ธารทิพย์มองหน้าเขาแม้แสงไฟจะสลัวแต่ในระยะประชิดแบบนี้เธอยังคงสามารถมองเห็นเขาได้ชัดและเธอแน่ใจว่าเขาเองก็มองเห็นเธอได้ชัดเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เธอจึงจงใจมองไปที่ดวงตาของเขาแสดงออกถึงความจริงจังในการรอฟังคำตอบ
อัคนีที่ตอนแรกไม่อยากตอบเรื่องนี้พอถูกสายตาของเธอจ้องมองแบบนั้น เขาก็เริ่มทนอยู่เฉยไม่ได้สำนึกในใจบอกว่าเขาไม่ควรโกหกเธอ
“ก็ ... ไม่มีอะไรมาก”เขาเริ่มเกริ่นนำเพื่อทำให้เรื่องที่กำลังพูดดูไม่หนักหนามากนัก
ธารทิพย์ยังคงนิ่งฟังเธอมีเซ้นส์ว่าเรื่องที่เขากำลังจะบอกคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยตามที่ปากเขาพูดไว้ไม่อย่างนั้นเขาจะอ้ำๆ อึ้งๆ ทำท่าไม่อยากบอกเธอทำไมกัน
ถึงแม้ประสบการณ์เรื่องอย่างว่าของเธอจะน้อยนิดแต่ประสบการณ์ชีวิตในด้านอื่นๆ ของเธอกลับไม่ได้น้อยไปกว่าเขายังไงเสียเธอก็เคยใช้ชีวิตจวบจนอายุแปดสิบกว่ามาแล้ว บวกกับอายุในตอนนี้ของเธอนับรวมกันแล้วเธอผ่านการใช้ชีวิตมาเกือบร้อยปีเชียวนะ เด็กน้อยอย่างเขาคิดจะมาโกหกเธอได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก
“ตอนที่ไปสัมมนาหัวหน้าให้เพื่อนร่วมงานเดินทางไปพร้อมพี่ด้วย แล้วก็เกิดปัญหานิดหน่อย”เขาพยายามเล่าแบบไม่ลงรายละเอียดมากนัก
“ปัญหาอะไรคะ”แต่เธอไม่ได้ปล่อยให้เขาทำได้ตามใจ
เธอรู้ว่าอัคนีขับรถไปเอง การให้เพื่อนร่วมงานเดินทางไปกับเขาด้วยพูดง่ายๆ ก็คือให้เพื่อนร่วมงานติดรถไปด้วยนั่นเอง
อัคนีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเขากลัวว่าเธอจะโมโหหึงแล้วลุกขึ้นมาทุบตีเขาอีก
“เพื่อนร่วมงานพี่เมา แล้วก็...เอ่อ ทำตัวไม่ค่อยเหมาะสม” เขาเฟ้นหาคำที่ฟังแล้วดูไม่รุนแรงมาก เขาไม่ได้โกหกเธอเพียงแค่เปลี่ยนถ้อยคำให้ดูเบาลงเท่านั้น
ธารทิพย์เห็นท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆของเขา ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ“เพื่อนร่วมงานของพี่อาร์มทำตัวไม่เหมาะสมยังไงคะ”
อัคนีกำลังคิดหาคำพูดว่าจะบอกกับเธอยังไงดีให้เธอไม่คิดมาก
“พี่อาร์มเล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ อย่าให้น้ำต้องรู้ทีหลัง” เธอบอกเขาเสียงเข้มท่าทางจะเอาเรื่องเขาแล้ว
พอเห็นธารทิพย์พูดและทำท่าทางแบบนั้นอัคนีก็ไม่กล้าปิดบังเธออีก เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังแน่นอนว่าเขาเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าที่ต้องให้ปานวาดร่วมทางไปด้วยนั้นเป็นเรื่องจำเป็นและขัดคำขอของหัวหน้าไม่ได้
พอเล่าจบแล้วเขาก็นิ่งเงียบรอรับโทษทัณฑ์จากเธอ
แต่ว่าธารทิพย์ยังคงนิ่งเงียบเช่นกันเธอมองเขาแล้วถอนหายใจออกมา
“ทำไมพี่อาร์มไม่บอกน้ำตรงๆตั้งแต่แรกคะ ทำไมต้องรอให้น้ำถามเอาเอง”
“ก็พี่ไม่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ”
“มีผู้หญิงจะมางาบแฟนน้ำไปแล้วยังไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกเหรอคะ”
“ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นซะหน่อยพี่รู้ตัวอยู่ พี่ไม่ได้กินเหล้าเยอะ กินเพื่อเข้าสังคมเฉยๆ”
“แต่พี่อาร์มก็กินแล้วถ้ามีครั้งหน้าอีกจะทำยังไงคะ”
“ต่อไปพี่จะไม่กินเหล้าแล้ว”
เขาขยับมาใกล้เธอโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน คิดว่าสัมผัสทางกายอาจจะทำให้เธอใจเย็นลงได้บ้าง
“ทำมี่อาร์มไม่บอกน้ำตั้งแต่ก่อนไปว่าจะต้องให้เขานั่งรถไปด้วยพี่อาร์มตั้งใจปิดบังน้ำเหรอ”
อัคนีสะดุ้งในใจ ใช่แล้วเขาตั้งใจปิดบังเธอจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาไม่มีทางยอมรับ “เปล่าซะหน่อยพี่มองเขาเหมือนเพื่อนร่วมงานทั่วไป เลยไม่ได้คิดว่าน้ำจะไม่พอใจ”
“เขาเป็นเพื่อนร่วมงานที่ชอบพี่อาร์มนะคะน้ำจะพอใจที่เขาไปกับพี่อาร์มได้ยังไง” เธอย้อนถามเขา “ถ้าหากมีคนมาชอบน้ำแล้วน้ำก็ไปนั่นไปนี่กับเขาบ้าง พี่อาร์มก็จะไม่คิดอะไรใช่ไหม”
อัคนีคิดตามที่เธอถามแล้วก็พูดไม่ออกไม่ต้องถึงขนาดไปกับคนที่ชอบเธอหรอกแค่เธอไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นเขาก็คงรู้สึกไม่พอใจแล้วต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้ชอบเธอก็เถอะ และถ้าเขารู้ว่ามีคนมาชอบเธอเขาจะต้องกำชับกับเธอว่าห้ามไปอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด
พอเอาใจเขามาใส่ใจเราดูแบบนี้แล้วเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมา เขาไม่ควรปิดบังเธอจริงๆ นั่นแหละ
“พี่ขอโทษ”
“ครั้งหน้าพี่อาร์มจะทำแบบนี้อีกไหมน้ำจะได้เตรียมใจไว้”
เธอจะเตรียมใจไว้สำหรับอะไรกันสำหรับการที่เขาโกหกเธอ หรือการที่เขาจะไปมีอะไรกับคนอื่น หรือว่า...อัคนีไม่อยากคิดถึงเรื่องสุดท้ายที่เขาพอจะนึกออก นั่นคือ การที่เธออาจจะเลิกกับเขา
“ไม่มีครับ พี่ไม่ทำแบบนี้อีกแล้วต่อไปนี้ไปไหนทำอะไร ไปกับใคร พี่จะบอกน้ำหมดเลย โอเคไหม” เขาละล่ำละลักบอกเธอกลัวว่าเธอจะโมโหจนคิดเลิกกับเขาจริงๆ
ธารทิพย์รู้สึกทำตัวไม่ถูกเธอไม่เคยมีประสบการณ์โดนนอกใจ สามีในชาติที่แล้วของเธอไม่ค่อยสนใจเรื่องชายหญิงเธอเลยไม่เคยต้องหึงหวงหรือเป็นกังวลในเรื่องนี้มาก่อน
ความรู้สึกของการถูกคนรักปิดบังมันทำให้เธออึดอัดคับข้องใจแต่เธอก็ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรดี
ในเมื่อเขาไม่ได้ตั้งใจอีกทั้งเท่าที่ฟังเรื่องที่เกิดก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเขาก็จัดการเรื่องทุกอย่างตามที่สมควรแล้ว เธอไม่ควรโกรธเขาอีก
แต่ก็นั่นแหละเหตุผลกับอารมณ์ความรู้สึกมักไม่ไปด้วยกัน เธอเข้าใจเหตุผลดี แต่จะให้เธอรู้สึกสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็คงจะไม่ได้ ไม่ใช่บอกว่าไม่ควรโกรธ แล้วจะห้ามรู้สึกได้ซะเมื่อไร
ความจริงแล้วตอนนี้เธอรู้สึกขุ่นเคืองใจมาก
อัคนีเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ตอบโต้ก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกเอาคางมาเกยไว้บนบ่าของเธอ
“อย่านิ่งแบบนี้สิครับ ถ้าโกรธอยากทุบตีพี่ก็ได้”
เขาเคยคิดว่าเวลาเธอโกรธแล้วลงมือทุบตีเขานั่นน่ากลัวแต่ตอนนี้เขากลับคิดว่าตอนที่เธอไม่ตอบโต้อะไรแถมเอาแต่นิ่งเงียบแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวที่สุดเพราะเขาคาดเดาไม่ได้เลยว่าเธอคิดอะไรอยู่
“ในสายตาพี่อาร์มน้ำเป็นพวกชอบใช้กำลังทำร้ายร่างกายคนอื่นเหรอ”
“เปล่าครับ พี่ก็แค่...อยากให้น้ำได้ระบายอารมณ์”
“น้ำอยากกลับแล้วค่ะ กลับกันเถอะ” ในเมื่อเธอก็เข้าใจดีว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดแล้วเธอจะไปทุบตีเขาได้ยังไง เธออยากอยู่คนเดียวใช้เวลาจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ดีกว่านี้
“น้ำ” เขายังคงกอดเธอเอาไว้ไม่ปล่อยไม่รู้จะพูดคลี่คลายบรรยากาศอย่างไรดี
“ถ้าพี่อาร์มยังไม่อยากกลับน้ำจะนั่งรถกลับเองก็ได้ค่ะ” เธอเอ่ยประชดประชัน
พอคำพูดนี้หลุดออกจากปากไปแล้วธารทิพย์ก็รู้สึกตกใจกับท่าทีของตัวเอง เธอไม่เคยทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้มาก่อนเป็นเพราะเขาที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไร้เหตุผลและงอแงงี่เง่าแบบนี้
ต่างฝ่ายต่างนิ่งเงียบไปบรรยากาศชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
โทรศัพท์ของอัคนีมีเสียงสายเรียกเข้าดังขึ้นเขาปรายตามองเธอ
“รับสิคะ เผื่อมีเรื่องด่วนอะไร”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นว่าเป็นเบอร์ของหัวหน้า “ครับหัวหน้า ... ครับ ... ได้ครับ ... ขอบคุณครับ”
พอกดวางสายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่กอดเธอเอาไว้
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”ธารทิพย์เป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมาก่อน เขาเพิ่งกลับจากงานสัมมนา หัวหน้าก็โทรมาหาหรือว่างานจะมีปัญหาอะไร เธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้
“อืม” น้ำเสียงของเขาฟังดูเคร่งขรึมจากนั้นยังถอนหายใจออกมาเบาๆ
แม้ธารทิพย์จะเป็นแฟนของเขาแต่เอาเข้าจริงๆ เวลาที่เธอได้เจอและใกล้ชิดกับเขาก็มีเพียงไม่กี่ครั้งและก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเห็นเขาทำท่าเครียดแบบนี้มาก่อน
“พี่เหนื่อยมาก อยากพักสักหน่อย”
“งั้นเรารีบกลับกันเถอะค่ะพี่อาร์มจะได้นอนพัก”
“พี่ปวดหัว ขับรถไกลๆ ไม่ไหวแล้วงั้นพี่ไปส่งน้ำก่อนแล้วกัน”
ธารทิพย์เห็นเขามีสีหน้าไม่ค่อยดีเธอก็ยิ่งรู้สึกเป็นห่วง “พรุ่งนี้พี่อาร์มจะไปทำงานไหวไหมคะ”
“หัวหน้าโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้พี่ไม่ต้องไปทำงานแล้ว”
พอเขาพูดแบบนี้ ธารทิพย์หัวใจกระตุกพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงานแล้ว หมายความว่ายังไงเธอเริ่มคิดไปในทางไม่ดีว่าเขาอาจจะเพิ่งถูกไล่ออกถึงได้มีท่าทางเซื่องซึมแบบนี้
“พี่ขับรถไม่ไหวคืนนี้จะหานอนโรงแรมแถวนี้ น้ำอยู่เป็นเพื่อนพี่ได้ไหม” เขาบีบมือของเธอเบาๆเชิงขอร้อง
ชาติก่อนธารทิพย์เคยได้ยินเรื่องโรคซึมเศร้าคนที่เริ่มเครียดหรือมีเรื่องไม่สบายใจ ถ้าปล่อยไว้ไม่มีคนเข้าใจ ไม่มีคนรับฟังอาการจะยิ่งหนัก ความทุกข์สะสมจนมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่ความรู้ด้านวิชาการในตอนนี้ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้นโรคนี้ในยุคที่เธออยู่ ณ ปัจจุบันยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก
อีกทั้งเธอยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้มีช่วงหนึ่งที่อัคนีมีอาการต่อต้านสังคมถึงจะบอกว่าช่วงหนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเวลาสองสามปีเลยที่เขาเป็นแบบนั้น ถ้าตอนนี้เธอปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวไม่แน่ว่าเขาอาจจะกลับไปเป็นแบบเดิมอีกก็ได้
ผู้ชายแสนดีมีอนาคตคนหนึ่ง มิหนำซ้ำเขายังเป็นแฟนของเธอด้วยเธอจะปล่อยให้เขาต้องกลับไปเป็นคนต่อต้านสังคม จมกับความทุกข์โดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยได้ยังไงกันเพียงแต่ว่า...
“พรุ่งนี้น้ำมีเรียนตอนแปดโมงค่ะ” เธอยังไม่ไร้ความคิดขนาดจะโดดเรียนเพื่อไปอยู่กับผู้ชายจำนวนครั้งที่ขาดเรียนมีผลกับคะแนนโดยรวม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปส่งตั้งแต่ตีห้าครึ่ง... นะ” เขายังคงต่อรองกับเธอด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
เธอนิ่งใคร่ครวญชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบเขา “ก็ได้ค่ะ พรุ่งนี้ต้องไปส่งน้ำแต่เช้าเลยนะ”
“ครับ”
อัคนียังคงทำหน้าตาอมทุกข์แต่ในใจกลับลิงโลดดีใจ
เขาพาเธอแวะร้านสะดวกซื้อก่อนจะเริ่มขับรถหาที่พักหลังจากนั้นก็เช็คอินเข้าพักที่โรงแรม
เมื่อเก็บของเข้าที่แล้วธารทิพย์ก็คิดว่าถึงเวลาต้องช่วยปลอบใจเขา เธอมีเวลาแค่คืนเดียวพรุ่งนี้ก็ต้องกลับไปเรียนแล้ว ส่วนเขาคงต้องอยู่คนเดียวอีกทั้งอาทิตย์
เธอจูงมือเขามานั่งที่โซฟา “พี่อาร์มจะทำยังไงต่อไปค่ะ”
ใบหน้าหล่อเหลาที่สวมหน้ากากความไม่สบายใจไว้ก่อนหน้านั้นตอนนี้กลับมีเครื่องหมายคำถามขึ้นมาแทน เธอถามว่า เขาจะทำยังไงต่อไป?หรือว่าเธอ... อยากจะให้เขาเริ่มทำเรื่องแบบนั้นกับเธออีกแล้ว
นั่นสินะ เวลาอารมณ์ไม่ดีหรือมีเรื่องไม่สบายใจถ้าทำเรื่องแบบนั้นจนฮอร์โมนแห่งความสุขหลั่งออกมา จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น
“น้ำ อาบน้ำก่อนดีไหม”
“เอาไว้ก่อนเถอะค่ะเดี๋ยวค่อยอาบก็ได้ มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าอาบน้ำ” ธารทิพย์อยากจะคุยกับเขาก่อน
“ถ้างั้นก็ได้ครับ”ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายต้องการและยังเอ่ยปากขึ้นมาเอง เขาก็ไม่อยากขัดใจเธอ
อัคนีเริ่มขยับตัวเข้าหาเธอดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน
ธารทิพย์คิดว่าเขาคงแค่อยากจะกอดเธอไว้เหมือนทุกทีกว่าเธอจะรู้ตัวว่าเขาคิดจะทำอย่างอื่น สองมือของเขาก็แหมะอยู่ที่หน้าอกของเธอแล้ว
“พี่อาร์มจะทำอะไรคะ”
“ก็น้ำบอกให้พี่ทำ”