บทที่ 4 ติดหนี้ใครกันแน่ (รีไรต์)
จ้าวเซิ่งลี่กับภรรยาไม่ได้เร่งรัดเด็กสาว หลิ่วกุ้ยเซียงปลีกเข้าไปทำกับข้าวในห้องครัวแล้ว
หลินเนี่ยนลังเลอยู่นานก่อนจะพูดเสียงเบา “ั้แ่เด็ก แม่บอกกับหนูว่าพ่อตายไปแล้ว แม่เลี้ยงหนูไม่ไหว หนูกินของอาหวง ใช้ของอาหวง”
“อาจ้าวคะ หนูอยากให้อาช่วยหนูตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์หน่อยค่ะว่า มีสหายที่ชื่อหยางต้งเหลียงส่งค่าใช้จ่ายของหนูให้แม่ทุกเดือนั้แ่ปีที่พ่อของหนูสละชีพตอนนั้นหรือเปล่า”
“นะ...หนู...หนูต้องรู้ให้ได้ว่าหนูติดหนี้ใครกันแน่”
เสียงของหลินเนี่ยนที่แ่เบาคล้ายยุงดังเข้าไปในโสตประสาทของจ้าวเซิ่งลี่ ทว่ามันกลับเหมือนเสียงะเิ!
ทุกคนในโรงงานต่างรู้ดี หวงเจี้ยนกั๋วเลี้ยงดูหลินเนี่ยนลูกสาวของหลินฉางเจิงวีรบุรุษผู้สละชีพมาขนาดนี้ ผู้อำนวยการใหญ่จึงเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็ฝ่ายบริหารงานเป็กรณีพิเศษ
ดังนั้นเงินเดือนทุกเดือนของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่เพิ่มมานี้สามารถเลี้ยงดูหลินเนี่ยนได้เพียงพอ
แต่ถ้ามีคนส่งค่าเลี้ยงดูของหลินเนี่ยนมาให้นานหลายปีขนาดนี้ล่ะ
งั้นหวงเจี้ยนกั๋วจะมีหน้ามาพูดได้ยังไงว่าเขาเลี้ยงดูหลินเนี่ยน
จ้าวเซิ่งลี่คิดว่านี่เป็โอกาสที่ดี!
เขารีบถามหลินเนี่ยน “เธอรู้ได้ยังไง?”
หลินเนี่ยนยังคงก้มหน้า “ทุกเดือนจะมีอยู่ไม่กี่วันที่แม่ของหนูกลับบ้านก่อนเวลา รอบุรุษไปรษณีย์ที่ประตู มีครั้งหนึ่งแม่ท้องเสียตอนที่บุรุษไปรษณีย์มา บุรุษไปรษณีย์ก็เลยส่งใบโอนเงินกับจดหมายให้หนู หนูเลยได้เห็นสิ่งที่เขียนบนใบโอนเงิน...”
“หลังจากที่หนูเห็นก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ก็เลยวางจดหมายกับใบโอนเงินไว้ใต้ช่องประตู จากนั้นก็เอาไปซ่อน...”
นี่เป็ข้ออ้างที่เธอปั้นแต่งขึ้นมา หลินเนี่ยนรู้ได้ยังไงน่ะเหรอ เพราะมันเขียนไว้ในหนังสือยังไงล่ะ!
“อาจ้าว หนูคิดอยู่นานก็ไม่รู้ว่าควรจะขอความช่วยเหลือจากใคร อีกทั้งไม่กล้าไปบอกคนอื่นด้วย หนู...”
“เด็กอย่างเธอนี่นะ เธอมาหาอาจ้าวถูกต้องแล้ว!” หลิ่วกุ้ยเซียงเดินออกมาจากห้องครัว ดึงหลินเนี่ยนเข้ามาไว้ในอ้อมอก ตบหลังเธอพลางพูดว่า “คนโบราณกล่าวกันว่ามีแม่เลี้ยงก็จะมีพ่อเลี้ยง*[1]”
ที่จริงในทางตรงข้ามก็ไม่ต่างกัน มีพ่อเลี้ยงกับแม่ผู้ให้กำเนิดก็กลายเป็แม่เลี้ยงได้เหมือนกัน!
“สุดท้ายแม่หนูก็คลอดลูกชายของหวงเจี้ยนกั๋ว หนูน่ะ...กลายเป็ส่วนเกินในบ้านนั้นไปแล้วค่ะ!”
“เด็กโง่ คิดว่าถ้าไม่พูดแล้วอาหลิ่วจะดูไม่ออกหรือไง”
“เด็กแบบเธอจิตใจดีเกินไปแล้ว”
“จากนี้ไปจำประโยคนี้เอาไว้นะ ‘คนดีมักถูกแกล้ง ม้าดีมักถูกขี่!’”
หลินเนี่ยนร้องไห้ฟูมฟายในอ้อมอกเธอราวกับโดนสะกิดแผลในใจ
หลิ่วกุ้ยเซียงปล่อยให้อีกฝ่ายร้องไห้สักพักก็สุมไฟยุแยงต่อ “หลังจากพ่อของเธอสละชีพไปตอนนั้น ตำแหน่งของเขาก็ทิ้งไว้ให้เธอ ผู้อำนวยการใหญ่ที่ตอนนั้นแม่ของเธออุ้มเธอไปหาบอกว่าเธอยังเด็ก เลยให้จางเฉียนเหม่ยน้าของเธอถือโควตาพนักงานไว้ก่อน แล้วค่อยคืนให้หลังจากเธอโต”
“เนี่ยนเนี่ยน บอกอาหลิ่วมาตรง ๆ เธอไม่อยากไปชนบทใช่ไหม?”
“ถ้าไม่อยากไป อาหลิ่วจะช่วยเธอเอง!”
หลิ่วกุ้ยเซียงอยากช่วยหลินเนี่ยนจริง ๆ แต่ผลประโยชน์ส่วนตัวที่เธอช่วยหลินเนี่ยนก็มีมากกว่า
ทำลายจางชุ่ยฟางกับสามีแล้วเหยียบย่ำจนจมดิน เื่ที่เหล่าจ้าวจะเป็ผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยก็ไม่หลุดไปไหนแล้ว!
หลินเนี่ยนส่ายหน้า เธอพูดเสียงสะอื้น “อาหลิ่วคะ หนูลงชื่อไปชนบทแล้วค่ะ”
“ไปลงชื่อก่อนที่จะมาที่นี่”
“ห้าวันหลังจากนี้ก็ต้องไปแล้ว หนูเลยรีบร้อนมาหาอาจ้าว...” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้หลินเนี่ยนก็ชะงัก พูดราวกับมุ่งมั่นเป็อย่างมาก “แม่บอกว่าอาหวงดูแลเื่กินเื่ดื่มของหนูมาั้แ่เด็ก กว่าพวกเขาจะเลี้ยงหนูโตมาขนาดนี้ไม่ง่ายเลย พอไปชนบทก็จะไม่ให้เงินหนูแล้ว...”
จ้าวเซิ่งลี่ได้ยินมาถึงตรงนี้ก็ทุบโต๊ะ “อะไรนะ!? ไปชนบทแต่ไม่ให้เงินเลย? นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!”
“ชีวิตในชนบทลำบากขนาดนั้น เธอจะใช้ชีวิตยังไงถ้าไม่มีเงินติดตัว”
สองสามีภรรยามีความคิดจะใช้ประโยชน์จากหลินเนี่ยน แต่เมื่อได้ยินแบบนี้พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะโกรธ
“รอก่อนนะ อาจ้าวคนนี้จะหาคนไปตรวจสอบให้!”
น้องชายของหลิ่วกุ้ยเซียงก็ทำงานอยู่ที่ทำการไปรษณีย์และโทรคมนาคม จ้าวเซิ่งลี่แทบจะไม่สนใจกินข้าว หันไปพูดกับหลิ่วกุ้ยเซียงว่า “ช่วยลาหยุดให้ผมหน่อย ตอนบ่ายคุณก็ไม่ต้องไปเข้างานนะ ดูแลหลินเนี่ยนอยู่ที่บ้านนี่แหละ!”
“ได้ค่ะ คุณจับเื่นี้ให้แน่นนะ!” หลิ่วกุ้ยเซียงส่งจ้าวเซิ่งลี่ออกไป หันกลับเข้าห้องและเปิดกระป๋องอาหารให้หลินเนี่ยน
“รีบกินเร็ว เธอต้องบำรุงให้มาก”
“เนี่ยนเนี่ยน อาหลิ่วจะแนะนำสักเื่ เื่งานนั่นจะทิ้งแบบนี้ไม่ได้นะ เธอไปชนบทก็กลับเมืองอีกไม่ได้ตลอดชีวิต ถ้าไม่กำเงินติดมือไปสักหน่อยจะทำอะไรได้!”
“ฟังอานะ ขายงานไปและกำเงินไว้ในมือสักหน่อย พอไปถึงชนบทจะได้ใช้ชีวิตไม่ลำบากเกินไป!”
“เธอไม่เคยไปชนบท ไม่รู้ถึงความร้ายแรงในนั้นหรอก แม่เธอโกหก!”
ในที่สุดหลินเนี่ยนก็ฝืนใจตอบรับเื่ที่จะขายงานผ่านการโน้มน้าวอย่างหนักหน่วงของหลิ่วกุ้ยเซียง แต่เธอแค่ออกหน้าลงชื่อ อีกทั้งยังต้องไปทำในวันที่เธอจะเดินทาง
อีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้้าเงิน ขอแค่มีตั๋วใช้งานทั่วประเทศก็พอแล้ว
หลิ่วกุ้ยเซียงดีใจมาก ตบอกรับประกันกับหลินเนี่ยนว่าไม่ต้องห่วงเื่นี้ เธอจะช่วยหลินเนี่ยนจัดการจนเสร็จสิ้นกระบวนการ
ล้อเล่นน่า ภาคเอกชนมากมายล้วนยินดีรับตำแหน่งพนักงานทางการในรัฐวิสาหกิจที่สำคัญ!
ดึงโควตานี้ไว้ในมือ ยกให้ใครก็เป็น้ำใจอันใหญ่หลวง!
แล้วหลินเนี่ยนก็มีเวลาแค่ห้าวัน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ให้จ้าวเซิ่งลี่สองสามีภรรยาคู่นี้ใช้ผลประโยชน์ร่วมกันหรอก
น้ำใจ ให้หลายคนย่อมดีกว่า
ใครจะรู้ว่าพอจ้าวเซิ่งลี่กับภรรยาได้แล้วจะถีบหัวส่งหรือไม่
แต่ถึงแม้จ้าวเซิ่งลี่กับภรรยาจะกล้าถีบหัวส่ง หลินเนี่ยนก็มีแผนสำรองรออยู่ เธอชอบ ‘กิน’ มากมาย แต่ไม่ชอบเสียเปรียบเพียงลำพัง
หลังจากตกลงเื่งานแล้ว หลินเนี่ยนก็ขอตัวกลับบ้าน
หลิ่วกุ้ยเซียงนิ่งไปสักพักก่อนจะออกไปส่งหลินเนี่ยน จากนั้นก็เริ่มพิจารณางานของจางเฉียนเหม่ย
อืม… ให้ใครดีนะ ใครที่จะช่วยเหล่าจ้าวได้
หลินเนี่ยนไม่มีเงินติดตัวจึงไม่ได้ออกไปเดินเตร่ และตรงกลับบ้านทันที
เวลานี้หวงเจี้ยนกั๋วกลับถึงบ้านแล้ว ทันทีที่เข้ามาในลานชุมชนก็ถูกเพื่อนบ้านคนหนึ่งเรียกเอาไว้ แล้วบอกเื่ที่หวงลี่ลี่กับจางชุ่ยฟางไล่ตีหลินเนี่ยน
สุดท้ายยังบอกอีกว่า “จางไห่หยางลูกของผู้อำนวยการจางก็ตามมาทีหลัง ตอนกลับออกไปเห็นหน้ามืดมนเชียว”
“หลินเนี่ยนวิ่งออกไป ไม่รู้ว่าวิ่งไปไหน”
หวงเจี้ยนกั๋วได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ตอนที่เขากลับไปบ้านก็พอจะเห็นเหตุการณ์เล็กน้อย จากนั้นก็รีบตามผู้อำนวยการจางไป ตอนนี้ยังมาถูกเพื่อนบ้านดึงไปคุยอีกรอบ เขารู้สึกอับอายเป็ที่สุด
ตอนนี้เป็่เวลาสำคัญในการชิงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานสาขาย่อย คู่แข่งของเขาคือจ้าวเซิ่งลี่
ไม่รู้ว่ายัยโง่จางชุ่ยฟางกำลังช่วยหรือว่าถ่วงแข้งถ่วงขาเขาอยู่!
หวงเจี้ยนกั๋วกล่าวขอบคุณและรีบกลับบ้าน คนในลานชุมชนชี้ตามแผ่นหลังเขาตลอดทาง สายตานินทาพวกนั้นทำให้เขารู้สึกอับอายขายขี้หน้า เขาจึงเร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่เข้าบ้าน หวงลี่ลี่ก็วิ่งเข้ามาฟ้อง “พ่อ! นังสารเลวหลินเนี่ยนนั่นปีกกล้าขาแข็ง มันกล้ารังแกหนู!”
“พ่อต้องเข้าข้างหนูนะ ไปบอกกับคนในสำนักงานยุวชนให้ส่งมันไปที่ที่ลำบากที่สุด ทุรกันดารสุด ๆ ไม่มีแม้แต่อาหารให้กินด้วยนะ!”
“แล้วก็ให้มันแต่งงานกับผู้ชายแก่ ๆ ไม่ให้มันชุบตัวได้ไปตลอดชีวิต!”
หวงลี่ลี่พูดอย่างโเี้ พ่อของเธอกลับมาแล้ว และด้วยความรักที่พ่อมีให้เธอ เขาจะต้องจัดการหลินเนี่ยนตามที่เธอ้าแน่นอน!
นังบ้านั่นคิดว่าใช้อุบายตื้น ๆ แล้วจะทำให้เธอยอมแพ้ได้งั้นเหรอ
ฝันไปเถอะ!
จางชุ่ยฟางก็ช่วยดันหลัง “ใช่แล้วค่ะเหล่าหวง หลินเนี่ยนนังเด็กบ้านั่น ะโน้ำไปแล้วครั้งหนึ่ง มันอาศัยความสัมพันธ์กับจางไห่หยาง ทำตัวทะเยอทะยาน แม่อย่างฉันไม่เคยอยู่ในสายตามันสักนิด จำเป็ต้องสั่งสอนให้หนัก ๆ”
[1] มีแม่เลี้ยงก็จะมีพ่อเลี้ยง หมายถึง พ่อแท้ ๆ แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงไม่ยอมรับลูกติด ยิ่งเมื่อแม่เลี้ยงมีลูกใหม่กับพ่อแท้ ๆ ก็จะยิ่งไม่สนใจลูกติด นานวันเข้าจะว่าร้ายลูกติดให้สามีฟังจนเชื่อ ทำให้ความสัมพันธ์พ่อลูกห่างเหินจากพ่อแท้ ๆ กลายเป็พ่อเลี้ยงแทน