บทที่ 9
ยังหัวค่ำอยู่มากถ้าจะเข้านอน หลังจากที่ทนอยู่ในห้องได้เพียงแค่ 20 นาที ฝาผนังทั้ง 4 ด้านก็ดูจะโอบรัดเข้ามา เพทคว้ากระดาษกับปากกาใส่ลงในย่าม เดินออกไปจากห้องไปยังบริเวณสระว่ายน้ำขณะนี้มี 2 ครอบครัวที่พาลูกลงว่ายน้ำเล่นอยู่ แต่เก้าอี้ริมของสระมีคนนั่งอยู่เกือบเต็ม เพทเลือกนั่งลงตรงเก้าอี้เหล็กดัดหยิบกระดาษกับปากกาออกมา เธอเพิ่งจะจรดอักษรคำว่า ‘รูดี้ที่รัก’ ลงก็พอดีที่มีเงาของใครคนหนึ่งทาบลงบนกระดาษแผ่นนั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเป็นโจ ไวล์ส ยืนอยู่ใกล้เก้าอี้ที่นั่ง“เขียนจดหมายรักหรือเพท” เขายิ้มให้เธอ“ถึงน้องน่ะค่ะ เขาเป็นทหารเรือ ตอนนี้อยู่เท็กซัสประจำเรือยามฝั่ง” เธอเล่าให้โจฟัง “คุณออกมาเดินเล่นหรือคะ”“ช่าย...อยากให้อาหารมันย่อยเสียก่อนที่จะเข้านอน” เขาลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมาและทรุดตัวลงนั่งใกล้เธอ “แล้วคุณมีพี่สาวหรือพี่ชายอีกไหมล่ะ”“มีพี่ชายค่ะ ชื่อฮิวจ์ ตอนนี้อยู่คอนเนคติกัทแต่งงานแล้ว มีลูกชายตั้ง 3 คนแน่ะ มาจอรี่ภรรยาของเขาเป็นคนน่ารักมากเลยค่ะ พวกเรารักเธอทุกคน คุณอยากจะดูรูปหลานชายฉันไหมล่ะคะ”เมื่อโจพยักหน้ารับ เพทก็ล้วงลงไปหยิบอัลบั้มเล็กๆ ขึ้นมาเปิดรูปเด็กชาย 3 คน ซึ่งเป็นทายาทของตระกูลวิลลิสโดยแท้ มีเรือนผมสีบลอนด์กับดวงตาสีเขียวเข้มเหมือนกันหมด จากนั้นโจก็เอารูปหลานๆ ซึ่งมีทั้งหมดถึง 7 คนขึ้นมาอวดบ้าง“ทำไมคุณถึงยังไม่แต่งงานล่ะเพท จะได้มีรูปลูกของตัวเองไว้อวดไงล่ะ แทนที่จะต้องเอารูปลูกของพี่ชายมาอวดอย่างนี้” โจพูดด้วยความใคร่รู้“แหม...คุณทำเสียงเหมือนพ่อฉันไม่มีผิดเลย ฉันน่ะต้องรับฟังถึงชีวิตแต่งงานที่เปี่ยมไปด้วยความสุขทุกวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่แล้วนะคะ” ดวงตาของเธอเปล่งประกายขบขัน “ฉันไม่สามารถจะทำให้พ่อหรือแม่เชื่อได้เลยว่า ฉันจะแต่งงานทันทีที่มีผู้ชายที่ฉันเหมาะใจมาขอ”“ที่จริงมันควรจะมีใครมาขอแต่งงานกับคุณตั้งนานแล้วด้วยซ้ำ คุณเป็นคนน่ารักออก” โจยืนยัน“ขอบคุณค่ะ ที่จริงก็เคยมีมาขอเหมือนกัน” เพทยอมรับตามความจริง “ฉันหมั้นอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งตั้งเกือบปี แต่เราเข้ากันไม่ได้จริงๆ”“คุณคงเสียใจมากสินะ”“แปลกนะคะ ที่ฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยจนนิดเดียว” เพททบทวนความทรงจำอยู่ “อันที่จริงฉันก็ชอบบ๊อบมากทีเดียวค่ะ ถึงทุกวันนี้เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ ตอนที่เรามีความเห็นพ้องต้องกันว่าเราควรจะถอนหมั้นกันดีกว่า บอกตรงๆ ค่ะว่าฉันรู้สึกเสียใจอยู่ มันผิดหวังที่เราไปด้วยกันไม่ได้ แต่ฉันก็มิได้อกหักนะคะ ไม่ได้ช้ำบวมอะไรเลยด้วย ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่า ถ้าฉันขืนแต่งงานไปกับเขาจริงๆ คงจะต้องผิดหวังกว่านี้หลายเท่าเลย”“ผมก็คิดว่าอย่างนั้นนะ” โจรู้สึกเสียใจแทนเธออยู่“เอ...ฉันสั่งโค้กสักแก้วดีกว่า คุณล่ะโจดื่มอะไรดี” เธอพูดอย่างเอื้อเฟื้อพร้อมกับล้วงมือลงไปในกระเป๋า เพื่อหาเหรียญไปหยอดใส่เครื่องที่ติดอยู่ข้างฝาผนัง“ไม่ละ ขอบใจ” โจตบพุงเบาๆ “กรดในกระเพาะมันแทบจะทำให้ผมจุกตายอยู่แล้ว”เบื้องทิศตะวันตกยามนี้ ดวงอาทิตย์ได้พาดแถบสีทองลงตรงขอบฟ้า เพทสังเกตเห็นความงามดังกล่าวขณะที่เดินกลับมายังเก้าอี้พร้อมด้วยแก้วโค้กในมือ ความคิดที่ผ่านแวบเข้ามาในใจก็คือ ป่านฉะนี้เดนกับรูบี้คงจะนั่งชมแสงตะวันยามลับฟ้าอยู่ในห้องชุดของเธอด้วยกันอย่างมีความสุขกระมัง“โจคะ คุณรู้ไหมว่าเพราะอะไร เดน คิงสตัน ถึงไม่แต่งงานเสียทีคะ” เธอถามด้วยความใคร่รู้ “หรือว่าเขาแต่งงานแล้ว”“เอ...ผมไม่ได้ยินเรื่องที่ว่าเขาเคยแต่งงานนะ” เขาตอบคำถามหลังของเธอก่อน “บางทีเหตุผลของเขาอาจจะเหมือนคุณก็ได้ คือยังไม่พบผู้หญิงที่ถูกใจ แต่เขาก็มีผู้หญิงสวยๆ มาให้เกาะแขนเขาอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ”“และบางคนก็ยอมกระโดดขึ้นเตียงกับเขาด้วยสินะคะ” เพทเสริมอย่างหมั่นไส้ “พนันกันได้เลยว่าคงไม่มีใครทนเขาได้หรอก เขามันออกวางตัวเป็นเจ้านายอย่างนั้น ผู้หญิงคนไหนจะทนอยู่ได้ด้วยนาน”แต่โจกลับสั่นศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย“ในชีวิตคนเราน่ะ เราจะต้องตามหาสิ่งที่เราต้องการด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาหยิบยื่นให้เราหรอก ผมชื่นชมนะที่เดนเป็นคนที่ไม่ยอมให้อะไรเข้ามาเป็นอุปสรรคต่อสิ่งที่เขาต้องการได้ เขารู้ว่ามันอยู่ที่ไหนแล้วก็ตามไปไขว่คว้าหามาจนได้ ผมชอบวิธีของเขา ในโลกนี้มีผู้ชายน้อยคนนักที่จะเป็นอย่างเขา”“ฉันว่าเขาใจแข็งเกินไป” เพทพูดเสียงเบา“ผมเห็นจะไม่อยู่เถียงกับคุณเรื่องที่เกี่ยวกับเขาหรอก” โจพูดก่อนที่จะผลุดลุกขึ้นยืน “เอาละ จะออกเดินเสียที คุณจะได้เขียนต่อไปจนจบ ราตรีสวัสดิ์นะ เพท”“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”โจลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปนานแล้ว เพทจึงได้ลงมือเขียนจดหมายถึงน้องชายตามที่ตั้งใจไว้วงออร์เคสตราถูกกำหนดให้ตั้งคล้อยไปทางหลัง เสียงนักเปียโนไล่คอร์ดอยู่ราวจะผ่อนคลายความตึงเครียด นักระบำในชุดกางเกงแนบเนื้อตั้งท่ารายล้อมอยู่รอบตัวรูบี้ เกล ซึ่งยืนอยู่ด้านหน้าเวที บรรดานักร้องประสานเสียงกระจายตัวอยู่ตรงเวทีที่ยกระดับขึ้นอีกชั้นหนึ่งนี่คือการซ้อมเพื่อเตรียมตัว ก่อนที่จะมีการซ้อมใหญ่ในวันพรุ่งนี้ และการแสดงจริงในวันถัดไป รายการต่างๆ ทั้งเพลงที่ขับร้อง และจำนวนเวลาที่ใช้ในการเต้นประกอบ จะถูกกำหนดขึ้นอย่างแน่นอน ยิ่งกว่านั้นจะต้องมีการปรับมุมกล้อง ระดับแสง และอื่นๆ อันเป็นขั้นตอนรายละเอียดต่างๆกล้องทุกตัวพร้อมแล้ว ทุกคนที่อยู่บนเวทีกำลังรอคิวจากคล้อดซึ่งเป็นผู้กำกับเวที เดน คิงสตัน นั้นอยู่ในห้องควบคุมรายการในรถแวนที่จอดอยู่ภายนอก เสียงการออกคำสั่งของเขากำลังดังขึ้นในหูของเพท“กล้อง 2 เราจะเปิดกล้องที่คุณนะ” เขากรอกเสียงมา “จับภาพโคลส อัพ ใบหน้าของมิสเกล รออยู่จนกว่าผมจะสั่ง...แล้วเราจะตัดไปที่กล้อง 3 เลย”เพทกัดริมฝีปากล่าง ความตึงเครียดบังเกิดขึ้นขณะที่เธอตรวจสอบโฟกัสอีกครั้ง เธอรู้จักและคุ้นชินกับกระบวนการนี้เป็นอย่างดี การถ่ายเทปการซ้อมครั้งนี้จะนำไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อการเปลี่ยนแปลงมุมกล้องและแสง พรุ่งนี้ก็ต้องมีการถ่ายทำซ้อมใหญ่ไว้อีก ทั้งนี้เพราะการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นการแสดงรอบเดียว และในการแสดงสดแบบนั้น มีปัจจัยนับร้อยแปดพันประการที่จะก่อให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นการนำเทปซ้อมใหญ่เข้ามาตัดต่อและประกอบเข้าจะช่วยได้มาก“เริ่มได้” เสียงเดนสั่ง“ทุกคน...เงียบ” คล้อดออกคำสั่งตามมาจากจุดนี้เป็นต้นไป จะมีเพียงเสียงของเดนที่ออกคำสั่งกล้องตัวต่างๆ อยู่โดยมีคล้อดออกคำสั่งแก่ผู้กำกับแสงและเสียงขณะที่รูบี้ เกล เริ่มร้องเพลงท่อนแรก เสียงเดนก็สั่งมาว่า“กล้อง 2 ขยายภาพขึ้น...ช้าๆ ...อย่าเสียโฟกัสนะคุณวิลลิส”เพทไม่จำเป็นต้องตรวจมุมกล้องต่างๆ ที่เขียนไว้บนกระดาษ ขณะถ่ายทำภาพยนตร์ชุดของรูบี้ เกล อยู่ ภาพต่อไปกล้องจะจับเต็มเวทีซึ่งจะมองเห็นทั้งวงดนตรี จากนั้นจะจับภาพเฉพาะ รูบี้ เกล ซึ่งร้องเพลงอยู่ท่ามกลางนักเต้นระบำที่เป็นหางเครื่องของเธอ“จับภาพนิ่งไว้กล้อง 2” เสียงเดนดังตามมา “พอเขาเดินไปทางด้านซ้ายของเวทีจับภาพตามไปด้วย” เพทพยายามทำตามคำสั่ง แต่ดูจะไม่ใคร่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เสียงเดนพูดออกมาอย่างขุ่นเคืองว่า “เอ้า...เขาเข้าไปอยู่หลังนักเต้นระบำคนหนึ่งแล้ว กล้อง 3 จับภาพไว้...วิลลิสเลื่อนกล้องออก”เพทกัดฟันแน่น ไม่อยากจะคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเธอแต่ผู้เดียว น่าจะเป็นไปได้ว่านักเต้นระบำคนนั้นเต้นออกมาผิดตำแหน่งมากกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งหาตัวผู้กระทำความผิดนั้นอยู่ เธอจะต้องเตรียมตัวไว้ให้พร้อมสำหรับการถ่ายต่อไปขณะเดียวกัน เธอก็ได้ยินเสียงเดนสดุดีการจับภาพของแอนดี้อยู่“ภาพนี้สวยมาก...พยายามจับให้ได้มุมนี้อีกนะเทอร์เนอร์” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนไปเมื่อเขาสั่งการมาทางเธอ “จับภาพกลางเวทีไว้นะ ให้รูบี้เดินออกมาตรงกลางเวทีเสียก่อน...เริ่ม”