ในความรู้สึกของแมดดี้ ทุกคำพูดของอัลลิสันดูจะมีความสำคัญแก่หล่อนไปเสียหมด และเนื่องจากหล่อนมัวแต่ครุ่งคิดถึงปัญหาความเปิ่นของตนเองจึงไม่ทันได้สังเกตว่าจริงๆ แล้วการชวนคุยของอัลลิสันในค่ำคืนนี้ดูไม่มีชีวิตจิตใจเช่นที่ควรจะเป็ ทั้งนี้เพราะจิตใจของอัลลิสันหมกมุ่นอยู่กับเื่อื่นเสียมากกว่า
เป๊กกี้เดินกลับเข้ามาในห้องเวลาเดียวกับที่ทริพพ์เดินนำคนอื่นๆ ออกมาจากห้องสมุด
“เชิญรับประทานอาหารได้แล้วค่ะ” เธอเอ่ยขึ้น จากนั้นก็หันไปทางสามีกล่าวกับเขาว่า “ทริพพ์คะ คู่ของคุณคืออัลลิสันนะ แร้ดคะ...คุณช่วยพาคุณนายเบิร์มบอจเข้านั่งโต๊ะหน่อยนะคะ ส่วนท่านวุฒิสมาชิกเบิร์มบอจเป็คู่ของฉันคืนนี้ค่ะ” เป๊กกี้ทำหน้าที่เ้าของบ้านด้วยความชำนาญ
โต๊ะอาหารที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องกว้างใหญ่นั้น ปูราดด้วยไอริช ลินินปักลวดลายอ่อนหวานมีเชิงเทียนกิ่งตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง ขนาบด้วยแจกันดอกไม้สดขนาดใหญ่ซึ่งตกแต่งเป็นกยูงที่กำลังรำแพน ซึ่งเป๊กกี้ เดรค เองก็แต่งตัวให้เข้ากับบรรยากาศอยู่แล้ว ด้วยการสวมชุดราตรียาวสีฟ้าใส ประดับเรือนผมด้วยขนนกยูง ตรงเบื้องหน้าชุดรับประทานอาหารนั้น นอกจากเมนูรายการอาหารแล้วก็ยังมีการ์ดสีขาวพิมพ์ชื่อแขกแต่ละคนด้วยตัวอักษรสีทองหรูหราอีกด้วย
แมดดี้ เบิร์มบอจ ถึงกับประสานมืออยู่หว่างอกด้วยความตื่นเต้นราวเด็กๆ เมื่อร้องออกมาว่า
“โอ้โฮ โต๊ะนี้จัดเสียเริ่ดเลยนะคะ”
แร้ดยิ้มให้หล่อนอย่างมีมารยาทขณะช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้แมดดี้นั่งลงก่อนจะหันไปทางเ้าภาพฝ่ายชาย
“คุณนายเบิร์มบอจพูดถูกจริงๆ ทริพพ์ เป๊กกี้มีฝีมือในการจัดงานเลี้ยงให้ดูหรูหราทุกครั้ง”
“มันเป็ธรรมชาติของเขา” วุฒิสมาชิกเดรคตอบเรียบๆ ตามนิสัย
เนื่องจากภรรยาของเขากับสามีของแมดดี้ นั่งอยู่ตรงปลายโต๊ะอีกด้านหนึ่ง ดังนั้นจึงเป็หน้าที่ของทริพพ์ที่จะต้องหาเื่มาชวนสนทนา ขณะที่คนรับใช้ประคองถาดเงินบรรจุอาหารตักใส่ลงในจานตรงหน้าของแขกแต่ละคนอยู่ ทริพพ์ก็หันไปทางแมดดี้
“ผมทราบว่าคุณเพิ่งมาจากเนวาด้าได้ไม่กี่วันใช่ไหมครับ คุณนายเบิร์มบอจ”
“ใช่ค่ะ” แมดดี้ตอบปนหัวเราะ “ฉันสกปรกไปหมดทั้งเนื้อตัว จนทั๊กที่อุตส่าห์ไปรับฉันที่สถานีถึงกับจำไม่ได้ คิดว่าฉันเป็คนใช้หรืออะไรสักอย่างหนึ่ง จนกระทั่งฉันต้องร้องทักออกไปนะคะว่า...เฮ้ ทั๊ก คุณจะไม่จูบเมียสักทีหรือไง...นั่นแหละค่ะเขาถึงได้เดินเข้ามาหา ฉันต้องขัดสีฉวีวรรณอยู่ถึงสามวันเชียวนะคะกว่าจะเอาคราบความสกปรกนั้นออกจากเนื้อตัวได้หมด แล้วมันก็เหนื่อยเหมือนจะขาดใจด้วย”
แต่ทันทีที่พูดจบ หล่อนก็หันไปเห็นสายตาตื่นตะลึงของโรเซตต้า มอร์แกน เข้าแมดดี้รีบหันไปหาอัลลิสันพร้อมกับถามว่า
“เอ๊ะ ฉันพูดอะไรผิดหรือเปล่าคะนี่”
“การเดินทางไกลเป็เื่ที่ออกจะยากลำบากสำหรับเราที่เป็ผู้หญิงเสมอละค่ะ” อัลลิสันตอบเลี่ยงไปเสียทางหนึ่ง “โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางด้วยรถไฟมักจะเป็อย่างที่คุณว่า”
“ถ้าชอบไปไหนทางเรือมากกว่า” โรเซตต้าพูดยิ้มๆ “จริงไหมอัลลิสัน”
“ฉันก็ชอบอย่างนั้นมากกว่า”
ระหว่างที่นั่งอยู่ในโต๊ะอาหาร ทั้งโรเซตต้าและอัลลิสันต่างมีความรู้สึกเหมือนตนเองเป็นักแสดงที่ต้องคอยประคับประคองการสนทนาให้ดำเนินไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะเมื่อแมดดี้พูดอะไรผิดพลาดออกมา และเมื่อถึงเวลาของหวาน ภรรยาของวุฒิสมาชิกเบิร์มบอจก็พูดคุยเื่ต่างๆ อันล้วนแต่เป็เื่ต้องห้ามในความรู้สึกของสุภาพสตรีทั้งหลายได้อย่างสะดวกปาก ไม่ว่าจะเป็เื่เกี่ยวกับศาสนา การเมือง การเงินและจริยธรรมของแต่ละบุคคล
แต่คราวใดที่พูดเื่เหล่านี้ออกไป หล่อนก็จะรีบหันไปมองอัลลิสันราวจะขอความเห็น และหญิงสาวก็จะช่วยเปลี่ยนเื่ให้
ในที่สุด เมื่อการรับประทานอาหารสิ้นสุดลงแล้วเป๊กกี้ก็ยืนขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า
“คุณสุภาพสตรีทั้งหลายคะ ขอเชิญไปดื่มกาแฟกับดิฉันดีกว่า ปล่อยให้ท่านสุภาพบุรุษนั่งจิบบรั่นดีสูบซิการ์กันไปเถอะนะคะ”
คำพูดของเธอเป็ประหนึ่งสัญญาณที่ทำให้เ้าภาพฝ่ายชายและแขกของเขาต่างลุกขึ้นยืน ในท่ามกลางเสียงเลื่อนเก้าอี้นั้น โรเซตต้าได้เอนร่างเข้ามาหาอัลลิสันพร้อมกับบอกว่า
“ฉันไม่เคยไปงานไหนที่สนุกเท่างานนี้เลยนะ รับรองว่างานเลี้ยงในคืนนี้มีเื่ให้ฉันเก็บไปคุยได้ตลอดหน้าร้อนเลยทีเดียวละ”
“เธอจะอยู่ที่นี่ตลอดสมัยประชุมเลยงั้นหรือ” อัลลิสันถามอย่างแปลกใจ
“ไม่หรอก กลางเดือนสิงหาฯ ฉันกับลูกก็ไปเที่ยวทะเลกันแล้ว เธอล่ะ”
“ฉันยังไม่รู้เลย อาจจะกลับบ้านสักพักละมัง คุณล่ะคะคุณนายเบิร์มบอจ จะอยู่ที่วอชิงตันนี่ตลอดเลยหรือเปล่า”
“คงจะยังงั้นละมังคะ เพราะว่าในเนวาด้าก็ไม่มีอะไรให้ฉันทำเท่าไหร่นักหรอก อีกประการหนึ่งทั๊กเขาก็เพิ่งซื้อ...เอ้อ...ฉันหมายถึงว่าไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้วเราก็คงจะต้องอยู่ที่นี่กันไปตลอดนั่นแหละค่ะ” แมดดี้สงบปากคำไว้ได้ทันก่อนจะเผยความลับในสิ่งที่สามีซื้อให้ลงไว้
หลังจากนั้นผู้หญิงทุกคนก็เดินตามเป๊กกี้ขึ้นไปยังห้องชั้นบนและแยกย้ายกันไปตามห้องต่างๆ อัลลิสันนั้นทรุดตัวลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องนอนห้องหนึ่ง เป๊กกี้ซึ่งทิ้งตัวลงในเก้าอี้ใกล้กันจับตามองเธออยู่
“ขืนอยู่ต่อไปอีกสักครึ่งชั่วโมงฉันคงเป็ลมตายแน่” เป๊กกี้เอ่ยขึ้น อัลลิสันหันไปมองหน้าเพื่อนพูดยิ้มๆ ว่า
“ฉันไม่เข้าใจว่าเธอจะต้องกังวลใจเื่อะไร ในเมื่อคืนนี้เธอก็จัดงานได้เรียบร้อยดีจะตายไป”
“นี่เธอไม่รู้ตัวจริงๆ น่ะหรืออัลลิสัน ว่าเพราะเธอเท่านั้นที่ทำให้งานนี้มันไม่พังลงกลางคัน” และก่อนที่อัลลิสันจะทันตอบอะไรออกไปเป๊กกี้ก็รีบกล่าวต่อว่า “เออ วันนี้ฉันก็มัวแต่ยุ่ง เลยไม่ทันถามว่าที่เธอไปพบปะกับคุณนายฟอร์ไซท์วันนี้น่ะได้เื่ยังไงบ้าง”
แต่ก็พอดีกับที่เลตตี้เดินนำโรเซตต้ากับแมดดี้เข้ามาในห้อง อัลลิสันจึงไม่ต้องตอบคำถามที่สร้างความอึดอัดใจให้กับเธออย่างที่สุดนั้น
“แหม...เป๊กกี้ นี่จะบอกอะไรให้นะ เมื่อกี้นี้ฉันกับแมดดี้ได้เห็นภาพเขียนที่เธอติดไว้บนผนังห้องนอนสำหรับแขกแล้วละ สวยมากจริงๆ เธอไปหามาจากไหนน่ะ”
“อ๋อ สมบัติของน้าสาวฉันเองแหละ” เป๊กกี้ตอบ “เพิ่งได้มาเมื่อไม่นานนี้”
“เราจะลงไปข้างล่างกันหรือยังล่ะ” โรเซตต้าเอ่ยถามขึ้นบ้าง
“ไปสิ” เป๊กกี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับอัลลิสันที่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะเธอไม่้าจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองเมื่อตอนบ่ายให้ใครฟังทั้งสิ้น
ตลอดเวลาที่ลงมานั่งดื่มกาแฟกันอยู่นั้น อัลลิสันมีความรู้สึกว่าเสียงหัวเราะ เสียงสนทนาที่ดังอยู่ข้างๆ หูเพิ่มความตึงเครียดให้กับประสาทของตนเองยิ่งขึ้น อัลลิสันรู้ว่าเธอไม่อาจทนอยู่กับบรรยากาศเช่นนี้ต่อไปได้
“เป๊กกี้ ฉันเห็นจะต้องขอตัวกลับ...”
“นั่นสิ” เสียงผู้หญิงในห้องร้องรับขึ้น “เราน่าจะกลับให้ถึงบ้านก่อนที่ฝนมันจะหนักกว่านี้นะ” โรเซตต้าสนับสนุนขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นไม่นาน อัลลิสันกับแร้ดพร้อมด้วยสองสามีภรรยาเบิร์มบอจก็ออกมายืนรอรถม้าอยู่ตรงระเบียงบ้านด้านหน้าด้วยกัน
“คุณนายเบิร์มบอจคะ อย่าลืมนะว่าเรามีนัดกินน้ำชากันวันอังคารที่บ้านฉัน” โรเซตต้าร้องบอกขณะรีบรุดเดินผ่านไป
แมดดี้พยักหน้ารับและแล้วก็หันมาทางอัลลิสัน
“ฉันจะไม่ลืมความมีน้ำใจของคุณคืนนี้เลยค่ะคุณนายมีเดอร์ส” หล่อนบอก ยังคงเกาะแขนสามีไว้แน่น และวุฒิสมาชิกท่านนั้นก็หันมาทางแร้ดบอกกับเขาว่า
“ผมลองทบทวนเื่นั้นใหม่อีกครั้งแล้วนะ คุณมีเดอร์ส เชื่อใจผมได้เลยว่าผมจะลงคะแนนเสียงอย่างยุติธรรมที่สุด”
เมื่อััมือและกล่าวคำร่ำลากันแล้ว แร้ดกับอัลลิสันก็รีบวิ่งไปขึ้นรถม้าของตน ทันทีที่รถม้าคันนั้นเคลื่อนออกจากที่ แร้ดก็หัวเราะออกมาเบาๆ
“คุณเชื่อไหมอัลลิสัน เพียงแค่เวลา่สั้นๆ ตอนค่ำนี่แหละแต่คุณทำงานได้ดีกว่าผู้ช่วยทั้งหลายของผมที่ช่วยกันทำเป็เดือนทีเดียว คุณสามารถทำให้วุฒิสมาชิกที่ใจร้อนที่สุดอย่างเบิร์มบอจสามารถทบทวนความคิดของเขาใหม่ได้ น่าเสียดายนะที่พวกภรรยาไม่ได้รับเงินเดือนเหมือนพวกผู้ช่วยทั้งหลายนั่น แต่ผมคงจะหาทางตอบแทนคุณได้สักวิธีหนึ่งละน่า” เขาโน้มกายเข้ามาจุมพิตเธอเบาๆ แต่อัลลิสันถึงกับสะดุ้งขึ้นราวใกับการกระทำนั้น
“เอ๊ะ คุณเป็อะไรไป”
“ฉันปวดหัวมากเลยละค่ะแร้ด”
“งั้นก็หลับตาลงแล้วเอนหัวมาพิงไหล่ผมไว้สิ”
บุรุษผู้นั่งอยู่ข้างกายเธอยามนี้เปี่ยมด้วยพลังและความมั่นคง แต่อัลลิสันกำลังมีความรู้สึกอยู่ว่า เธอไม่อาจดึงดูดพลังนั้นมาจากเขาได้เลย
เพื่อเป็การดึงความคิดออกมาให้พ้นเสียจากปัญหาส่วนตัวนั้น อัลลิสันก็เริ่มคิดไปถึงแมดดี้ เบิร์มบอจ มันคล้ายกับมีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้องอยู่ในตัวผู้หญิงคนนั้น เพียงแต่เธอไม่อาจรู้ได้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่
“แร้ดคะ เบิร์มบอจกับแมดดี้เขาแต่งงานกันนานเท่าไหร่แล้วค่ะนี่”
“ก็เกือบจะ...” เขาชะงักกับคำพูดลง อัลลิสันััความตึงเครียดที่เกิดขึ้นกับเขาได้ “เอ...ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ถามทำไมหรือ”
“ก็ไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ เพียงแต่ฉันอยากรู้เท่านั้น”
หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งกันไปเงียบๆ แต่แร้ดก็ยังอดข้องใจไม่ได้ บางครั้งเขามีความรู้สึกอยู่ว่าอัลลิสันมีััที่หกเกี่ยวกับเื่ต่างๆ อยู่ดูเหมือนจะมีเขากับทริพพ์เท่านั้นที่รู้ความจริงอยู่ว่าแมดดี้จะแต่งงานเป็ภรรยาอย่างออกหน้าออกตาของเบิร์มบอจไม่ได้ เนื่องจากภรรยาของเขายังอยู่ในโอไฮโอ แต่ถ้าทั้ก เบิร์มบอจ ้าจะเอาผู้หญิงคนนี้ออกอวดต่อสายตาของเพื่อนฝูงในฐานะภรรยา มันก็เป็เื่ของเขา แต่ถ้าเป๊กกี้ เดรค และภรรยาของวุฒิสมาชิกคนอื่นๆ รู้เข้า ก็คงจะมีแต่์เท่านั้นที่พอจะช่วยสำหรับสิ่งที่เขาทำลงไปได้