องค์หญิงใหญ่จ้าวอวี้ิ่เข้ามาในอุทยานดอกไม้ของวังอ๋องแล้ว คาดไม่ถึงว่ากลับเห็นสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงบรรเลงเพลงระบำ ครึกครื้นมีชีวิตชีวายิ่งนัก
เห็นเพียงจ้าวเสวี่ยสวินเยื้องย่างร่ายระบำอยู่ท่ามกลางมวลผกา เรือนร่างงามชดช้อยคล้ายหมุนขยับท่วงท่าไปตามสายลมเย็นสบาย ดูราวกับเทพธิดาบนสรวง์
นอกจากนักสังคีตแล้ว ข้างๆ นางยังมีคุณชายจางเอ่อร์ดีดฉินบรรเลงดนตรีประกอบให้ด้วยตนเอง วันเวลาเช่นนี้กลับช่างดูรื่นรมย์สุขสันต์
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างเห็นองค์หญิงิ่เสด็จมาก็รีบคำนับแล้วกล่าว “คารวะองค์หญิงใหญ่ หม่อมฉันจะไปบอกให้องค์หญิงสวินกับคุณชายหยุดเดี๋ยวนี้เพคะ”
“ไม่ต้องไปแจ้ง!” อวี้ิ่ยกมือขึ้นห้ามนางไว้ทันที “นานทีจะเห็นสวินเอ๋อร์เบิกบานใจเช่นนี้ ปล่อยให้พวกเขาเล่นกันไปเถิด”
จ้าวอวี้ิ่ยิ้มน้อยๆ ก่อนเดินผละมาอย่างอารมณ์ดี คิดว่าที่แท้พวกเขาสองคนก็ชอบพอใจต้องกัน…แม้จะเป็ญาติผู้พี่ผู้น้อง แต่แต่งงานดองญาติกันเองก็ดีกว่าแต่งให้คู่พี่น้องสกุลหลิวหลายใจพวกนั้น สู้หาทางวางแผนจับคู่ให้ทั้งสองแต่งงานลงเอยกันดีกว่า!
ทางด้านนี้ ชายแขนเสื้อเมฆาของเสวี่ยสวินพลิ้วสะบัดแ่เบาเป็ท่าระบำผีเสื้อ เอวอ่อนบิดอรชรอ้อนแอ้นดั่งแพรไหม ขยับท่วงท่ากรีดกรายไปตามจังหวะดนตรี อวดฝีเท้าร่ายรำอันช่ำชองและท่อนเอวเพรียวบางเต็มที่
ปลายนิ้วเรียวยาวของจางเอ่อร์ลูบผ่านสายฉิน บรรเลงไปสักพักก็ค่อยๆ หยุดลง อดอุทานชื่นชมไม่ได้ “ตอนท่านแม่ข้ายังมีชีวิตอยู่ก็ชื่นชอบการร่ายรำเช่นกัน ดูงดงามน่ามองเหมือนเ้านี่แหละ ท่านพ่อข้าถึงได้หลงรักนางชั่วชีวิต”
“เพียงแต่น่าเสียดาย ์ริษยาโฉมงาม[1]...” เสวี่ยสวินพูดมาถึงตรงนี้ แววตาก็หม่นหมองลงอย่างไม่หลบเลี่ยง แต่แล้วในชั่วพริบตาก็เผยสีหน้ามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว “แต่ชะตาชีวิตของสวินเอ๋อร์ ข้าขอกำหนดมันด้วยตัวเอง!”
เอ่ยจบนางก็เด็ดดอกไม้ลงมาหนึ่งดอก โปรยกลีบบุปผาขึ้นฟ้า จางเอ่อร์เองก็เด็ดดอกไม้หนึ่งดอก ก่อนยื่นส่งให้เสวี่ยสวิน
“ได้ ขอเพียงสวินเอ๋อร์้า ข้าก็จะทำให้มันเป็จริงเพื่อเ้า!”
ทั้งคู่ช่วยกันออกแรงโปรยกลีบดอกไม้ เท้างามดั่งบงกชย่างเยื้อง ดอกท้อปลิวปะทะใบหน้า ลมพัดชายแขนเสื้อผ้าไหมชุนหลัวลอยพลิ้วงดงามเกินบรรยาย
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เห็นคุณชายจางเอ่อร์สนิทสนมชิดใกล้กับองค์หญิงสวินเช่นนี้ แม้ในใจจะรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่ก็มิพูดอันใด ขอเพียงองค์หญิงมีความสุขก็พอแล้ว
ประจวบเหมาะเวลานี้เอง หลิวปังกับหลิวเจียวกำลังเดินเล่นในอุทยานดอกไม้ ครั้นมาเห็นภาพบรรยากาศนี้ ในใจย่อมซับซ้อนหลากหลายความรู้สึก นึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
หลิวปังลอบคิด ‘จางเอ่อร์ผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงแท้ องค์หญิงสวินมาสนิทสนมกับเขาเช่นนี้ั้แ่เมื่อใด’
หลิวเจียวเยาว์วัยใจร้อนระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ตรงเข้ามาดึงเสวี่ยสวินออกมา คว้าข้อมือนางด้วยท่าทางเจือโทสะ กล่าวเพียง “องค์หญิงสวิน จ้าวอ๋องมีรับสั่งให้ท่านพากระหม่อมทำความรู้จักคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของแคว้นจ้าว มิทราบสะดวกหรือไม่”
เสวี่ยสวินสะบัดข้อมือออกจากมือเขาอย่างแเีจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ทันใดนั้นพลันบังเกิดแผนการหนึ่งขึ้นในใจ “สะดวกๆ เพ่ยกงกับคุณชายหลิวมาเยือนแคว้นจ้าวหลายวันแล้ว สวินเอ๋อร์กลับไม่ได้อยู่รับรองท่านทั้งสอง ขออภัยแล้วจริงๆ”
หลิวเจียวได้ยินองค์หญิงสวินพูดจาด้วยง่ายเช่นนี้ก็ลำพองใจ เปลี่ยนจากท่าทีขุ่นเคืองมาเอ่ยคำด้วยรอยยิ้มทันที “ฤกษ์ยามหรือจะสู้วันสะดวก เช่นนั้นเราไปกันตอนนี้เลยดีหรือไม่”
“ช้าก่อน...” เสวี่ยสวินกะพริบตาปริบ จู่ๆ ก็เด็ดดอกท้อลงมาหนึ่งกิ่งยื่นไปเบื้องหน้าจางเอ่อร์พลางกระซิบ “พี่ชาย ข้าชมชอบดอกท้อยิ่งนัก เย็นวันนี้หากสวินเอ๋อร์กลับตำหนักอิ๋งเมิ่งค่ำแล้ว ท่านช่วยนำดอกท้อนี้ไปปลูกในลานตำหนักให้ข้าได้หรือไม่”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์อยากจะพูดบางอย่าง กลับเห็นเสวี่ยสวินส่งสายตามา นางพลันเข้าใจในทันที จึงขานรับกับองค์หญิง
ั์ตาดำขลับสงบนิ่งอันทอดไกลของจางเอ่อร์สว่างวาบขึ้นมา เพียงเอ่ยคำเสียงอ่อนโยน “ได้! ดูแลตัวเองดีๆ”
จ้าวเสวี่ยสวินจึงเดินออกไปพร้อมกับสองคุณชายหลิวเจียวและหลิวปัง ทว่าเดินไปได้สองก้าว จู่ๆ นางก็หันกลับมามองจางเอ่อร์ด้วยแววตาคลุมเครือ
ั์ตาเรียวยาวของจางเอ่อร์ซ่อนแฝงความอ้างว้าง ทอดมองเงาร่างของเสวี่ยสวินไกลห่างออกไป อยู่ดีๆ ทั้งหัวใจก็เต็มไปด้วยความอาวรณ์
ไม่รู้ด้วยเหตุใด เขาค้นพบว่าตัวเองถึงกับกลัวว่าสวินเอ๋อร์จะถูกคนอื่นแย่งไป หัวใจว้าวุ่นสับสนยากจะอธิบาย!
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก้าวเข้ามาถาม “คุณชาย ให้บ่าวส่งท่านกลับตำหนักหรือไม่เ้าคะ”
จางเอ่อร์อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ถอนหายใจหนึ่งเสียงก่อนกล่าวคำ “เ้ากลับไปก่อนเถอะ ข้ายังอยากนั่งอยู่ที่นี่ต่ออีกสักหน่อย”
เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ขานรับแล้วถอยออกไป
…
เชิงอรรถ
^ เปรียบเปรยว่าสตรีรูปโฉมงดงามมีชะตากรรมที่ยากลำบาก