บทที่ 32 ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ชายคนนี้คุกเข่าลงกับพื้นพลางอ้อนวอนร้องขอชีวิตด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา
"โทรหาเขาซะ"
เมื่อได้ยินหลิวอวี่สั่งเช่นนั้น ชายคนนี้ก็ไม่กล้าบิดพลิ้ว เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์โทรออกในทันที
[ฮัลโหล จัดการเื่เรียบร้อยหรือยัง?] เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากปลายสาย
เสียงนี้ หลิวอวี่รู้สึกคุ้นเคยเป็อย่างมาก มันคือเสียงของโจวทง คนที่เคยมีเื่บาดหมางกับเขามาก่อนนั่นเอง
หลิวอวี่รับโทรศัพท์มาถือไว้แล้วกดวางสายทันที ใบหน้าของเขาปรากฏแววสับสนฉายชัด
‘ทำไมถึงเป็หมอนั่นไปได้?’
เงินจำนวนมหาศาลที่ถูกส่งมาจ้างวานนั้น หากโจวทงมีเงินมากขนาดนั้นจริง คงไม่ยอมมาทำงานอยู่ที่นั่นแน่
แต่เสียงเมื่อครู่คือโจวทงไม่ผิดตัว เขาเกือบจะคิดว่าเป็ฝีมือของเติ้งเจียหรงไปแล้วด้วยซ้ำ
หลิวอวี่กวาดสายตามองดูคนเ่าั้ที่นอนระเนระนาดอยู่บนพื้นด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เขาเดินตรงเข้าไปหาและจัดการเตะขาของแต่ละคนจนหักไปข้างหนึ่งอย่างเืเย็น
คนพวกนี้หากปล่อยไว้ก็มีแต่จะเป็ภัยต่อสังคม สู้ใช้โอกาสนี้ทำให้พิการไปเสียเลย จะได้ไม่ต้องไปก่อเื่เลวร้ายที่ไหนได้อีกในอนาคต
พริบตานั้น ภายในถ้ำไป๋สือก็ดังก้องไปด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปเจียนตายของพวกโจร
หลิวอวี่รีบเข้าไปแก้เชือกที่พันธนาการร่างกายของหลิวเสี่ยวเยี่ยนออก ซึ่งในขณะนี้นน้องสาวของเขายังคงจมอยู่ในห้วงนิทราจากการหมดสติ
เมื่อสำรวจดูพบว่าบนตัวของเสี่ยวเยี่ยนไม่มีาแใด ๆ คาดว่าพวกนั้นคงวางยาสลบเธอไว้ และตอนนี้ฤทธิ์ยาคงยังไม่จางหายไป
เดิมทีหลิวอวี่ตั้งใจจะใช้ความสามารถพิเศษของตนเองควบแน่นหลิงสุ่ยเพื่อช่วยขับพิษยาออกไป แต่เมื่อคำนึงถึงว่าภาพเหตุการณ์ที่โหดร้ายตรงนี้อาจทำให้น้องสาวต้องขวัญเสีย เขาจึงเปลี่ยนใจและไม่ได้ลงมือ
ในขณะที่หลิวอวี่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมจะโทรแจ้งตำรวจ เสียงไซเรนก็ดังสนั่นมาจากด้านนอกถ้ำ หลิวอวี่แบกหลิวเสี่ยวเยี่ยนขึ้นไว้บนหลังแล้วมองลงไปที่เชิงเขา รถตำรวจหลายสิบคันจอดเรียงรายอยู่ที่นั่น เ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ติดอาวุธครบมือต่างพากันล้อมรอบปากถ้ำเอาไว้อย่างแ่า
"พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว ขอให้วางอาวุธลงและยอมมอบตัวเพื่อรับการปฏิบัติอย่างผ่อนปรน พวกคุณหนีไม่พ้นแล้ว!" เ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่อยู่หน้าถ้ำประกาศผ่านโทรโข่งซ้ำไปซ้ำมา
"คุณตำรวจครับ พวกเราปลอดภัยแล้ว เชิญพวกคุณขึ้นมาจับกุมพวกโจรเหล่านี้ได้เลยครับ!"
หลิวอวี่ยืนอยู่ที่ปากถ้ำแล้วะโตอบกลับไปเสียงดัง
ไม่นานนัก เ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากก็กรูเข้ามา และมีเ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งเดินนำเข้ามาในถ้ำ
ชายผู้มีบุคลิกภูมิฐานดูเป็ผู้นำคนนี้อายุประมาณสี่สิบปี เมื่อเขาเห็นพวกโจรนอนครวญครางอยู่เต็มพื้นถ้ำ ก็ถึงกับเบิกตากว้างและมองมาที่หลิวอวี่ด้วยความตกตะลึง
เขาใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อตั้งสติก่อนจะเดินเข้ามาหาหลิวอวี่แล้วยื่นมือออกมาทักทาย "สวัสดีครับ ผมเฉินเซิ่งอู่ เป็สารวัตรตำรวจประจำเมืองนี้ คุณคงจะเป็เพื่อนของคุณผู้เฒ่าหลี่ใช่ไหมครับ?"
"สวัสดีครับ ผมหลิวอวี่ครับ" หลิวอวี่เพิ่งจะเข้าใจในตอนนี้เองว่า หลี่รั่วหลานเป็คนประสานงานให้เ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ
"พวกคุณกลับไปพักผ่อนได้เลยครับ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเรา เราสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้คนพวกนี้ลอยนวลไปได้แน่นอน" สารวัตรเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"จริงด้วยครับ คนพวกนี้ถูกใครบางคนบงการมา ผมมีเบอร์โทรศัพท์ของเขาอยู่ในมือถือที่ยึดมาจากพวกโจร คนคนนี้ผมรู้จักดี เขาชื่อโจวทง ก่อนหน้านี้ผมเคยมีเื่ขัดแย้งกับเขามาครับ" หลิวอวี่ยื่นโทรศัพท์หลักฐานให้สารวัตรเฉิน
"รับทราบครับ ผมจะดำเนินการให้พวกเขาได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมายแน่นอน"
"ขอบคุณมากครับ" หลิวอวี่กล่าวขอบคุณก่อนจะแบกน้องสาวออกจากถ้ำและเดินลงไปยังเชิงเขา
"ให้พวกเราขับรถไปส่งคุณที่บ้านไหมครับ?" เสียงของสารวัตรเฉินะโถามตามหลังมา
"ไม่เป็ไรครับ ผมมีรถมาเอง"
เพียงไม่นานหลิวอวี่ก็กลับลงมาถึงเชิงเขา เขาจัดแจงให้น้องสาวนั่งที่เบาะข้างคนขับอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงโทรกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวดีว่าทุกคนปลอดภัยแล้ว
หลังจากได้รู้ว่าพ่อพ้นขีดอันตราย ใบหน้าของหลิวอวี่ก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความโล่งใจออกมาในที่สุด
หลิวอวี่ขับรถมุ่งหน้ากลับสู่บ้านในชนบท
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวเสี่ยวเยี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มขยับตัวและค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ เมื่อเธอลืมตาเห็นหลิวอวี่ ก็ร้องเรียกออกมาด้วยความใทันที
"พี่คะ! ทำไมพี่ถึงกลับมาแล้วล่ะ แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ฉันไม่ได้ไปตัวเมืองกับพ่อหรอกเหรอ?"
เมื่อดูจากท่าทาง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่รับรู้ถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นเลย คาดว่าคงถูกวางยาจนหมดสติไปโดยไม่ทันตั้งตัว
แต่นั่นก็นับว่าเป็เื่ดีแล้ว เพราะเสี่ยวเยี่ยนจะได้ไม่ต้องแบกรับปมในใจจากเหตุการณ์นี้
ทว่าเื่นี้คงปิดบังเธอได้ไม่นาน เพราะชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็รับรู้กันไปทั่วแล้ว
"เสี่ยวเยี่ยน เธอถูกพวกคนเลวฉุดตัวไปน่ะ โชคดีที่คุณตำรวจไปช่วยไว้ทัน ไม่อย่างนั้นเื่คงบานปลายไปมากกว่านี้"
ใบหน้าของหลิวเสี่ยวเยี่ยนเต็มไปด้วยความมึนงงและสับสน "แล้วทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะคะ?"
"ก็เธอถูกพวกมันวางยาสลบไงล่ะ"
พริบตานั้น ความหวาดกลัวเริ่มฉายชัดบนใบหน้าของหลิวเสี่ยวเยี่ยน
แต่ด้วยนิสัยที่เป็คนร่าเริงและมองโลกในแง่ดีโดยธรรมชาติ เธอจึงสามารถสลัดความกังวลทิ้งไปได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจ "จริงด้วยพี่! ครั้งนี้ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยเซียงซานแล้วนะ เก่งใช่ไหมล่ะ!"
"แถมคะแนนยังมากกว่าตอนที่สอบครั้งก่อนตั้งห้าสิบแต้มแน่ะ!"
"ใช่ ๆ เสี่ยวเยี่ยนน้อยของพวกเราเก่งที่สุดเลย" หลิวอวี่เอ่ยชมพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
"จริงด้วย แล้วรถคันนี้พี่ไปเอามาจากไหนคะ?"
"พี่ชายของเธอรวยแล้วนะ ตอนนี้เป็เศรษฐีเงินล้านเชียวล่ะ"
"หึ ฉันไม่เชื่อหรอก ขี้โม้ชัด ๆ!"
เสียงหัวเราะและบทสนทนาหยอกล้อดังไปตลอดทาง จนทั้งคู่กลับถึงบ้านในเวลาต่อมา
ในตอนนี้ ชาวบ้านที่ได้รับข่าวว่าหลิวอวี่และน้องสาวปลอดภัยแล้ว ต่างก็พากันมานั่งรอและพูดคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านอย่างคึกคัก
สิ่งที่ทำให้หลิวอวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยคือภาพของหลี่รั่วหลาน ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก ร่วมวงสนทนากับพวกคุณป้าในหมู่บ้านอย่างเป็กันเอง
หลี่รั่วหลานไม่มีท่าทีของคุณหนูผู้สูงศักดิ์แม้แต่น้อย เธอพูดคุยและหัวเราะกับชาวบ้านอย่างสนุกสนาน
เมื่อเห็นหลิวอวี่พาหลิวเสี่ยวเยี่ยนกลับมา ชาวบ้านต่างก็กรูเข้าไปทักทายด้วยความดีใจ
"โธ่เอ๊ย พวกเธอทำเอาป้าใแทบแย่!"
"ปลอดภัยกลับมาทั้งคู่ก็ดีแล้วล่ะนะ"
ป้าคนหนึ่งหันมาพูดกับหลิวอวี่พร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "เสี่ยวอวี่ แม่หนูจากในเมืองที่นายพามานี่ไม่เลวเลยนะ หน้าตาสะสวยนิสัยดีด้วย คว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดี ๆ ล่ะ!"
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของหลี่รั่วหลานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ส่วนหลิวเสี่ยวเยี่ยนก็ได้แต่เบิกตากว้าง มองหลี่รั่วหลานด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กสาว
จากนั้นหลิวอวี่ก็ได้พบกับพ่อของเขา ซึ่งตอนนี้รอยฟกช้ำตามตัวได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น ท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่จนดูไม่ออกเลยว่าเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านี้เพิ่งผ่านความเป็ความตายมา
"พ่อครับ วางใจได้เลยนะ คนพวกนั้นถูกตำรวจจับไปหมดแล้ว"
"แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่ช่วยแบกพ่อผมกลับมา เย็นนี้ขอเชิญทุกคนมากินข้าวที่บ้านผมนะครับ ผมหิ้วอาหารทะเลสด ๆ มาจากในเมืองเยอะแยะเลย อยากให้ทุกคนได้ลองชิมกันครับ!"
เพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจของชาวบ้าน หลิวอวี่จึงลงมือเข้าครัวปรุงอาหารทะเลสองถังใหญ่ที่เขาซื้อกลับมา
ในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หลิวอวี่แอบควบแน่นหลิงสุ่ยหนึ่งหยดลงไปในหม้ออาหารทะเลใบใหญ่ที่กำลังเดือดพล่าน
ทันใดนั้น กลิ่นหอมหวนรัญจวนใจก็ลอยอบอวลออกมาจากห้องครัวเป็ระลอก
"อาหารทะเลที่เสี่ยวอวี่เอามานี่กลิ่นหอมจริง ๆ เลย วันนี้คงได้ลาภปาก ลองชิมของสด ๆ กับเขาบ้าง!" ป้าเจ็ดของหลิวอวี่เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ภายในห้องครัวที่แสนวุ่นวาย
"พ่อครับแม่ครับ ผมมีเื่อยากจะปรึกษาหน่อย พรุ่งนี้พ่อกับแม่ไปอยู่ที่ตัวเมืองใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยเซียงซานกับผมเถอะนะครับ ตอนนี้ลูกชายคนนี้ประสบความสำเร็จแล้ว พ่อกับแม่จะได้ไม่ต้องลำบากอีก" หลิวอวี่เอ่ยกับบิดามารดาในขณะที่มือยังคงคนอาหารในหม้ออย่างตั้งใจ