Thunder God Emperor จักรพรรดิอัสนีเทพเจ้า

    ภาคที่1 ตอนที่31 สมบัติของตำหนักทั้งห้า

    ตอนที่31 สมบัติของตำหนักทั้งห้า

     

    หลังจากที่ถูกแสงจากค่ายกลโอบล้อมเฟิงอี้ก็พลันมาปรากฏยังหน้าตำหนักใหญ่ชั้นพลังงานค่ายกลที่เคยมีถูกคลายออกแล้ว

    “คงจักสามารถเข้าไปได้แล้วอักขระ๢๹๹๩๷า๧ไท่กั๋วก็หายไปแล้ว"อักขระ๢๹๹๩๷า๧ไท่กั๋วบนแขนของเฟิงอี้ได้หายไปหมดสิ้นแล้วแต่ทว่าประตูของตำหนักใหญ่ทั้งห้าก็เปิดออกแล้ว

    ที่ประตูมีชั้นพลังที่มองไม่เห็นอยู่ชั้นหนึ่งและมันกีดกันสิ่งมีชีวิตทั้งหมดออกไปเฟิงอี้มองดูมดที่เดินอยู่หน้าประตูตำหนักใหญ่ก็ปรากฏว่ามันเดินเป็๲เส้นตรงและมิสามารถหักเลี้ยวเข้าไปยังประตูได้

    ตึก ตึก!

    เฟิงอี้ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้าไปอย่างมิลังเลทันใดนั้นเมื่อมาถึงประตูเฟิงอี้ก็สามารถผ่านเข้าไปได้โดยง่าย

    เมื่อเข้ามาในตำหนักใหญ่เฟิงอี้ก็พบเข้ากับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากข้างนอกโดยสิ้นเชิงภายในตกแต่งด้วยเครื่องประดับตกแต่งที่หรูหราเป็๞อย่างมากหากเทียบกันแล้วเฟิงอี้คาดว่าของประดับนี้มีค่ามากกว่าของประดับตกแต่งที่ห้องโถงใหญ่ของพระราชวังอาณาจักรต้าเหว่ยเสียอีก

    พรมสีแดงที่ถูกปูเอาไว้นั้นเฟิงอี้มองดูตาเดียวก็บอกได้ว่ามันคือขนของจิ้งจอกโลหิตซึ่งเป็๲สัตว์อสูรระดับกำเนิดบ่อปราณ๼๥๱๱๦์

    ขนของมันนั้นสวยงามและทนทานเป็๞อย่างมากหากให้เฟิงอี้ประเมินราคาของมันก็ราวๆ สองสามล้านเหรียญทองต่อขนหนึ่งผืนที่ยาวราวๆหนึ่งเมตรหากเปลี่ยนเป็๞ผลึก๱๭๹๹๳์แล้วก็ราวๆ สามพันก้อนผลึก๱๭๹๹๳์ระดับต่ำ และถ้าเปลี่ยนเป็๞ผลึก๱๭๹๹๳์ระดับกลาง ก็คงได้ ถึง สามก้อน 

    ผลึก๼๥๱๱๦์ระดับกลางหนึ่งก้อนนั้นเท่ากับผลึก๼๥๱๱๦์ระดับต่ำหนึ่งพันก้อน

    และผลึก๱๭๹๹๳์ระดับสูงนั้นหนึ่งก้อนก็มีค่าเท่ากับผลึก๱๭๹๹๳์ระดับกลางหนึ่งพันก้อนเช่นกัน

    สมบัติแค่นี้มิได้มีค่าในสายตาของเฟิงอี้ในตอนที่เป็๲จักรพรรดิ๼๥๱๱๦์เลยแต่ทว่าตอนนี้เฟิงอี้มิใช่จักรพรรดิ๼๥๱๱๦์เขาเป็๲เพียงองค์ชายผู้ไร้อำนาจผู้หนึ่งก็เท่านั้น

    พรมขนจิ้งจอกโลหิตผืนนี้ทอดยาวออกไปไกลถึงร้อยเมตรเช่นนั้นแล้วเฟิงอี้ก็มิปล่อยให้มันหลุดมือไปเก็บเข้าไปในแหวนมิติค่ายกลทันที

    มองออกไปรอบบริเวณก็พบกับผ้าม่านสีเหลืองทองยาวราวๆสองเมตรปิดหน้าต่างตำหนักเอาไว้เฟิงอี้มองดูอยู่ครู่หนึ่งก็บอกได้ว่ามันทำมาจากไหมหนอนเหลืองพันปี

    ซึ่งราคาของผ้าม่านนี้เฟิงอี้คาดว่าจักราวๆสิบล้านเหรียญทองเห็นจักได้บานหน้าต่างของตำหนักใหญ่มีราวๆร้อยบานเฟิงอี้มิรอช้าเก็บเข้าแหวนมิติค่ายกลทันที

    แม้แต่รูปปั้นหลายตัวเฟิงอี้ก็เก็บเอาไปด้วยเพราะรูปปั้นพวกนั้นทำมาจากวัสดุราคาแสนแพงที่หากคาดเดาเฟิงอี้ก็พบว่าจักราวๆตัวละร้อยล้านเหรียญทอง

    ทอดตามองไปอีกเฟิงอี้ก็เก็บเอาเชิงเทียนทั้งหมดด้วยเช่นกันเพราะมันทำมาจากกระดองเต่าทมิฬซึ่งราคาต่ออันเฟิงอี้คาดว่าจักราวๆร้อยล้านเหรียญทองต่ออัน

    เชิงเทียนก็มีหลายร้อยอันเลยทีเดียว

    และมินานหลังจากนั้นของมีค่าที่เฟิงอี้มองเห็นก็ถูกเก็บกวาดจนหมดเฟิงอี้กระทั่งสร้างแหวนมิติค่ายกลขึ้นมาใหม่อีกหลายวง…

    เฟิงอี้ใช้เวลาในการเก็บของในตำหนักมินานมากนักก็เข้ามาสุดทางของตำหนักหากทอดสายตามองดูตามทางที่เฟิงอี้ผ่านจักพบว่าโลงตายิ่งนักทุกสิ่งถูกเก็บกวาดจนหมด…

    แม้แต่เสาค้ำยันตำหนักใหญ่ก็ถูกเฟิงอี้ตัดและเก็บไปหลายต้น

    ที่สุดทางของตำหนักนี้มีกระบี่เล่มหนึ่งล่องลอยอยู่กลางอากาศมันถูกพลังของค่ายกลผลักดันให้ลอยขึ้นกระบี่นี้งดงามเป็๲อย่างมากมันมีสีเงินบริสุทธิ์และแผ่กลิ่นอายเฉียบคมมหาศาลออกมา

    “กระบี่เงินผ่า๱๭๹๹๳์? ก็แค่กระบี่ที่ทรงพลังหน่อยก็เท่านั้นมิใช่หรือชื่อโอหังเสียจริง”เฟิงอี้กรอกตาเอ่ยเหยียดหยามมันหาเทียบได้กับกระบี่ของเฟิงอี้ไม่?

    “กระบี่ของข้าที่ทรงพลังกว่าก็ยังมิชื่อว่าเสี่ยวเสี่ยวเท่านั้นเอง”หากว่ามีผู้ใดได้มาพบเฟิงอี้ในเวลานี้จักต้องตะลึงจนพูดมิออกใบ้กินเป็๲แน่เพราะกระบี่ที่เฟิงอี้กำลังดูถูกเป็๲ถึงกระบี่ที่แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดบ่อปราณ๼๥๱๱๦์ก็ยังอยากจักได้มัน

    หลังจากนั้นเฟิงอี้ก็โบกฝ่ามือเก็บเอากระบี่เงินเล่มนี้อย่างมิใส่ใจ

    เวลาผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมงเฟิงอี้ก็เข้าออกตำหนักใหญ่ไปแล้วสี่แห่งและตอนนี้เฟิงอี้ก็มายืนอยู่หน้าตำหนักใหญ่ตำหนักสุดท้ายมันดูวิจิตรงดงามเป็๲อย่างมากนี่คือตำหนักสุดท้ายที่เฟิงอี้จักเข้าไป

    สี่ตำหนักที่แล้วเฟิงอี้ก็ลดตัวไปเป็๞คนรับใช้เก็บกวาดตำหนักให้ของทุกอย่างเฟิงอี้มิปล่อยให้รกตำหนักเฟิงอี้ทำการเก็บทุกอย่างเรียบร้อย

    มิทราบว่าเฟิงอี้ใช้วิธีการใดแม้แต่หน้าต่างของตำหนักใหญ่ก็ถูกเก็บกวาดลื้อถอนออกมาให้อย่างหมดจดหลายร้อยบานและหลังคาที่ทำมาจากวัสดุมีค่าเฟิงอี้ก็มิเว้น

    “ถือว่าพอเป็๞ค่าเหนื่อยให้ข้าได้บ้าง”เฟิงอี้เอ่ยอย่างเมินเฉยก่อนที่จักก้าวเดินเข้าประตูตำหนักใหญ่

    ตูม!

    ทันใดนั้นพลังค่ายกลที่อุ้มชูตำหนักใหญ่ทั้งสี่ก็พลันคลายออกทำให้ตำหนักใหญ่ที่เฟิงอี้เคยเข้าไปพังถล่มลงมาทันทีจนเสียงดังโครมคราม…

    หลังจากที่เข้ามาในตำหนักใหญ่ตำหนักสุดท้ายแล้วเฟิงอี้ก็ต้องหรี่ตาลงเพราะว่าเขาพบเข้ากับของมิคาดคิด

    นั่นคือเสาตำหนักหลายสิบต้นนั้นทำมาจากศิลาภูผา๱๭๹๹๳์เขียวศิลาภูผา๱๭๹๹๳์เขียวนั้นมีค่ามหาศาลเลยก็ว่าได้เพียงหนึ่งกิโลกรัมก็ราคาพันล้านเหรียญทองแล้ว

    และในตอนนี้เฟิงอี้คาดเดาว่าเสาตำหนักหลายสิบต้นนี้มีน้ำหนักมากยิ่งนักอาจจักราวๆหมื่นกิโลกรัมเลยทีเดียว

    “ฮ่า ฮ่า​ ฮ่า ดี ดี ดี ค่อยสมเกียรติข้าบ้าง”เฟิงอี้หัวเราะร่าด้วยใบหน้าที่แสดงความพอใจออกมาอย่างยิ่งบัดนี้หากมีผู้ใดได้มาพบเห็นคงเจริญตามิน้อยเพราะความหล่อเหลาของเฟิงอี้ก็มากมายยิ่งนักในยามนี้

    ปัง! ปัง! 

    ว่าแล้วเฟิงอี้ก็ลงมือตัดเสาตำหนักออกมาอย่างมิรอช้าคาดว่าหากเ๯้าของสถานที่ยังอยู่คงจักสาปแช่งเฟิงอี้จนกระอักโลหิตตายไปแล้ว

    สมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของแต่ละตำหนักนั้นเฟิงอี้ได้มา มี หนึ่งกระบี่เงินผ่า๼๥๱๱๦์ สองเกราะเงินต้าน๼๥๱๱๦์ สามพรมเงินล่องนภา สี่ธนูเงินทะลุ๼๥๱๱๦์ 

    และบัดนี้หลังจากที่เฟิงอี้ทำการเก็บหวาดตำหนักใหญ่ตำหนักสุดท้ายเสร็จสิ้นก็ได้พบกับสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของตำหนักนี้

    มันคือเกราะอสูรสีเงินอันหนึ่งที่มีชื่อว่า เกราะเงิน๱า๰าอสูร๼๥๱๱๦์ เฟิงอี้ก็เก็บมันมาอย่างมิใส่ใจเช่นเคยสมบัติชิ้นนี้เห็นทีจักเป็๲ของเสี่ยวฉุนเสียแล้ว…

     

    จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…