
หลังจากทานของหวานจุใจแล้ว ศิขรินจึงพาวาโยมาไหว้พระตามคำขอ ตัวเธอเองก็ไม่ค่อยได้ทำบุญเท่าไหร่นัก ชีวิตที่มีแต่งานและความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง นับว่าเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เธอได้มาทำบุญ
“คุณรินร้อนมั้ยคะ” วาโยถามขึ้นมาในขณะที่อีกคนกำลังจุดธูปเตรียมจะไหว้พระ
“ไม่หนิ วันนี้อากาศดี”
“คิดว่าเข้าวัดแล้วร้อนซะอีก” คนร่างเล็กพูดแกมหัวเราะ
“ฉันดูเป็คนเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอในสายตาเธอ” น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นทำให้วาโยรู้สึกผิดขึ้นมาในทันทีที่พูดไปแบบนั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ โยแค่อยากให้คุณยิ้ม แค่แซวเล่นเฉยๆ โกรธรึเปล่าคะ”
“ไม่หรอก บางทีฉันอาจจะเป็คนไม่ดีจริงๆ ก็ได้นะ”
ศิขรินพูดพลางส่งธูปในมือของเธอให้วาโย เมื่ออีกคนรับมาแล้ว ทั้งคู่จึงตั้งใจไหว้พระ ต่างฝ่ายหลับตา พร้อมกัน ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ เป็ศิขรินที่ลืมตาขึ้นก่อน เธอหันไปมองหน้าคนข้างๆ ที่ยังหลับตาปี๋ ดูๆ ไปแล้ว ก็น่ารักดีนะ ไม่สิ น่ารักมากเลยต่างหาก อยู่ด้วยแล้วไม่เครียด ชอบทำให้ยิ้มอีกต่างหาก ชีวิตที่เจอแต่ความตึงเครียดมายาวนานหลายปี ไม่ได้รู้สึกมีความสุขแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
“มองหน้าโยทำมั้ยคะคุณริน” เสียงของอีกฝ่ายทำให้ศิขรินได้สติ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายลืมตาั้แ่เมื่อไหร่ นี่เธอใจลอยไปถึงไหนนะ ถึงไม่รู้เลยว่าคนข้างๆ ลืมตาแล้ว
“เอ่อ เปล่า” คนร่างสูงนึกหาเหตุผลไม่ทัน เลยตอบไปสั้นๆ แล้วแสร้งพูดเื่อื่นทันที
“เขย่าเซียมซีไหม” ศิขรินถามพลางยกที่เสี่ยงเซียมซีขึ้นมา
“เขย่าสิคะ ขาดไม่ได้เลย” พูดจบร่างเล็กก็หยิบขึ้นมา พลางหลับตาอีกครั้งพร้อมกับใช้สองมือเขย่าที่เสี่ยงเซียมซี ไม่นานหนักไม้เซียมซีที่มีเลขเก้าก็หล่นออกมา
“ฉันได้ใบที่เก้าค่ะคุณริน คุณรินเขย่าด้วยมั้ยคะ” เธอถามอีกคน
“ไม่ละ”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปอ่านคำทำนายก่อนนะคะ” วาโยเก็บเซียมซีเรียบร้อยจึงลุกไปยังบอร์ดข้างๆ ที่มีกระดาษบอกคำทำนายของเซียมซีแต่ละเลขไว้
“ใบที่เก้าเซียมซีใบนี้ว่าด้วย ชะตาชีวิต่นี้จะพบคนที่มีบุญมาช่วยเหลือ การงานก้าวหน้า เงินทองคล่องตัว ความรักจะพบเนื้อคู่ เจ็บป่วยไม่มี ทุกสิ่งทุกอย่างสมประสงค์ดีนักแล”
หลังจากอ่านคำทำนายจบว่าโยก็เดินมาหาศิขรินที่ออกมารอด้านนอกโบสถ์แล้ว
“เป็ไง เซียมซีดีรึเปล่า” ศิขรินถาม
“คำทำนายบอกว่าจะเจอเนื้อคู่ค่ะคุณริน จะมีคนช่วยเหลือ งานก็ดี เงินทองก็คล่องตัว ดีทุกอย่างเลยค่ะ” คนร่างเล็กพูดพร้อมกับหน้าตาที่ดูมีความสุขสุดๆ
“งั้นเหรอ เธอเชื่อเื่แบบนี้ด้วยรึไง”
“ถ้าดีก็จะรับไว้ค่ะ แต่ถ้าคำทำนายไม่ดีก็จะไม่ใส่ใจ ไม่รับไว้”
“อื้ม บางทีเนื้อคู่เธออาจจะอยู่ใกล้ๆ ก็ได้นะ”
คนร่างสูงพูดก่อนจะเดินนำหน้าไปยังที่จอดรถ ปล่อยความสงสัยทิ้งไว้กับอีกคนฝ่ายเดียว
-----------------------------------------------------