บทที่ 9 คุณชายหรู่
“คุณชายหรู่ ขอบคุณที่ท่านมาเชิญข้าด้วยตนเอง แต่ข้ายังมีงานที่ต้องช่วยพี่ใหญ่อีกมาก เช่นนั้นต้องขอเสียมารยาทแล้ว” ชิงหมินกล่าวตอบตามมารยาท สีหน้ายิ้มแย้มก่อนหน้านี้ของเขาได้หายไป เหลือเพียงสายตาเฉยเมยและเ็าก็เท่านั้น
“โอ้ เช่นนั้นคงเป็ข้าที่มองผิดไป ว่าแต่....มีสิ่งไหนที่เ้า้าหรือไม่เล่า ข้าจะประมูลมันมาเป็ของขวัญการพบกันวันนี้ระหว่างข้าและเ้าให้เอง” รอยยิ้มเจิดจ้าของคุณชายรองสกุลหรู่ทำให้หลายคนรู้สึกขนลุกชัน
ไม่ใช่แค่คนสกุลหลี่เท่านั้นที่รู้สึกอยากจะอาเจียนกับภาพของคุณชายรองผู้นี้ แม้แต่คนอื่นๆที่รู้กิตติศัพท์ของอีกฝ่ายเป็อย่างดีก็มีอาการไม่ต่างกันมากนัก
“คุณชายคนเล็กของสกุลหลี่ดวงซวยจริงๆ ไปสะดุดตาใครไม่สะดุดตา กลับไปทำให้คุณชายหรูจากเมืองหลวงชื่นชอบเสียได้ ตอนนี้ถือว่าเขามีความอดทนอย่างมากแล้วนะ หากเป็แค่คนทั่วไป คงจะถูกบังคับจับมาเข้าจวนหรูไปเรียบร้อยแล้ว”
“นั่นน่ะสิ ใช้เวลาไล่ตามเกือบ 2 ปี แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ ถือว่าเขาอดทนมากแล้ว”
“จะหมดความอดทนเมื่อไรกัน ถึงเวลานั้น....ต่อให้เป็สกุลหลี่ก็คงจะหยุดไว้ไม่อยู่”
“ไม่ใช่ว่าเคยเกิดเื่แล้วหรอกหรือ? ที่คุณชายหลี่เคยออกไปเที่ยวเล่นงานลอยโคม แล้วเจอกับคุณชายสกุลหรูผู้นี้ที่งาน ได้ยินว่าเกือบจะฉุดคนเข้าจวนไปแล้วน่ะ”
“เื่เก่านั้นน่ะหรือ? แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณชายหลี่รอดมาได้อย่างไร เป็การหนีตายราวกับปาฏิหาริย์เลยทีเดียวนะ”
เสียงซุบซิบของผู้เข้าร่วมประมูลที่เห็นคุณชายรองสกุลหรูเดินลงมาจากชั้นบนเพื่อหาคุณชายหลี่ชิงหมินค่อยๆดังขึ้น รอบข้างของหวงซีเฉิงเองก็มีการพูดคุยถึงเื่นี้เช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าเื่การไล่ตามของคุณชายสกุลหรูนี้จะเป็ที่รู้จักกันทั่ว คนมาใหม่อย่างหวงซีเฉิงเท่านั้นที่ไม่ได้รู้เื่อะไรกับเขา
คิ้วหนาขมวดมุ่น ชื่อเสียงของคุณชายรองสกุลหรู แม้แต่ในตระกูลแม่ทัพของพวกเขาก็ยังต้องเตือนกันเองว่าไม่ให้เข้าไปยุ่งด้วยเลย
อีกฝ่ายเป็บุคคลประเภทที่น่ารังเกียจมากที่สุด หลายครั้งที่มาวุ่นวายกับทหารหญิงของพวกเขา แล้วจบลงแค่การจ่ายค่าทำขวัญเท่านั้น นี่เป็คนสกุลหรูออกมาปกป้องด้วยตนเอง ไม่แปลกที่คุณชายรองคนนี้จะกล้าก่อเื่ไปทั่ว เพราะสุดท้ายแล้วก็มีผู้ตามเช็ดตามล้างให้นั่นเอง
หวงซีเฉิงไม่คิดมาก่อนว่าคุณชายผู้นั้นจะถูกส่งมาดัดนิสัยไกลถึงที่นี่ แต่เมื่อคิดดูว่าเขาไม่ได้มีนิสัยเปลี่ยนไป ทั้งยังอยู่อย่างสงบสุขดี คำว่าดัดนิสัยอาจจะเป็แค่คำกล่าวอ้าง ความจริงแล้วก็แค่ให้หลบหนีความผิดสักพักเท่านั้นหรือไม่?
ก่อนจะถูกลงโทษ เห็นว่าไปก่อกวนพระสนมคนหนึ่งในวัง ไม่แปลกที่จะสั่งลงโทษเกือบ 5 ปี เพื่อให้คนในเมืองหลวงและในพระราชวังลืมเลือนความโกรธในครั้งนี้ก็เท่านั้นแหละ
“ไม่คิดมาก่อนว่าที่เมืองนี้จะน่าสนใจไม่น้อย” รอยยิ้มเหี้ยมของหวงซีเฉิงเปิดกว้างขึ้นเหมือนกับปีศาจที่ได้กลิ่นเหยื่อ
ก่อนหน้านี้คนของพวกเขาต้องทุกข์ใจเพราะคนสกุลหรูมาไม่น้อย แต่เพราะว่าเป็คนสำคัญในเมืองหลวง กระทั่งาาก็ยังหลับหูหลับตาไปข้างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะเข้าไปิ่เกียรติตนเองถึงในพระราชวัง ก็คงจะไม่มีบทลงโทษที่โหดร้ายเช่นนี้ออกมาหรอก ทว่า...เขาในตอนนี้จำเป็ต้องสนใจพวกสกุลหรูด้วยหรือ?
ต่อให้ลงมือ มันก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผู้ใดเป็คนทำ ขอแค่ไม่หลงเหลือร่องรอยก็เป็อันใช้ได้แล้ว
“ว่าอย่างไร มีของชิ้นไหนที่เ้า้าบ้าง เ้าก็รู้ว่าข้ามีเงินมากแค่ไหน” คุณชายคนรองแห่งสกุลหรูยังพูดโอ้อวดต่อไป ซึ่งชิงหมินก็แค่หัวเราะออกมาเบาๆเท่านั้น
“สิ่งที่พวกเรา้านั้นมีอยู่ แต่ไม่แน่ว่าท่านจะนำมาให้ได้จริงๆ”
“หืม? เ้ากำลังยั่วยุข้าอยู่หรือคนงาม? บอกมาสิ...สิ่งใดกันที่เ้า้า เพียงออดอ้อนข้าดีๆเท่านั้นก็พอแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น สินค้าที่น่าจะมีพลังธาตุหยินแฝงอยู่ และเป็สินค้าชิ้นสุดท้ายที่นำออกประมูล ไม่ทราบว่าท่านจะซื้อให้ได้หรือไม่?”
“ฮ่าๆ ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเ้าต้องไม่ง่ายเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่อย่างนั้นครั้งก่อน...เ้าคงไม่หยอกล้อข้ารุนแรงเช่นนั้นได้ แต่ก็นะ...ของที่อยู่ในเมืองนี้ ไม่มีชิ้นไหนที่ข้าจะนำมาให้เ้าไม่ได้ ข้าหวังว่าเ้าจะรอรับของขวัญจากข้าอย่างใจจดใจจ่อ”
คุณชายสกุลหรูขยิบตาให้กับชิงหมินเป็การหยอกล้อ ครั้งก่อนเขาและพรรคพวกโดนเล่นงานเสียหนัก แทบจะต้องนอนเกากันทั้งวันทั้งคืน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าชิงหมินน่าสนใจกว่าที่คิดเสียอีก ความคันคะเยอจากพืชพิษบางตัวได้กระตุ้นความสนใจของเขามากขึ้น จากที่คิดจะเล่นๆ กลับรู้สึกว่าเก็บไว้ข้างตัวจะมีอะไรทำมากกว่า
เขายังคาดหวังว่าชิงหมินจะสร้างของแปลกๆออกมาเล่นกับเขาอีกในอนาคต เพราะหลังจากนั้นเขาก็จะใช้มันเพื่อทรมานคนอื่นต่อไป การเล่นสนุกของเขาจะไม่มีแค่การตบตีเพียงเท่านั้น หากปล่อยให้สาวๆของเขาดิ้นทุรนทุรายเพราะความคัน นั่นก็คงจะทำให้เขาได้เห็นภาพที่งดงามไปอีกภาพหนึ่ง
จิตใจที่บิดเบี้ยวและรสนิยมที่น่ารังเกียจเปลี่ยนให้การไล่ตามชิงหมินนั้นจริงจังมากกว่าเดิม เขาให้เกียรติชายหนุ่มสกุลหลี่ผู้นี้มาก และไม่คิดจะใช้กำลังฉุดอีกฝ่ายมาเป็ของตนเอง ไม่อย่างนั้นแทนที่จะได้เล่นสนุกกับคนอื่น จะกลายเป็ชิงหมินที่ได้เล่นสนุกกับเขาแทน
ไม่รู้ว่าเป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ทว่าชิงหมินก็ยังรอดปลอดภัยจนถึงตอนนี้ แถมยังถูกไล่ตามอย่างมีมารยาทมากขึ้นอีกด้วย
“ชิงหมิน เ้าไปพูดเช่นนั้นกับมันได้อย่างไร หากครั้งนี้มันชนะการประมูลแล้วนำของมาให้เ้า เ้าก็จะรับเอาไว้หรือ?”
ตงหลินไม่ได้กล่าวในตอนแรก เขาไม่คิดจะหักหน้าน้องชายอยู่แล้ว ชิงหมินเป็คนฉลาด ไม่ควรจะทำให้ตนเองต้องเดือดร้อน ถึงอย่างนั้น...เขาก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี
เขากำลังกลัวว่าเ้าน้องชายคนเล็กจะประมาทคู่ต่อสู้มากเกินไป หากทางนั้นนำของมาให้ได้จริง แล้วทวงความชอบของตนเอง ไม่ใช่ว่าชิงหมินจะต้องกลายไปเป็ของเล่นของมันหรอกหรือ?
“พี่ใหญ่คิดมากเกินไปแล้วขอรับ ท่านคิดว่าของที่ปล่อยออร่าขนาดนี้ จะเป็ของระดับต่ำหรือ?”
“ระดับต่ำหรือไม่ก็ยังไม่แน่ แต่เ้าก็ไม่ควรจะทำเช่นนั้นอยู่ดี”
“ถ้าไม่ทำอย่างนั้น เ้าคนสกุลหรูก็คงจะไม่ไปง่ายๆหรอกขอรับ ข้าคร้านที่จะพูดคุยกับเขา”
“เฮ้อ พี่เข้าใจเ้า หลังจากนี้....พวกเราก็ต้องแย่งประมูลสินค้านี้มาให้ได้ เรามีอีกหนึ่งเหตุผลที่จะต้องชนะการประมูลแล้ว” ตงหลินกล่าวกับทุกคนอย่างจริงจัง
สมาชิกสกุลหลี่ล้วนเห็นด้วยทั้งนั้น มีแค่ชิงหมินที่ถอนหายใจออกมาอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก ต่อให้อีกฝ่ายเป็คุณชายรอง แต่จะใช้เงินมากกว่าล้านเหรียญในคราวเดียวก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ดี เขาไม่เชื่อว่าคนอื่นๆที่มีความรู้จะปล่อยสินค้านี้ไป อีกอย่าง...คนแซ่หรูก็แค่้าหาของมากล่อมเขาเท่านั้น ไม่มีทางที่จะลงทุนมากเกินไปหรอก
ในที่สุด สิ่งที่พวกเขารอคอยก็มาถึงเสียที ผู้คนต่างก็ตื่นเต้นกันถ้วนหน้า แสดงให้เห็นว่าการประมูลที่ผ่านมาเป็แค่การเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ของจริงคือหลังจากนี้ต่างหาก
เมื่อผู้นำตระกูลฟ่งกล่าวจบ สินค้าที่ถูกใส่อยู่ในหีบหรูหราก็ถูกนำออกมา พร้อมกับออร่าพลังหยินที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันอีกครั้ง สร้างความฮือฮาให้ผู้คนั้แ่ยังไม่รู้ว่าสินค้าข้างในคืออะไรเลย
“เนื่องจากสินค้าชิ้นสุดท้ายนี้เป็สินค้าที่ไม่เคยมีประมูลมาก่อนในเขตเมืองของพวกเรา อีกทั้งยังเป็สินค้าหายากในเมืองหลวงด้วย เพียงแค่ชื่อสมุนไพรก็คงจะทำให้ผู้คนต้องตกตะลึงกันแล้ว แต่ระดับของมันจะทำให้ทุกท่านไม่อยากจะเชื่อเหมือนที่พวกเรารู้สึก”
“ดังนั้น เพื่อให้ผู้คนได้เป็สักขีพยานในการประมูลสินค้าหายากที่สำคัญนี้ จึงใคร่ขอเชิญให้เหล่าผู้ประเมินสินค้าทั้งหลายขึ้นมาเป็เกียรติแก่พวกเราด้วย ตระกูลฟ่งขอเชิญทุกท่านขึ้นมาบนเวที ร่วมประเมินระดับและคุณภาพพร้อมกันขอรับ”
เสียงของพิธีกรที่รับไม้ต่อจากผู้นำตระกูลกล่าวเชิญ สมาชิกของตระกูลหลี่ที่ตื่นเต้นอยู่แล้วลุกขึ้นพร้อมเพรียงกันกับคนอื่นๆ มีแค่ชิงหมินเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่ ในเมื่อตระกูลฟ่งเชิญนักประเมินมากมายขึ้นไปเช่นนี้ เขาก็ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องขึ้นไปแสดงตัว้าอีก
ทั้งนี้ ในบรรดานักประเมินทั้งหลาย ชิงหมินเป็คนที่อายุน้อยที่สุดแล้ว มันคงจะไม่ดีหากให้เด็กเช่นเขามีส่วนร่วมในการประเมินครั้งนี้ด้วย
“เ้าไม่อยากลองดูกับเขาบ้างหรือ?”
“พี่ใหญ่ก็รู้ว่าข้านั่งที่นี่ก็ยังประเมินได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว เช่นนั้นไม่มีความจำเป็ที่ข้าจะต้องขึ้นไปเลย” ชิงหมินยักไหล่
อันที่จริง ไม่จำเป็ต้องเปิดหีบออกมาด้วยซ้ำ ชิงหมินใช้ทักษะการประเมินของตนเองก็ทราบได้แล้วว่าสินค้าข้างในคืออะไร ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากที่เขารู้มากนัก
ว่านกิเลนหมอก ระดับ 6 ดาว!
สมุนไพรระดับสูงที่ซ่อนอยู่บนูเามาโดยตลอด แค่ได้ยินว่าชื่อว่านกิเลนหมอกก็ทำให้ผู้คนอยากได้จนตัวสั่นแล้ว ไม่ว่ามันจะมีแค่ระดับ 1 ระดับ 2 ก็ยังเป็ที่้าอยู่ดี
สมุนไพรที่ต้องใช้การดูแลอย่างดี และไม่อาจจะเติบโตได้ในสถานที่ที่ใกล้กับแหล่งพลังงานหยางเลย หมายความว่า...หากรอบๆมันมีมนุษย์พลังหยางอยู่ การเติบโตของมันก็จะถูกหยุดเอาไว้ เมื่อเพาะปลูกไม่ได้ สมุนไพรก็เติบโตได้ยาก ไม่แปลกที่มันจะเป็สมุนไพรที่ถือว่าไม่มีอยู่จริงไปแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงสมุนไพรระดับ 6 ดาวที่มีน้อยครั้งมาก หากเทียบกันแล้ว การตามหาอาวุธ 6 ดาวที่ว่าหาได้ยากเย็น ก็ยังพบเจอมากกว่าสมุนไพร 6 ดาวนี้เลย จึงไม่ต้องแปลกใจว่าสมุนไพรชนิดนี้จะเป็สมุนไพรสุดโกงที่ช่วยพระเอกได้มาก
แค่เนื้อเื่มันเปลี่ยนไป จากที่ควรจะพบเจอช้ากว่านี้ กลับเป็การค้นพบในเวลาอันสั้น ชิงหมินไม่ได้แปลกใจที่พบเจอสมุนไพร แต่เขาแปลกใจที่พระเอกทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปมากกว่า
เห็นทีเมื่อจบงานนี้แล้ว เขาควรจะต้องไปที่หมู่บ้านของนางเอกเสียหน่อย ถ้าเป็ไปตามเนื้อเื่ปกติ พระเอกจะต้องช่วยให้นางเอกสามารถแยกบ้านมาอยู่คนเดียวได้แล้ว นางจะเริ่มทำการเพาะปลูก และใช้พร์ของตนเองได้สำเร็จก็ตอนนี้เอง
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เ้าจะได้ช่วยข้าที่นี่”
“แน่นอนขอรับ”
ชิงหมินไม่ได้ดับฝันของพี่ชายในทันที ควรจะปล่อยให้เขาได้รู้ว่าเขากำลังวาดฝันอะไรอยู่ คนทำเพียงแค่เอนกายลงอย่างเกียจคร้านเท่านั้น ดูเหมือนออร่าพลังหยินที่ให้ความเย็นรอบๆตัว เมื่ออยู่ไปนานๆก็ทำให้ชินได้เหมือนกัน
ชิงหมินยังนำผง “ชาเหมยกุ้ย (ดอกกุหลาบ)” ของตนเองออกมาดื่มด้วย เมื่อมีชาหอมอุ่นๆไหลลงคอในบรรยากาศเย็นๆเช่นนี้ นึกๆไปแล้วกลับเป็การดีเสียด้วยซ้ำ
น่าเสียดายที่ชาเหมยกุ้ยยังไม่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มค่าประสบการณ์ไปถึง 100 ส่วน เพราะแบบนั้นจึงไม่มีค่าโบนัสพลังพิเศษใดๆ ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะนำมันไปขายหลอกล่อคนอื่นได้อีก
“หึ” ในที่ที่ไม่ไกลออกไป เสียงหัวเราะในลำคอของเ้าของ “ว่านกิเลนหมอก ระดับ 6 ดาว” ดังขึ้นมาคราหนึ่ง ถ้าไม่มีคนสนใจก็คงจะไม่ได้ยินมันเป็แน่
เขาไม่ได้สนใจการประมูลมากนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่านี่เป็แค่พิธีการเพิ่มราคาให้สินค้าของตระกูลฟ่งเท่านั้น หากสมุนไพรปรากฏให้ผู้คนได้เห็น จำเป็ต้องเรียกผู้ประเมินออกไปจำนวนมากเช่นนั้นด้วยหรือ?
เมื่อรู้แบบนั้น ซีเฉิงก็ให้ความสนใจอย่างอื่นแทน และมันก็ช่วยไม่ได้ที่สายตาของเขาจะหยุดอยู่กับร่างของชายหนุ่มที่ควรจะเดินขึ้นเวที แต่กลับไม่ได้ทำเช่นนั้น เขายังสนใจเพียงการแกะห่อชาของตน แล้วนั่งจิบมันราวกับมาชมงิ้ว
หากไม่ใช่เพราะสมุนไพรนั่นเพิ่งถูกเขานำมาที่ตระกูลฟ่งเมื่อเช้านี้ และยังไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับมัน เขาอาจจะคิดว่าชิงหมินคนนี้รู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับสมุนไพรของเขาไปแล้ว
…………………………………………….