ตอนที่4 อดีตเมื่อนานมาแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
เขมิกามาถึงบริษัทแต่เช้า เธอมาเก็บสัมภาระที่โต๊ะเพื่อย้ายไปนั่งที่โต๊ะใหม่แต่เมื่อเธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเก่าในใจก็เริ่มสับสนวุ่นวาย
ความรู้สึกเก่าๆครั้งเมื่อนานมาแล้วได้ไหลเข้ามาในหัวของเธอเรื่อยๆจนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถมองหน้าเขานานๆได้ โดยที่ไม่รู้สึกอะไรได้นานแค่ไหน
เมื่อหลายปีก่อนเธอกับเขาเคยแอบคุยกัน สถานะไม่มี ตอนนั้นเขาทำงานที่นี่มีฐานะเป็ถึงลูกชายของเ้าของบริษัท แต่ยังไม่ได้มีตำแหน่งอะไรส่วนเธอก็เป็แค่เด็กนักเรียนฝึกงานจนๆคนหนึ่งเท่านั้น
แต่แล้ววันสุดท้ายที่เธอฝึกงานจบก็มาถึง วันนั้นมีงานเลี้ยงบริษัทพอดีเธอกับเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันครั้งแรกและครั้งเดียวเธอจำได้ว่าเธอเมาเขาก็เมา แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอจำได้ไม่มีวันลืมเพราะเธอหลงรักเขาเธอจึงยอม
หลังจากคืนนั้นผ่านไปการติดต่อของเธอกับเขาก็ขาดหายไป เธอพยายามติดต่อ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เธอคิดเอาเองว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันก็แค่คำหลอกลวงที่เขาปั้นขึ้นเพื่อหลอกฟันเธอ
หลังจากคืนนั้นผ่านไปได้หนึ่งเดือน เธอเริ่มเอะใจประจำเดือนที่เคยมามันกลับไม่มา เธอกลัวมากแต่ก็ตัดสินใจไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจปรากฏว่าเธอตั้งท้อง ความสัมพันธ์ลึกซึ้งครั้งนั้นครั้งเดียวทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไป
หลังจากเธอรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง เธอก็ยังไม่ยอมบอกใครเธอพยายามติดต่อหาเขาอีกครั้ง แต่ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิมเธอจึงไปที่บริษัทคิดว่าเขาคงมาทำงานตามปกติแต่คำตอบที่เธอได้กลับทำให้เธอช็อกเข้าไปอีก
เมื่อยามที่หน้าบริษัทบอกกับเธอว่าเขาประสบอุบัติเหตุวันงานกินเลี้ยงบริษัทเมื่อเดือนที่แล้ว เธอจึงรีบหาข่าวดูในข่าวบอกว่าเขาเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ตอนนั้นเธอเชื่อข่าว
จนเธอได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในบริษัทนี้อีกครั้งเธอพยายามหาข้อมูลว่าตกลงแล้ว เขาเดินทางไปต่างประเทศเพราะสาเหตุอะไรกันแน่ไปเรียนต่อ ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือว่าไปรักษาตัว
บางคนก็บอกว่าเขาประสบอุบัติเหตุจริง ความจำเสื่อมด้วยบางคนก็บอกว่าไม่จริงหรอก เขาไปเรียนต่อบางคนก็บอกว่าเขาไปเรียนรู้งานเพิ่มเติมกับบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกันเพราะอนาคตเขาต้องขึ้นมาเป็ผู้บริหารซึ่งแต่ละเสียงที่พูดเล่ากันเรื่อยๆมาทำให้เธอไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี
ถ้าตอนนั้นเขาประสบอุบัติเหตุความจำเสื่อมจริงเธอคงโกรธเขาไม่ลง แต่ที่เธอโกรธเป็เพราะความจำเขากลับมาแล้ว แต่เขาจำเธอไม่ได้
“เขม...มาแต่เช้าเลยนะ มาเก็บของเหรอ” เสียงของวิกกี้ทำให้เธอออกจากภวังค์ความคิดเมื่อสักครู่
“อือ...มาเก็บของ”
“เป็อะไร ทำไมทำหน้าแบบนี้”วิกกี้ตะแคงคอมองหน้าเพื่อนอย่างนึกสงสัย
“เปล่า...” เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติเมื่อรู้สึกว่ากำลังจะโดนเพื่อนจับได้
“เปล่าอะไร ฉันไม่เคยเห็นหล่อนทำหน้าแบบนี้มาหลายปีแล้วนะั้แ่...” ั้แ่สี่ปีที่แล้ว ตอนที่เขมิกาบอกว่าตัวเองตั้งท้องแต่ไม่ยอมบอกว่าท้องกับใคร
“............” เขมิกามองหน้าเพื่อนคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่น จนวิกกี้ต้องรีบหุบปากลงทันที
“ขอโทษ...”มือใหญ่ของวิกกี้ยกขึ้นปิดปากตัวเองอยากมีจริต เขมิกาปรับสีหน้าของตัวเองอีกครั้ง
“หรือว่าพี่ธันเขาไม่ยอมขึ้นเงินเดือนให้แก”วิกกี้เดาไปเรื่อย แต่ประโยคของวิกกี้เมื่อสักครู่ เขมิกากลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้า
“อย่าเรียกเขาแบบนี้อีกเดี๋ยวมีใครมาได้ยินเข้ามันจะดูไม่ดี”
“ทำไมล่ะ เมื่อก่อนเราก็เรียกเขาแบบนี้”
“นั่นมันเมื่อก่อนตอนนี้เขาไม่ใช่พี่ธันคนเดิมของพวกเราอีกต่อไปแล้ว”
“เมื่อวานฉันยุ่งๆ เลยลืมถามตอนที่หล่อนเข้าไปหาเขา หล่อนว่าเขาจำเราได้มั้ย”คำถามของวิกกี้ทำให้เขมิกาหน้าซีดเธอกำลังนึกถึงคำถามของน้องพลอยเมื่อคืนนี้...ทำไมพ่อถึงไม่อยู่กับพวกเรา
“...........” เขมิกาน้ำตาซึมเมื่อนึกถึงลูกสาวสุดที่รักของเธอที่กำลังช่างพูดช่างถาม
“เฮ้ยหล่อนเป็อะไร!”วิกกี้เห็นสีหน้าของเพื่อนไม่ค่อยดี จึงรีบถามขึ้นด้วยความใปนเป็ห่วง
“เปล่า...เขาคงจำเราไม่ได้จริงๆเื่ที่เขาลือกันคงเป็ความจริง”
“แต่ข่าววงในบอกว่าความทรงจำเขากลับมาแล้วนะเขาจำฉันไม่ได้คงไม่แปลกหรอก เพราะฉันสวยขึ้นเยอะฮ่าๆๆ แต่หล่อนสนิทกับเขามากกว่าเขาน่าจะจำหล่อนได้สิ เมื่อวานนี้ที่หล่อนเข้าไปคุยกับเขาตกลงว่าไง”วิกกี้รู้ว่าเพื่อนกับคุณธันวาสนิทกันแต่ก็คิดว่าสนิทกันตามประสาคนร่วมงานกันเท่านั้น
“เขาจำฉันไม่ได้”
“เดี๋ยวนะ!! เฮ้ย!...หน้าหลานฉัน กับเขา...”อยู่ๆวิกกี้ก็รู้สึกเอะใจใบหน้าของทั้งสองคนขึ้นมา
“อย่าพูดไปนะ!!”
“ฉันว่าแล้วหน้าน้องพลอยเหมือนใคร”
“แกห้ามพูดเื่นี้อีกเด็ดขาดฉันมันก็แค่ผู้หญิงใจง่าย แถมยังจน จะไปเทียบอะไรกับท่านประธานอย่างเขาได้”
“แต่หลานฉัน้าพ่อนะเว้ย”เื่ใบหน้าของน้องพลอยวิกกี้ไม่เคยสงสัยมาก่อนเพราะลืมคุณธันวาไปสนิทเลยจนถึงปัจจุบันที่เขามาปรากฏตัวรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“คืนนั้นฉันกับเขาก็แค่เมาจะเอาอะไรไปเรียกร้อง” สถานะไม่เคยมีั้แ่แรกตอนนั้นฉันก็แค่ผู้หญิงใจง่ายคนหนึ่งเท่านั้น หลงรักเขาเพราะความหล่อ
“เื่มันเกิดขึ้นได้ยังไง แล้วตอนนั้นฉันไปไหนปกติฉันอยู่กับหล่อนตลอดนะ”
“วันสุดท้ายที่เราฝึกงานจบพอดี” ฉันยอมสารภาพไหนๆมันก็รู้แล้วว่าน้องพลอยลูกใคร ดีเอ็นเอบนใบหน้าของน้องพลอยบ่งบอกชัดเจน
“วันนั้นมีงานเลี้ยง”วิกกี้พูดโพล่งขึ้นมาเสียงดัง
“อือใช่...”
“แล้ววันนั้นฉันก็กลับก่อนหล่อน”ก็ใช่อีกนั่นแหละ วิกกี้ค่อยๆเริ่มประติดประต่อเื่ทั้งหมดเมื่อหลายปีก่อน
“หล่อนเก็บเื่นี้มาตั้งหลายปีคนเดียวได้ยังไงฉันเคยถามแต่หล่อนก็ไม่ยอมพูด หล่อนคิดว่าความลับนี้จะปิดบังไปได้นานแค่ไหนหน้าน้องพลอยเหมือนคุณธันวามากขนาดนั้น” ในใจฉันไม่เคยคิดอยากจะปิดบังเขาแต่ฉันก็ไม่รู้จะบอกเขายังไงดี ในเมื่อเขาจำฉันไม่ได้เลยสักนิด
“เลิกพูดเื่นี้ได้แล้ว เื่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะ ฉันอยู่ของฉันได้”
“หล่อนแน่ใจนะว่าหล่อนจะรับสภาพนั่งมองหน้าพ่อของลูกแบบนี้ต่อไป เหมือนคนไม่เคยรู้จักกันได้”
“นี่คือสาเหตุที่ฉันไม่อยากไปเป็เลขาให้เขา”
“หล่อนต้องทำให้เขาจำหล่อนได้”
“ทำยังไง ความทรงจำของเขาเกิดจากสมองแล้วฉันก็ไม่ใช่หมอ"
“ฉันก็ไม่รู้แต่มันต้องมีวิธีสิน่า”ถ้ามีวิธีที่ว่าจริงๆก็คงดี แต่ถ้าเขาเกิดจำฉันได้แล้วจริงๆเขาจะยอมรับน้องพลอยหรือเปล่า ฉันกับเขามันคนละชั้นกัน
“หล่อนไม่อยากให้ลูกของหล่อนมีพ่อเหรอ”
“อยากสิเมื่อวานคุณครูที่โรงเรียนให้การบ้านระบายสีมา เป็รูปครอบครัวน้องพลอยถามถึงพ่อ...” ประโยคที่ฉันกำลังจะพูดขาดหายไปเพราะต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล
“เขมเอ๊ย...เอาน่าเดียวฉันจะช่วยหล่อนคิดหาวิธีอีกแรง คนเริ่มทยอยกันเข้ามาแล้ว หล่อนรีบเก็บของเถอะมาฉันช่วย”
“แกสัญญากับฉันก่อนว่าจะไม่พูดเื่นี้ให้ใครรู้เด็ดขาด”
“ได้ฉันสัญญา มาฉันเดินไปส่ง”