ตกดึกคืนนั้น... ภายในห้องพักที่เงียบสงบเย็นสบาย ช่างขัดกับใจของคนรอที่กำลังร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอก
แก้มนั่งจ้องโทรศัพท์มือถือมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว ปกติเวลานี้หน้าจอจะต้องสว่างวาบพร้อมข้อความที่ทำให้ยิ้มจนแก้มปริ
"ถึงห้องหรือยังครับคนเก่ง"
"วันนี้เรียนเหนื่อยไหม"
หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ต้องวิดีโอคอลมา "แวะมาเติมน้ำตาล" หรือเล่นมุกเสี่ยวให้เธอเขินม้วนก่อนนอน
แต่วันนี้... ทุกอย่างกลับเงียบกริบ
"พี่ติณ... หายไปไหนเนี่ย..." แก้มยกนิ้วขึ้นมากัดด้วยความกังวล "หรือว่า... เื่เมื่อกลางวันจะทำให้พี่ติณเข้าใจผิด" คิดได้ดังนั้นก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกทันที
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
เสียงสัญญาณรอสายดังยาวเหยียด แต่ทว่าปลายสายกลับไม่มีผู้รับ
"ทำไมไม่รับ..." แก้มขมวดคิ้ว ปกติพี่ติณไม่เคยปล่อยให้เธอรอนานขนาดนี้ ต่อให้ติดงานยุ่งแค่ไหน หรืออยู่บนนั่งร้าน เขาก็จะรีบกดรับสายแล้วบอกเดี๋ยวพี่โทรกลับนะครับเสมอ ไม่เคยเงียบหายไปดื้อ ๆ แบบนี้
หญิงสาวจึงกดโทรออกอีกครั้ง
"รับสิคะพี่ติณ... รับสายหนูนะ..."
แต่ทว่าครั้งนี้... เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ติ๊ด!
เสียงสัญญาณที่เงียบหายไป เหมือนกระชากเอาหัวใจคนฟังให้หลุดลอยตามไปด้วย โทรศัพท์ร่วงหล่นลงบนที่นอนอย่างคนหมดเรี่ยวแรง
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า... ผู้ชายที่แสนสุภาพ อ่อนโยน และคอยตามใจเธอมาตลอดคนนั้น จะกล้ากดตัดสายเธอทิ้ง
"พี่ติณ... ฮึก... ทำไมทำแบบนี้..." เสียงหวานที่เคยสดใส บัดนี้สั่นเครือและแตกพร่า ขอบตาที่พยายามกลั้นความรู้สึกมาตลอด ร้อนผ่าวขึ้นจนทนไม่ไหว จนน้ำตาเอ่อล้นออกมาบดบังการมองเห็นจนพร่ามัว
ความมั่นใจของเด็กแสบที่คิดว่าคุมเกมได้ วินาทีนี้มันมลายหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงความกลัวของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กลัวคนแก่จะถอดใจและเดินหันหลังให้เธอไปจริง ๆ
"ฮือ... พี่ติณต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ... เขาต้องคิดว่าฉันเมินเขาแน่ ๆ" แก้มฟุบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ ก่อนจะปล่อยโฮออกมา
ปึก! ปึก!
มือเล็กทุบหมอนระบายความเ็ป ทั้งโกรธตัวเองที่ทำให้เขาเสียใจ ทั้งเจ็บใจที่เขาไม่ยอมฟังคำอธิบายอะไรเลย เธอรู้ดีว่าลึก ๆ แล้วพี่ติณมีปมเื่อายุที่ห่างกัน และเื่ความเหมาะสม เขาคงคิดไปไกลแล้วว่าเธออายที่มีแฟนอายุมากกว่ามาก ทั้งที่ความจริงมันตรงกันข้าม
"คนบ้า... ทำไมชอบคิดเองเออเองแบบนี้... ฮือออ..." ร่างเล็กนอนขดตัวร้องไห้ ไหล่บางสั่นเทาด้วยแรงสะอื้นที่กลั้นไม่อยู่ ความเ็ปที่ใจทำให้เธอหายใจแทบไม่ทัน
วินาทีนี้เองที่แก้มรู้ใจตัวเองว่า ความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่แค่ความชอบทั่วไป ไม่ใช่แค่หาคนคุยแก้เหงา หรือความหลงใหลชั่วครู่ชั่วยามอย่างที่ใครเข้าใจ
แต่มันคือความรัก... และความผูกพันที่ขาดไม่ได้จริง ๆ
"รับสายหนูสิ... ฮึก... ขอร้องล่ะพี่ติณ... อย่าทำแบบนี้กับหนู..." เสียงพร่ำเพ้อปนสะอื้นดังก้องอยู่ในห้อง โทรศัพท์ยังคงนอนนิ่งไร้การตอบรับ เหมือนกับหัวใจของคนที่อยู่ปลายสายที่ปิดตายไปแล้ว
สำหรับคนที่รอ ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานและทรมานเหลือเกิน และเหมือนกำลังจะขาดใจตายเพราะความคิดถึง
เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้เมฆหมอกในใจของแก้มจางหายไปได้เลย
ตอนนี้สภาพของหญิงสาวแทบดูไม่จืด เพราะไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน ดวงตากลมโตที่เคยสดใสเป็ประกาย บัดนี้บวมเป่งและแดงก่ำ ขอบตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า สภาพอิดโรยราวกับคนป่วยหนัก
สิ่งแรกที่ทำทันทีที่ลืมตาตื่น คือการคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา หวังลึก ๆ ว่าจะได้เห็นข้อความตอบกลับ หรืออย่างน้อยก็แค่แจ้งเตือน Missed Call จากอีกฝ่ายบ้าง
แต่ทว่า... หน้าจอยังคงว่างเปล่า ไม่มีข้อความ ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีสัญญาณใด ๆ จากทางนั้นเลย
แก้มสูดน้ำมูก พยายามรวบรวมสติกดพิมพ์ข้อความส่งไปหาเขาอีกครั้ง Me: พี่ติณคะ...
Me: ถ้าตื่นแล้ว ติดต่อกลับหนูหน่อยได้ไหมคะ
Me: หนูขอโทษ... อย่าเงียบไปแบบนี้เลยนะ หนูใจคอไม่ดีเลย
ข้อความถูกกดส่งไปแล้ว... แต่กลับไม่มีคนอ่าน
แก้มนั่งจ้องหน้าจออยู่อย่างนั้น ไม่กล้าที่จะละสายตาออกจากโทรศัพท์เลยแม้แต่นาทีเดียว จนกระทั่งเกือบชั่วโมง... ปลายสายก็ยังคงเงียบกริบไร้ซึ่งการตอบรับใด ๆ
หารู้ไม่ว่า... เ้าของโทรศัพท์เครื่องนั้น กำลังนอนคว่ำหน้าหมดสภาพอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ดีกรีแรงที่ซัดเข้าไปย้อมใจเมื่อคืน ทำให้ติณหลับลึกราวกับซ้อมตาย โทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่เหลือเพียงขีดแดง ถูกวางคว่ำหน้าอยู่บนพรมข้างโซฟาอย่างน่าสงสาร ทั้งปิดเสียง ปิดสั่น ปล่อยให้เ้าของเครื่องจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเพื่อหนีความเ็ป
โดยไม่รู้เลยว่า... มีใครบางคนกำลังรอคอยอยู่อย่างทรมาน
...
เมื่อโทรศัพท์ยังไร้คนรับ แก้มจึงทิ้งโทรศัพท์ลงบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี หยดน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไป ไหลทะลักออกมาอีกครั้ง
"พี่ติณเกลียดหนูแล้วจริง ๆ เหรอ..." เสียงร้องไห้ดังลั่นห้อง "แค่หนูไม่ได้ทักพี่ตอนนั้น... พี่โกรธหนูถึงขนาดจะตัดหนูออกจากชีวิตเลยเหรอคะ"
ใจหนึ่งก็อยากจะพอ ตัดใจแล้วเดินหน้าต่อ ไม่ต้องมานั่งง้อคนแก่ขี้น้อยใจแบบนี้ แต่อีกใจหนึ่งก้องร้องบอกว่า "จะยอมแพ้ไม่ได้"
'แกจะยอมเสียเขาไปแบบนี้ไม่ได้... จะยอมให้เื่จบลงเพราะความเข้าใจผิดงี่เง่าแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด'
'ถ้าจะให้เขาออกไปจากชีวิต... แกก็ต้องเป็คนไล่ ไม่ใช่ให้เขาเดินหนีไปเองแบบนี้'
แก้มปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวก ๆ แววตากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง "ใช่... ฉันจะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้แน่"
พรึ่บ!
หญิงสาวลุกจากเตียง คว้ากุญแจและกระเป๋าสะพายพาดบ่า โดยไม่สนใจจะส่องกระจกเพื่อแต่งหน้ากลบดวงตาที่บวมช้ำ หรือแม้แต่จะเปลี่ยนชุดนอนลายเป็ดสีเหลืองที่ใส่อยู่ ทำเพียงคว้าเสื้อคลุมตัวใหญ่มาสวมทับง่าย ๆ เท่านั้น
"เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีเถอะตาลุงขี้น้อยใจ... วันนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เื่ไปข้างนึง"
…
จากใจนักเขียน (ถึงรี้ดเดอร์)
"ความเงียบของคนแก่นี่มันน่ากลัวจริงๆ ค่ะรี้ดขาาา ทำเอาลูกสาวไรท์ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว!"
เป็ไงบ้างคะกับตอนที่ 10 บอกเลยว่าตอนนี้ไรท์เขียนไปปาดน้ำตาไป สงสารน้องแก้มที่สุดที่ต้องมาเจอโหมด 'เงียบสยบทุกความเคลื่อนไหว' ของพี่ติณเข้าไป ใครจะไปนึกว่านายช่างใหญ่จอมอบอุ่นเวลาเขาน้อยใจขึ้นมาจะใจแข็งได้ขนาดนี้!
และข่าวดีที่สุดที่ไรท์อยากบอกกกก! ตอนนี้ E-Book "พี่ติณคนดีศรีสายไฟ" เสร็จเรียบร้อยพร้อมให้รี้ดได้จับจองแล้วนะคะ! ใครที่อยากเห็นความฟินแบบนันสต็อป หรืออยากอ่านฉากพิเศษที่ไม่มีในหน้าเว็บ ต้องรีบไปสอยด่วน ๆ เลยค่าาา
#พี่ติณคนขี้น้อยใจ #น้องแก้มสายง้อ #ชุดนอนลายเป็ดพิชิตใจ #อีบุ๊คมาแล้วจ้า